Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 647 สัตว์อสูรโบราณมหึมา
“แม่น้ำเหลือง… นั่นคือ… นรกในตำนานจากนิทานแห่งยุคอดีต…
โครงกระดูกภายในแม่น้ำนับไม่ถ้วนไร้สิ้นสุด… ” เสียงของต๋วนมู่ฉินขาด
หายไปเป็นช่วงๆขณะที่เขาหันไปมองหลินหมิง
หลินหมิงยังคงเงียบงัน ไม่ว่าจะนี่จะเป็นชื่อสุ่มกำหนดโดยจักรพรรดิ
ปีศาจหรือว่านี่เป็นตำนานแม่น้ำเหลืองของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม สิ่ง
สำคัญคือการที่พวกเขาวิ่งหนีไปอย่างบ้าคลั่งตอนนั้นทำให้พวกเขาได้เข้า
ใกล้อเวจีปีศาจอมตะไปอีก 100 ลี้แล้ว!
นั่นหมายความว่าพวกเขาห่างจากอเวจีปีศาจอมตะเพียง 400 ลี้
เท่านั้น พวกเขาเห็นได้ชัดว่าพลังงานสีดำที่พุ่งออกมาจากพื้นดิน ทะยาน
สู้ฟากฟ้าทำให้ดวงดาวลุกโชน!
ขณะที่หลินหมิงเริ่มมีสีหน้ามืดมน และคนอื่นๆก็ได้ตระหนักถึงจุดนี้
ในความเป็นจริง พวกเขาวิ่งได้มากที่สุดแค่ประมาณ 20 ถึง 30 ลี้ขณะนี้
แต่ตอนนี้ได้ไปอีก 100 ลี้ไปสู่อเวจีปีศาจอมตะ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า พวก
เขาเข้าใกล้กับอเวจีปีศาจอมตะ ก็จะยิ่งถูกดูดเข้าไปในช่องว่างนั้นเร็วขึ้น!
นี่เป็นข่าวร้ายอย่างที่สุด!
ต๋วนมู่ฉินถอนหายใจอย่างหนัก ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าโอกาสที่จะออก
จากเขตห้ามต้อง 1000 ลี้ทั้งที่ยังมีชีวิตในสภาพสมบูรณ์นั้นต่ำอย่างมาก
“เราเหลือแค่ 9 คนเท่านั้น … ” หลานฉินกล่าวอย่างฉับพลัน
จากกลุ่ม 10 คน คนที่เหลือคือหลินหมิง เฟิงเฉิน ต๋วนมู่ฉิน หลาน
ฉิน ผู้ปกครองเมฆปีศาจและศิลาทมิฬ
ทั้ง 6 คนนี้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม สำหรับ 4 คนนั้น เป็น
เพราะความแข็งแกร่งของพวกเขาขาดไป จึงได้ตกตายไปนั่นเอง!
เมื่อทุกคนเจอกับอันตรายเช่นเดียวกัน ผู้ที่อ่อนแอที่สุดก็มักจะตก
ตายไปก่อน
เมื่อศิลาทมิฬพบว่าเหลืออีกเพียง 6 คน หัวใจเขาก็เต้นอย่างรวดเร็ว
ขึ้นในหน้าอก และสีหน้าซีดลงอย่างมาก
เพราะ 6 คนที่เหลือ เขาเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด!
ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง ต๋วนมู่ฉินหรือผู้ปกครองเมฆปีศาจ เขาก็ไม่อยู่
ในสายตาของคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ
พลังที่แท้จริงของหลินหมิงก็ไม่เป็นที่รู้จัก แต่เขาไม่ควรจะด้อยกว่าต๋
วนมู่ฉินมากนัก
สำหรับหลานฉินและ เฟิงเฉิน พวกเขาเองก็ยังอยู่เหนือกว่าเขา
นั่นหมายความว่า ถ้ามีคนตายต่อจากนี้มันก็น่าจะเป็นเขา!
“ผู้… ผู้กล้าหลิน…”
หน้าผากของศิลาทมิฬเริ่มหยดลงมาด้วยเหงื่อ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูด
อะไรออกมาดี ในอดีต เมื่อเขาได้จัดตั้งหน่วยกันแล้ว เขาก็มักจะใช้ผู้อื่น
เป็นโล่เพราะอ่อนแอกว่าเขา
แต่วันนี้ สถานการณ์ได้พลิกกลับ – เขาเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด
นี่เป็นสถานการณ์ขมขื่นและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ผู้ปกครองเมฆปีศาจรู้ว่าศิลาทมิฬกำลังคิดอะไรอยู่และแตะไหล่ของ
เขาด้วยการปลอบโยน ขณะที่เขาเห็นคนอื่นอีก 4 คนตายเมื่อครู่ เขาเอง
ก็รู้สึกราวกับว่าเขาเดินเข้าไปในประตูมรณะครึ่งก้าวแล้ว
สำหรับทั้ง 2 อันตรายต่อเนื่องเมื่อครู่ ถ้าไม่ใช่เพราะหลินหมิงแจ้ง
เตือนพวกเขาในทันทีทันใด พวกเขาอาจจะเสียชีวิตทั้งหมดแล้วก็เป็นได้
“ผู้กล้าหลิน ท่านต้องเลือกเส้นทางให้ดีที่สุด พวกเราทุกคนกำลัง
พึ่งพาท่าน… ” เสียงของศิลาทมิฬเป็นเสียงแหบเล็กน้อยขณะที่เขากล่าว
“ถ้าข้าสามารถรอดชีวิตไปได้ ข้าจะให้พลังงานนรกทั้งหมดของข้า และ
แม้กระทั่งให้ทุกอย่างในแหวนมิติของข้าด้วยเช่นกัน ข้าไม่ต้องสิ่งใดอีก นี่
… ถ้าข้าได้รู้ว่าทุกสิ่งจะกลายเป็นเช่นนี้ ข้าจะไม่มีทางเข้ามาอเวจีปีศาจ
อมตะอย่างแน่นอน ในตอนนี้ แม้ว่าจะเอากระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีมา
ให้ ข้าก็ยังไม่อยากได้มัน…”
ศิลาทมิฬกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น ในตอนนี้ ความรู้สึกเสียใจที่
เขามีล้วนไร้ประโยชน์ ในความเป็นจริง ศิลาทมิฬแตกต่างจากผู้ปกครอง
ของหอคอยแยกนภา เขาเป็นลูกหลานของแดนศักดิ์สิทธิ์ และเป็นผู้มี
พรสวรรค์ระดับจักรพรรดิชั้นสูง แม้ว่าเขาจะไม่เสี่ยงชีวิตในการค้นหาโชค
เขาก็ยังคงมีโอกาสสูงมากในการก้าวข้ามคอขวดของจักรพรรดิในอนาคต
และกลายเป็นจักรพรรดิปีศาจ 1 ดาว
แน่นอนว่า ถ้าเขาได้รับโชคที่นี่เท่านั้น เขาจึงจะผ่านไปยังจักรพรรดิ
ปีศาจ 2 ดาวได้ มิเช่นนั้น เขาจะเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิทั่วไป
เหตุผลที่ศิลาทมิฬมายังอเวจีปีศาจอมตะก็เพราะเหตุนี้ เขามาหาโชค
ของตนเองเพราะเขาไม่ต้องการติดคอขวดและต้องการที่จะไประดับพลัง
ที่สูงขึ้น
แต่ตอนนี้ เขาเสียใจที่มายังที่แห่งนี้ หลังจากเข้ามายังเขตต้องห้าม
1,000 ลี้แล้ว ความหวังของเขาในการออกจากสถานที่แห่งนี้ก็จางหายไป
อย่างรวดเร็ว
เขาน่าจะตายที่นี่อย่างแน่นอน
แม้ว่าหลินหมิงจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้จริงๆและหาวิธีออกไป แต่
นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะพาทุกคนออกไปกับเขาจนหมดได้ ถ้าเขา
เป็นคนหลินหมิงต้องเลือกทิ้งไว้ข้างหลัง เช่นนั้นศิลาทมิฬอาจจะเป็นหนึ่ง
ในนั้น
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ศิลาทมิฬก็สามารถถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิทั่วไปก็ยังดีกว่ามาตายที่นี่ ผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดิทั่วไปสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน 5000 ถึง 6000 ปี ถ้าเขา
สามารถทะลวงเข้าสู่จักรพรรดิปีศาจ 2 ดาว อายุขัยของเขาจะเพิ่มขึ้น
2,000 ถึง 3000 ปี ความแตกต่างระหว่างทั้งสองไม่ได้มากมายนัก
ผู้ปกครองเมฆปีศาจเองมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน พวกเขาได้เข้าเขต
ต้องห้าม 1,000 ลี้โดยไม่ได้ตั้งใจและได้พบกับประสบการณ์แห่งความ
เป็นความตายอย่างแท้จริง มันมีตัวตนที่ทรงพลังไม่มากนักที่จะสามารถ
ต่อต้านกับพวกมันได้เช่นเดียวกับพวกเขาในตอนนี้ เขาสามารถมองเห็น
ได้ว่าในอนาคต ไม่ว่าจะขยันหมั่นเพียรหรือฝึกฝนหนักเพียงใด การบ่ม
เพาะของเขาก็ยังความแตกต่างกับเหล่าผีปีศาจที่ชั่วร้ายนั้นอย่างมากอยู่ดี
สิ่งที่เขาทำได้ทั้งหมดคือยอมรับชะตากรรมของตนเอง
ขณะที่ทุกคนกำลังคิดอยู่ จู่ๆก็มีเสียงที่น่าสะพรึงกลัวราวกับฟ่าผ่าที่
ดังก้องไปทั่วทั้งโลก! ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเสียงนี้มาจากไหน ทั้งหมด
ที่พวกเขารู้สึกคือเสียงฟ้าผ่าดังกระหึมในหู และแก้วหูของพวกเขา
เกือบจะระเบิดออก!
ทุกคนรีบปิดผนึกหูปราณแท้เพื่อไม่ให้โลหิตไหลออกจากมา
เสียงอันน่าสะพรึ่งกลัวนั้นทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับเสียงภัยพิบัติ
ทางธรรมชาติ แผ่นดินสั่นสะเทือนไป 10,000 ลี้โดยรอบ ทำให้พวกเขา
สั่นสะท้านด้วยกลัวจับจิต ซึ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจากส่วนลึกของ
จิตใจ
สีหน้าของหลินหมิงเปลี่ยนไป
นั่นมันเสียงอะไร!?!
สายฟ้า?
ไม่ ไม่มีทางใดที่ฟ้าผ่าจะทำให้เกิดเสียงดังกังวานทรงพลังเช่นนี้ได้
มันเหมือนกับเสียงของโลกที่สั่นสะเทือนด้วยตัวมันเอง!
และในขณะนี้ ฉากที่น่าตกตะลึงอย่างถึงที่สุดได้เกิดขึ้น เมื่อทั้ง 6 คน
ได้เห็นด้วยสายตาของพวกเขาและคงจะไม่สามารถลืมมันไปได้ตลอดชีวิต
ที่เหลืออย่างแน่นอน
ในอเวจีปีศาจอมตะ อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยลี้ด้านหน้าของพวกเขา
การไหลของพลังงานสีดำก็กลายเป็นปั่นป่วน และกระจายตัวออกอย่าง
รวดเร็ว จากนั้น มันก็ได้หัวขนาดใหญ่ และยาวหลายร้อยลี้ ค่อยๆโผล่
ขึ้นมาอย่างเงียบๆ!
มันมีเกล็ดสีแดงเข้ม สูงยิ่งกว่าขุนเขา และมีเขามหึมา มันดูเหมือน
มังกร แต่แตกต่างจากมังกรที่แท้จริงซึ่งได้อธิบายไว้ในตำนาน
เมื่อเห็นสัตว์อสูรมหึมานี้ปรากฏขึ้น นักสู้ทุกคนรวมทั้งหลินหมิงตกใจ
อย่างถึงที่สุดในชีวิตของพวกเขา!
ในช่วงเวลานั้น พวกเขาไม่สามารถแม้กระทั่งจะหายใจได้ ถ้าเพียงหัว
ของมันยังยาวหลายร้อยลี้แล้ว เช่นนั้นร่างกายจะต้องเป็นพันๆหรือ
แม้กระทั่งหมื่นลี้!
“สวรรค์!!!
ในโลกยังมีสิ่งเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ!?!?
สัตว์อสูรโบราณมหึมานี้ย่อมได้ให้ความสนใจกับทั้ง 6 คนที่ยืนอยู่
ห่างออกไปหลายร้อยลี้ สำหรับมัน ทั้ง 6 คนนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติเพียงพอที่
จะต้องเหลือบมองด้วยซ้ำ นัยย์ตาสีทองเข้มของมันกว้างใหญ่และดูไม่
แยแส ราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดภายใต้สวรรค์เป็นเพียงมดปลวกในสายตา
ของมัน!
ขณะที่ทั้ง 6 คนชำเลืองมองไปยังนัยย์ตาสีทองเข้มคู่นั้น มันก็
เหมือนกับว่าพวกเขาถูกโจมตีทางร่างกาย ศิลาทมิฬที่อ่อนแอที่สุดในหมู่
พวกเขาได้สั่นสะท้าน พลังงานหลั่งไหลออกจากร่างของเขา ทำให้เขา
ถึงกับต้องสำลักโลหิตออกมา!
แม้แต่เฟิงเฉินและหลานฉินก็ถูกบังคับให้ก้าวถอยหลัง ใบหน้าของ
พวกเขาซีดขาวยิ่งกว่าคนตาย
นัยย์ตาสีทองเข้มนี้อยู่สูงหลายพันก้าว มันราวกับความว่างเปล่าอัน
ไร้สิ้นสุดของจักรวาลได้ซ่อนอยู่เบื้องหลังมัน ทำให้จิตใจของทุกคนสั่น
สะท้านด้วยความกลัวเพียงแค่มองไปยังมัน
ต๋วนมู่ฉินและผู้ปกครองเมฆปีศาจรีบมองไปทางอื่นทันที ไม่กล้าที่จะ
จ้องไปที่มันโดยตรง แต่หลินหมิงเขากำลังจ้องมองสัตว์อสูรมหึมานี้
ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยแสงเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่หลอดเลือดใน
ดวงตากำลังพองขึ้นจนจะระเบิด
“หลินหมิง! ถ้าเจ้ายังคงมองตามัน ดวงตาของเจ้าจะระเบิด!” เสียง
ตะโกนของ มารเจิดจรัสดังขึ้นในจิตใจของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงยังคงจ้องมองอย่างมั่นคงไปยังดวงตาสัตว์
อสูรดุร้ายโบราณตัวนี้จนกระทั่งดวงตาของเขาเริ่มมีโลหิตไหลออกมา!
วูปปปปป…
การไหลของพลังงานสีดำที่ถูกผลักดันออกไปอีกครั้ง หัวของสัตว์อสูร
ดุร้ายโบราณมหึมายกสูงขึ้นถึง 100,000 ก้าวในอากาศ จากนั้น ปีกคู่เริ่ม
กางออก ขณะที่ปีกคู่นี้แผ่กางออกไป เมฆทั้งหมดในท้องฟ้าก็ถูกกวาด
ออกไป การไหลเวียนของพลังงานสีดำถูกบิดเบี้ยวออกจากกัน หินบนพื้น
โดยรอบได้พัดขึ้นเป็นพายุขนาดใหญ่ และแม้แต่ภูเขาถูกกวาดไป
เมื่อผู้ปกครองเมฆปีศาจได้เห็น เขาได้ตกตะลึงอย่างมากและตะโกน
ออกมา “ระวัง!”
พายุขนาดใหญ่ได้กวาดผ่านไป 400 ลี้ยังกลุ่มนี้ กระทบโดยตรงกับ
พวกเขา!
บึมมม!!
พื้นดินถูกแยกออกจากกัน ทั้ง 6 คนถูกกวาดเข้าไปในสายลมอัน
รุนแรง ไม่แตกต่างจากเส้นฟางในพายุ!
ผู้ปกครองเมฆปีศาจตกใจกลัว ถ้าพวกเขาถูกพัดปลิวไปตามลม
รุนแรงเหล่านี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่พวกเขาก็ไม่
สามารถที่จะสูญเสียหลินหมิงได้!
ในนรกนี้ เมื่อพวกเขาถูกแยกออกจากกัน โอกาสในการหาคนอื่นๆ
อีกครั้งได้ก็แทบจะเป็นศูนย์! ถ้าพวกเขาไม่ได้มีหลินหมิง เช่นนั้นก็เท่าว่า
กับพวกเขาลืมเรื่องที่จะออกไปที่นี่ได้เลย!
“มาหาข้า!”
วูซ! วูซ! วูซ! วูซ! วูซ! วูซ!
ห่วงโซ่พลังงานทั้ง 5 พุ่งออกมาจากร่างกายของผู้ปกครองเมฆปีศาจ
พันรอบ 5 คนที่เหลือราวกับอสรพิษวิญญาณ พวกเขา 6 คนถูกโยนขึ้นไป
หลายพันก้าวบนท้องฟ้าก่อนที่จะตกลงมาอีกครั้ง!
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
แผ่นดินและหินทรุดลง ปากของศิลาทมิฬเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก
“บัดซบยิ่ง สิ่งนั้นมันคือตัวบ้าอันใดกัน!!?”
ศิลาทมิฬถ่มน้ำลายสกปรกและเช็ดโลหิตออกจากริมฝีปากของเขา
ขณะที่เขาหันกลับไปมองยังอเวจีปีศาจอมตะ สัตว์อสูรดุร้ายโบราณขนาด
มหึมาได้หายตัวไปในหมอกสีดำแล้ว มันพลิกกลับหัวจมลงไปในอเวจี
ปีศาจอมตะ ไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้ นอกจางหางขนาดมหึมาบนท้องฟ้าราว
กับเสามหึมาที่ค้ำยันสวรรค์ไว้
เพียงแค่มองไปยังสัตว์อสูรดุร้ายโบราณมหึมานี้ก็ทำให้ศิลาทมิฬ
สำลักโลหิตออกมาได้แล้ว จะต้องรู้ด้วยว่ามันห่างกันกับพวกเขาถึง 400 ลี้
มันเป็นตัวตนอันใดกันที่ทรงพลังถึงเพียงนี้!
“อย่ากล่าวไร้สาระ!” การได้ยินคำสาปแช่งของศิลาทมิฬ สีหน้าของ
ผู้ปกครองเมฆปีศาจก็เปลี่ยนไป “ศิลาทมิฬ ถ้าเจ้าอยากเป็นคนงี่เง่าและ
ตายไปแล้วก็ไปเลย แต่อย่าลากพวกเราไปเกี่ยวด้วย ถ้าเจ้ากล้ายั่วยุตัวตน
อันศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่นี้ เราอาจจะตกตายที่นี่ไปทั้งหมด!”
เสียงของผู้ปกครองเมฆปีศาจริงจังอย่างยิ่ง แต่ศิลาทมิฬก็ทำได้ขดริม
ฝีปาก เขารู้สึกว่าผู้ปกครองเมฆปีศาจกังวลไปเกินจริงอีกแล้ว เขากล่าวว่า
“ไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าแค่กล่าวออกมาเท่านั้น สิ่งมีชีวิตนั้นอยู่ห่างออกไป
หลายร้อยลี้ ดังนั้นข้าจึงสงสัยว่ามันจะสามารถได้ยินเราได้อย่างไร และ
อีกอย่าง แม้ว่าจะเป็นไปได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะเข้าใจภาษา
ของเรา”
“เจ้างี่เง่า!” ใบหน้าของผู้ปกครองเมฆปีศาจสลดลง “ศิลาทมิฬ ข้าหวัง
ว่าเจ้าจะจดจำตำนานของอเวจีปีศาจอมตะได้ หมื่นปีก่อน ในช่วง
ระยะเวลาแห่งความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งอย่างไม่เคยมีมา ครั้งหนึ่งเคย
มีนิกายระดับ 6 ซึ่งเกือบจะรวมทั้งทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งเดียว พวก
เขารวบรวม 12 ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิและต้องการเก็บเกี่ยวพลังงาน
นรกทั้งหมดภายในอเวจีปีศาจอมตะด้วยการสร้างรูปแบบค่ายกลมหึมา
มาดูดซับเอาพลังงานนรก เพื่อรับประกันว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจะ
มีโชคที่ยิ่งใหญ่และคงอยู่ไปอีกเป็น 100,000 ปี และผลสุดท้ายสำหรับ
ความโอหังครั้งนี้คือ บรรดาผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิทั้ง 12 คนถูก
สังหารทันทีโดยกรงเล็บยักษ์ที่โผล่ออกมาจากอเวจีปีศาจอมตะ ซึ่งสังหาร
ได้แม้แต่เจ้าแดนอันศักดิ์สิทธิ์โดยไม่เหลือแม้แต่ซาก! หลังจากนั้น แดนดิน
ศักดิ์สิทธิ์ระดับ 6 ที่สมบูรณ์ก็ได้พังทลายลง และศิษย์ทุกคนพวกเขาตก
ตายอย่างน่าสังเวชภายใต้การสาปอันลึกลับ บอกข้าหน่อย เจ้าอยากจะ
เป็นเดียวกับพวกเขาหรือไม่?”
ขณะที่ผู้ปกครองเมฆปีศาจกล่าวเช่นนี้ ศิลาทมิฬก็ถึงกลับหน้าซีด
ความจริง แม้แต่สัตว์อสูรดุร้ายเมื่อครู่ก็ยังมิใช่ตัวเดียวกับเมื่อหมื่นปี
ก่อนที่ได้ทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับด้วยกรงเล็บที่ยิ่งใหญ่
ด้วยตัวตนศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ จะการดีที่สุดที่จะให้เคารพต่อพวกมัน มิ
เช่นนั้น ถ้าพวกเขาถูกสาป ก็คงจะไม่มีสิ่งใดนอกจากความตาย!
ศิลาทมิฬอ้าปากค้างไปหลายครั้ง กลัวจนวิตกจริต เขาคุกเข่าลงและ
สวดภาวนาอยู่ในหัวใจหลายครั้ง ขอให้ตัวตนศักดิ์สิทธิ์นั้นอภัยแก่บาป
ของเขา
ขณะที่ศิลาทมิฬและผู้ปกครองเมฆปีศาจกำลังสนทนากัน หลินหมิง
ที่ได้จมอยู่ในความคิด ดวงตาของเขายังคงมีโลหิตไหลออกมาอยู่
“หลินหมิง เจ้าบ้า! เจ้าโชคดีที่สหายตัวใหญ่นั่น ส่งให้ทุกคนลอยขึ้น
ไปในอากาศ เพราะไม่เช่นนั้น ตาของเจ้าจะต้องระเบิดออกมาแล้วเป็น
แน่!” มารเจิดจรัสตำหนิหลินหมิงอย่างหนัก
หลินหมิงถอนหายใจยาว เขาจ้องมองไปยังอเวจีปีศาจอมตะอย่าง
เงียบงันเป็นเวลานาน จากนั้น เขาก็ค่อยๆกล่าวออกมาอย่างเงียบๆว่า
“ข้าคิดว่าข้าค้นพบวิธีที่จะออกจากพื้นที่ต้องห้าม 1000 ลี้แล้ว… “