Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 658 ฆ่าสัตว์ประหลาด
เหล่าสัตว์ประหลาด ซึ่งพวกเขาคิดว่ามันอยู่ยงคงกระพัน… ทั้งสอง
ตัวกลับต้องตกตายไปในทันทีเช่นนั้นหรือ!?
ไม่ได้เพียงแค่นักสู้อิมป์ที่แปลกใจ แต่นักสู้ปีศาจยักษ์และเฟย์สาวที่ก็
ตกใจเช่นกัน ก่อนหน้านี้ ทุกคนพยายามโจมตีสัตว์ประหลาดเหล่านี้ แต่
ไม่ว่าพวกเขาจะใช้ทักษะการต่อสู้ใดก็ตาม แม้จะมีความแข็งแกร่งที่เต็ม
เปี่ยม ก็ไม่มีใครในหมู่พวกเขาสามารถทำลายผ่านขนของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
ได้ด้วยซ้ำ!
พวกเขาอยู่ในระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
เมื่อครู่ ลำแสงสองสายได้เจาะทะลุผ่านสัตว์ประหลาดสองตัว ฆ่า
พวกมันเพียงชั่วอึดใจโดยปราศจากการขัดขืน
เพียงแต่ผู้ใดเป็นคนทำเช่นนั้น?
กำลังมองดูซากร่างของสัตว์ประหลาดทั้งสองบนพื้น นักสู้ทั้งสามมี
ความสุขที่ตนยังมีชีวิตอยู่ โดยไม่รู้ตัว พวกเขาก้าวถอยหลังไปหลายก้าว รู
สีแดงขนาดใหญ๋ปรากฏขึ้นที่หัวสัตว์ประหลาดทั้งสองตัวนี้ โหลิตและ
สมองของพวกมันเอิ่อล้นไหลนองไปตามพื้นดิน
เมื่อสัตว์ประหลาดที่เหลืออีกสามตัวเห็นพวกพ้องตกตาย ทั้งหมดก็
โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง พวกมันกู่ร้องคำราม วนเวียนอยู่รอบๆเพื่อดูว่า
ใครที่กล้าซุ่มโจมตีพวกมัน
แต่ในเวลานี้ ภายในม่านหมอก มีหลายคนปรากฏออกมาช้าๆใน
สายตา
เมื่อสัตว์ประหลาดทั้งสามเห็นบุคคลเหล่านี้ พวกมันรีบวิ่งไปหาทันที!
ฉวัะ! ฉวัะ! ฉวัะ!
อีก 3 ลำแสงถูกยิงออกมาเจาะทะลุผ่านม่านหมอกและพุ่งตรงผ่าน
หน้าผากของสัตว์ประหลาดทั้งสามในทันที!
ร่างของสัตว์ประหลาดทั้งสามสั่นสะท้าน หลังจากที่ศีรษะของพวก
มันถูกเจาะด้วยลำแสงนี้ พวกมันทั้งหมดล้มลงกับพื้น แต่ตัวหนึ่งที่อยู่ตรง
กลาง เพราะความเชื่องช้า จึงสะดุดไปกับทางหลายคนเหล่านั้น
และจากนั้น ฉากที่นักสู้จะไม่มีวันลืมเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน แสงสี
ครามาใสดั่งท้องทะเลยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลวงผ่านสัตว์ประหลาดขนาด
ยักษ์และแยกร่างมันออกเป็นสองส่วน!
โลหิตโปรยปรายดั่งฝน!
ปังงงง! ปังงงง!
ซากร่างหลุดออกจากกันเช่นที่ร่างของมันถูกตัดออกเป็นแนวตั้งสอง
ส่วน สำหรับบุคคลเปิดเผยตัวออกมาระหว่างลงมือ พวกเขาได้โคจรพลัง
ขึ้นมาป้องกันและไม่มีสักหยดเดียวของโลหิตที่สัมผัสพวกเขา
เมื่อทั้งสามนักสู้ที่เห็นเหตุการณ์นี้ พวกเขาเพิ่งเริ่มที่จะเฉลิมฉลอง
จากรอดตายจากความหายนะนี้ไปหยกๆ ในเวลาเดียวกัน พวกเขา
ทั้งหมดเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ – พวกเขาสามารถเห็นว่าบุคคลต่างๆที่กำลัง
เข้ามาใกล้คือมนุษย์และเฟย์
การเดินทางมายังอเวจีปีศาจอมตะกำลังจะจบลง ความกังวลแรก
ของพวกเขาคือ พวกเขาไม่มีผู้นำทาง และข้อกังวลที่สองของพวกเขาคือ
นักสู้คนใดที่สามารถมีชีวิตรอดได้จนถึงจุดนี้มักจะมีทรัพยากรจำนวนมาก
ดังนั้น… การสังหารระหว่างหน่วยต่างๆจึงเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น
การลงมือฆ่าและขโมยทรัพย์สมบัติเกิดขึ้นหลายครั้ง!
ขณะนี้ ทั้ง 4 คนที่กำลังเข้ามาใกล้ย่อมมีสามารถฟันนักสู้ทั้งสามคน
ได้ราวกับว่าเป็นแตงโม ตราบเท่าที่พวกเขามีจุดมุ่งหมายซ่อนเร้นที่ชั่วร้าย
ใดๆ ทั้งสามคนจะตกตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
“ข้าขอขอบคุณเจ้าหอคอยอย่างจริงใจที่ได้ช่วยชีวิตเรา… ” นักสู้อิมป์
ที่เป็นผู้นำทั้งสามคนรีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อขอบคุณผู้ช่วยชีวิตของพวกเขา
ในมุมมองของเขา มีเพียงเจ้าหอคอยก็มีความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เขา
เพียงแต่หวังว่าเจ้าหอคอยเหล่านี้จะเมตตาต่อผู้ที่อ่อนแอเช่นพวกเขา มิ
เช่นนั้นพวกเขาคงจะจบสิ้นไปแล้ว
หลังจากกล่าวคำขอบคุณเขาแล้ว นักสู้อิมป์ได้เงยหน้าขึ้น แต่ตอนนี้
เขาก็ต้องแข็งค้างไปอีกครั้ง เมื่อนักสู้ทั้ง 4 ก้าวออกมาจากม่านหมอก เขา
ก็สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาเป็นใคร
พวกเขาเป็น ต๋วนมู่ฉิน หลานฉิน เฟิงเฉินและ… หลินหมิง!?!?
เมื่อพวกเขาเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ หมินหมิงได้รับความสนใจจากทุก
คน ดังนั้นแน่นอนว่าเขาสามารถรู้ตัวตนของหลินหมิงได้ แต่หลังจากนั้น
เขาได้ยินว่าหลินหมิงเสียชีวิตในที่ไหนสักแห่ง เขาจู่ๆเขาก็ปรากฏตัวใน
เขต 1100 ลี้ในอเวจีปีศาจอมตะได้อย่างไร?
จิตใจของนักสู้ทั้งสามคนอยู่ในความสับสนวุ่นวาย จากนั้น นักสู้อิมป์
ได้รู้ถึงบางอย่าง ตามตำแหน่งของพวกเขา ลำแสงเหล่านั้นจะต้องมาจาก
หลินหมิง!
มันเป็นไปได้อย่างไร!?
นักสู้อิมป์รู้ว่าตนเป็นเพียงผู้ปกครองระดับสูงที่ได้รับการจัดอันดับ
จากหอคอยแยกนภาเท่านั้น เขาไม่สามารถผ่านการป้องกันของเหล่าสัตว์
ประหลาดได้ แต่ตอนนี้พวกมันได้ถูกฆ่าโดยหลินหมิงทันที นี่หมายความ
ว่า หลินหมิงมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับเจ้าหอคอยใช่หรือไม่?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ นักสู้อิมป์ก็ถึงกับงุนงง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“เป็นน้องสาวดอกบัวครามและผู้ปกครองหินทราย…” ต๋วนมู่ฉินยิ้ม
ขณะกล่าว เขาคุ้นเคยกับหญิงสาวเฟย์ที่อยู่ตรงกลางของทั้งสามคน
สำหรับผู้ปกครองอิมป์ เขารู้เพียงแค่ชื่อเท่านั้น
“ศิษย์พี่ต๋วนมู่ ขอบคุณสำหรับการช่วยพวกเรา…” หญิงสาวเฟย์ที่ถูก
เรียกตัวเองว่าบัวครามกล่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานนวล นางไม่ได้หน้า
แดงเพราะเขินอาย แต่เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและ
ความตายเข้ามาเฉียดใกล้นางทำให้กระแสโหลิตสูบฉีดพลุ่งพล่าน
“ฮ่าฮ่า ไม่ใช่ข้าที่ช่วยเหลือเจ้า ข้าไม่มีความสามารถขนาดนั้น ถ้าเจ้า
ต้องขอบคุณใครสักคน ก็ขอบคุณน้องชายหลินผู้นี้เถอะ” ต๋วนมู่ฉินหัวเราะ
เมื่อพวกเขาหลงทางเข้าไปในเขตต้องห้าม 1,000 ลี้ และ 1 เดือนที่พวก
เขาได้ฝึกฝนในสุสาน ด้วยหลินหมิงเป็นผู้นำ ในที่สุดก็ทำให้พวกเขากลับ
ออกมาอย่างมีชีวิต หลังจากที่รอดชีวิตมาได้จากเหตุการณ์ที่ร้ายแรง ต๋
วนมู่ฉินก็อยู่ในอารมณ์ดีอย่างยิ่ง
ขณะที่ผู้ปกครองอิมป์หินทรายเห็นว่าต๋วนมู่ฉิน ไม่ได้วางแผนที่จะฆ่า
พวกเขา เขาก็รู้จักกับบัวครามเขาก็ผ่อนคลาย ดูเหมือนว่าพวกเขา
สามารถรอดพ้นจากภัยพิบัติได้แล้ว!
“ข้าคือผู้ปกครองหินทรายจากหอคอยห้าสี ขอบคุณผู้กล้าหลินที่ช่วย
เรา”
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสงสัยว่าทำไมหลินหมิงจึงแข็งแกร่งขึ้นมาก ผู้
ปกครองอิมป์คารวะอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาเริ่มกล่าวด้วยนำเสียง
ที่แสดงถึงความเคารพ
“ไม่มีปัญหา ข้ามีคำถามที่จะถามท่าน… “หลินหมิงกล่าวอย่างสงบนิ่ง
“ผู้กล้าหลินโปรดถาม ข้าจะพยายามตอบให้ดีที่สุด”
“อืม ข้าอยากจะรู้ว่า กี่เดือนที่เจ้าอยู่ในอเวจีปีศาจอมตะ?”
ขณะที่หลินหมิงถามคำถามนี้ ผู้ปกครองหินทรายก็สับสน
ต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆยังมองกันไปมาอย่างงุนงง สิ่งนี้จำเป็นต้องเป็น
จะต้องถามด้วยหรือ? พวกเขาทั้งสามคนอยู่กับหลินหมิง และทั้งหมดก็คือ
3 เดือนครึ่งนับตั้งแต่ที่พวกเขาเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ
ถึงแม้ว่าผู้ปกครองหินทรายกำลังงงงวย เขาก็ตอบอย่างสุภาพว่า
“รายงานต่อท่านผู้กล้าหลิน มันเป็นเรื่องที่น่าอับอาย 5 เดือนมาแล้ว
นับตั้งแต่ที่ข้าเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ…”
“5 เดือน…” หลินหมิงครุ่นคิดสักพักหนึ่ง ไม่บ่งบอกถึงความแปลกใจ
บนใบหน้าของเขา แต่ต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆตกใจมาก มันจะเป็น 5 เดือน
ได้อย่างไร? มันเห็นได้ชัดว่า 3 เดือนครึ่ง!
พวกเขามองไปที่หลินหมิง จึงได้ข้าใจทันทีเมื่อพวกเขาเห็นท่าทาง
ของเขาราวกับว่าเขาคาดการณ์ไว้เช่นนี้แล้ว บางทีเขตต้องห้าม 1000 ลี้
อาจมีบางอย่างแปลกเกี่ยวกับการกระแสของเวลา
ความจริงก็คือเวลาและมิตินั้นมักมีอยู่เป็นตัวตนหนึ่งเดียว ถ้าสนาม
พลังที่แข็งแกร่งสามารถบิดเบือนมิติ เช่นนั้นอาจทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงของเวลาได้เช่นกัน ไม่แปลกที่ทั้งเวลาและมิติจะได้รับ
ผลกระทบไปพร้อมๆกัน ดังนั้นหลินหมิงจึงคาดเดาได้ว่าเวลาที่พวกเขาใช้
ภายในเขตต้องห้าม 1000 ลี้แตกต่างจากด้านนอก ตอนนี้ จากคำตอบ
ของผู้ปกครองหินทรายดูเหมือนว่าเวลาภายในนั้นเวลาได้ช้าลง
“อืม เช่นนั้นหรือ” หลินหมิงโบกมือ คิดถึงอย่างสิ่งอย่างอื่นอีก
ย้อนกลับไปเมื่อเขาอยู่ในกรงราชัน เขาก็เข้าไปในกรงมิติและเวลา
เข้าใจถึงแก่นแท้ของเวลาที่อยู่ที่นั่น เวลาเป็นธรรมดาที่จะสะท้อนถึงการ
เปลี่ยนแปลงมายาระหว่างสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ตราบเท่าที่เขาสามารถ
ทำลายหัวใจปีศาจที่มีอยู่ภายในภาพมายานี้ เขาสามารถรับประกันได้ว่า
จิตใจของเขาจะไม่วุ่นวายและเขาจะไม่สูญเสียตัวตนในการบิดเบือนของ
เวลา
แต่ตอนนี้ มันดูราวกับว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงไปซะหมด!
แม้ว่าเขาจะรักษาจิตใจและจิตสำนึกของเขาไว้ได้ แต่เขาก็ยังคงจม
อยู่ในวังวังวนของเวลาและมิติโดยที่ไม่รู้ตัว
คิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็ได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น
เวลาเป็นสิ่งมายาและยุ่งเหยิงมากกว่ามิติมาก ตอนนี้เขาตระหนักว่า
เขาไม่เข้าใจเกี่ยวกับเวลาสักเท่าไหร่ ที่เขาเคยสัมผัสได้มันเล็กน้อย
เพียงใด ความเข้าใจที่ผ่านมาของเขาเกี่ยวกับเวลาเพราะมีสถานที่และ
การใช้ที่จำกัด แต่เมื่อได้นำมาใช้ในสถานที่กว้างใหญ่ มันก็ไม่สามารถทำ
ได้อีกต่อไป
“ไปเถอะ เราจะไปจากที่นี่” หลินหมิงอยากคิดถึงช่วงเวลาวุ่นวาย
ภายในเขตต้องห้าม 1,000 ลี้ของอเวจีปีศาจอมตะ นี่เป็นระดับที่เขาไม่
สามารถเข้าใจได้
“เราจะไปที่ใด?” ต๋วนมู่ฉินกล่าวถาม
“เรากำลังจะออกจากอเวจีปีศาจอมตะ!” หลินหมิงกล่าวอย่างแน่วแน่
อเวจีปีศาจอมตะจะเปิดเป็นเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น ตอนนี้เป็น
เวลา 5 เดือนแล้ว มันก็ถึงเวลาที่พวกเขาควรจะออกไป
ขณะที่นักสู้อิมป์ได้ฟังคำพูดของหลินหมิง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
ขึ้น “ผู้กล้าหลิน ท่านสามารถพาเราไปกับท่านด้วยได้หรือไม่?”
ความคิดของผู้ปกครองอิมป์ช่างเรียบง่ายมาก ตอนนี้ พวกเขาเหลือ
เพียง 3 คนเท่านั้น มันยากที่พวกเขาจะสามารถหาโชคดีในเดือนที่เหลือ
พวกเขาสามารถทำได้เพียงสวดอ้อนวอนขอให้พวกเขาทั้งสามคนสามารถ
ออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยก็พอ เป็นธรรมดาที่ว่า ถ้าพวกเขาติดตาม
หลินหมิงมันก็จะมีอันตรายน้อยลงมาก
“แน่นอน!”
หลินหมิงตอบโดยไม่ลังเลใจและพยักหน้า การสร้างทีมเป็น
ความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
ดังนั้น กลุ่มของพวกเขาจึงก้าวขึ้นไปบนเส้นทางที่จะกลับออกไป
ตอนมายังที่นี่ มันมีผู้นำทาง แต่การออกจากที่นี่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ
ความสามารถของตัวเอง ในการผจญภัยในช่วงเกือบครึ่งปีนี้ นักสู้ที่ยังมี
ชีวิตรอดต่างได้สะสมประสบการณ์มากมายภายในอเวจีปีศาจอมตะ
ตอนนี้ มีหลินหมิงนำทาง พวกเขาพบกับอันตรายแต่สิ่งเหล่านี้สามารถ
แก้ไขได้อย่างง่ายดาย นอกจากสาวน้อยเฟย์ที่ชื่อว่าบัวครามจะได้รับ
บาดแผลเล็กน้อย ไม่มีใครได้รับอันตรายเลย
15 วันต่อมา กลุ่มมาถึงทางเข้าทางเหนือของอเวจีปีศาจอมตะ
ในเวลานี้ มีผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่ทางเข้า แม้ว่าจะยังคงมีเวลา
เหลืออยู่ครึ่งเดือนจนกว่าช่องทางเข้าออกในอเวจีปีศาจอมตะจะปิดตัวลง
แต่ก็มีเรื่องดีกว่าที่จะมาถึงภายหลัง ถ้าใครจะมาถึงให้ตรงเวลา จากนั้น
ระหว่างทางมากับไปสะดุดกับอุบัติเหตุหรืออันตรายบางอย่างและจบลง
ด้วยการถูกกักขังอยู่ภายในอเวจีปีศาจอมตะ การตายเช่นนี้เป็นความอ
ยุติธรรมอย่างแท้จริง
เห็นหลินหมิง ต๋วนมู่ฉิน เฟิงเฉินและหลานฉินทั้งหมดปรากฏตัว
ร่วมกัน ในทันทีใดมันก็เป็นการกระตุ้นความโกลาหล!
ทั้ง 4 เป็นบุคคลที่มีต้นกำเนิดที่ยิ่งใหญ่ หากปราศจากอุบัติเหตุใดใน
อนาคต พวกเขาทั้งหมดจะกลายเป็นจักรพรรดิหาไร้เปรียบได้อย่าง
แน่นอน!
“หลินหมิง เจ้าเด็กนั่น! เขายังไม่ตาย!”
ข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตของหลินหมิงได้แพร่ไปอย่างทั่วถึง ทุกคนรู้
ว่าหลินหมิงได้กลับไปยังเขตอันตรายและหายตัวไปหลังจากนั้น อาจ
เสียชีวิตเพราะความโง่เขลาของเขา แต่ตอนนี้พวกเขาได้เห็นหลินหมิงที่
ปลอดภัยและยังอยู่ในกลุ่มของต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆ ทุกคนก็ตกใจจนไร้
คำพูด
“เหตุใดหลินหมิงจึงมาพร้อมกับต๋วนมู่ฉิน?”
“มิใช่กล่าวข่าวลือว่าเขาได้ตกอยู่ในเขตอันตราย? เขาได้รับการ
ช่วยเหลือหรือ? ต๋วนมู่ฉินช่วยเขาไว้หรือ?”
“บางที… หรือพวกเขาอาจจะเจอกันโดยบังเอิญทีหลัง…”
นักสู้ทั้งหมดเริ่มพูดคุยถกเถียงกัน หลินหมิงกลายเป็นจุดสนใจ แต่ต๋
วนมู่ฉินก็เช่นกัน แม้ว่าจะได้รับการยอมรับว่าพรสวรรค์ของต๋วนมู่ฉินน้อย
กว่าหลินหมิง แต่ในแง่ของความแข็งแกร่ง ทุกคนคิดว่าเขาทั้งสองเป็นผู้ที่
แข็งแกร่งอย่างแท้จริง เมื่อทั้งสองคนปรากฏตัวด้วยกัน จึงเป็นธรรมดาที่
จะดึงดูดความสนใจของทุกคน
หลินหมิงก็ไม่สนใจ เมินเฉยพวกเขาทั้งหมด เขาเดินไปและนั่งลงข้าง
ก้อนหินเข้าฌานเพื่อปรับสภาพของเขา
สำหรับต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆ พวกเขาก็เดินตามหลินหมิง มีหลายคน
ที่นี่ต๋วนมู่ฉินรู้จัก ตามบุคลิกของต๋วนมู่ฉินในอดีต เขามีความสุขเสมอที่ได้
พูดคุยกับกลุ่มชนชั้นสูงคนอื่นๆ แต่ตอนนี้ เขากลับไม่สนใจที่จะทำเช่นนั้น
หลังจากเข้าไปในเขตต้องห้าม 1000 ลี้และพบกับสิ่งที่น่าสยดสยองและ
สิ่งมหัศจรรย์ ต๋วนมู่ฉิน รู้สึกราวกับว่าวิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับโลกเติบโต
ขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ คนเหล่านั้นจึงไม่อยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไป
“น่าสนใจมาก!” ไม่ไกลเกินไป ชายหนุ่มชุดดำกำลังยิ้ม เขาคือจวนยวี่
จากหอคอยห้าสีซึ่งเป็นลูกหลานของแดนศักดิ์สิทธิ์ ชื่อเสียงของเขาเพียง
ด้อยกว่าเพียงต๋วนมู่ฉิน แต่ก็สูงกว่าหลานฉิน
ในระหว่างการเดินทางสู่อเวจีปีศาจอมตะ จวนยวี่เป็นคนที่โชคดีมาก
และได้รับสมบัติที่ทำให้พลังของเขาทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ด้วยเหตุนี้ เป็นธรรมดาที่จวนยวี่จะมีความมั่นใจและหยิ่งผยองจึง
เกินไป ตอนนี้เขาเชื่อว่าเขาสามารถเป็นคู่แข่งที่เท่าเทียมกันกับต๋วนมู่ฉิน
ได้แล้ว!
ลังเลเล็กน้อย และเดินตรงไปหาต๋วนมู่ฉิน