Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 66 ทรัพยาการจากสำนัก
ในตอนนี้ ด้านหน้าของหลินหมิง ประกายไฟเริ่มส่องสว่างขึ้นเหมือน
มีชีวิต และมีเสียงออกมา
“จงมาที่ ลานต่อสู้ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ เราจะมีของรางวัลมอบให้
ตามอันดับของแต่ละคน”
ของรางวัลงั้นเหรอ?!
ด้วยความดีใจ หลินหมิงเก็บหอกไว้บนหลัง แล้ววิ่งลงเขาไปด้วย
ความเร็วเท่าที่เขาจะทำได้ แต่ถึงจะเร็วที่สุดแต่ก็ยังช้ากว่าแต่ก่อนถึง
30% เพราะเขาได้สะพายหอกที่หนักมากเอาไว้ด้วย แต่ก่อนเขาสามารถ
กระโดดข้ามต้นไม้ได้ แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่วิ่งบนพื้นอย่างเดียวเท่านั้น
แต่นี้ก็ไม่ได้ทำให้ลินหมิงรู้สึกเป็นภาระแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น มัน
ทำให้หลินหมิงรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นด้วย สำหรับเขา การแบกของหนักๆ
เช่นนี้ก็ถือเป็นการฝึกอีกอย่างหนึ่ง
…
หลังจากผ่านไปไม่นาน หลินหมิงก็มาถึงลานต่อสู้ของสำนักเจ็ดแก่น
แท้ อาจารย์ฮ่องซีได้มาถึงก่อนแล้ว พร้อมกับศิษย์จากห้องพสุธาอีกกว่า
20 คน เมื่อเขาเห็นหลินหมิง เขาก็ได้โยนป้ายหยกมาให้หลินหมิง
“รายละเอียดอยู่ข้างในนั้น จงดูเอาเอง”
“ขอรับ ท่านอาจารย์” หลินหมิงใส่พลังเข้าไปในป้ายหยก ภายใน
บรรจุข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ แต่สถานที่ที่จะให้ไปรับ
ของรางวัลนั้นกลับอยู่นอกสำนักเจ็ดแก่นแท้
ภายในป้ายหยกนั้นมีอาคมที่ระบุถึงสถานที่ต่างๆ คือ หอทหาร
ทองคำ ตรอกหุ่นกระบอกไม้ ถ้ำลาวา เนินศิลา น้ำตกเยือกแข็ง อุโมงวายุ
และ หุบเขาฟ้าคำราม สถานที่ทั้งเจ็ดนี้คือตัวแทนจากธาตุทั้งเจ็ดก็คือ
โลหะ ไม้ ไฟ ธรณี น้ำ วายุ และสายฟ้า
สถานที่ทั้งเจ็ดนี้ถูกเปิดให้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา และมันก็ใช้พลัง
ปราณมหาศาลด้วย
ถึงแม้ว่ามันจะถูกเปิดอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็สามารถให้คน เพียงแค่
12 คนเข้าไปฝึกได้ในแต่ละครั้งเท่านั้น ซึ่งสำนักเจ็ดแก่นแท้มีศิษย์มาก
เกินไป คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ศิษย์ทุกๆคนสามารถเข้าไปใช้สถานที่เหล่านี้
ได้ หนทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก็คือให้ศิษย์ที่มีอันดับต้นๆเท่านั้นที่มีโอกาส
ได้ใช้งาน
และด้วยอันดับของหลินหมิงในตอนนี้ ทุกๆเดือนเขาสามารถเข้าไป
ฝึกได้เพียง 3 วันเท่านั้น
และในการฝึกนี้ หลินหมิงสามารถเลือกวิชา ขั้นตอนการฝึกฝนของ
มนุษย์ขั้นต้น และ เคล็ดบ่มเพาะของนักสู้ ได้ ถึงหลินหมิงจะไม่สามารถ
เอาวิชาพวกนี้ออกมาจากสำนักเจ็ดแก่นแท้ได้ แต่เขาสามารถนำมัน
กลับมาฝึกต่อที่ที่พักของตนได้
“ทักษะการต่อสู้ และ ขั้นตอนการฝึกฝน ทั้งยังอาคมที่ช่วยเร่งการ
ฝึกฝนจากสถานที่เหล่านั้นอีก สิ่งเหล่านี้ล้ำค่าอย่างยิ่ง ทักษะการต่อสู้
สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้และความหลากหลายในการต่อสู้ได้ ส่วน
ขั้นตอนการฝึกฝนก็เป็นถึงพื้นฐานของทักษะการต่อสู้อีกที และหากได้
ฝึกฝนสิ่งเหล่านี้ในสถานที่ทั้ง7แห่งนั้น ผลการฝึกคงจะรุดหน้าไปอย่าง
รวดเร็วแน่ สามสิ่งนี้เป็นที่ต้องการของนักสู่ทุกคน”
“นอกจาก3สิ่งนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเคล็ดบ่มเพาะ แต่ ข้าก็มี
‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ อยู่แล้ว เพราะงั้นเคล็ดบ่มเพาะอื่นๆมันคงไม่เป็น
จำเป็นสำหรับข้า สิ่งที่ข้าต้องการที่สุดในตอนนี้คือทักษะการต่อสู้ และ
สถานที่ฝึกฝน น่าเสียดายที่ข้าสามารถใช้สถานที่เหล่านั้นในการฝึกได้
เพียง 3 วันต่อเดือน มันยังน้อยเกินไป ข้าจะต้องมีอันดับที่ดีกว่านี้
หลินหมิงครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นก็ดึงพลังออกจากป้ายหยกหลังจาก
อ่านข้อมูลเสร็จ
ฮ่องซีพูด “ทุกๆคนก็มาถึงกันแล้ว ทีนี้ก็ตามข้ามา เราจะไปที่คลัง
กัน”
…
คลังของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ถูกแบ่งออกเป็นห้องโถงชั้นในและห้อง
โถงชั้นนอก ศิษย์ระดับสูงเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เข้าไปห้องโถงชั้นในของคลัง
ได้ ส่วนห้องโถงชั้นนอกนั้นมีไว้สำหรับศิษย์ทุกระดับ
ห้องโถงฝั่งในเป็นห้องที่บรรจุวิชาและศาสตร์ลับต่างๆที่ถูกเก็บไว้โดย
เจ็ดปรมาจารย์แห่งขุนเขา ซึ่งสิ่งของในนี้ทุกอย่างรวมถึงป้ายหยกล้วนไม่
อนุญาตให้นำออกไปนอกสถานที่แห่งนี้อย่างเด็ดขาด
ซึ่งหลินหมิงในตอนนี้ก็ได้รับอนุญาติให้เข้าไปได้เฉพาะโถงชั้นนอก
เท่านั้น
ถึงโถงชั้นนอกจะด้อยกว่าโถงชั้นใน แต่มันก็บรรจุอะไรหลายๆอย่าง
ที่มีค่าไว้เช่นกัน ภายในโถงชั้นนอกแห่งนี้มีป้ายหยกเป็นจำนวนมากที่ถูก
เก็บมากกว่า 600 ปี ซึ่งศิษย์บางคนถึงกับต้องฆ่ากันเพื่อแย่งชิงป้ายหยก
มาขายให้กับที่แห่งนี้ได้
แม้จะเป็นพัยงห้องโถงชั้นนอก แต่สิ่งของที่อยู่ในห้องชั้นนอกนี้ก็ล้วน
เป็นของที่มีค่ามหาศาลในอาณาจักรลิขิตฟ้า นอกจากศิษย์ห้องพสุธาทั้ง
20 คนนี้แล้ว แทบไม่มีใครเคยฝึกวิชาเหล่านี้มาก่อน เพราะงั้นจึงไม่แปลก
ที่ใครซักคนจะมาเห็นที่นี้แล้วตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ
หลังจากที่หลินหมิงได้มาที่คลังแห่งนี้ เขายื่นป้ายหยกของเขาให้กับผู้
คุมที่ดูแลห้องนี้อยู่ ป้ายหยกนี้ไม่ใช่แค่ระบุข้อมูลเกี่ยวกับที่นี้เท่านั้น แต่ยัง
มีข้อมูลเกี่ยวกับหลินหมิงอีกด้วย
ผู้คุมตรวจสอบป้ายหยกด้วยพลังของเขา แล้วก็ส่งคืนมาให้กับหลินห
มิง “เจ้าผ่านเข้าไปได้ เจ้าสามารถเลือกขั้นตอกการฝึกฝนได้ 1 อย่างและ
ทักษะการต่อสู้ได้อีก 2 อย่าง เจ้าสามารถนำแผ่นหยกเหล่านั้นกลับไปที่
พักได้ แต่ห้ามนำออกจากสำนักเจ็ดแก่นแท้และหากมีคนต้องการยืมมัน
ต่อเจ้าต้องนำมันมาคืนให้ตรงเวลา ระยะเวลาที่สามารถยืมได้นั้นก็ขึ้นอยู่
กับอันดับของเจ้า”
มันเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะลอกเลียนแบบแผ่นหยกพวกนี้ซักอัน
เพราะฉะนั้นของเลียนแบบแต่ละอันจึงหายากมากๆ ขั้นตอนการฝึกฝนใด
ที่เป็นที่นิยมมากๆ เมื่อมีคนมายืมก็จะยืมไปนานมาก เพื่อความเหมาะสม
ระเวลาจึงขึ้นอยู่กับอันดับของคนๆนั้น ด้วยเหตุนั้น คนที่มีอันดับต่ำๆจึง
เลือกวิชาที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ ไม่งั้นเขาก็แทบจะไม่มีโอกาสที่จะฝึกอะไร
เลย
“สำนักเจ็ดแก่นแท้ใช้พละกำลังตัดสินทุกอย่างเลยจริงๆ อันดับคือ
ตัวตัดสินทุกอย่างอย่างนั้นสินะ” หลินหมิงถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไป
ในคลัง
ในตอนนี้มีคนหลายคนที่กำลังอ่านข้อความในป้ายหยกอยู่เต็มไป
หมด ทุกๆคนจดจ่ออยู่กับวิชาที่ตนเองจะเลือกไปฝึกฝน
“มีคนเยอะมาก…” หลินหมิงถอนหายใจเบาๆ สำนักเจ็ดแก่นแท้นี่มี
แต่พวกเก่งๆกันทั้งนั้น จูเอี๋ยนก็เป็นอันดับต้นๆจากในเมืองใบหม่อนสี
เขียว แต่เมื่อมาอยู่ที่สำนักเจ็ดแก่นแท้แห่งนี้ เขากลับเป็นแค่อันดับที่ 30
เท่านั้น
ฮ่องซี กล่าวว่า “เลือกกันได้เลย ไม่ต้องเครียด ยังมีเวลาอีกเยอะ คิด
ให้ดีๆ พวกป้ายหยกที่ไม่มีสัญลักษณ์ก็คือพวกวิชาพื้นฐาน ถ้ามีสัญลักษณ์
สีแดงคือขั้นต้น สีม่วงคือขั้นกลาง และข้างๆก็บอกไว้ว่ามีคนมาใช้ไป
เท่าไหร่แล้ว ขอแนะนำว่าเลือกให้เหมาะสมกับตนเอง เพราะเวลาในการ
ยืมมันขึ้นอยู่กับอันดับของพวกเจ้า หากเลือกวิชาที่ยากเกินไป เจ้าก็จะฝึก
มันไม่สำเร็จในเวลาที่กำหนด”
ตามกฎของสำนักเจ็ดแก่นแท้อันดับที่ 100 ถึง 200 สามารถเลือก
วิชาที่มีสัญลักษณ์สีแดง วิชาขั้นต้นได้
ไม่ต้องพูดถึง วิชาขั้นต้นหรือขั้นกลางหรอก ต่อให้เป็นวิชาขั้นสูง
หลินหมิงก็ไม่สนใจมันแม้แต่น้อย แต่หากมันมีจริงเขาก็อยากได้เก็บไว้อยู่
บ้าง
หลินหมิงเริ่มค้นหาสิ่งที่เขาสนใจ วิชาที่เป็นที่นิยมก็จะมีชื่อของคนที่
เคยฝึกมาก่อน 4-5 คน แต่ถ้าไม่เป็นที่นิยมแล้วละก็ อาจจะไม่มีคนเคยฝึก
มันมาก่อนก็ได้
หลินหมิงมองไปเรื่อยๆและก็ต้องหยุดเมื่อเห็นชื่อ ซางฉาง
“ศิลปะไร้เงา นี่คงเป็นวิชาที่ ซางฉาง เลือกงั้นสินะ”
หลินหมิงมองไปที่ชื่อพวกนั้น แล้วก็ต้องอึ้งเมื่อเห็นถึง7ชื่อของคนที่
ใช้วิชานั่น วิชานี้มันเป็นที่นิยมอย่างมาก
หลินหมิงใส่พลังเข้าไปในป้ายหยกนั่นเพื่อดูรายละเอียดของวิชา
“ศิลปะไร้เงา เป็นวิชาที่มีการโจมตีที่ดุดันแต่ไร้การป้องกัน ซึ่งพลัง
ของผู้ฝึกต้องมีอยู่สูงมากๆ ซึ่งเทียบได้กับระดับสูงๆ นี่เป็นวิชาที่โดดเด่น
ในบรรดาวิชาขั้นต้นทั้งหมดและด้อยกว่าวิชาขั้นกลางเพียงเล็กน้อย
เท่านั้น ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝึกวิชานี้ และผู้ที่สำเร็จวิชานี้จริงๆ
ก็มีอยู่น้อยยิ่งนัก จงเลือกให้ดี”
เมื่อได้เห็นรายละเอียดทั้งหมด หลินหมิงก็ยิ้มและหัวเราะ ทุกๆคนใน
ห้องพสุธาล้วนอันดับเกิน 100 ทั้งนั้น ยิ่งเป็นวิชาที่ฝึกยากเท่าไร พวก
เก่งๆก็ยิ่งต้องการมากขึ้นเท่านั้น ทั้งวิชานี้ยังเป็นวิชาที่โดดเด่นอย่างมาก
อีก ใครบ้างล่ะจะไม่อยากได้
แต่แน่นอนว่า หลินหมิงไม่สนใจ
เขายังคงมองหาสิ่งที่เขาสนใจต่อไป และเขาก็ได้ไปพบป้ายหนึ่งใน
มุมของชั้นนั้น
“ศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธหอก งั้นเหรอ”