Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 67 วิชาไร้อันดับ
“หืม..” มีวิชาที่เกี่ยวกับหอกด้วยงั้นรึ อย่างหวังหยานเฟิงที่ใช้เคล็ด
บ่มเพาะ ‘สัจธรรมทั้งเก้า’ ก็คงเป็นวิชาเกี่ยวกับดาบสินะ บางวิชาก็จะ
เน้นไปที่อาวุธประเภทใดประเภทหนึ่ง
หลินหมิงเอื้อมมือไปหยิบป้ายหยกที่เขียนไว้ว่า “ทักษะการใช้หอก”
ถึงแม้ว่ามันจะดูไม่เหมือนวิชาระดับสูงๆซักเท่าไร แต่หลินหมิงก็ไม่สนใจ
เขาใส่พลังเข้าไปในป้ายหยกเพื่อดูรายละเอียดของมัน
“ทักษะการใช้หอกวิชานี้ เป็นพื้นฐานของการใช้หอกทุกประเภท มัน
สอนเกี่ยวกับการพุ่งแทง การกวาด การร่ายรำ และอื่นๆที่เป็นหัวใจของ
การใช้หอก แต่ไม่ได้บรรจุวิชาพิเศษเอาไว้ นี่เพียงเป็นขั้นตอนการฝึกฝน
ขั้นต้น”
เมื่อได้เห็นดังนี้ หลินหมิงก็นึกถึง วิชา‘สัจธรรมทั้งเก้า’ ของหวังห
ยานเฟิง ในตอนที่สู้กันหวังหยานเฟิงใช้วิชานั้นและพลังของเขาก็
เปลี่ยนเป็น อักขระสีเขียวบนดาบนั้น ถ้าจะเทียบกับวิชาหอกนี้กับวิชานั้น
แล้ว วิชานี้ดูพื้นๆไปเลย มันมีแต่ท่าพื้นฐานสมกับที่เป็นขั้นตอนการฝึกฝน
ขั้นต้นจริงๆ
แต่หลินหมิงไม่ได้คิดอย่างนั้น ยิ่งวิชายากเท่าไหร่ ก็ยิ่งฝึกได้ยากและ
ไม่สมบูรณ์เท่านั้น และยังต้องใช้พลังงานมากในการจะฝึกมัน ในตอนนี้
การฝึกพวกวิชาพื้นฐานถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
ถ้าหากเขาสามารถฝึกวิชาพื้นฐานนี้ให้ชำนาญ เขาจะสามารถดึงพลัง
ของหอกออกมาได้ถึงขีดสุด
“ข้าเลือกวิชานี้” หลินหมิงตัดสินใจ เขามองไปยังรายชื่อของผู้ที่เคย
ใช้วิชานี้ และก็พบกับความว่างเปล่า ไม่มีใครสนใจที่จะฝึกมันเลย
“ก็ดีที่ไม่มีใครใช้ งั้นก็ไม่จำเป็นต้องรีบนำมาคืนสินะ”
หลังจากเลือกวิชาหอกนี้ หลินหมิงก็เริ่มมองหาวิชาเกี่ยวกับการ
เคลื่อนไหวต่อ
เขามองไปยังชั้นบนๆ ‘ก้าวพริบตา’ , ‘บันไดผ่านสวรรค์’ , ‘เชือก
แขวนเมฆ’ , ‘เจ็ดดาราเหาะเหิน, ‘ตัวเบาดั่งขนหงส์ และอื่นอีก มีแต่วิชา
ที่ซับซ้อนและมีชื่ออลังกาลน่าสนใจมากมาย
เช่น ‘ตัวเบาดั่งขนหงส์’ ว่ากันว่าผู้คนที่ฝึกวิชานี้จนชำนาญแล้ว จะ
สามารถโบยบินบนท้องนภาได้
และ ‘เจ็ดดาราเหาะเหิน’ ผู้ใดที่ฝึกจนสำเร็จจะสามารถเดินได้ไกล
ถึงเจ็ดก้าวด้วยการย่างก้าวเพียงครั้งเดียว ไม่มีใครบอกได้ว่าเริ่มขึ้นหรือ
จบลงเมื่อไร เพราะผู้ที่ฝึกวิชาได้สำเร็จจะมีความเร็วมากกว่าปกติหลาน
เท่า
ถึงยังไง หลินหมิงก็ยังส่ายหัวไม่สนใจวิชาเหล่านี้ เขาเดินไปเรื่อยๆจน
เห็นวิชาชื่อ “พื้นฐานการเคลื่อนไหว”
ความคิดของหลินหมิงนั้นง่ายมาก การฝึกพวกวิชาขั้นตอนการฝึกฝน
ขั้นต้น นั้นการจะฝึกต้องเริ่มตั้งแต่ศูนย์ ถึงมันจะมีชื่อที่ฟังดูเท่ก็ตาม แต่
มันก็สู้การฝึกพวกวิชาพื้นฐานแล้วไปปรับใช้ต่อในแบบของตัวเองไม่ได้
เขาได้เลือกวิชาการเคลื่อนไหวแล้ว ทีนี้ก็เหลือแต่ทักษะการต่อสู้ ที่
จริงแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับทักษะการเคลื่อนไหว ถ้าหากฝึกฝนวิชาใหม่ที่
เหนือกว่าได้สำเร็จ มันก็จะมาแทนวิชาเก่าๆที่อ่อนแอกว่า แต่ตอนนี้
หลินหมิงขาดทักษะในการโจมตี เขาต้องการสิ่งที่จะสามารถผสมผสาน
กับท่าหอกของเขาได้
หลินหมิงยังอยากได้อะไรอีกมากเลย แต่เขาไม่ต้องการอะไรที่เท่หรือ
สวยหรู เขาต้องบางอย่างที่สามารถปรับใช้ได้กับทุกๆสถานการณ์ อะไรที่
ไม่อ่อนจนเกินไป และอะไรที่สามารถใช้ร่วมกับหอกได้
หลินหมิงมองหาทุกๆตำราก็ยังไม่เจอสิ่งที่เขาต้องการเสียที
แต่ก็ไม่ได้น่าแปลกซักเท่าไร ก็คลังชั้นนอกมันคือศูนย์รวมของขยะไม่
ใช้แล้วของเจ็ดปรมจารย์แห่งขุนเขานี่ แล้วมันยังจะเหลืออะไรดีๆอยู่อีก
งั้นหรือ
ขณะที่เขากำลังรู้สึกผิดหวัง หลินหมิงก็ได้หยุดชะงักลง
“หืม ทำไมมีป้ายหยกหักอยู่นี่ด้วยล่ะ” หลินหมิงได้พบชั้นๆหนึ่งที่
เต็มไปด้วยป้ายหักๆเต็มไปหมด
“มันเป็นขั้นตอนการฝึกฝนและทักษะต่อสู้ด้วยหรือเปล่า?” หลินหมิ
งสุ่มหยิบแผ่นหยกหักๆขึ้นมาอันหนึ่ง และใส่พลังเข้าไปข้างใน “ทักษะ
การต่อสู้ขั้นสูง ไม่ทราบรายระเอียด ส่วนที่ขาดหายไป 90%”
เมื่อป้ายหยกหัก ข้อมูลที่อยู่ภายในก็จะสูญเสียไปด้วย ไม่มรใคร
สนใจหรอกว่ามันจะเป็นวิชาที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน แต่เมื่อมีส่วนที่ขาด
หายไปถึง 90% ใครจะไปฝึกได้สำเร็จกัน
หลินหมิงยังคงค้นหาต่อไป และก็พบว่าป้ายหยกที่หักส่วนใหญ่จะ
เป็นวิชาระดับสูงทั้งนั้น นอกจากนั้นก็เป็นวิชาระดับต่ำที่ไม่สมบูรณ์
วิชาเหล่านี้ ถ้าเทียบกับ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ซึ่งมาจากแดนเทวะ
แล้ว มันคงจะต่างกันเหมือนฟ้ากับดิน ทั้งมันยังไม่สมบูรณ์อีก มันไม่มี
ความน่าสนใจเหลืออยู่เลย
“ถึงวิชาพวกนี้จะเป็นระดับสูงก็เถอะ แต่ใครหลายๆคนก็ไม่สนใจมัน
เป็นมันไม่สมบูรณ์ทำให้มีโอกาสฝึกสำเร็จน้อย และข้าก็มี ‘ชีพจรปราณ
เทพคลั่ง’ อยู่แล้วด้วย ข้าไม่สนใจวิชาพวกนี้หรอก”
หลินหมิงไม่ได้สนใจวิชาพวกนี้มากนัก แต่ก่อนที่เขาจะละสายตาจาก
ไป เขาก็เห็นป้ายหยกที่เขียนไว้ว่า “หมัดสลายกระดูก” วิชานี้เป็นวิชาที่
ไม่สมบูรณ์ จึงไม่มีการจัดระดับให้มัน
“วิชาหมัดสลายกระดูก” เป็นชื่อที่ดูเถื่อนๆ เมื่อเทียบกับชื่อของวิชา
อื่นๆ แต่หลินหมิงรู้ดีว่าชื่อของมันนั้นมาจากผู้ที่สร้างมันขึ้น บางวิชามันก็
ไม่ค่อยจะแข็งแกร่งผู้ที่สร้างมันขึ้นมาก็ต้องตั้งชื่อให้ดูเท่ๆหรูๆเพื่อจะให้มี
คนเอาไปฝึก
แต่ถึงอย่างงั้น หลินหมิงก็ไม่ได้สนใจที่ชื่อของมัน แต่เพราะการโจมตี
ของมันเป็นการโจมตีโดยตรงเข้าที่ร่างกายศัตรูได้ ป้ายอธิบายไว้ว่า
“ภายนอกจะไร้ซึ่งบาดแผล แต่ภายในจะถูกทำลายย่อยยับ จึงเป็นที่มา
ของชื่อ หมัดสลายกระดูก”
ภายนอกไม่เป็นอะไร แต่ภายในยับเยินงั้นรึ
หลินหมิงก็นึกถึง แก่นของ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ที่ฝึกความ ไหล
ลื่นดุจแพรไหม’
การฝึกพละกำลัง ไหลลื่นดุจแพรไหม’ ของหลินหมิงนั้นยังไม่
สมบูรณ์ เพราะงั้นหลินหมิงจึงยังไม่สำเร็จวิชานี้จริงๆ
“เจ้าหมัดสลายกระดูกนี่คล้ายๆกับ ไหลลื่นดุจแพรไหม’ เลย บางที
มันอาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องอะไรกันอยู่ก็ได้”
หลินหมิงได้อ่านรายละเอียดของมัน ถึงมันจะมีส่วนที่ยังขาดหายไป
บางส่วน แต่ส่วนที่เหลือก็ยังพอจะใช้ฝึกฝนได้อยู่
“รวมพลังปราณไปที่หมัดพร้อมกันการสั่นสะเทือน ถ้าหากความถี่ใน
การสั่นสะเทือนมีความมั่นคงแล้ว จะเกิดคลื่นพลังสะท้อนที่ส่งตรงเข้าไป
ภายในร่างของศัตรู และทำลายร่างกายของศัตรูเหล่านั้นจากภายใน
อย่างนี้นี่เอง ผู้ที่คิดค้นวิชานี้ขึ้นมาจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับพลังปราณ
เป็นอย่างลึกซึ้ง”
“แม้ว่าวิชาจากแดนเทวะจะไร้จุดบอดและทรงพลังมากกว่า แต่ก็
ไม่ได้หมายความว่าคนที่โลกนี้จะคิดตามไม่ได้ซะทีเดียว เวลาก็ผ่านมา
นานนับหลายพันปีแล้ว จะมีเหล่าอัจฉริยะที่สามารถคิดค้นวิชาที่ใกล้เคียง
กับวิชาจากแดนเทวะได้บ้างก็ไม่แปลก เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว การเลือก
วิชาทั้งสามของหลินหมิงก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์”