Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 667 ปลูกฝังตราประทับทาส
ผู้อาวุโสเสี่ยวตายแล้ว!
เมื่อมองดูชายชราที่ค้างอยู่บนหอกของหลินหมิง นักสู้ทุกคนกลืน
น้ำลายโดยไม่รู้ตัว ลำคอกระตุก
หลินหมิงอยู่ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้เป็นเสือดุร้าย และพวกเขาล้วน
ไม่มีอันใดไปมากกว่าลูกแกะตัวเล็กๆที่ไม่มีพลังจะต่อต้านได้!
หลินหมิงถอนหอกกลับมา จากนั้นก็สะบัดเอาโลหิตที่ติดออกไป
แล้วเขาก็หันไปมองที่เจ้าหอคอยขวานยักษ์
เจ้าหอคอยขวานยักษ์หัวใจสะท้าน สีหน้าซีดและดูอึดอัดใจ
“ผู้… ผู้กล้าหลิน ถ้าท่านปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่ ข้าสัญญาว่าข้าจะช่วย
ให้ท่านออกจากที่ราบโลหิตสังหารจากทางหอคอยขวานยักษ์ได้ หอคอย
ขวานยักษ์อยู่ห่างจากขอบที่ราบโลหิตสังหารเพียง 2,000 ลี้และห่างจาก
วิหารโลหิตสังหารศักดิ์สิทธิ์ที่จ้าวแห่งที่ราบอาศัยอยู่ห่างออกไปราว
10,000 ลี้ ถ้าท่านมาที่หอคอยขวานยักษ์ของข้า นั่นจะเป็นสถานที่ที่ดี
ที่สุดสำหรับท่านที่จะออกจากดินแดนแห่งนี้ นอกจากนี้ เมื่อท่านจะ
ออกไป จะมีคนที่สามารถช่วยท่านและข้ายังสามารถเป็นโล่ของท่านได้
ด้วย การออกไปก็จะง่ายยิ่งขึ้น มิเช่นนั้น ท่านอาจกระตุ้นความสงสัย
บางอย่าง…”
เมื่อเจ้าหอคอยขวานยักษ์กล่าว เขาให้ความสนใจกับการ
เปลี่ยนแปลงทุกวินาทีในการแสดงออกบนใบหน้าของหลินหมิง เขากลัว
ว่าหลินหมิงจะไม่เห็นด้วยกับเขาและเอาแหวนมิติไปเลย แม้กระทั่งขวาน
สองคนระดับสวรรค์ที่แตกก็ยังถูกวางไว้ในแหวนมิติเพื่อที่เขาจะได้มอบ
มันให้กับหลินหมิง
หลินหมิงพิจารณาทางเลือกของเขาอยู่ครู่นึง และไม่กล่าวสิ่งใด เขา
หันกลับไปมองทางต๋วนมู่ฉิน และเห็นว่าต๋วนมู่ฉินพยักหน้าเล็กน้อย เจ้า
หอคอยขวานยักษ์ไม่ได้โกหก ทางเข้าด้านเหนือของอเวจีปีศาจอมตะ
เชื่อมต่อกับหอคอยแยกนภาหกแห่ง ถ้าพวกเขาออกจากหอคอยขวาน
ยักษ์ตำแหน่งนี้จะดีมากและเป็นระยะทางที่สั้นกว่าในการเดินทาง
หลบหนีจากหอคอยดาวเหนือ
ความเงียบของหลินหมิงทำให้บรรยากาศน่ากลัวยิ่งกลายเป็นเรื่องที่
กลุ้มใจมากขึ้น เมื่อมาถึงจุดนี้ เจ้าหอคอยขวานยักษ์ก็ไม่กล้าที่จะหายใจ
หนักเกินไป ในฐานะที่เป็นคนที่มีชีวิตอยู่เหนือผู้อื่นนับไม่ถ้วน นี่เป็นครั้ง
แรกที่เขาได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ เหมือนกับว่าเขาไม่ต่างจากอาชญากร
ของโลกมนุษย์ที่จะต้องถูกประหารชีวิตบนอัฒจันทร์
“ฮ่าฮ่า เจ้าหนู เจ้าจริงๆไม่ไว้ใจสหายผู้นั้น?” ในเวลานี้เสียงของมาร
เจิดจรัสดังขึ้นาออกมาในใจของหลินหมิง
“ใช่”
หลินหมิงนั้นไม่ไว้ใจเจ้าหอคอยขวานยักษ์จริงๆ หลังจากที่กลายเป็น
ปีศาจสวรรค์ 12 ปีกเขาจะไม่อยู่ในที่ราบโลหิตสังหารอีกต่อไป
ในขณะที่อยู่ในอเวจีปีศาจอมตะพวกเขาถูกแยกออกจากโลก
ภายนอกอย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อพวกเขาออกจากที่นี่แล้ว บรรดาผู้ปกครอง
เหล่านี้อาจแจ้งจ้าวแห่งที่ราบว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ถ้าจ้าวแห่งที่ราบรู้เรื่อง
เข้า เช่นนั้นเขาอาจจะไม่สามารถออกจากที่ราบโลหิตสังหารได้อย่าง
ปลอดภัย
แต่ถ้าเขาฆ่าพวกเขาทั้งหมดและมีเพียง 4-5 คนให้รอดไปจากอเวจี
ปีศาจอมตะแล้ว เช่นนั้นมันก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไร มันจะดึงดูดความสงสัยของ
ผู้อื่น
“ฮ่าๆ มันง่ายอย่างยิ่ง! เอาเป็นว่า เราเพียงแค่ปลูกฝังตราทาสในตัว
พวกเขาเป็นอย่างไร! ตราประทับทาสเป็นเพียงทักษะระดับต่ำของ
เส้นทางปีศาจเท่านั้น แม้แต่เจ้าหอคอยดาวเหนือยังเช่นนั้นได้ แล้วเจ้าก็
คิดว่านักบุญผู้นี้จะไม่สามารถทำได้?”
“โอ้?
ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น ถ้าเขาสามารถปลูกฝังตราประทับทาส
มันก็จะเยี่ยมไปเลย
“ใช่… มันมีขีดจำกัดในจำนวนที่ข้าสามารถใช้เพื่อควบคุมผู้อื่นได้ เจ้า
หอคอยดาวเหนือสามารถควบคุม 3-4 คนและในสภาพที่อ่อนแอของข้า
ข้าจึงสามารถทำได้ไม่เกิน 10 คน มันขึ้นอยู่กับเจ้าที่จะเลือกใคร
“10 ก็พอแล้ว”
หลินหมิงจำเป็นต้องใช้ผู้ปกครอง 10 คนเพื่อควบคุมคนอื่นๆเพื่อ
ไม่ให้คนอื่นแอบแจ้งคนอื่นว่าเกิดอะไรขึ้น นี่ควรจะทำให้เขามีเวลามาก
พอที่จะออกไปจากที่นี่
เขามองไปที่เจ้าหอคอยขวานยักษ์ปละกล่าวเสียงดังว่า “เจ้าหอคอย
ขวานยักษ์ถ้าเจ้าต้องการมีชีวิตอยู่เจ้ามีทางเลือกเดียวเท่านั้น นั่นคือ
จำนนทะเลแห่งจิตวิญญาณของเจ้าต่อข้าและยอมให้ข้าปลูกฝังตรา
ประทับทาสไว้ในตัวเจ้า! ”
ตราประทับทาส!?!?
สีหน้าของเจ้าหอคอยขวานยักษ์เปลี่ยนไปเมื่อเขาได้ยินคำเหล่านี้
นักสู้ที่มีตราประทับของทาสที่ปลูกฝังอยู่ภายในพวกเขาไม่อาจมี
ความเป็นส่วนตัว มันอาจจะเรียกว่าชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความ
ตาย!
ถึงแม้ว่าเจ้าหอคอยขวานยักษ์จะไม่ต้องการตาย แต่เขาก็ไม่ต้องการ
ที่จะใช้ชีวิตต่อไปในฐานะผีดิบไร้ประโยชน์ “เป็นไปไม่ได้! ถ้าเจ้าต้อง
ปลูกฝังตราประทับทาสไว้ภายในตัวข้า ข้ายอมตายในการต่อสู้จะดีกว่า!”
“ไม่ต้องกังวลมากนัก” การแสดงออกของเจ้าหอคอยขวานยักษ์อยู่ใน
ความคาดหมายของหลินหมิงอยู่แล้ว “ข้าจะวางตราทาสไว้ในตัวเจ้าเพียง
เวลา 3 เดือนซึ่งเป็นเวลาพอสำหรับข้าที่จะจากไป ข้าขอตรงไปตรงมากับ
เจ้า ข้าไม่ไว้วางใจเจ้าเลยสักนิด
“3 เดือนนับจากนี้ ข้าจะปลดปล่อยตราประทับของข้าโดยธรรมชาติ
และเจ้าจะได้รับการปลดปล่อยจากมัน ถ้าเจ้าเชื่อข้าแล้วเช่นนั้นก็ยอม
จำนนทะเลแห่งจิตวิญญาณของเจ้า ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้าแล้ว ทางเลือกเดียว
ของข้าคือตายที่นี่และตอนนี้”
ขณะที่หลินหมิงกล่าว เจ้าหอคอยขวานยักษ์ลังเลชั่วครู่ 3 เดือนมิได้
เป็นอันใดกับเขา แต่เขากลัวว่า 3 เดือนนับจากนี้หลินหมิงจะตัดสินใจที่
จะไม่ให้เกียรติในสัญญาของเขาและไม่ปลดปล่อยตราประทับของทาส
เช่นนั้นแล้วเขาก็จะยังคงเป็นหุ่นเชิดที่ไม่มีเหตุผลและไม่มีบุคลิกภาพใน
ชีวิตที่เหลืออยู่
“ข้าสามารถให้สัตว์สาบานด้วยหัวใจแห่งนักสู้ของข้าแทนได้หรือไม่?”
เจ้าหอคอยขวานยักษ์กล่าวหลังจากค้นหาวิธีการ
“ให้สัตว์สาบาน?” หลินหมิงคิ้วขมวด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเย็นชา
“ข้าคิดว่าเจ้าเข้าใจผิดบางอย่างไป ข้าไม่ได้เจรจากับเจ้า แต่ข้ากำลังออก
คำสั่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของข้า มันขึ้นอยู่กับเจ้าไม่ว่าเจ้าจะต้องการ
ยอมรับหรือปฏิเสธ เพราะเจ้าไม่มีอำนาจที่จะต่อรองกับข้าได้!”
ตัวตนของหลินหมิงมักมีแนวโน้มที่จะตรงไปตรงมา สัญญาที่เขาให้ไว้
มันจะต้องเป็นไปตามนั้นไม่ช้าก็เร็ว เขาไม่ชอบเมื่อคนอื่นสงสัยเขาเช่นนี้
เจ้าหอคอยขวานยักษ์ได้รับรู้ถึงจิตสังหารภายในเสียงของหลินหมิง
และหัวใจของเขาก็สะท้าน เขาลังเลอยู่จนถึงในขณะนี้เมื่อหลานฉินขดริม
ฝีปากและกล่าวอย่างรังเกียจว่า “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? หลินหมิงนั้นไม่
ต้องสงสัยเลยว่าจะกลายเป็นผู้ทรงพลังอันดับหนึ่งของทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต ข้าสงสัยแล้วว่าจะมีกี่คนที่จะล่าสังหารฆ่าเจ้าเพื่อที่จะ
อยากรับใช้น้องชายหลิน? เจ้าคิดว่าเขาต้องการที่จะใช้ลูกเล่นเพียงเพื่อให้
เจ้าทำงานภายใต้คำสั่งเขา? เจ้าไม่สมควรด้วยซ้ำ!”
คำพูดไม่กี่คำของหลานฉินตัดอารมณ์เจ้าหอคอยขวานยักษ์ไป
เจ้าหอคอยขวานยักษ์จึงได้ยิ้มออกมา นี่เป็นความจริง คนอย่าง
หลินหมิงย่อมยืนอยู่ที่จุดสูงสุดของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต บางที
เขาอาจสามารถก้าวเข้าสู่แดนเทวะ ในเวลานั้น การสังการเพียงครั้งเดียว
ของเขาจะมีคนนับร้อยนับพันที่กระตือรือร้นที่จะทำตาม แต่ละคนแย่อม
ยินดีที่จะเป็นทาสของเขา ถ้าเขาสามารถติดตามหลินหมิงได้ตั้งแต่ตอนนี้
นั่นอาจจะเป็นโอกาสที่ทำให้เขาชีวิตของเขาได้รับโชคใหญ่อย่างยิ่ง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจ้าหอคอยขวานยักษ์จึงไม่ลังเลอีกต่อไป เขาส่ง
แหวนมิติของตนและยอมจำนนทะเลแห่งจิตวิญญาณด้วยเช่นกัน
“ผู้กล้าหลิน โปรดเริ่มเลย”
หลินหมิงหยิบแหวนมิติมาและใช้การรับรู้ของเขาตรวจสอบ จากนั้น
เขาก็สร้างตราประทับสีดำขึ้นมา ตราประทับสีดำนี้มีพลังวิญญาณของ
มารเจิดจรัส และด้วยการเพิ่มพลังของหลินหมิงเพื่อสนับสนุน การควบ
นักสู้ในระดับเจ้าหอคอยขวานยักษ์คือการเล่นของเด็กเท่านั้น
หลังจากตราประทับทาสเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาแล้ว เจ้า
หอคอยขวานยักษ์สั่นสะท้านอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของเขากลายเป็นหมอง
คล้ำแล้วหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกสดชื่น
เขาคำนับหลินหมิงแล้วก็ยืนขึ้นไปยืนอยู่ข้างหลังของหลินหมิง
นักสู้ที่มีตราประทับทาสอยู่ภายในพวกเขาไม่ได้แสดงความแตกต่าง
ใดๆเลย เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับเจ้านายของพวกเขาเท่านั้น พวกเขาก็
แสดงให้เห็นถึงการเชื่อฟังและความภักดีอย่างแท้จริง
“และพวกเจ้าด้วย!”
หลินหมิงหันไปจ้องที่ผู้ปกครองคนอื่นๆ “ข้าจะเลือก 9 คนในพวก
เจ้าและยังปลูกฝังตราประทับทาส ระยะเวลาสำหรับมันเพียง 3 เดือน
เจ้าสามารถเลือกที่จะยอมรับหรือเจ้าสามารถเลือกที่จะตายได้!”
เสียงของหลินหมิงเด็ดขาดอย่างยิ่ง ไม่มีนักสู้คนใดกล้าที่จะคัดค้าน
ถ้าเจ้าหอคอยขวานยักษ์ก็ยินดีที่จะยอมรับแล้วย่อมไม่มีใครที่จะกล่าวอัน
ใดได้อีก
หลินหมิงเลือกนักสู้เก้าคนที่มีการบ่มเพาะที่สูงที่สุดและได้ฝังตรา
ประทับทาสไว้ในตัวพวกเขา ไม่มีใครต่อต้าน
จากนั้นเขาได้รับแหวนมิติของผู้อาวุโสเสี่ยว เจ้าหอคอยดาวเหนือ
และผู้ปกครอง 6 หรือ 7 คนที่เขาฆ่ามา
เขาส่งจิตสัมผัสเข้าไปตรวตสอบมันอย่างละเอียด; มีเพียงของดี
บางอย่างอยู่ภายใน
นักสู้ที่สามารถอยู่รอดผ่านการเดินทางครั้งนี้ในอเวจีปีศาจอมตะส่วน
ใหญ่เป็นผู้ปกครอง นอกเหนือจากการเก็บเกี่ยวที่พวกเขาทำขึ้นระหว่าง
การเดินทางครั้งนี้ในอเวจีปีศาจอมตะ ความมั่งคั่งของพวกเขาย่อม
สามารถจินตนาการได้
หลังจากการตรวจสอบก็พบว่ามีสมบัติระดับสวรรค์ 8 ชิ้นและ
กระดูกเทพปีศาจระดับมนุษย์ชั้นสูง 30 จิน กระดูกเทพปีศาจระดับปฐพี
12 ชิ้นขนาดไข่ไก่ กระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีนี้ได้รับมาจากระดับเจ้า
หอคอยทั้งสามเท่านั้น
น่าประทับใจที่บางอันทีกระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีสีแดงเข้มที่
ปล่อยพลังงานโลหิตออกมาจางๆ หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นี่ควรจะ
เป็นกระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีชั้นกลางและเกือบจะถึงชั้นสูง
“บัดซบ! เจ้าพวกนี้ยากจนยิ่งนัก! แม้แต่พวกเจ้าหอคอยก็ยังก็ไร้
ประโยชน์!” มารเจิดจรัสกำลังสบถอย่างหยาบคายในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของหลินหมิง “มีกระดูกโลหิตเพียงอันเดียวและทุกสิ่งทุกอย่าง
ล้วนเป็นขยะ!”
สิ่งที่เรียกว่าโลหิตก่อกระดูกคือ กระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีชั้นกลาง
สิ่งที่เรียกว่าโลหิตก่อกระดูกได้มีปราณโลหิตของผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิอยู่ภายใน; มันจะเป็นประโยชน์สำหรับมารเจิดจรัสเพื่อฟื้นฟู
วิญญาณของเขา
สำหรับสิ่งอื่นๆ ด้วยระดับของมารเจิดจรัส มันจึงเป็นเรื่องยากที่สิ่ง
ใดจะตาเขาได้
“เจ้าไม่ต้องการมัน?”
“ข้าต้องการมัน! ผู้ใดจะไม่อยากได้… เนื้อตั๊กแตนยังไงก็คือเนื้อ
นักบุญผู้นี้จะเอาโลหิตก่อกระดูก มันน่าจะฟื้นฟูวิญญาณของข้าได้
เล็กน้อย สำหรับส่วนที่เหลือ เจ้าสามารถทำอะไรที่เจ้าต้องการก็ได้”
หลินหมิงยิ้มจางๆ เขาหยิบเอาทรัพยากรที่มีประโยชน์บางอย่างมาไว้
ในแหวนมิติรวมถึงกระดูกเทพปีศาจระดับมนุษย์ 5 จิน มันจะสำหรับ
สหายและครอบครัวของเขาที่ต้องการพวกมัน สำหรับกระดูกโลหิตปีศาจ
11 ชิ้นที่เหลือรวมถึงสมบัติระดับสวรรค์ 8 ชิ้น เขาได้มอบอำนาจให้แก่
เฟิงเฉิน ต๋วนมู่ฉินและหลานฉิน
“พี่ชายต๋วนมู่ ข้าขอขอบใจท่านสำหรับการช่วยเหลือเมื่อครู่ ข้า
หลินหมิง จะจำความเมตตานี้ไว้อย่างแน่นอน”
เสียงของหลินหมิงราบเรียบ ถึงแม้ว่าเสียงของเขาจะราบเรียบ ต๋
วนมู่ฉินรู้ว่าเมื่อใครบางคนเช่นหลินหมิงให้คำมั่นสัญญา พวกเขาก็จะฝัง
มันไว้ในหัวใจของตนเอง
กล่าวได้ว่า หลินหมิงได้ถือเขาเป็นสหายกันอย่างแท้จริง
ต๋วนมู่ฉินส่ายหัว “น้องชายหลินสุภาพเกินไป โปรดอย่ามองว่าเรา
เป็นคนแปลกหน้า สิ่งที่เราทำตอนนี้เป็นเพียงความพยายามเล็กน้อย
เท่านั้น ภายในเขตต้องห้าม 1000 ลี้ น้องชายหลินได้ช่วยเหลือเรามาแล้ว
หลายครั้ง ถ้าไม่มีน้องชายหลิน พวกเราก็ตายไปภายในเขตห้ามโดยไม่ให้
มีโอกาสได้รับสิ่งใดเลย
หลินหมิงยิ้มอย่างจ่างๆ “เมื่อเผชิญกับความทุกข์ยาก นั่นคือเมื่อ
ความรู้สึกที่แท้จริงถูกเปิดเผย ในชีวิตของข้า ข้าได้มีสหายน้อยคนนัก แต่
วันนี้ข้าได้รับมามากมาย!
หากกล่าวว่าความรู้สึกที่แท้จริงจะถูกเปิดเผยต่อหน้าความ
ยากลำบาก มันมิใช่เรื่องที่พูดเกินจริงเลย เมื่อหลินหมิงกำลังเผชิญหน้า
กับการโจมตีของทั้ง 3 คนผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันและยังไม่ได้กลายเป็น
ปีศาจสวรรค์ 12 ปีกเขาก็เสียเปรียบอย่างมาก ในเวลานั้น ต๋วนมู่ฉินและ
คนอื่นๆได้ทิ้งทรัพยากรของตนเองเอาความเสี่ยงที่ผู้อาวุโสเสี่ยวจะฆ่า
พวกเขาทั้งหมดเพื่อหาหอกใหม่มาให้กับหลินหมิง สิ่งเหล่านี้มิใช่การ
ตัดสินใจที่ง่ายเลย
ในขณะที่หลินหมิงเดินทางไปตามเส้นทางแห่งนักสู้ตลอดจนถึง
ตอนนี้ เขาได้เห็นความศัตรูมานับไม่ถ้วน เขาได้เห็นการวางอุบาย
อันตราย ความเกลียดชังทุกแง่มุมที่เลวร้ายยิ่งกว่าธรรมชาติของมนุษย์
แต่สำหรับผู้ที่รู้สึกขอบคุณและระลึกถึงความเมตตาที่มอบให้กับพวกเขา
นั้นเห็นได้น้อยมาก
ต๋วนมู่ฉินเดิมทีไม่ต้องการรับแหวนมิตินี้ แต่หลังจากการยืนยันของ
หลินหมิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็เลือกที่จะไม่ปฏิเสธ
“น้องชายหลิน เจ้าวางแผนจะทำสิ่งใดหลังจากออกไปจากอเวจี
ปีศาจอมตะแล้ว? ถ้าเจ้าไม่มีที่ไหนเลยที่จะไปแล้ว เช่นนั้นไปผจญภัยกับ
พวกเราหรือไม่?”
ต๋วนมู่ฉินอยากรู้จริงๆว่าหลินหมิงมาจากไหน มันเป็นไปไม่ได้ที่ผู้มี
พรสวรรค์ดังกล่าวจะไม่มีพื้นหลังที่น่าสะพรึงกลัว การพาหลินหลิงมาอยู่
ในแดนศักดิ์สิทธิ์พฤกษาเทวะย่อมเป็นไปไม่ได้เลย แต่การเชิญหลินหมิง
มาเป็นแขกพิเศษผู้มีชื่อเสียงและเสริมสร้างความสัมพันธ์ของพวกเขาก็
เป็นความคิดที่ไม่เลว
หลินหมิงส่ายหัว “หลังจากที่ข้าออกจากอเวจีปีศาจอมตะข้าจะ
กลับไปยังบ้านของข้า”
“โอ้? อยู่ที่ไหนหรือ?” ต๋วนมู่ฉินกล่าวอย่างธรรมดา หลังจากที่เขา
เผลอถามไป เขารู้สึกว่าไม่ควรนัก
อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะไม่มีเจตนาที่จะซ่อนอะไร
ไว้ หลินหมิงตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยการส่งผ่านกระแสเสียงปราณแท้
“มันเป็นทวีปอื่น เป็นดินแดนที่มีอยู่นอกทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์…”