Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 668 กลับไปยังภูมิภาคเขตแดนทางใต้
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 668 กลับไปยังภูมิภาคเขตแดนทางใต้
“…อะไรนะ?” ต๋วนมู่ฉินชะงัก ในฐานะซึ่งเป็นผู้ที่มาจากดินแดน
ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดที่แทบจะเป็นนิกายระดับ 6 เขาจึงมีความรู้กว้างขว้าง แต่
เขาไม่เคยได้ยินว่าผู้ใดมาจากทวีปที่นอกเหนือทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ก่อน
หน้า
เมื่อเขาคิดอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น มันมีบางตำราโบราณในแดน
ศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวถึงแดนเทวะและโลกภายนอกของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม ตำรานั้นเก่าแก่เกินไปพวกมันจางหายไปและไม่ชัดเจน
สำหรับเรื่องที่ว่าสถานที่เหล่านี้อยู่ที่ใดเผ่าพันธุ์ใดอาศัยอยู่ที่นั่น และมัน
เป็นเช่นใดนั้น ต๋วนมู่ฉินก็ไม่รู้เช่นกัน
“เจ้ามาจากนอกทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์?” ดวงตาของหลานฉินส่องสว่าง
และเต็มไปด้วยความสนใจในทันที
นางได้ยินมาบ้างว่าโลกไม่ได้มีเพียงแค่ทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ – มันมี
ดินแดนที่กว้างใหญ่และรุ่งเรืองอยู่อีก หลานฉิน คิดว่าดินแดนเหล่านี้อยู่
ไกลเกินไปและคงเป็นไปไม่ได้สำหรับคนที่ชอบนางไปยังนั่น ดังนั้นการที่
ได้ยินว่าหลินหมิงมาจากดินแดนดังกล่าวนางจะไม่รู้สึกตื่นเต้นได้อย่างไร?
“ที่นั่นคือที่ไหน?”
“โลกนั่นถูกเรียกว่า ทวีปนภารินไหล ข้ามาจากภูมิภาคเขตแดนทาง
ใต้ของที่นั่น” หลินหมิงไม่ได้ปิดบังอะไร ประการแรก เขาเชื่อใจคนเหล่านี้
ว่าเป็นสหายของเขา และประการที่สอง เขาเป็นคนเดียวที่รู้ตำแหน่งของ
รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณ หากปราศจากความรู้ของหลินหมิงว่า
มันอยู่ตรงไหนและทำงานอย่างไร ก็ย่อมไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้
“ทวีปนภารินไหล?” ดวงตาที่น่ารักของหลานฉินเริ่มเอ่อล้นไปด้วย
แสง นางอยากจะขอหลินหมิงพานางไปดู แต่นางไม่สามารถกล่าวมัน
ออกมาได้
สำหรับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่จะออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา
เหตุผลเดิมสำหรับการนี้คือการไปผจญภัยและหาประสบการณ์ การ
เดินทาง 10,000 ลี้จะดีกว่าการอ่านหนังสือ 10,000 เล่ม ถ้านางสามารถ
ขยายขอบเขตความรู้ของนางและสะสมประสบการณ์ให้มากขึ้น สิ่งนี้จะ
เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะและการเติบโตในอนาคตของนาง
“น้องชายหลิน เจ้าจะไปยังโลกของเจ้าได้อย่างไร?” ต๋วนมู่ฉินสนใจ
เรื่องทวีปนภารินไหลอย่างยิ่ง ในหัวใจของรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นเหล่านี้ไม่มี
ใครอยากปิดกั้นตนเองต่อโลกที่กว้างใหญ๋ หากพวกเขาไม่ได้สัมผัสกับ
ความกว้างใหญ่ที่โลกมีให้ พวกเขาก็จะเป็นกบในบ่อน้ำตลอดไป
“ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย” ในขณะที่หลินหมิงเห็นว่าสหายของเขามี
ความสนใจที่จะเดินทางไปยังทวีปนภารินไหล เขาก็กล่าวต่อว่า “คุณภาพ
โดยรวมของนักสู้ที่อยู่ในทวีปนภารินไหลอยู่ในระดับต่ำกว่าทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ นักสู้มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าระดับปานกลางและพรสวรรค์ของพวก
เขาค่อนข้างแย่ นอกจากนี้… ที่นั่นมีเพียงมนุษย์ไม่มีเผ่าอื่นเป็นใหญ่”
หลินหมิงได้แนะนำพื้นฐานเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของทวีปนภา
รินไหล
เผ่าพันธุ์ของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมาก ทุกปี
จะมีสงครามและความโกลาหลปกคลุมแผ่นดิน ภายใต้ความกดดันของ
การสู้รบและการสังหารอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นธรรมชาติของนักสู้ที่แข็ง
พัฒนาได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์มีทั้ง เฟย์ ปีศาจยักษ์และอิมป์
ทั้งหมดมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติมากกว่ามนุษย์ ดังนั้นจึงมีสัดส่วนของ
รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นและมีผู้ทรงพลังจักรพรรดิที่มากกว่า
หากว่ากันตามตรง ทวีปนภารินไหลนั่นธรรมดาอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่มัก
มีสันติภาพในเกือบทุกดินแดน สงครามนั้นเป็นสิ่งที่หายากและมีเพียง
เผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น
ต๋วนมู่ฉิน เฟิงเฉินและหลานฉินทุกคนต่างมองตากันและกัน
หลังจากที่พวกเขายืนยันความคิดของตัวเองแล้ว พวกเขาก็ถามว่า
“น้องชายหลิน ถ้าเป็นไปได้ พวกเราจะไปยังทวีปนภารินไหลได้หรือไม่?”
หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วตกลงอย่างมีความสุข “แน่นอน! ข้า
เป็นคนเดียวที่รู้วิธีการเปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายและหลังจากที่ข้าไป
ยังทวีปนภารินไหลสู่ ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ข้าต้องจัดการ อย่างน้อย
ข้าจะต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 3-5 ปี ในช่วงเวลานั้น ข้ากลัวว่าพวกนั้นจะไม่
สามารถออกไปได้”
“3-5 ปีหรือ? ไม่มีปัญหา!” ต๋วนมู่ฉินกล่าวตอบโดยไม่ลังเลเลย
การผจญภัยผ่านโลกอื่นที่กว้างใหญ่ไม่น้อยไปกว่าทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ จะสามารถทำอย่างไรหากต้องการเสร็จสิ้นการสำรวจเพียง 3-5
ปี?
เยี่ยม!” อ่าใช่แล้ว เพราะนี่เป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลพิเศษ
ในช่วงเวลาที่ผ่านมันไปจะต้องประสบกับพายุมิติ มีอันตรายเล็กน้อย แต่
ท่านสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อทำความเข้าใจวิถีแห่งมิติและเวลาได้ดียิ่งขึ้น
สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับท่าน”
วิถีแห่งมิติและเวลา? ดวงตาของต๋วนมู่ฉินสว่างขึ้น วิถีแห่งมิติและ
เวลาเป็นวิถีที่เป็นปริศนาและมายา แม้ในหมู่เฟย์ ผู้ที่มีความสัมพันธ์กับ
ธรรมชาติที่มีต่อกฏและวิถีมีจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าใจมันได้
แม้กระทั่งไม่สามารถสัมผัสปลายขอบของมันได้ด้วยซ้ำ แม้กระทั่งต๋วนมู่
ฉินผู้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาก็สามารถสัมผัสถึงมันได้
เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ถ้าเขาสามารถเข้าสู่การไหลเวียนของมิติที่โกลาหลนี้ได้ และสัมผัส
กับพายุมิติ มะนก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงข้อได้เปรียบที่เขาจะได้รับ
เรื่องนี้ทำให้ต๋วนมู่ฉิมีความมุ่งมั่นที่จะไปยังทวีปนภารินไหลมากขึ้น
ในเวลานี้ ยังมีเวลาอีกหลายสิบวันจนกว่าทางเข้าของอเวจีปีศาจ
อมตะจะเปิดอีกครั้ง ในเวลานี้ มันก็ไม่มีอะไรเหลือให้ทำ หลินหมิงนั่งอยู่
บนก้อนหินในการเข้าฌาน อย่างช้าๆ ควบแน่นรากฐานของเขาขณะที่เขา
จะก้าวเข้าสู่เป้าหมาย – แก่นแท้หมุนวนหลุมดำ
สำหรับ ต๋วนมู่ฉิน หลานฉินและเฟิงเฉิน ทุกคนก็เดินไปยังมุมของ
ตัวเองและฝึกฝนโดยไม่กล่าวสิ่งใดในช่วงเวลานี้
ในวันที่ 12 รังสีของแสงปรากฏขึ้นในท้องฟ้าอันน่าเบื่อนี้ เมื่อมองขึ้น
ไป ทุกคนสามารถมองเห็นช่องว่างมิติเปิดออกอยู่ในอากาศ; วันนี้เป็น
วันที่ทางเข้าเปิดสู่ อเวจีปีศาจอมตะเปิดออก
ช่องว่างมิติ 12 มิติของอเวจีปีศาจอมตะได้เชื่อต่อไปยังชั้นบนสุดของ
หอคอยแยกนภาของพวกเขา เมื่อหอคอยแยกนภาถูกค้นพบครั้งแรก ช่อง
เหล่านี้ก็มีอยู่แล้วที่นี่
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ!”
หลินหมิงลุกขึ้นยืน แตะนิ้วเท้าลงบนพื้นเบาๆ และเขาได้ลอยขึ้นไป
บนฟ้า
ไม่อนุญาตให้มีการบินภายในอเวจีปีศาจอมตะ แต่ 12 ช่องว่างมิติ
เหล่านี้เป็นข้อยกเว้นของกฎนี้ ดังนั้นนักสู้ในปัจจุบันจึงสามารถใช้ช่องว่าง
เหล่านี้เพื่อออกจากอเวจีปีศาจอมตะ
อเวจีปีศาจอมตะอยู่ลึกลงไปในพื้นดินมากกว่า 100,000 ก้าว หลินห
มิง ต๋วนมู่ฉิน เฟิงเฉินและหลานฉิน ทุกคนตามเจ้าหอคอยขวานยักษ์ไป
หลังจากหนึ่งชั่วธูป พวกเขาก็มาถึงหอคอยขวานยักษ์
ก็ได้มีคนรับใช้ 4-5 คนที่รอรับใช้พวกเขา คนเหล่านี้ทั้งหมดเป็นนักสู้
ของหอคอยขวานยักษ์
เมื่อทุกคนได้เห็นเจ้าหอคอยขวานยักษ์และหลินหมิงปรากฏตัว
พร้อมกับคนอื่นๆ พวกเขาก็ดูไม่เข้าใจเล็กน้อย เหลือเพียงเจ้าหอคอย
ขวานยักษ์… นั่นหมายความว่า แม้กระทั่งศิลาทมิฬก็ตกตายเช่นนั้นหรือ?
นอกจากนี้ เบื้องหลังเจ้าหอคอยขวานยักษ์คือหลินหมิง ต๋วนมู่ฉิน
และคนอื่นๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? คนเหล่านี้ไม่ได้มาจากหอคอยขวาน
ยักษ์ ดังนั้นเหตุใดพวกเขาถึงผ่านช่องว่างเคลื่อนย้ายมายัง หอคอยขวาน
ยักษ์?
นักสู้เหล่านี้เริ่มพึมพำอยู่ในใจ แต่ไม่มีใครกล้ากล่าวออกไป ในเวลานี้
เจ้าหอคอยขวานยักษ์โบกมือและกล่าวว่า “ออกไปได้แล้ว!”
“ขอรับ!”
ภายในหอคอยแยกนภา เจ้าหอคอยมีอำนาจสูงสุด เมื่อเจ้าหอคอย
ขวานยักษ์ให้คำสั่งนี้ นักสู้ทั้งหมดขคำนับด้วยความเคารพและกลับ
ออกไป
“ท่านท่าน มากับข้าเถอะ”
เจ้าหอคอยขวานยักษ์โค้งคำนับและเริ่มนำทางไป ช่องว่างเข้าสู่อเวจี
ปีศาจอมตะก็อยู่ที่ชั้น 5 ของหอคอยขวานยักษ์เช่นกัน เจ้าหอคอยขวาน
ยักษ์นำหลินหมิงผ่านเส้นทางที่ซับซ้อนก่อนที่พวกเขาจะมาถึงชั้นแรกของ
หอคอยแยกนภา จากนั้นหลินหมิง ต๋วนมู่ฉิน เฟิงเฉินและหลานฉิน
ทั้งหมดได้เปลี่ยนโฉมของพวกเขา ปะปนไปกับฝูงชนและลงจากโซ่ใหญ่
ของหอคอยขวานยักษ์
“น้องชายหลินเราควรไปยังที่ใดดี?” ต๋วนมู่ฉินกล่าวถาม
“เรากำลังจะไปยังทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม” หลินหมิงกล่าวด้วยคิดคำนึง
โดยที่เขาไม่รู้ตัว ก็เป็นเวลาสองปีครึ่งแล้วนับตั้งแต่ที่เข้ามายังทุ่งหญ้า
เมฆาเคลิ้ม ดินแดนแห่งนี้อาจถือได้ว่าเป็นโลกชั้นล่างสุดของทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ นักสู้ที่เกิดในทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มเป็นเหมือนนักสู้ในโลกปุถุชน
ของทวีปนภารินไหล พวกเขาไม่มีทรัพยากรไม่มีมรดกสืบและความ
แข็งแกร่งของพวกเขามีขีดจำกัดมาก
ยังคงมีระยะทางไกลจากที่ราบโลหิตสังหารถึงทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม
หลินหมิงวางแผนจะไปยังเมื่อสุริยันคลั่งและซื้อพาหนะก่อนที่จะไปทุ่ง
หญ้าเมฆาเคลิ้ม
ต๋วนมู่ฉินกล่าวว่า “ข้าเคยได้ยินเรื่องของทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม มี
ระยะทางห่างไกลจากที่นี่มาก เราสามารถใช้สถานีเคลื่อนย้ายจะไปถึงที่
นั่นได้เร็วขึ้น”
“โอ้? สถานีเคลื่อนยาย? ” คิ้วของหลินหมิงขมวดขึ้น
หลินหมิงยิ้มและไม่กล่าวสิ่งใด ด้านข้างของเขา หลานฉินรู้สึก
กระปรี้กระเปร่าขณะที่นางอธิบายว่า “น้องชายหลินที่ราบโลหิตสังหารทั่ว
ทั้งภาคตะวันตกและภาคใต้ของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ถูกปกคลุมด้วยสถานี
เคลื่อนยายของพันธมิตรแดนศักดิ์สิทธิ์เฟย์ สถานีเคลื่อนย้ายเหล่านี้เป็น
เครือข่ายค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เสถียรมาก ข้าและพี่ชายต๋วนมู่มีเหรียญที่
ช่วยให้เราสามารถใช้สถานีเคลื่อนย้ายเหล่านี้ได้อย่างอิสระ หรือเรา
สามารถใช้พาหนะได้เช่นกัน”
“โอ้?
ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น เพื่อจะสร้างสถานีเคลื่อนย้ายมากมาย
ที่เครือข่ายครอบคลุมเกือบครึ่งของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ พันธมิตรแดน
ศักดิ์สิทธิ์เฟย์มีความสามารถอย่างแท้จริง
ถ้าพวกเขาสามารถผ่านสถานีเคลื่อนย้ายเหล่านี้แล้ว มันจะช่วย
ประหยัดเวลาและยังปลอดภัยอย่างยิ่ง พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่อง
จ้าวแห่งที่ราบไล่ล่า
“เอาล่ะ เช่นั้นเราก็ไปยังสถานีเคลื่อนย้ายกัน”
…………
ด้วยความช่วยเหลือของสถานีเคลื่อนย้ายเหล่านี้ เพียงไม่กี่วันต่อมา
หลินหมิงก็ได้ขี่มังกรวารีเกล็ดฟ้ามุ่งไปยังทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม ลอยอยู่เหนือ
เมฆสีฟ้าไร้สิ้นสุด เขาได้เห็นทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มอยู่ด้านล่าง ทุ่งหญ้าเขียว
ขจีแผ่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และใกล้กับแม่น้ำที่คดเคี้ยวมีฝูงสัตว์หลาย
สายพันธุ์ที่อาศัย ทั้งฝูงแกะและวัว บางครั้งจะมีกระโจมรวมกันเหมือน
เมฆขาวกับพื้นดิน; ซึ่งเป็นชนเผ่า
ชนเผ่าของทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มอาศัยอยู่ด้วยวิถีชีวิตธรรมดา สำหรับ
ความมั่งคั่งของชนเผ่าเหล่านี้ พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากเหมืองแร่
ผลึกโลหิตปีศาจ
ในขณะที่หลินหมิงจ้องมองทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม เขาจำได้ว่าช่วงเวลา
สั้นๆ เขาอาศัยอยู่ที่นี่อย่างเรียบง่ายและยังมีชิงเหอน้อยที่น่ารักเรียกเขา
ว่าพี่ใหญ่
ตอนนี้ ชิงเหอคงเรื่มโตเป็นสุภาพสตรีแล้ว บางทีในไม่กี่ปีนางจะ
แต่งงาน
ชีวิตปุถุชน ความสัมพันธ์เช่นนี้สำหรับนักสู้มันสั้นเกินไป
แม้ว่าหลินหมิงจำได้ว่าชิงเหออาศัยอยู่ที่ใด เขาก็ไม่ได้ไปรบกวนนาง
แต่เขานำ ต๋วนมู่ฉิน หลานฉินและเฟิงเฉินไปยังเทือกเขาที่ปกคลุมด้วย
หิมะซึ่งมีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ที่นั่น
เทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะเหล่านี้ห่างไกลมาก เกือบจะอยู่ที่ปลาย
สุดของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์
ค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณตั้งอยู่ในหุบเขาลึกภายในเทือกเขานี้ ที่นี่
อุณหภูมิต่ำมาก น้ำทั้งหมดได้กลายเป็นน้ำแข็งและมีเพียงแสงเล็กน้อยที่
สามารถทะลุผ่านเข้าไปในพื้นของหุบเขาได้
ครั้งสุดท้ายที่หมินหมิงได้ออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้ เขาไม่รู้สึก
อะไรเป็นพิเศษ แต่ตอนนี้ เมื่อเขากลับมา ก็ค้นพบแล้วเขาก็พบว่าพื้นที่
รอบๆโถงทางเข้าหุบเขาลึกถูกบิดเบื้อน ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ชำนาญในวิถี
แห่งมิติแล้วก็คงไม่มีทางที่จะค้นพบหุบเขาลึกนี้ได้
นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่าบริเวณนี้ตั้งอยู่ในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้
จึงไม่น่าแปลกใจว่าต่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณนี้ได้รับการเก็บรักษาไว้โดย
ไม่เสียหายแม้จะผ่านมาเป็นเวลานับหมื่นปี
“ที่นี่แหละ!
หลินหมิงชี้ไปยังทางเข้าสู่หุบเขาที่เปิดโล่งอยู่ภายในภูเขา ภายในหุบ
เขานั้นมีมืด แต่สำหรับต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆล้วนไม่ใช่ปัญหา
ค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณมีขนาด 100 ตารางก้าว ดูเหมือนว่าจะมี
เส้นสายที่ลึกลับซึ่งเชื่อมต่อกันในลักษณะที่ซับซ้อน – แต่ไม่น่าทึ่งมากนัก
สำหรับรหัสผ่านอักขระ มีเพียงหลินหมิงเท่านั้นที่ซึ่งสืบทอดความ
ทรงจำของจักรพรรดิปีศาจที่จะสามารถเปิดมันได้
“พวกท่านยืนอยู่ตรงกลางของค่ายกลเคลื่อนย้าย ข้าจะเริ่มเปิดใช้
งาน”
“ได้”
ต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆรีบก้าวไปยังจุดศูนย์กลางของค่ายกล
เคลื่อนย้าย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นค่ายกลเคลื่อนย้ายที่มีขนาด
ใหญ่ดังกล่าว เมื่อคิดว่าอีกไม่นานพวกเขาจะเข้าสู่ดินแดนที่ตนไม่รู้จักของ
ทวีปนภารินไหล พวกเขาทั้งหมดเต็มไปด้วยความคาดหวังและ
กระตือรือร้นอย่างยิ่ง
เพื่อที่จะกลายเป็นนักสู้ที่ยืนอยู่ที่จุดสูงสุด มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็น
ผู้ปกครองอาณาจักรเล็กๆในมุมหนึ่งของโลก ในแง่นี้ นี่เป็นครั้งแรกที่พวก
เขาเผชิญหน้ากับโลกภายนอกอย่างแท้จริง
ขณะที่หลินหมิงกล่าว เขาได้หินลมปราณแท้ระดับกลางและสูง
ออกมาจัดเรียงเรียงลำดับ จากนั้น เขาก็เริ่มเปิดใช้งานอักขระค่ายกล
ตามลำดับ หลังจากนั้น แสงสีขาวเริ่มลอยขึ้นปกคลุมทั่วทั้งค่ายกล
เคลื่อนย้าย…
ถูกห้อมล้อมด้วยแสงสีขาวสลัวนี้ จิตใจของหลินหมิงเต็มไปด้วย
อารมณ์
“ทวีปนภารินไหล ภูมิภาคเขตแดนทางใต้… ในที่สุดข้าก็กลับมา…”