Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 670 ใช้หญิงสาวในการบ่มเพาะ
“ท่านผู้สูงส่งทั้งหลาย… ท่านสามารถ… รอสักหน่อยได้หรือไม่?” เมื่อ
เห็นว่าหลินหมิงและกลุ่มของเขากำลังจะจากไป ผู้อาวุโสโจวก็วิตกกังวล
จนพูดบางอย่างเช่นนี้ออกไป
“มีอะไรอีกหรือ?”
หลินหมิงคิ้วขมวด ในเวลานี้เขาก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะล่าช้า
ที่นี่wfh
“ไม่เป็นไร… มันไม่เป็นไร” ทันทีที่วิสัยทัศน์ของหลินหมิงตกลงไปยังสู่
ผู้อาวุโสโจว ลมหายใจของผู้อาวุโสโจวก็หยุดนิ่งในอก เขาไม่กล้ากล่าวสิ่ง
ที่ตนอยากจะพูด เขาต้องการที่จะถามหลินหมิงว่าเขาสามารถนำกลุ่มนัก
สู้ที่ได้รับบาดเจ็บออกจากที่นี่ได้หรือไม่ แต่เมื่อคิดเกี่ยวกับความเร็วและ
วิธีการของพวกเขา จึงรู้ว่าพวกตนย่อมช้ามิต่างจากเต่าคลาน เขาจึงไม่ได้
มีความกล้าหาญที่จะถาม
หลินหมิงไม่ใส่ใจกับผู้อาวุโสโจว เขาหันกลับและพุ่งตัวไป
แต่หลานฉินเดาว่าผู้อาวุโสโจวคิดถึงอะไร นางยิ้มอย่างอ่อนโยน
ขณะที่หยิบเรือเล็กๆออกมาจากแหวนมิติของนางว่า “นี่สำหรับเจ้า น่าจะ
เพียงพอสำหรับเจ้าที่จะออกจากทะเลทางใต้นี้ได้อย่างปลอดภัย”
“นี่คือ…” จิตใจของผู้อาวุโสโจวสะดุ้งขึ้นขณะที่เห็นเรือลำเล็กนี้
ก่อนที่เขาจะคาดเดาได้ว่ามันเป็นอย่างไร หลานฉินจึงได้โยนมันไปให้กับ
เขาแล้ว ขณะที่มันพุ่งสูงขึ้นในสายลม หลังจากหลายลมหายใจต่อมา เรือ
เล็กๆนี้ก็ได้เปลี่ยนเป็นนาวาจิตวิญญาณขนาดใหญ่ยาวหลายสิบก้าว!
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่ปล่อยออกมาจากนาวาจิตวิญญาณนั้นผู้อาวุโส
โจวก็ตกตะลึงจนแข็งค้าง
นาวาจิตวิญญาณเป็นประเภทของสมบัติ และมีระดับที่แตกต่างกัน
นาวาจิตวิญญาณที่อยู่ข้างหน้าเขา ถ้าเดาไม่ผิดมันก็คือสมบัติระดับปฐพี
ชั้นสูง!
สมบัติระดับปฐพีชั้นสูง!?
มันต้องเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าในทวีปนภารินไหล มันก็จะเป็นที่
ฟุ่มเฟือยมากแล้ว หากนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าจากสำนักระดับ 3 มีสมบัติ
ระดับปฐพีชั้นต่ำ สำหรับสมบัติระดับปฐพีชั้นกลาง นั่นคือสิ่งที่นักสู้ระดับ
ของผู้อาวุโสสูงจะสามารถมีได้
สำหรับสมบัติระดับปฐพีชั้นสูง มันเป็นสิ่งที่มีเพียงตัวตนระดับสูง
นิกายระดับ 4 จะมีได้ ตัวอย่างเช่น หอกแห่งดาวหางม่วงของหลินหมิงก็
เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนตกใจที่งานเลี้ยงฉลองวันเกิดปรมาจารย์
ศักดิ์สิทธิ์เทียนกวาง
นี่เป็นนาวาจิตวิญญาณระดับปฐพีชั้นสูง ตัวตนเช่นใดกับที่สามารถ
ทำเพียงแค่ยกมันให้กับผู้อื่นเฉยๆเช่นนี้?
ผู้อาวุโสโจวตะลึงอยู่นาน มูลค่าของนาวาจิตวิญญาณนี้เพียงรำเดียว
ก็ล้ำค่ามากกว่าความมั่งคั่งทั้งหมดของนิกายระดับ 3 ของเขาแล้ว!
“เทพธิดา … ท่านเทพธิดา…” ผู้อาวุโสโจวรู้สึกว่าปากของเขาแห้งราว
กับว่าเขาอยู่ในความฝัน
หลานฉินหัวเราะ “เอานาวาจิตวิญญาณนี้และไปจากที่นี่ ตราบเท่าที่
เจ้ายังไม่เจอกับสัตว์อสูรดุร้ายขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ตลอดทางก็จะไม่มี
อันตรายใดๆ กับเจ้าและกลุ่มของเจ้า เจ้าจะนั่งมันไปจนแผ่นดินใหญ่ได้
เรามีเรื่องสำคัญที่จะต้องจัดการ ดังนั้นเราจะต้องมุ่งหน้าไปก่อน”
หลานฉินกล่าวขณะที่นาพุ่งไปทางที่หลินหมิงไป
นักสู้ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอยู่ในความงงงวย โดยเฉพาะ รุ่นเยาว์ชาย
หลายคน ขณะที่พวกเขาเห็นภาพหลานฉินจางหายไปลับตา วิสัยทัศน์
ของพวกเขาก็เริ่มพร่ามัว
คนเหล่านี้ได้ปรากฏตัวขึ้นราวกับพระผู้เทพจากสรวงสวรรค์ช่วยชีวิต
พวกเขาให้พ้นจากอันตรายร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สตรีชุดฟ้า นางไม่
เพียงแต่มีพลังที่น่าอัศจรรย์ใจเท่านั้น แต่นางก็ใจดีและรูปลักษณ์ของนาง
ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบ นางเหมือนกับเทพธิดาที่สืบเชื้อสายมาจาก
ฟากฟ้า ทำให้ทุกคนที่อยู่ด้านล่างของนางรู้สึกความด้อยกว่าของตัวเอง
…….
“น้องชายหลิน ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่เจ้ากล่าวถึงเมื่อครู่
เป็นขุมพลังระดับใดหรือ? พวกเราไม่สามารถจัดการกับพวกเขาได้หรือ?”
หลังจากที่พวกเขาเดินทางไปหลายสิบลี้ ต๋วนมู่ฉินก็ถามหลินหมิง ด้วย
การส่งกระแสเสียงปราณแท้
หลินหมิงส่ายหัว
“ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้เป็นนิกายระดับ 5 และยังมี
ผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 คอยปกป้องมัน ตลอดจนระดับ 2
และระดับ 1 ความแข็งแกร่งของเรายังขาดอยู่”
ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลินหมิงคือพลังโจมตีของเขา มัน
เหนือกว่าขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 แต่ในแง่ของความสามารถในการต่อสู้
สมบูรณ์แบบเขาก็ยังไม่ดีพอ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิง
เขาจะสามารถฆ่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 อย่างง่ายดายเท่านั้น
ส่วนต๋วนมู่ฉิน เฟิงเฉินและหลานฉิน ความแข็งแกร่งของพวกเขายังคง
อ่อนแอกว่าขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 หากพวกเขาต้องการที่จะโจมตี
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ในเร็วๆนี้ มันก็คงไม่อาจสำเร็จ
“อืม ไม่ต้องรีบร้อน เราสามารถคิดถึงเรื่องนี้ได้อีก น้องชายหลิน เจ้า
วางแผนจะหาคนจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างไร?”
ขณะที่ต๋วนมู่ฉินถามเช่นนี้ แม้แต่หลินหมิงก็ยังชะงัก หากเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์หนีไปแล้ว พวกเขาก็จะต้องปกปิดสถานที่ของตนเอง มันจะยาก
สำหรับพวกเขาที่จะหา ทวีปนภารินไหลมีขนาดใหญ่; ถ้าเขาต้องการหามู่
เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนภายในทวีปนภารินไหล มันก็เท่ากับการค้นหา
เข็มในมหาสมุทร
“เราจะไปที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก่อนแล้วจึงวางแผนหลังจากนั้น”
หลินหมิงส่ายหัว ถอนหายใจ เขาหวังได้เพียงว่ามู่เชียนหยี่จะทิ้งคำใบ้หรือ
บันทึกไว้บนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ให้กับเขา
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เขาออกเดินทางครั้งแรก เขาได้ให้คำมั่น
สัญญาว่าจะกลับมาภายใน 10 ปี ถ้ามู่เชียนหยี่หนีออกจากเกาะฟีนิกซ์
ฟีนิกซ์ มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะลืมเรื่องนี้ นางต้องทิ้งอะไรไว้ให้เขา
แน่ แต่… มันคืออะไร? และมันจะอยู่ที่ใด?
พวกเขาเดินทางไปในความเงียบ หลินหมิงและกลุ่มเดินทางทั้ง
กลางวันและกลางคืน เนื่องจากพวกเขาไม่มีค่ายกลเคลื่อนย้าย พวกเขา
จึงเดินทางผ่านนาวาจิตวิญญาณและบินเอง
หลังจากผ่านไปหลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
จากที่ห่างไกล เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเป็นเหมือนธรรมชาติที่
สวยงามและสดใส ในตอนนี้มันได้ถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำหนาๆ
บนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ศาลาที่ประณีตเกือบทั้งหมดถูกทำลาย
ต้นไม้สูงตระหง่านที่ยิ่งใหญ่ถูกไฟไหม้ แม้แต่ภูเขาก็แตกออกรอยร้าว
ขนาดใหญ๋ ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้รุนแรงซึ่งได้
เกิดขึ้นที่นี่
เมื่อหลินหมิงอยู่ห่างจากเกาะฟีนิกซ์ฟีนิกซ์ 10 ลี้ เขาก็ชะลอตัวลงไป
ในอากาศ ขณะที่เขาเห็นฉากอันน่าสยดสยองนี้ต่อหน้า ดวงตาของเขา
สาดประกายแสงที่สับสน
เมื่อสงครามในทะเลทางใต้เกิดขึ้นครั้งแรก มู่เฟิงเซียนคิดว่าพันธมิตร
ของนิกายนับไม่ถ้วนจะสามารถต่อสู้กับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้
แต่หลังจากการผจญภัยผ่านตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจก็ทำให้ทุกคน
ตระหนักดีว่าหลังจากหลายพันปีที่กำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ ความ
แข็งแกร่งของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้อาจเกินความคาดหมายของ
ทุกคนไปแล้ว
แต่เนื่องจากเป้าหมายของซ่วนหวู๋จี๋เคยเป็นตำหนักจักรพรรดิเทพ
ปีศาจตั้งแต่เริ่มแรก เขาจึงได้ลงมือปฏิบัติในช่วงสงครามของเขาในทะเล
ทางใต้ แสร้งทำว่ามีขุมที่เท่าเทียมกัน โดยมีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายใดฝ่าย
หนึ่งจะชนะ
หลังจากที่พวกเขาได้สิ่งบูชายันต์โลหิตที่จำเป็นเพื่อเปิดตำหนัก
จักรพรรดิเทพปีศาจแล้ว ซ่วนหวู๋จี๋ไม่จำเป็นต้องปิดบังความแข็งแกร่งของ
พวกเขาอีกต่อไปและยกระดับพันธมิตรร่วมสงครามของตนขึ้นอย่าง
รวดเร็ว!
มันเป็นความจริงที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มีพันธมิตรร่วมสงครามครั้งนี้
แต่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามังกรวารี
ทมิฬหรือเผ่าพันธุ์อื่นที่แปลกประหลาดภายในทะเลลึก เพียงคนใดคน
หนึ่งของพวกเขาก็แข็งแกร่งกว่าเจ็ดนิกายของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างการเดินทางเข้าไปใน ตำหนักจักรพรรดิเทพ
ปีศาจ พวกเขาก็ยังสูญเสียรากมังกรนิพพานเพราะหลินหมิง แต่คนที่
ได้รับสัตว์อสูรศักดิสิทธิ์ยังคงเป็นซ่วนหวู๋จี๋!
พวกเขาแข็งแกร่งอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้ด้วยความช่วยเหลือของ
สัตว์อสูรทะเลมหึมา ความแตกต่างระหว่างเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และ
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จึงยิ่งใหญ่เกินไป! มันไม่แปลกสำหรับเช่น
ผลร้ายเช่นนี้จะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม… เข้าใจถึงเรื่องนี้เป็นสิ่งหนึ่ง แต่การได้เห็นด้วยตาของ
เขาเองก็เป็นอีกเรื่อง แม้ว่าเจตจำนงของหลินหมิงจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็
รู้สึกเศร้าและเคร่งเครียด เขาเป็นห่วงเกี่ยวกับความปลอดภัยของมู่เชียน
หยี่และฉินซิงเซวียน
ฉินซิงเซวียนอาจกล่าวได้ว่าโชคดีมาก ด้วยสถานะปลอมตัวของ
นางในฐานะสาวใช้ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ คงไม่มีผู้ใดไล่ล่านาง
โดยเฉพาะ
แต่มู่เชียนหยี่นั้นแตกต่างกัน ในฐานะนักบุญหญิงแห่งเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ นางคงเป็นเป้าหมายอย่างแน่นอน นางสามารถหนีจากภัยพิบัติ
นี้ได้หรือไม่?
ในขณะที่หลินหมิงยังคงเงียบงัน ต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆไม่ได้พูด
รบกวนใดๆขึ้นมา พวกเขาได้คาดเดาได้อย่างถูกต้องว่า คนที่หายไปของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ต้องมีความสำคัญกับหลินหมิง เพราะนี่เป็นครั้งแรก
ที่พวกเขาเคยเห็นเขาเปิดเผยสีหน้าห่วงใยดังกล่าว
ในขณะนี้มีเสียงคำรามสูงดังขึ้น จากที่ไกลๆ ผู้หนึ่งสามารถมองเห็น
จุดดำหลายจุดในดวงอาทิตย์ คนเหล่านี้เป็นกลุ่มนักสู้ในภูมิภาคปีศาจ
พวกเขากำลังขี่ค้างคาวขนาดใหญ่ 7-8 ตัวขณะที่พวกเขาบินไปยังเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
นักสู้เหล่านี้มีทวนอยู่ในมือ ที่ด้านหลังของค้างคาวไม่กี่ตัว มีหญิงสาว
หลายคนถูกผูกมัดไว้ จากการปรากฏตัวของพวกเขาพวกเขา ก็เห็นได้ชัด
หญิงสู้หญิงสาวเหล่านี้อยู่ในบริเวณโดยรอบทะเลทางใต้ ถูกจับเพื่อที่จะใช้
เป็นเครื่องมือบ่มเพาะของผู้อื่น
มีสองเส้นทางที่พบบ่อยในการบ่มเพาะสายปีศาจของนักสู้ ทางเลือก
หนึ่งคือเส้นทางการสังหารและอีกทางหนึ่งคือเส้นทางราคะ ในที่ราบ
โลหิตสังหาร นักสู้มักใช้เส้นทางการสังหารเป็นฐานราก แต่ในดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้ นักสู้ส่วนใหญ่ใช้เส้นทางราคะ ในอดีต เนื่องจาก
มหาจักรพรรดิอเวจีต้องหญิงสาวคนหนึ่งที่มีร่างกายพิเศษเพื่อที่จะได้
ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะปีศาจ เขาจึงได้ลักพาตัวลูกสาวของผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดสงครามต่อต้านจบลงด้วยการที่มหามหา
จักรพรรดิอเวจีถูกสังหาร!
สำหรับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ เหตุผลที่พวกเขาตัดสินใจที่จะ
พิชิตภูมิภาคเขตแดนทางใต้ ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งเครื่องมือบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่
ขณะที่หลานฉินเห็นเหล่านักสู้จับหญิงสาวด้วยเหตุผลลามกอนาจาร
ใบหน้าของนางถูกปกคลุมไปด้วยความเกลียดชังอย่างที่สุด นางเกลียด
พวกที่ทำเช่นนี้กับผู้หญิง
“หลินหมิง พวกนั้นเป็นปีศาจยักษ์?”
ต๋วนมู่ฉินถามด้วยความประหลาดใจ เขาสามารถรู้สึกได้ถึงพลัง
ปีศาจแปลกประหลาดจากร่างกายของพวกเขา แต่สิ่งที่แปลกก็คือคน
เหล่านี้บ่มเพาะด้านพลังปราณ มันน่าสับสนและแปลกมาก
หลินหมิงส่ายหัว “คนเหล่านี้เป็นมนุษย์ ทวีปนภารินไหลจริงๆแล้วมี
เพียงเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น แต่คนเหล่านี้มีสายเลือดของปีศาจยักษ์
โบราณหลงเหลือมา ถึงแม้จะไม่เด่นมาก แต่ก็ยังเป็นสายเลือดที่โดดเด่น
นักสู้ส่วนใหญ่ของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้เป็นลูกหลานของผู้
สืบเชื่อสายปีศาจยักษ์โบราณ มหาจักรพรรดิอเวจี ดังนั้นพวกเขาจึงได้มี
ความสัมพันธ์ในสายเลือดกับเผ่าปีศาจยักษ์ สำหรับเคล็ดบ่มเพาะของ
พวกเขา แม้ว่าจะคล้ายคลึงกับปีศาจยักษ์ แต่ก็เหมาะสำหรับการใช้งาน
ของมนุษย์
“เราควรทำสิ่งใดกับพวกมัน?” ต๋วนมู่ฉินกล่าวถาม
“ฆ่าพวกเขาให้หมด อย่าให้เหลือ!”
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยแสงเย็นยะเยือก ภายใต้
ท้องฟ้าที่น่าเบื่อหน่ายนี้ ดวงตาของเขาเป็นเหมือนสายฟ้า
หลังจากที่ได้เข้าใจถึงสนามพลังแห่งเทพแห่งความตาย หลินหมิงโดย
ไม่ได้ตั้งใจเขาจะปล่อยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวออกไปเมื่อรู้สึกอารมณ์ไม่
ดี แม้กระทั่งต๋วนมู่ฉินก็แอบกลัวสิ่งนี้
“ฆ่าพวกเขา? เจ้าไม่กลัวว่ามันจะเป็นการแจ้งเตือนศัตรูรู้เช่นนั้น
หรือ?” ต๋วนมู่ฉินกล่าวถามอีกครั้ง เขาคิดว่าในตอนนี้หลินหมิงต้องการ
ระบายความโกรธของเขาเท่านั้น แต่ในความเห็นของเขา เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์นี้เห็นได้ชัดว่าเป็นฐานสำหรับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ไป
แล้ว ถ้าพวกเขาไม่รู้ว่ามีกี่คนที่อยู่ในฐานนี้ หรือว่าพวกเขาแข็งแกร่ง
เพียงใดมันก็คงจะไม่ฉลาดสำหรับทั้ง 4 ที่กระทำโดยประมาท นอกจากนี้
แม้ว่าจะฆ่าขยะระดับต่ำก็คงไม่ได้อะไรมากนัก
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ต๋วนมู่ฉินจะสามารถกล่าวต่อไป หลินหมิงก็ได้
พุ่งออกไปแล้ว เมื่อเฟิงเฉิน เห็นหลินมิงพุ่งไปข้างหน้าเขาก็เดินตามไป
ติดๆ สำหรับเฟิงเฉิน เขามีความเชื่อมั่นอย่างสมบูรณ์ในตัวหลินหมิง เขารู้
ว่าแม้ว่าหลินหมิงจะได้รับผลกระทบจากอารมณ์ที่วุ่นวายของเขา แต่เขาก็
ยังคงไม่ทำอะไรอย่างไร้เหตุผล ดังนั้นเขาจึงเดินตามไปติดๆ
เมื่อเห็นฉากนี้ ต๋วนมู่ฉินยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขาขี้เกียจที่จะทำ
หลังจากเก็บกวาดกลุ่มนักสู้ในภูมิภาคปีศาจไปแล้ว เขาเห็นก็ว่าการบ่ม
เพาะที่สูงที่สุดในหมู่พวกเขาอยู่เพียงที่ขั้นปราณปลายฟ้าเท่านั้น อาจเป็น
เพียงหน่วยลาดตระเวณที่ส่งมาจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ถึงแม้ต๋
วนมู่ฉินจะไม่มา หลินหมิงก็อาจจะทำลายทุกๆคนก่อนที่เขาจะมาถึงด้วย
ซ้ำ
……………….
“ฮ่าฮ่า! หลังจากค้นหาเกาะทั้งหมดรอบๆที่นี่แล้ว มันก็มี ‘อาหาร
อร่อยๆ’ ที่เราพลาดไป หญิงสาวทั้ง 4 คนนี้เป็นนักสู้จากสำนักระดับ 3
และนิกายระดับ 4 สิ่งที่หาได้ยากก็คือมีพวกนาง 2 คนที่มีพรหมจารี หนึ่ง
จะส่งให้กับท่านผู้คุ้มกันและอื่นๆจะเป็นของข้า ถ้าข้าได้พลังบริสุทธิ์ของ
นางแล้ว เคล็ดปีศาจอเวจีของข้าจะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง! ฮ่าๆๆๆ!”
ในฐานะหัวหน้าของกลุ่มนักสู้ในภูมิภาคปีศาจเหล่านี้ เขาหัวเราะ
อย่างไม่หยุดยั้ง ลูกน้องอีกหลายคนก็มีอารมณ์ที่ดีไปด้วย “หัวหน้า ท่าน
กินเนื้อได้ แต่เหลือซุปไว้ให้พวกเราบ้าง! ให้สองสาวที่แต่งงานแล้วเหล่านี้
ให้พี่น้องเราสนุก!”
“แน่นอน!” หัวหน้าของเหล่านักสู้กล่าวด้วยจิตวิญญาณที่ดูสูงส่ง
เมื่อผู้หญิงเหล่านี้ได้ยินคำพูดเหล่านี้ พวกนางก็เริ่มนึกภาพว่าชีวิตใน
อนาคตของตนจะเป็นอย่างไร ทีละคนๆ ความกลัวและความสิ้นหวังเริ่ม
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกนาง