Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 669 ข่าวของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 669 ข่าวของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ช่องแคบรุ่งอรุณเพลิงตั้งอยู่ห่างจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ประมาณ
หมื่นลี้ทางตะวันออกเฉียงใต้ ในระหว่างสองเกาะใหญ่ที่อยู่ใกล้กันมี
กระแสใหญ่ที่ไหลผ่านพวกมัน เนื่องจากน้ำลึกที่อยู่ใต้น้ำจึงเต็มไปด้วยแร่
ธาตุที่มีค่า มีปลามากมายอยู่ในช่องแคบรุ่งอรุณเพลิง มีสัตว์ประหลาด
ระดับต่ำและอสูรดุร้ายมากมายรวบตัวกันที่นี่เพื่อหาอาหาร
ดังนั้น ดินแดนแห่งนี้จึงกลายเป็นสวรรค์สำหรับปุถุชนและนักสู้ทั่วไป
คนเหล่านั้นที่อาศัยอยู่บนเกาะเหล่านี้ สามารถเดินทางไปในทะเลเพื่อเก็บ
เกี่ยวอาหารที่อุดม เพลิดเพลินกับชีวิตและสะดวกสบายในวันที่เงียบสงบ
ในช่วงบ่ายอันเงียบสงบนี้ ที่ช่องแคบรุ่งอรุณเพลิง หมอกค่อยๆแผ่
กระจายผ่านทะเล ช่องแคบนี้มักจะหมอกสลัวบ่อยครั้ง เมื่อแสงแดดส่อง
ลงบนหมอกนี้ ก็ทำให้มันดูเหมือนว่าเมฆสีแดงลอยอยู่เหนือน้ำ หากมอง
จากระยะไกลมันก็เหมือนช่องแคบทั้งถูกปกคลุมไปด้วยทะเลแห่งเพลิง
ดังนั้น นี่จึงเป็นชื่อของมัน ช่องแคบรุ่งอรุณเพลิง
เมื่อหมอกค่อยๆลอยขึ้นไปในอากาศราวกับควันมายา ปลาที่แปลก
และอ้วนสมบูรณ์กระโจนขึ้นมาจากน้ำหุบเอาอากาศบริสุทธิ์
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อ ความสงบสุขนี้ได้สลายโดยเสียงกรีดร้อง
หมอกบนทะเลจู่ๆก็ถูกฉีกออกและกลุ่มนักสู้ที่ขี่อินทรีวายุสวรรค์ก็รนลง
มาพร้อมกับความหวาดกลัว มีอินทรีวายุสวรรค์เพียง 6 ตัว และมี 2-3
คนขี่บนแต่ละตัว ไม่ใช่แค่นั้น แต่นักสู้เหล่านี้ยังได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ดู
เหมือนสิ้นหวัง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกังวลราวกับว่าพวก
เขาถูกตามล่า
“ไม่ดีแล้ว… เราไม่สามารถหลบหนีไปได้อีก… เราได้ใช้ทักษะลับเพื่อ
กระตุ้นอินทรีวายุสวรรค์ไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พวกมันจึงได้ถึงขีดจำกัด
ถ้าเราบินไปได้อีก 180 ลี้แล้ว ข้าก็กลัวว่าอินทรีวายุสวรรค์จะกระอัก
โลหิตและตาย เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเราทุกคนจะตายไปด้วย!”
มีนักสู้ชุดเหลืองกล่าว เขาดูเหมือนอายุประมาณ 30-40 ปีและมีการ
บ่มเพาะที่ครึ่งก้าวขั้นปราณปลายฟ้า
ขณะที่นักสู้คนอื่นๆได้ฟังเขา ทุกคนก็แสดงออกถึงความว่างเปล่า
และความสิ้นหวัง มันเป็นความจริง ถ้าพวกเขายังคงหนีอยู่เช่นนี้ ไม่ช้าก็
เร็วพวกเขาก็จะตาย อินทรีวายุสวรรค์เป็นเพียงพาหนะระดับต่ำและมี
หลายคนขี่แต่ละตัว มันเป็นความมหัศจรรย์แล้วที่พวกเขายืนหยัดได้
จนถึงขณะนี้
“ผู้อาวุโสโจว เราควรทำอย่างไรดี?” หญิงสาวคนหนึ่งร้องออกมาด้วย
ความกังวล นางยังเด็ก นางยังไม่ต้องการที่จะตาย!
นักสู้ที่สวมชุดสีเหลืองเรียกว่า ผู้อาวุโสโจว เขายังคงเงียบงัน เหล่า
นักสู้เหล่านี้ล้วนมาจากสำนักเล็กๆในทะเลใต้และมีบางส่วนที่เป็นนักสู้
พื้นบ้านทั่วไป ในหมู่พวกเขา เขาเป็นคนเดียวที่มาจากสำนักระดับ 3 และ
เขาก็ยังเป็นฝ่ายนอกอีกด้วย การบ่มเพาะของเขาสูงที่สุดในกลุ่มนี้ ดังนั้น
เขาจึงมีอำนาจและศักดิ์ศรีมากที่สุด
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็อับจนปัญญาอย่างแท้จริงโดยไม่มี
เส้นทางอื่นที่เขาสามารถทำได้
“มันไม่มีทางที่เราจะหนีความตายได้! ถ้าเหล่าสัตว์อสูรที่อยู่ข้างหลัง
ไล่ตามมาทันแล้วเราจะถูกกิน!” ชายหนุ่มวัย 20 ปีร้องออกมา เสียงของ
เขาสั่น เขาไม่สามารถหวนคืนสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาได้ ในเขตภูมิภาคเขต
แดนทางใต้ มันมีความเชื่อว่าถ้ามีคนเสียชีวิต วิญญาณของพวกเขาจะเข้า
สู่วัฏสงสาร แต่ถ้าซากศพของพวกเขาถูกกินแล้ว วิญญาณของพวกเขาจะ
ถูกปิดผนึกไว้ตลอดไปไม่สามารถกลับชาติมาเกิดได้
ผู้อาวุโสโจวส่ายหัว เขากล่าวว่า “ข้าไม่มีแผนการที่ดีนัก ในช่องแคบ
รุ่งอรุณเพลิงนี้ มันมีเกาะใหญ่อยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ของเรา เกาะใต้
ปกคลุมหนาแน่นด้วยป่า ถ้าเราซ่อนตัวอยู่ในป่าแห่งนั้นเราอาจมีโอกาสที่
จะมีชีวิตอยู่ได้!”
“นี่เป็นวิธีเดียว?”
“ในกรณีใดๆ การไปต่อเช่นนี้ก็เหมือนกับการตายอย่างแน่นอน… เรา
อาจจะเสี่ยงโชคไปกับแผนนี้แทน!”
ทุกคนเริ่มตะโกนออกมา ในความเป็นจริง ทุกคนตระหนักดีว่าแม้ว่า
พวกเขาจะวิ่งเข้าไปในป่า แต่โอกาสที่พวกเขาจะรอดชีวิตก็น้อยเป็นอย่าง
ยิ่ง สัตว์อสูรดุร้ายที่อยู่เบื้องหลังพวกเขามีความสามารถในการดมกลิ่น;
มันจะง่ายสำหรับสัตว์เหล่านี้ที่จะหาพวกเขาเจอ
อย่างไรก็ตาม ขณะที่พวกเขาตัดสินใจและกำลังจะบินไปยังเกาะใต้
เสียงกรีดร้องดังทะลุออกมาจากในหมอก!
หมอกค่อยๆกระจายออก นกยักษ์ที่มีปีกใหญ่ของค้างคาวและศีรษะ
หัวโล้นและน่าเกลียดโผล่หัวออก!
เมื่อเห็นเช่นนี้ แล้วนักสู้ทั้งหมดจึงกลายเป็นแข็งค้าง!
“แร้งผี!”
‘นี่ไม่ดีแล้ว!’
เมื่อฝนตกลงมา ในก่อนหน้านี้ กลุ่มนักสู้ได้ถูกไล่ล่าโดยกลุ่มสัตว์อสูร
ดุร้ายที่อยู่ในทะเลลึก ทำให้พวกเขารีบหนีไปยังช่องแคบรุ่งอรุณเพลิงด้วย
ความสิ้นหวัง แต่พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีแร้งผีอยู่ที่นี่!
นกที่แปลกประหลาดและน่าเกลียดชนิดนี้มีความแข็งแกร่งเทียบเท่า
กับนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลาย มันเป็นสัตว์อสูรดุร้ายที่ไม่มีใคร
สามารถจัดการได้!
กับนกแร้งตัวนี้ตรงหน้าพวกเขาและกลุ่มสัตว์อสูรดุร้ายจากลึกที่อยู่
เบื้องหลัง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะต้องตกตายที่นี่!
“แยกกันและหนีไป!”
ผู้อาวุโสโจวตะโกนออกมา ในเวลานี้ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พวก
เขามีชีวิตอยู่ได้!
การหลบหนีโดยแยกกันขึ้นอยู่กับโชคทั้งหมด การตายจะเป็นเรื่อง
ปกติและการมีชีวิตจะต้องมีโชค!
อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับการอำลา ในกลุ่มนักสู้นี้
หลายคนรู้จักกัน แต่ตอนนี้ไม่มีใครมีเวลาที่จะสนใจกับความรู้สึกเหล่านี้
พวกเขาบังคับอินทรีวายุสวรรค์และนักสู้ในแต่ละคนได้สุ่มเลือกทิศทางที่
จะหลบหนี!
แต่เมื่อพวกเขาบินไปหลายร้อยก้าว จู่ๆนกแปลกๆก็เปิดจะงอยปาก
และเสียงร้องที่แสนน่ากลัวอย่างยิ่งออกมา!
ในขณะนั้น ปราณปีศาจปะทุขึ้นจนทำให้แม้แต่น้ำทะเลต้องแยกเป็น
ทาง เมื่ออินทรีวายุสวรรค์ได้ยินเสียงร้องนี้ พวกมันก็ดูเหมือนจะโดนพลัง
ลึกลับบาง บางตัวยังคงบินหนีไปได้
มีแม้แต่อินทรีวายุสวรรค์ที่สูญเสียความสามารถในการบิน มันกรีด
ร้องอย่างน่าสังเวชขณะที่มันดิ่งลงสู่น้ำเบื้องล่าง!
“น้องหญิงเล็ก!”
เมื่อชายหนุ่มวัย 30ปี ห็นหญิงสาว 2 คนบนอินทรีวายุสวรรค์ตกสู่
ทะเล หัวใจของเขาบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก
ทะเลทางใต้ในปัจจุบันไม่เหมือนเมื่อก่อน! มีสัตว์อสูรดุร้ายที่นับไม่
ถ้วนนับภายในน่านน้ำ! หากนักสู้ที่ยังไม่ถึงขั้นปราณปลายฟ้า พวกเขาก็
ยังไม่สามารถบินได้ พวกเขาสามารถพึ่งพาได้เพียงการว่ายน้ำเท่านั้น แต่
กับกลุ่มของสัตว์อสูรดุร้ายทะเลไล่พวกเขาอยู่ การว่ายออกจากน่านน้ำทั้ง
ที่ยังมีชีวิตย่อมเป็นไปไม่ได้!
ชายคนนั้นโยนแขนเสื้อออกไปอย่างรวดเร็วพุ่งไปห่อรอบเอวของ
หญิงสาวทั้ง 2 จึงช่วยให้พวกนางเพื่อหลีกเลี่ยงชะตากรรมของการตกลง
ไปในทะเล
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ตกลงไปในทะเล แต่ก็ยังไม่มี
โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่
ในเวลานี้ แร้งผีตัวนี้ดูเหมือนจะไม่พร้อมที่จะกินอาหาร กลับกัน มัน
เผยรอยยิ้มโหดร้ายและป่าเถื่อนราวกับว่านักสู้ที่อยู่ข้างหน้าเป็นลูกแกะที่
กำลังรอการสังหารอย่างสนุกสนาน ในฐานะสัตว์อสูรดุร้ายขั้นปราณ
ปลายฟ้า แร้งผีนี้จึงมีสติปัญญาอยู่ในระดับต่ำ มันรู้วิธีการเล่นกับเหยื่อ
เพื่อความบันเทิงของตัวเอง
เจ้าสัตว์อสูรดุร้ายบัดซบ!
นักสู้ทุกคนโกรธอย่างยิ่ง แต่ในเวลานี้ พวกเขาก็เป็นลูกแกะที่รอการ
สังหารจริงๆ นอกจากการจมอยู่ในความสิ้นหวังของตัวเอง มันก็ไม่มีอะไร
ที่พวกเขาสามารถทำได้
“หงึบ หงึบ หงึบ หงึบ!”
มีอีกเสียงที่แปลกและน่าขนลุกดังขึ้นมา มีปลาดำ 7-8 ตัวโผล่ออกมา
จากหมอก ปลาแปลกประหลาดเหล่านี้มีความยาว 10 ก้าวและดูเหมือน
ปลาฉลามธรรมดา ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ พวกมันมีคู่ปีกที่โปร่ง
แสงแทนครีบ เพื่อให้สามารถบินได้ในอากาศ
เมื่อเห็นปลาที่น่ารำคาญเหล่านี้ปรากฏขึ้น ผู้อาวุโสโจวจึงยิ้มอย่างขม
ขื่น ตั้งแต่เริ่มต้น พวกเขาถูกไล่ล่าที่นี่โดยพวกมัน ปลาแปลกประหลาด
เหล่านี้มีเทียบเท่านักสู้จุดสูงสุดขั้นปรษณต้นฟ้า; ไม่มีพวกมันตัวใดที่
อ่อนแอกว่าเขาเลย ด้วยปลาที่แปลกประหลาด 7-8 ตัวที่ทำงานร่วมกัน
เขาก็ย่อมไม่สามารถต้านทานพลังของพวกมันได้ ดังนั้นทางเลือกเดียว
ของเขาก็คือการหลบหนี
แต่แม้กระทั่งเมื่อเขาวิ่งไปยังนี่ ปลาแปลกประหลาดเหล่านี้ก็ยังไม่
สามารถจัดการพวกเขาได้ แต่กลับต้องมาเจอแร้งผีอีก แท้จริงแล้วมันเป็น
ความจริงที่ว่า ไม่มีถนนสู่ฟ้าและไม่มีประตูสู่แผ่นดิน พวกเขาถูกขังอยู่ใน
สถานการณ์ที่สิ้นหวัง!
เมื่อรู้ว่าพวกเขาจะตายที่นี่ ผู้อาวุโสโจวก็ดูเหมือนจะสลายความกลัว
ทั้งหมดอยู่หัวใจของเขา กลับกัน จิตวิญญาณของวีรชนดูเหมือนจะลุก
โหมขึ้นในตัวเขา กระบี่ยาวในมือของเขากู่ร้อง เขาตะโกนเสียงดังขึ้น “ทุก
คน ในเมื่อเราไม่สามารถรอดชีวิตได้ เช่นนั้นก็จงสู้ตายกับสัตว์อสูรดุร้าย
เหล่านี้แทน!”
เมื่อมนุษย์เผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวังอย่างเต็มที่แล้ว มันก็ง่าย
สำหรับพวกเขาที่จะได้รับผลกระทบจากอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่น
ขณะที่ผู้อาวุโสโจวตะโกนออกมานี้ นักสู้ทุกคนรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขา
ก่อเกิดอารมณ์ความรู้สึกอันสูงส่งและน่าตื่นเต้น
“โจมตีพร้อมกัน! ฆ่ามันได้หนึ่งตัวก็เพียงพอ ฆ่าได้สองตัวยิ่งดี!”
ชายหนุ่มตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง เนื่องจากอินทรีวายุสวรรค์
ไม่ได้ฟังคำสั่งของเขา จึงยอมแพ้ในเรื่องควบคุมมันไป เขาจับดาบขและ
ยืนอยู่ด้านหลังของอินทรีวายุสวรรค์ จากนั้นกระโดดไปยังปลาแปลก
ประหลาด ราวกับเสือที่ดุร้ายและหิวกระหาย!
ดาบของเขาฟันออกไปสุดแรง!
ในเวลาเดียวกัน ปลาแปลกประหลาดก็รีบพุ่งไปหาชายหนุ่ม พวกมัน
เปิดปากกว้างเพื่อจะงับลงบนร่างของเขา!
ด้วยความแข็งแกร่งของชายหนุ่มที่อยู่จุดสูงสุดขั้นผสานชีพจร
พยายามที่จะฆ่าปลาแปลกประหลาดเหล่านี้ย่อมเป็นเพียงความสิ้นหวัง
เท่านั้น แต่ขณะที่ทุกคนคิดว่าพวกเขากำลังจะตายในท้องของปลาแปลก
ประหลาดเหล่านี้ สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ได้เกิดขึ้น
ขณะที่ชายหนุ่มฟันดาบลงไป ร่างของปลาแปลกประหลาดด้านล่างก็
ได้สั่นสะท้าน ในวินาทีต่อมา ร่างของถูกแบ่งผ่าครึ่งจากหัวถึงปลายหาง!
มีฝนตกโลหิตตกลงไปยังทะเลเบื้องล่าง ด้วยเสียงเช่นเดียวกันดังขึ้น
2 ครั้ง ปลาแปลกประหลาดสองตัวถูกผ่าครึ่ง ศพตกลงไปในทะเล
“อะไรกัน!?!?”
ไม่เพียงนักสู้คนอื่นๆที่ตกตะลึง แต่ชายหนุ่มเองก็ตะลึงอย่าง
เหลือเชื่อ
ชายหนุ่มรู้ว่าตนแข็งแกร่งเพียงไร เขารู้ตั้งแต่เริ่มแรกว่าตนเองกำลัง
วิ่งเข้าสู่ความตาย แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะผ่าปลาแปลกประหลาด
เหล่านี้เป็น 2 ซีกได้!
ปลาประหลาดตวอื่นๆก็ตกตะลึงกับการโจมตีของชายหนุ่มคนนี้ ทุก
คนต่างก็บ้าคลั่งและรีบไปหาชายหนุ่ม อย่างไรก็ตาม ฉากเช่นนั้นได้
ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ปลาแปลกประหลาดเหล่านี้ถูกตัดขาดโดยพลังที่ไม่รู้จัก
โดย มันไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย!
โลหิตพุ่งกระฉูดออกมา ย้อมทะเลบริเวณนั้น!
ชายหนุ่มนั้นไม่ใช่คนโง่เง่า เขาเข้าใจทันทีว่ามีผู้เชี่ยวชาญบางคนช่วย
เขาอย่างลับๆ เมื่อเขามองไปรอบๆ แล้วขณะที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขา
เห็นว่าที่ความสูง 1000 ก้าว มีร่างของหลานนคนที่กระโดดลงมาจาก
พาหนะสีฟ้าและร่อนลงมาอย่างช้าๆต่อพวกเขา
ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่เห็นคนเหล่านี้ แต่นักสู้คนอื่นๆก็เช่นกัน
คนเหล่านี้คือใครกัน? พวกเขาไม่ได้ใช้อาวุธ แต่ถึงกระนั้นก็สามารถ
ผ่าสัตว์อสูรดุร้ายที่อยู่จุดสูงสุดขั้นปราณกลายฟ้าได้ทั้งที่อยู่ห่างออกไป
ไกลถึง 1000 ก้าว
แม้ว่าพวกเขาจะใช้วิธีใดก็ตาม แต่ก็ยังห่างออกไปถึง 1000 ก้าวอยู่ดี
พวกเขาทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน!?
หืม? คนเหล่านี้…
ผู้อาวุโสโจวมองไปยังเหล่านักสู้ทั้ง 4 คนที่ปรากฏตัว ในหมู่พวกเขา
มีเพียงรุ่นเยาว์ชุดสีฟ้าที่ดูคล้ายกับพวกเขา ในขณะที่คนอื่นๆอีก 3 คนดู
เหมือนต่างจากคนทั่วไป หูของพวกเขายาวขึ้นและชี้ขึ้น ดวงตาของพวก
เขาเรียวยาวและมีมุมสูงขึ้น มีเกล็ดเล็กๆที่ตกแต่งอยู่ห่างตาอีกด้วย สีตา
และสีผมของพวกเขาแตกต่างจากเฉดสีปกติอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาเป็นใครกันแน่?
ขณะที่พวกเขาทั้งหมดตกตะลึงอยู่นี้ แร้งผีที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาร้อง
เสียงดังออกมาและพุ่งไปหาคนเหล่านี้!
ในเวลานี้ พวกเขาตกตะลึงอย่างมาก แต่ในที่สุด พวกเขาก็ได้เห็นสิ่ง
ที่คนเหล่านี้ทำชัดๆ อีกอย่าง รุ่นเยาว์ที่สวมชุดสีฟ้าทำบางอย่างออกไป
และไม่อาจรู้จักมันได้ ชายหนุ่มชุดสีฟ้าเพียงมองไปยังแร้งผีเท่านั้น ดวงตา
ของเขาสาดประกายราวกับมีสายฟ้าอยู่ภายใน
จากนั้น ร่างกายแร้งผีก็สั่นราวกับว่ามันถูกโจมตี ในมุมมองที่ชัดเจน
ของทุกคน ร่างของพวกมันถูกฉีกขาดออกเป็นหลายชิ้น อวัยวะภายใน
และกระดูกทั้งหมดของมันถูกฉีกออกจากกระดูก!
วิธีการโจมตีเช่นนี้เป็นการใช้จิตวิญญาณต่อสู้แบบง่ายๆ ด้วยการ
ผสานจิตวิญญาณต่อสู้เข้ากับอากาศ มันจึงสามารถฉีกร่างของแร้งผีออก
ได้
นักสู้เหล่านี้ย่อมไม่รู้ว่ามันคือจิตวิญญาณต่อสู้หรือจิตวิญญาณต่อสู้
คือสิ่งใด ทุกคนต่างดวงตาเบิกกว้าง สับสน ตกตะลึงและหวาดกลัว
“สวรรค์!!! นี่มันการบ่มเพาะแบบใดกัน!? เพียงแค่ชำเลืองมอง สัตว์
อสูรดุร้ายที่อยู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลายก็ถูกสับเป็นชิ้นๆเสียแล้ว!!!
เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไร!?!?
นักสู้มากกว่าสิบคนกำลังตกตะลึงอย่างสุดขีด ในเวลานี้ จู่ๆชายหนุ่ม
ชุดสีฟ้าก็ถามว่า “ข้ามีคำถามที่จะถามพวกเจ้า พวกเจ้าคือใคร? เหตุใดจึง
ถูกไล่ล่าโดยเหล่าสัตว์อสูรดุร้าย? เกิดสิ่งใดขึ้นในทะเลทางใต้ในช่วงหลาย
ปีที่ผ่านมานี้? พวกเจ้าได้ยินเกี่ยวกับนิกายที่อยู่ใกล้ทะเลทางใต้ที่เรียกว่า
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่? แล้วนิกายนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ภาค 10 ความน่าหวาดกลัวแห่งทะเลทางใต้
ตอนที่ 669B สภาพการเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์(ตอนพิเศษ)
ชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าสีฟ้าย่อมเป็นหลินหมิง 2 วันก่อน หลินหมิง ต๋
วนมู่ฉิน หลานฉินและเฟิงเฉิน ได้ข้ามผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณข้าม
หลายพันล้านลี้ไปยังทวีปนภารินไหล
พวกเขาต่างได้พบกับพายุมิติด้วยกัน เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่ง
ของหลินหมิงเมื่อสองปีครึ่งที่ผ่านมาแล้ว ความแข็งแกร่งของทุกคนก็
สูงขึ้นตามธรรมชาติ ในขณะที่พวกเขาเดินผ่านพายุมิติเหล่านี้ อาจถือได้
ว่าน่าวิตก แต่ไม่อันตรายมากนัก
ต๋วนมู่ฉิน เฟิงเฉินและหลานฉินเดิมมีความเข้าใจเล็กน้อยในวิถีแห่ง
มิติและเวลา นอกจากนี้ เฟย์ยังมีความเข้ากันได้ตามธรรมชาติในวิถีและ
กฎที่มากกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ หลังจากที่ทั้งสามคนได้รับประสบการณ์ครั้งนี้
ในพายุมิติและเวลา พวกเขาก็ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
หลังจากผ่านช่วงเวลาเดินทางยาวนานถึงหนึ่งวันในค่ายกล
เคลื่อนย้าย ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงอีกโลกที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณอยู่
ที่นี่ยังคงเดิม มีรอยแตกมิติและน้ำท่วมโลกใบเล็ก
น้ำทะเลมหาศาลได้ถูกกลืนกินเข้าสู่รอยแตกที่มืดของโลกนี้ไปเรื่อยๆ
มันไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ามันไปที่ใด…
ตามการประมาณการของหลินหมิง โลกที่ล่มสลายนี้ยังสามารถ
สนับสนุนตัวเองได้อีกหลายร้อยปี หลังจากนั้น โลกใบนี้จะพังทลายลง
และเครื่องค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณนี้ก็จะถูกทำลายไปด้วย
หลังจากที่ออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณ หลินหมิงก็
ตั้งเป้าหมายที่จะไป หลังจากที่เขาปิดผนึกค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้แล้ว
จากนั้นเขาก็พาต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆบินตรงไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าเขาก็พบว่าสถานีถ่ายทอดที่เขาจำได้ว่าถูก
ทำลายไปแล้ว!
เดิมที เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และพันธมิตรร่วมสงครามของภูมิภาค
เขตแดนทางใต้ ได้จัดตั้งเครือข่ายค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้จำนวนมาก นี่เป็น
ประโยชน์สำหรับการขนส่งอุปกรณ์และการเคลื่อนย้ายข้อมูล อย่างไรก็
ตาม ค่ายกลเคลื่อนย้ายเหล่านี้ทั้งหมดถูกทำลายโดยน้ำมือมนุษย์
เห็นได้ชัดว่า… ดินแดนเหล่านั้นได้ล่มสลายไปแล้ว เมื่อพันธมิตรร่วม
สงครามของภูมิภาคเขตแดนทางใต้กำลังถอยกลับ พวกเขาได้ทำลายค่าย
กลเหล่านี้ก่อนที่จะออกไป
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของหลินหมิงก็สลดลง
เมื่อเขายังคงอยู่ในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ เขาก็กระตือรือร้นที่จะ
กลับไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้เขาได้กลับมาอย่างแท้จริงแล้ว
เขาเริ่มรู้สึกวิตกและหวาดกลัว เขากลัวว่าเมื่อเขามาถึงเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์มันจะไม่มีอะไรเหลือ นอกสถานที่ปรักหักพัง!
ขณะที่พวกเขาบินไป พวกเขาเงียบตลอดเวลา หมิงหมิงเริ่มค้นพบว่า
ภายในทะเลทางใต้ มีสัตว์อสูรประหลาดมากมายที่ไม่เคยเห็น สิ่งมีชีวิต
เหล่านี้ มันไม่แปลกที่จะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าขั้นปราณต้นฟ้าหรือ
แม้แต่ขั้นปราณปลายฟ้า
มันป็นที่รู้กันดีว่าภูมิภาคเขตแดนทางใต้ก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้กับ
ที่ราบโลหิตสังหาร ที่ราบโลหิตสังหารเป็นสถานที่ชุมนุมสำหรับชายหนุ่ม
ที่กล้าหาญของทั้งทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ที่นั่นนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า ไม่มี
ความแตกต่างจากสิ่งที่หาได้ทั่วไป แต่ในภาคใต้ทะเล มันถือว่าดีสำหรับ
เกาะที่มีสำนักระดับ 2 เกาะเล็กๆหลายแห่งไม่แข็งแกร่งไปกว่าอาณาจักร
ลิขิตฟ้าเลย
สำหรับพวกเขาที่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเหล่านี้ มันย่อมหมายถึง
การกวาดล้าง!
และเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ที่หลินหมิงได้เห็นนั้นแย่มาก หมู่เกาะ
เหล่านี้ที่เคยมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากได้กลายเป็นซากปรักหัก เป็น
ดินแดนรกร้างและไร้ผู้อาศัย
หลินหมิงยิ่งเห็นเช่นนี้มากขึ้นเท่าใด เขาก็ยิ่งเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น เขา
อยากจะหยุดถามคนบางคน แต่มันก็ไร้ซึ่งผู้คนจนบินไปเป็นระยะทาง
100,000 ลี้เขาจึงได้เห็นกลุ่มนักสู้เข้า กลุ่มนี้ถูกนำโดยชายคนนั้นชื่อผู้
อาวุโสโจวและพวกเขาถูกไล่ล่าโดยกลุ่มสัตว์อสูร หลินหมิงได้ผสานจิต
วิญญาณต่อสู้กับอากาศและสังหารหมู่เหล่าสัตว์อสูรนั้นได้อย่างง่ายดาย
เหตุผลหลักที่หลินหมิงช่วยเหลือคนเหล่านี้คือการสอบถามเกี่ยวกับ
สถานการณ์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเห็นหลินหมิงบินมายังพวกเขา ผู้อาวุโสโจวและกลุ่มนักสู้ก็
สามารถที่จะเห็นรูปลักษณ์และอายุของหลินหมิง ต๋วนมู่ฉิน เฟิงเฉินและ
หลานฉิน
เมื่อได้เห็นกลุ่มของหลินหมิง พวกเขาตกใจทันที ไม่มีใครใน 4 คนที่
อายุเกิน 30 ปีเลย ส่วนใหญ่มีอายุ 27 หรือ 28 ปี แต่ความแข็งแกร่งของ
พวกเขาล้ำลึกจนน่าหวาดกลัว เพื่อฆ่าสัตว์อสูรขั้นปราณปลายฟ้าเพียงแค่
จ้องมอง – ไม่แม้แต่ผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่สามารถทำเช่นนี้ได้!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของผู้อาวุโสโจวก็เลือนหายไป รุ่นเยาว์เหล่านี้
ลอยอยู่ตรงหน้าเขา หรือว่าจริงๆแล้วเป็นสัตว์ประหลาดชราที่ได้ถึง
จุดสูงสุดในการบ่มเพาะแล้วกลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง?
ด้วยความเข้าใจที่จำกัดของผู้อาวุโสโจว เขาไม่สามารถจินตนาการได้
ว่าจะมีผู้ใดที่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ในช่วงอายุ 20
ปี หรือแม้แต่ขอบเขตที่สูงกว่านั้น เขาคิดได้เพียงแค่ว่าหลินหมิงและกลุ่ม
ของเขา เป็นผู้เชี่ยวชาญจากยุคโบราณที่ยังมีชีวิต
มันมีรายงานว่าในดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้มีแม่มดที่ชื่อว่า ซ่
วนอวี่เชี่ย นางมีอายุมากกว่า 1000 ปี แต่ดูเหมือนเพียงหญิงสาว 20
ต้นๆเท่านั้น คนเหล่านี้ที่อยู่ตรงหน้าเขา ก็อาจเป็นเช่นเดียวกัน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความตกใจของผู้อาวุโสโจวก็เริ่มลดลง เขาพยายาม
จะแสดงความเคารพให้มากที่สุดในขณะที่กล่าวว่า “รายงานผู้อาวุโส รุ่น
เยาว์ผู้นี้นามว่า โจว ข้าเป็นผู้อาวุโสสายนอกของเกาะนางแอ่นลม นักสู้ที่
อยู่เบื้องหลังข้าคือนักสู้รุ่นเยาว์บางส่วนจากนิกายของข้าเช่นเดียวกับนัก
ต่อสู้อื่นๆที่เราพบตามทางซึ่งประสบปัญหาเดียวกัน พวกเรารวมตัวกัน
เพื่อที่จะออกไปจากทะเลทางใต้”
ผู้อาวุโส?
ได้ยินคำนี้ หลินหมิงก็มีสีหน้าแปลกๆ สำหรับหลานฉินและเฟิงเฉิน
พวกเขาช่วยไม่ได้ที่หัวเราะออกมา
หลานฉินหัวเราะคิกคัก “ข้าไม่แก่กว่าเจ้า ดังนั้นข้าจะเป็นผู้อาวุโสได้
อย่างไร? “น่าสนใจยิ่ง!”
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของหลานฉิน จิตใจของผู้อาวุโสโจวก็สะท้าน นาง
หมายความว่าอายุของนางตรงกับลักษณะที่ปรากฏของนางใช่หรือไม่?
ผู้อาวุโสโจวกลืนน้ำลาย รู้สึกมึนงง รุ่นเยาว์เหล่านี้มาจากที่ใดกัน?
พวกเขายังเด็กอยู่เลยแต่กลับมีความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ มันเหมือนกับ
พวกเขาเป็นเทวดาจากโลกอื่น!
“เจ้าบอกว่าตนเองเป็นผู้อาวุโสสายนอกของเกาะนางแอ่นลม ดังนั้น
เจ้าหนีจากทางทะเลใต้ไปเพราะเหตุใด? หรือนิกายของเจ้าถูกทำลาย?
แล้วเจ้ามาจากนิกายระดับใด?”
มันมีเกาะอยู่ห่างไกลมากมายกระจายอยู่ทั่วทะเลทางใต้อันกว้าง
ใหญ่ มีอิทธิพลและขุมพลังขนาดต่างๆในหมู่เกาะ อำนาจเหล่านี้ไม่ได้อยู่
ในภูมิภาคเขตแดนทางใต้และไม่ได้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน สำหรับเกาะนางแอ่นลมแห่งนี้ที่โผล่ออกมาจากที่ใดไม่รู้
มันก็เป็นเรื่องปกติสำหรับหลินหมิงไม่ที่จะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ขณะที่หลินหมิงถามเกี่ยวกับเกาะนางแอ่นลม ความรู้สึกเศร้าก็
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้อาวุโสโจว เขากล่าวว่า “รายงานต่อนายท่านผู้
ยิ่งใหญ่ เกาะนางแอ่นลมเดิมเป็นสำนักระดับ 2 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มัน
แทบจะไม่สามารถกลายเป็นสำนักระดับ 3 ได้เลย ในสำนัก มีผู้อาวุโสขั้น
ปราณปลายฟ้าไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำ ในการบุกของสัตว์อสูรทะเลในทะเล
ทางใต้เมื่อครึ่งปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ของพวกเขาตกตายจากการโจมตี และ
ส่วนที่เหลือ พวกเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย…”
ผู้อาวุโสโจวได้เปลี่ยนชื่อหลินหมิงจากผู้อาวุโสไปเป็นนายท่านผู้
ยิ่งใหญ่ ตัวตนเช่นหลินหมิงได้นั้นทะลุขอบเขตความเข้าใจของเขาไปแล้ว
เนื่องจากพวกเขาไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน การรู้ว่าตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่ง
ล้วนไร้ประโยชน์
บางทีเขาอาจจะเป็นลูกหลานแดนศักดิ์สิทธิ์… ในขณะที่ผู้อาวุโสโจว
คิดอย่างนี้ เขาก็สงสัยว่า… แล้วลูกหลานของแดนศักดิ์สิทธิ์ทรงพลัง
เพียงใดกัน?
“ฝูงสัตว์อสูรดุร้ายบุกทะเลทางใต้ครั้งใหญ่? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน เขาคุ้นเคยกับฝูงสัตว์อสูรบุกดี – เขายังเคยมี
ประสบการณ์มาก่อนเมื่อเขาอยู่ที่อาณาจักรลิขิตฟ้า ฝูงสัตว์อสูรดุร้ายบุก
ถูกกระตุ้นโดยดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้และกวาดล้างทั่วทั้งอาณา
เขตเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์!
ในเวลานั้น มีผู้คนนับไม่ถ้วนที่ต้องตกตายไป ถ้าหลินหมิงไม่สามารถ
กลับไปยังเมืองใบหม่อนสีเขียวได้ในตอนนั้นแล้ว พลเมืองทั้งหมดของ
เมืองก็คงจะอยู่ในท้องของสัตว์อสูรดุร้ายเหล่านั้น
เมื่อเห็นว่าหลินหมิงไม่รู้เรื่องฝูงสัตว์อสูรดุร้ายบุกเช่นนี้ ผู้อาวุโสโจ
วจึงไม่แปลกใจเลย เขากล่าวว่า “รายงานต่อท่านผู้ยิ่งใหญ่ ฝูงสัตว์อสูรบุก
เพิ่งเกิดขึ้นเพียงแค่ครึ่งปีที่ผ่านมา มีเกาะนับไม่ถ้วนในดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ และความลึกของทะเลที่นี่ไม่ได้ลึกไปไกลกว่า 100,000 ก้าว
นี้เรียกว่า ทะเลภายใน แต่ด้านนอกอาณาเขตหลักของดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ และความลึกของทะเลมากถึงระดับที่ไม่สามารถจินตนาการ
ได้ ส่วนความลึกของทะเลนี้เป็นอย่างไร แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร
ก็จะพบว่าเป็นการยากที่จะวัดได้ มันมีสัตว์อสูรทะเลลึกที่ทรงพลัง
มากมายในบริเวณนี้ และเพียงแค่ตัวเลขอย่างเดียวก็น่าสะพรึงกลัวแล้ว
โดยปกติแล้วมันจะไม่ง่ายสำหรับพวกมันที่จะเข้าไปในพื้นที่น้ำตื้นของ
ทะเล สัตว์ประหลาดอาวุโสชราของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้ใช้
วิธีการที่ไม่รู้จักรวบรวมสัตว์อสูรทะเลลึกจำนวนนับแสนตัวเหล่านี้ไป
โจมตีศูนย์กลางของพันธมิตรร่วมสงครามแห่งทะเลทางใต้ ร่วมกับสัตว์
อสูรทะเลมหึมา ในที่สุดพวกเขาก็ผ่านการป้องกันของพันธมิตรร่วม
สงครามแห่งทะเลทางใต้ในการบุกเพียงครั้งเดียว จากจุดนั้นกลุ่ม
พันธมิตรร่วมสงครามแห่งทะเลทางใต้จึงเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น สำหรับ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และนิกายห้วงวิบัติ ซึ่งประกอบด้วยกองกำลังหลัก
ของพันธมิตรร่วมสงครามแห่งทะเลทางใต้ พวกเขาเองก็จบสิ้นลงใน
เหตุการณ์นั้น…”
ได้ยินชื่อผู้อาวุโจวกล่าวเช่นนี้ หลินหมิงรู้สึกมีเสียงดังหึ่งในจิตใจของ
เขาราว มันราวกับว่าเขาโดนฟ้าผ่าจนหูอื้อ!
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ล่มสลายไปแล้ว!?
ผู้อาวุโสโจวไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของหลินหมิง
เขากล่าวต่อว่า “หลังจากพันธมิตรร่วมสงครามแห่งทะเลทางใต้ล่มสลาย
ไปแล้ว สำนักเล็กๆของเราก็อยู่ในสถานะที่น่าสังเวชมากยิ่งขึ้น ทั่วทั้ง
ทะเลใต้ถูกยึดครองโดยดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ นอกจากนี้ ในช่วง
ครึ่งปีที่ผ่านมา สัตว์อสูรทะเลลึกก็ยังไม่ถอยกลับ เหล่าสัตว์อสูรดุร้ายที่
ทรงพลังได้แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม และออกกวาดล้างผู้คนตามที่ต่างๆ
ส่วนใหญ่เป็นปุถุชนที่ถูกสังหาร อาจกล่าวได้ว่านี่คือ วันโลกาวินาศแห่ง
ทะเลทางใต้! ในตอนนี้ ปุถุชนเกือบทุกคนในทะเลทางใต้ล้วนตกตาย โชค
ดีที่นักสู้ได้ดีกว่าเล็กน้อย ทันทีที่พวกเขาได้ข่าว พวกเขาได้รวมกันเป็น
กลุ่มใหญ่และมั่งหน้าหนีไปยังแผ่นดินใหญ่ แต่ยังมีคนอื่นๆบางคนเช่นเรา
เพราะเหตุผลต่างๆจึงยังถูกรั้งท้าย สำหรับเราที่จะข้ามหลายร้อยลี้ไปยัง
แผ่นดินใหญ่นั้นยากยิ่งกว่าปีนสวรรค์…”
ผู้อาวุโสโจวจงใจใช้พูดคำเหล่านี้เพราะหวังว่าหลินหมิงจะช่วยเขาไป
ยังแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขาพูดเห็นแก่ตัวจบ เขาก็
สังเกตเห็นว่าสีหน้าของหลินหมิงเริ่มมืดมนและน่ากลัวมาก ระหว่าง
ดวงตาของเขาดูเหมือนจะมีเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวลุกโหมขึ้น!
ทันทีที่ผู้อาวุโสโจวเห็นเช่นนี้ หัวใจของเขาก็หยุดเต้นชั่วขณะและ
หยุดพูดในทันที
“เจ้าบอกว่าเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ล่มสลายไปแล้ว?” ดวงตาของ
หลินหมิงสว่างวูบเมื่อเขามองไปยังผู้อาวุโสโจว จ้องมองอย่างดุดัน
“ใช่… ใช่แล้ว เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้… กลายเป็น… เกาะร้าง” ผู้
อาวุโสโจวกลืนน้ำลาย เผชิญหน้ากับหลินหมิง เขารู้สึกราวกับว่าตนเอง
สามารถตายได้ทุกช่วงเวลา
“และผู้คนบนเกาะเป็นอย่างไร?”
“เกี่ยวกับเรื่องนี้… ข้า… ข้าไม่ค่อยแน่ใจ ข้า… เป็นเพียงผู้อาวุสาย
นอกของเกาะนางแอ่นลม ข้าไม่รู้ว่ากองกำลังหลักที่เหลืออยู่ของพันธมิตร
สงครามก็มีมากเพียงใด… ”
ขณะที่ผู้อาวุโสโจวกล่าวหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
เผชิญหน้ากับหลินหมิง ความกดดันมันยิ่งใหญ่เกินไป!
“น้องชายหลินอย่ากังวลไปเลย!”
ในขณะนี้ ต๋วนมู่ฉินกล่าวออกมา เสียงของเขาเหมือนสายลม
อ่อนโยนในฤดูใบไม้ผลิ ยกความกดดันจากผู้อาวุโสโจวไปในทันที ผู้อาวุโส
โจวเริ่มคุกเข่าลุก สูดหายใจหอบ เพียงแค่พูดคำเหล่านี้เมื่อครู่ มันก็ดู
เหมือนว่าได้ใช้พละกำลังของเขาไปทั้งหมด
แต่นั่นก็เป็นเพราะหลินหมิงได้ผสานสนามพลังทั้งสองเข้าด้วยกัน
แล้ว แม้ว่าเพียงออร่าของเขาจะบังเอิญรั่วไหลออกไปเพราะเกิดอารมณ์ที่
รุนแรง แต่ก็ยังสามารถเพิ่มแรงกดดันให้นักสู้ระดับต่ำได้อย่างมาก
“น้องชายหลินหลิน พวกเราต้องคิดและถกเถียงกันในเรื่องนี้ต่อไป
กังวลมากเกินไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ฟังคำพูดของผู้ชายผู้นี้ มันดูใน
กลุ่มพันธมิตรสงครามอาจจะยังไม่ตกตายไปทั้งหมด”
ต๋วนมู่ฉินได้คาดเดาความสัมพันธ์ของหลินหมิงกับเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ เขาพบว่ามันแปลกมาก เขาสันนิษฐานว่า
สัตว์ประหลาดอัจฉริยะที่ท้าทายสวรรค์เช่นหลินหมิงควรจะมาจากแดน
ศักดิ์สิทธิ์บางแห่ง แต่ในขณะที่เขาฟังการแลกเปลี่ยนคำเมื่อครู่ มันดู
เหมือนว่าเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นี้จะเป็นเพียงนิกายระดับกลาง
หรือหลินหมิงเองก็มีต้นกำเนิดมาจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์? มันควร
จะไม่เป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่?
“ข้าเข้าใจ…” หลินหมิงปิดตาลง ในขณะที่เขาเปิดมันขึ้นอีกครั้ง ความ
เศร้าโศกและความกังวลเหล่านั้นได้ถูกระงับไว้ กลับกันมันเต็มไปด้วยจิต
สังหารที่บริสุทธิ์
“ไปกันเถอะ!”