Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 680 กำราบ
“ลงมือโจมตีด้วยกันเถอะ!”
ผู้อาวุโสตะโกนดังขึ้นขณะที่เผชิญหน้ากับหนวดของสัตว์อสูรทะเล
มหึมา และดึง ruler ออกจากแหวนมิติของเขาในเวลาเดียวกัน
อาวุโสคนอื่นๆก็เอากระบี่หนักออกมา ทั้งสองเริ่มโคจรปราณแท้
จนถึงขีดสุด โดยใช้ความสามารถที่สูงสุดของตน!
พายุปราณแท้สีดำทั้ง 2 ปะทุขึ้น ภายใต้การควบคุมเพียงเล็กน้อย
ของสองผู้อาวุโส การโจมตีทั้งสองรวมกันเป็นหนึ่ง โจมตีอย่างรุนแรงลงไป
ยังหนวด
ปัง!
ระเบิดลุกโชติช่วง หนวดมากมายที่โจมตีเจาะทะลุอย่างหดกลับ
อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีหนวดอีกมากมายที่พุ่งออกมาแทนที่อัน
เดิม ยังคงไร้ซึ่งทางหนีสองผู้อาวุโสเช่นเคย
‘นี่ไม่ดีแล้ว!’
เมื่อมองเห็นหนวดที่เต็มไปด้วยพลังงานพุ่งเข้าหาพวกเขา สายตา
ของผู้อาวุโสทั้งสองกลายเป็นสีแดงก่ำ ด้วยจเพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 1
ของพวกเขา การขัดขืนตาข่ายหนวดสัตว์อสูรทะเลมหึมาย่อมไม่สามารถ
ทำได้
“ข้าจะแลกมันชีวิต!”
อาวุโสทั้งสองคนมีความคิดเช่นเดียวกันในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่
เกิดขึ้นทำให้พวกเขาตกใจ เมื่อหนวดยักษ์ตรงเข้าหาพวกเขา แต่แล้วมัน
เริ่มช้าลง พันรอบตัวโดยไม่ได้ตั้งใจเจาะทะลุร่างของพวกเขา
แคร๊ก แคร๊ก แคร๊ก!
ผู้อาวุโสทั้งสองรู้สึกราวกับว่าร่างกายของพวกเขากำลังถูกบีบรัดจาก
งูหลามยักษ์หลายตัว อวัยวะภายในของพวกเขาได้รับความเจ็บปวดทน
ทุกข์ทรมาน กระดูกของพวกเขาเกือบจะถูกบดขยี้
“เจ้าสัตว์เดรัจฉานนี้!”
ผู้อาวุโสทั้งสองคนเหงื่อไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด พวกเขา
สูญเสียพลังทั้งหมดที่จะต่อต้าน
ในเวลาเดียวกัน หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและสิ้น
หวัง พวกเขาก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง สัตว์อสูรทะเลขนาดมหึมาตัว
นี้ต้องถูกควบคุมโดยใครบางคนแล้ว มิเช่นนั้น มันคงจะฆ่าพวกเขาและ
ไม่ได้พันพวกเขาเอาไว้เช่นนี้
สำหรับผู้ที่สามารถควบคุมสัตว์อสูรทะเลขนาดมหึมา พวกเขาคิดไป
ถึงเพียงคนเท่านั้น
นั่นคือ… หลินหมิง!
ทั้งสองผู้อาวุโสแทบไม่เชื่อเรื่องนี้ เมื่อซ่วนหวู๋จี๋ได้ควบคุมสัตว์อสูร
ทะเลมหึมา เขาได้สร้างรูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่ ใช้ทักษะลับเพื่อกระตุ้น
ศักยภาพของจิตวิญญาณของเขา และแม้แต่ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญนับไม่
ถ้วนเพื่อสนับสนุนเขาด้วย ถึงกระนั้น เขาก็แทบไม่สามารถประสบ
ความสำเร็จได้
แต่หลินหมิง ด้วยความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว เขาทำอย่างไรถึง
สามารถป้องกันและตอบโต้การโจมตีของผู้อาวุโสทั้ง 4 ลบล้าง
เครื่องหมายจิตวิญญาณที่ซ่วนหวู๋จี๋ทิ้งไว้และจากนั้นก็สร้างเครื่องหมาย
จิตวิญญาณของตัวเองในช่วงระยะเวลาอันสั้น?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สองผู้อาวุโสก็เริ่มมีความรู้สึกกลัวจากส่วนลึกของ
จิตใจ พวกเขาไม่ถือว่าหลินหมิงเป็นชายหนุ่มอายุ 20 ปีอีกต่อไป กับพวก
เขาตอนนี้ เขาเป็นอัจฉริยะที่น่ากลัว ตัวตนที่น่ากลัวและลึกลับเกินความ
เข้าใจของพวกเขา
วูซ!
สองอาวุโสรู้สึกว่าร่างกายของพวกเขาถูกรัดแน่นขึ้น หนวดยักษ์ของ
สัตว์อสูรทะเลมหึมาได้ดึงกลับไปอย่างรวดเร็วขณะที่มันเปิดปากและกลืน
กินพวกเขาทั้งสองคนเข้าไป ทั้งสองคนเห็นความมืดเพียงชั่วขณะ และใน
เวลาต่อมาพวกเขาก็มาถึงมิติแสงสีแดง
…….
10 ลี้ไกลออกไป ขณะที่เฟิงเฉิน ต๋วนมู่ฉินและหลานฉินเห็นเช่นนี้
พวกเขาทั้งหมดตะตะลึงอย่างยิ่ง
หลังจากหลินหมิงเข้าไปในร่างของสัตว์อสูรทะเลมหึมา เขาได้ใช้
วิธีการที่ไม่รู้จักบางอย่างเพื่อทำให้สัตว์อสูรทะเลขนาดมหึมาร้องเสียงดัง
ด้วยความเจ็บปวดตลอด 15 นาที จากนั้น สิ่งที่น่าแปลกใจก็เกิดขึ้น ผู้
อาวุโสในกลุ่มดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ทุกคนเริ่มหลบหนีไปตามๆ
กัน สองคนที่อยู่ข้างหน้าโชคดีที่สามารถหลบหนีได้อย่างปลอดภัย แต่ทั้ง
สองคนอยู่ข้างหลังพวกเขาช้าเกินไป พวกเขาถูกจับโดยสัตว์อสูรทะเล
ขนาดมหึมา!
เกิดอะไรขึ้น?
“มันเหมือน…กับว่าสัตว์อสูรทะเลมหึมาถูกกำราบโดยหลินหมิง?”
เฟิงเฉินไม่อยากจะเชื่อคำพูดของตัวเองได้ขณะที่กล่าวมันออกมา แต่นี่
เป็นคำอธิบายเดียวเท่านั้น
ต๋วนมู่ฉินกล่าวชื่นชมว่า “น่าทึ่งยิ่งนัก แม้ว่าสัตว์อสูรทะเลมหึมาตัวนี้
ไม่ได้ยอดเยี่ยมในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว แต่ก็สามารถแสดงพลังทำลาย
ล้างในสนามรบขนาดใหญ่ได้ นี่เป็นสัตว์สงครามที่ยิ่งใหญ่ที่แม้แต่แดน
ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังอิจฉา ข้าไม่รู้ว่าหลินหมิงทำอะไร; การกระทำทุกอย่างของ
เขาเป็นปริศนาแก่เรา”
ต๋วนมู่ฉินถอนหายใจ ในเวลานี้ เขาไม่ได้คิดเกี่ยวกับการแข่งขันกับ
หลินหมิงอีกต่อไป ตราบเท่าที่เขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินห
มิงไว้ได้ เช่นนั้นจะทำให้อนาคตแดนศักดิ์สิทธิ์พฤกษาเทวะมองเห็น
เส้นทางทอดยาวไปไกลขึ้น
ในเวลานี้ ที่ด้านในของสัตว์อสูรทะเลขนาดมหึมา หลินหมิงสวมชุดสี
ดำขณะที่เขายืนอยู่ มือของเขาไขว้ไว้ที่ด้านหลัง เขาจ้องมองไปที่ผู้อาวุโส
ทั้งสองอย่างสงบ ถึงแม้ว่าสายตาของเขาจะนิ่งสงบ แต่ก็เพียงพอที่จะทำ
ให้เกิดอาการหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะได้
“หลินหมิง…!”
ผู้อาวุโสกลืนน้ำลาย เมื่อหลินหมิงเป็นที่ต้องการตัวไปทั่วทั้งทะเล
ทางใต้ เขาได้เห็นรูปเหมือนของหลินหมิงเช่นกัน ผู้เยาว์ตรงหน้าเขาคนนี้
ช่างดูคล้ายกันอย่างยิ่ง แต่มีกลิ่นอายที่แตกต่างกันมาก หลินหมิงใน
ภาพวาดเป็นหนุ่มหล่อเหลาและอ่อนโยน แต่หลินหมิงที่อยู่ตรงหน้าพวก
เขาเหมือนราชันที่สั่งให้ผู้นึงเป็นและตายได้!
“เจ้า… เจ้าเป็นใคร?”
ผู้อาวุโสผู้นึงช่วยไม่ได้ที่จะถามออกไป เขาไม่สามารถจินตนาการได้
ถึงตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวที่ตรงหน้าเขาจะเป็นเพียงแค่เด็กวัย 20 ปี
เท่านั้น
เมื่ออาวุโสผู้นี้ยังเยาว์ เขาก็เป็นเพียงผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญ เมื่อ
ตอนที่เขาอายุ 20 ปี เขายังเป็นนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย เนื่องจาก
พรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมของเขา เขาเพียงสามารถที่จะต่อสู้ผู้เชี่ยวชาญรขั้น
ปราณปลายฟ้าได้ นี่ก็เป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งมากแล้ว แต่เมื่อเทียบกับ
หลินหมิง แม้จะใช้คำอธิบายความแตกต่างนี้ว่าเป็นดั่งเมฆและโคลนตมก็
ไม่เพียงพอเลย
“ข้าก็คือข้า สำหรับข้าที่ชื่อหลินหมิง ข้าคิดว่าเจ้ารู้อยู่แล้ว!” หลินหมิ
งกวัดแกว่งหอกสีขาวอย่างเฉยเมยและชี้ไปทางผู้อาวุโสทั้งสอง “ตอนนี้ข้า
จะให้ทางเลือกแก่เจ้า ยอมจำนนต่อข้าและยอมให้ข้าทำตราประทับทาส
ในตัวเจ้าเป็นเวลา 50 ปี หลังจาก 50 ปี ข้าจะปลดปล่อยเจ้า! มิเช่นนั้น
ทางเลือกอื่นก็คือความตายเท่านั้น!”
หลินหมิงเคยต้องการที่จะฆ่าผู้อาวุโสทั้งสองคนนี้ แต่หลังจาก
พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 มีความ
แข็งแกร่งในการต่อสู้ที่ดีมาก ต้องเป็นที่รู้กันดีว่ามู่เฟิงเซียนเองก็อยู่ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 1 เช่นกัน
การทำสงครามกับนิกายไม่ได้เป็นเรื่องของคนเพียงคนเดียว ความ
แข็งแกร่งที่หลินหมิงครอบครองไม่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น
เผชิญหน้ากับซ่วนหวู๋จี๋ที่ทรงพลัง หลินหมิงจึงต้องคว้าผลประโยชน์
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซ่วนหวู๋จี๋ไม่นานจะออกจากการปิดด่านฝึกตน
แล้ว ในขณะนั้น แม้ว่าหลินหมิงจะอ่อนแอกว่าซ่วนหวู๋จี๋ แต่เขาก็ต้องมี
คุณสมบัติที่จะสู้กับเขา
“หึ ข้ายอมตายมากกว่าที่จะมีตราประทับทาสไว้ในตัวข้า!” อาวุโสกัด
ฟันกล่าวออกมา สำหรับนักสู้ที่มีความภาคภูมิใจน้น ตราประทับทาสเป็น
ธรรมดาที่จะถือว่าเป็นรูปแบบการดูถูกสูงที่สุด เมื่อถูกปลูกฝังตราประทับ
ทาส เขาจะไม่ถือว่าเป็นอะไรนอกจากทาสที่ถูกควบคุมจิตใจ; เขาจะไม่
สามารถมีความคิดของตัวเองได้
“เช่นนั้นให้ข้าจัดการเจ้าซะ!” หลินหมิงกล่าวโดยไม่ลังเล เขายกหอก
กำลังจะฆ่าพวกเขา ขณะนี้ผู้อาวุโสคนนึงตะโกนออกมาว่า “ช้าก่อน!”
หลินหมิงจึงได้หยุดมือลง เขาถามว่า “เจ้าต้องกล่าวสิ่งใดอีก?”
จิตใจของอาวุโสคนนี้วิ่งวุ่น เขากัดฟันและพูดว่า “เจ้าบอกว่าตรา
ประทับทาสนี้จะอยู่เพียงแค่ 50 ปี เหตุใดข้าถึงต้องเชื่อเจ้า?”
หลังจากที่ตราประทับทาสถูกปลุกฝังลงไป ทาสจะต้องปฏิบัติตาม
คำสั่งทุกอย่างจากนายของพวกเขา ไม่สามารถกระทั้งฆ่าตัวตายได้ ถ้า
หลินหมิงไม่ได้ปลดปล่อยตราประทับทาส 50 ปีนับจากนี้ เช่นนั้นแล้วนั่น
ก็เป็นชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย
หลินหมิงหัวเราะ “ข้าสามารถควบคุมได้มากที่สุด 10 คนด้วยตรา
ประทับทาสของข้า หึ เจ้าทั้งสองคนไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นทาสรับใช้ของ
ข้าถึง 50 ปี คำอธิบายนี้ทำให้เจ้าพอใจหรือไม่?”
คำพูดของหลินหมิงอาจอธิบายได้ว่าหยิ่งยโสและไร้เหตุผลมาก
เกินไป หลังจากที่อาวุโสได้ยินเช่นนี้ เขารู้สึกอึดอัดใจยิ่งนัก แต่ถึงอย่าง
นั้น เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าหลินหมิงมีข้อได้เปรียบในการพูดคำ
ของเขา 50 ปีต่อมา หลินหมิงคงได้กลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบ เป็นไป
ได้แม้กระทั่งยืนอยู่ที่ยอดสูงสุดของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ เขาเป็นไป
ได้ไหมที่อาจจะเสียเปล่ากับ 2 ตราประทับทาสที่จะยกให้ทาสเพียงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 1 อย่างพวกเขา?
อาวุโสตัดสินใจกล่าวออกมา “ตกลง ข้ายอมรบ!”
“อาวุโสซุน ท่าน…” อาวุโสที่บอกว่าเขาอยากจะตายมากกว่ายอม
จำนนเห็นการประนีประนอมของอาวุโสอีกคน เขาก็เริ่มตื่นตระหนก
“ท่านจะทิ้งศักดิ์ศรีของตนและทำลายหวใจแห่งสู้ของท่านเพียงเพื่อให้
ท่านสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความอัปยศเช่นนี้? ท่านรู้ไหมว่าหลังจากที่
ถูกควบคุม หลินหมิงจะทำให้เราสังหารลูกหลานของเราเอง!”
“อาวุโสโจว ท่านยังคิดเช่นนั้นในเวลานี้เช่นนี้อีกหรือ?” อาวุโสซุนเงย
หน้าขึ้น จำนนต่อชะตากรรมของตนและมองอาวุโสอีกคนอย่างไร้
ชีวิตชีวา “ในเส้นทางปีศาจของเราสนใจเฉพาะตนเองเป็นอย่างแรกเสมอ
ตัวเองเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจทั้งหมด ผู้ใดสนใจถ้าเราถูกบังคับให้
ทรยศและเข่นฆ่าผู้ที่มาจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้? สำหรับหัวใจ
แห่งนักสู้ของข้า ผู้ใดจะใส่ใจ? ระดับการบ่มเพาะของเราถึงขีดจำกัดที่เรา
สามารถบรรลุได้แล้ว ในชีวิตของเรา ไม่มีความหวังว่าเราจะไปถึงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 2 ได้ ดังนั้นทำไมข้าถึงต้องห่วงว่าจิตวิญญาณแห่งนักสู้
จะพังทลายหรือไม่? ถ้าเจ้าอยากตายเช่นนั้นข้าจะไม่ห้ามเจ้า แต่ข้าไม่
อยากตาย ข้ายังคงอยากใช้ชีวิตของข้า ในช่วงครึ่งแรกของชีวิต ข้า
พยายามอย่างหนักเพื่อมีโชคดีอย่างคนบ้า ทั้งปิดด่านฝึกฝน และตอนนี้
หลังจากที่ประสบกับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ในที่สุดข้าก็สามารถสนุกกับ
ผลงานของข้าได้ ข้ายังต้องการที่จะสนุกกับชีวิตอีกหลายร้อยปีข้างหน้า
ของข้าต่อไป ข้าไม่อยากตายที่นี่!”
นักสู้บางคนเช่นหลินหมิง ได้ฝึกศิลปะการต่อสู้เพื่อต้องบรรลุ
จุดสูงสุดของนักสู้
นักสู้บางคนที่ฝึกฝนการต่อสู้ได้ทำเพื่อที่จะได้แข็งแกร่งมากขึ้น มี
สถานะที่สูงขึ้น และเพลิดเพลินไปกับความงามและความผิดบาปทั้งหมด
ของโลก
อาวุโสซุนเป็นนักสู้เช่นนั้น เขาซึ่งรำลึกถึงความหลัง เขายังไม่มี
ความสุขกับมันมากพอ ถ้าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตไม่ได้มีส่วนร่วมใน
สงครามของนิกายและไม่ได้พยายามที่จะแสวงโชคในการทะลวงผ่าน
ระดับที่สูงขึ้นไป เช่นนั้นแล้ว มันจะดีกว่าหากจะไปยังดินแดนเล็กๆและ
สนุกกับชีวิตเหมือนพระเจ้า
เมื่อได้ฟังผู้อาวุโสซุนกล่าวเช่นนี้ อาวุโสโจวยังลังเลอยู่เช่นกัน
หากสามารถมีชีวิตอยู่ ใครอยากจะตาย?
……………
1,000,000 ลี้ห่างออกไป, หัวเมืองเร้นลับ –
ด้านใต้สุดของทวีปนภารินไหล มีพื้นที่ทั้งหมด 10 เขตแดน และ 9
หัวเมือง สิ่งที่เรียกว่า ‘หัวเมือง’ มีขนาดเล็กกว่าเขตแดนเล็กน้อย
ตัวอย่างเช่น อาณาบริเวณโดยรอบของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ถือว่าเป็นหัว
เมืองเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
หัวเมืองเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในสังกัดอีกเขตแดนหนึ่งที่ใหญ่กว่า
แต่มีบางหัวเมืองที่เป็นอิสระ ยกตัวอย่างเช่น หัวเมืองเร้นลับก็เป็นเช่นนี้
หัวเมืองเร้นลับ ตั้งอยู่ระหว่างภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ และ หัวเมือ
งหุบเขาตุลาการ ห่างจากภูมิภาคเขตแดนทางใต้ประมาณหนึ่งล้านลี้
นิกายอันดับหนึ่งของหัวเมืองเร้นลับคือ นิกายตำหนักแก่นแท้หยินห
ยางซึ่งเป็นนิกายระดับ 5 ที่เพิ่งได้การเลื่อนขั้น
เคล็ดบ่มเพาะของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง มุ่งเน้นไปที่การ
บ่มเพาะคู่เพิ่มเติมเต็มให้สมบูรณ์ ที่นี่ การบ่มเพาะคู่ได้ประโยชน์ทั้งชาย
และหญิง มันแตกต่างจากรูปแบบการดูดซับพลังที่ดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ฝึกฝน ดังนั้น นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางอาจถือได้ว่ายัง
เป็นนิกายดั่งเดิม
เนื่องจากลักษณะพิเศษของเคล็ดบ่มเพาะนี้ ศิษย์จำนวนมากของ
นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางจึงเป็นคู่สมรสที่บ่มเพาะร่วมกัน
แม้แต่เจ้าตำหนักของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางก็เป็นคู่สมรส
ชายชื่อ ซิงจี๋ และหญิงชื่อ ซิงฉาน; พวกเขามีชื่อเสียงในฐานะคู่ดารา
ผสานหยินหยาง
การบ่มเพาะของทั้งคู่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 เนื่องจากเคล็ดบ่ม
เพาะหยินหยางของพวกเขา จึงได้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการโจมตีผสาน
กัน ถ้าทั้งสองคนร่วมมือกัน พวกเขาก็สามารถสู้กับผู้ทรงพลังขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 3 ได้
สองสามีซิงนี้มีบุตรชายหนึ่งคน ชื่อของเขาคือ ซิงเหยียงและเขาเป็น
ผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิ
ตราบใดที่ผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิยังไม่ตาย พวกเขาจะมีโอกาส
เพียงเส้นบางๆที่จะกลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่แท้จริง
สองสามีซิงได้ตั้งความคาดหวังไว้สูงมากกับซิงเหยียง พวกเขาหวัง
ว่าซิงเหยียงจะได้เป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิในอนาคตและนำนิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยางไปสู่การกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างแท้จริง
ในเวลานี้ ภายในลานหรูหรา ที่ทางทิศตะวันออกของนิกายตำหนัก
แก่นแท้หยินหยาง…
ต้นไม้เก่าแก่หลายพันปีแตกกิ่งก้านสาขาแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งลาน ใต้
ต้นไม้ใหญ่นี้มีโต๊ะหินที่เรียบง่ายและบนโต๊ะหินมีชุดน้ำชา ที่นั่งรอบโต๊ะ
หินนี้มีอยู่ 3 คน
หนึ่งในคนที่นั่งในโต๊ะนี้เป็นหญิงอาวุโสสวมชุดคลุม ผมสีเงินของนาง
จัดแต่งผมตั้งขึ้นอย่างสูงสง่า
คนผู้นี้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มู่เฟิงเซียน!