Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 681 ความวิตกกังวลของมู่เชียนหยี่
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 681 ความวิตกกังวลของมู่เชียนหยี่
หลังจากสองปีครึ่ง ไม่เพียงแต่การบ่มเพาะของมู่เฟิงเซียนไม่ได้
เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีแนวโน้มว่าจะลดลงแทน รูปร่างหน้าตาของนางแก่
กว่าเดิม และดวงตาของนางไม่สดใสเท่าที่เคยมีมาในอดีต
นี่เป็นสัญญาณว่าชีวิตของเรากำลังมาถึงช่วงสุดท้าย แต่ความจริงก็
คือ ด้วยชีวิตของมู่เฟิงเซียนเพียง 700 ถึง 800 ปีแม้ว่านางจะไม่ได้ทะลวง
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 แต่นางก็ยังสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายร้อย
ปี เหตุผลที่นางอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ มันเป็นเพราะนางได้ใช้ทั้งสมอง
ร่างกายและจิตใจของนางอย่างเต็มที่ในสงครามทางทะเลใต้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ผลาญแหล่งชีวิตของตัวเอง
ด้านซ้ายมือของมู่เฟิงเซียนคือมู่อวี้หวงในชุดแดง การพัฒนาของมู่
อวี้หวงได้ก้าวไปไกลกว่าเดิม และตอนนี้นางทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต
แล้ว
เมื่อหลินหมิงได้ขั้นผสานไขกระดูก 100% เสร็จสิ้น เขาไม่ได้ใช้ราก
มังกรนิพพานทั้งหมด มันยังคงมีพลังงานเหลืออยู่ถึง 20% เขาได้ให้ราก
มังกรนิพพานแก่มู่เชียนหยี่ และมู่เชียนหยี่ก็ได้มอบให้มู่เฟิงเซียน แล้วมู่
เฟิงเซียนไม่ได้ใช้มันเพื่อตัวเองกลับกันนางมอบให้มู่อวี้หวง
มู่เฟิงเซียนตระหนักดีว่านางได้บรรลุถึงขีดจำกัดศักยภาพของนาง
แล้ว แม้ว่านางจะกลืนกินรากมังกรนิพพาน พลังงานภายในร่างกายที่ไม่
เพียงพอภายในที่จะช่วยให้นางข้ามผ่านขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 ได้ อย่าง
มากที่สุด มันก็จะสามารถเพิ่มพลังชีวิตและยืดอายุขัยออกไปอีก 100–
200 ปี แต่นี่ไม่มีความหมายใดๆสำหรับมู่เฟิงเซียน นางจึงเอารากมังกร
นิพพานนี้ให้แก่มู่อวี้หวงเพื่อที่วันหนึ่งจะได้แบกรับภาระในอนาคตของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไหว
มู่อวี้หวงมีพรสวรรค์ในการก้าวไปสู่ขั้นทำลายชีวิตได้ มันเป็นเพียงแค่
นางไม่ได้เป็นนักบุญหญิงของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นพรสวรรค์ของ
นางจึงถูกจำกัด
ตามพรสวรรค์ของมู่อวี้หวง นางควรจะสามารถเข้าถึงจุดสูงสุดของ
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ นั่นคือขีดจำกัดของนาง มู่อวี้หวงได้รับการบ่ม
เพาะเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว แต่นางยังขาดแรงผลักดันขั้นสุดท้ายที่จะทำ
ให้การบ่มเพาะของนางบรรลุจุดสูงสุด ดังนั้นหากไม่มีโชคใดๆเกิดขึ้น การ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตของนางย่อมล่าช้าไปกว่า 100 ปี
แต่หลังจากที่นางกลืนกินรากมังกรนิพพาน จึงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้น
ทำลายชีวิตระดับด้วยความช่วยเหลือจากมัน
ด้านข้างของมู่อวี้หวงเป็นหญิงสาวผู้งดงาม นางสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสี
แดง ขาของนางเรียวยาว รูปร่างหน้าตาของนางดูสง่างาม และฟันขาวใส
ของนางถูกเน้นด้วยริมฝีปากสีแดงเข้มที่ส่องประกายดั่งผลึก ผู้หญิงคนนี้
ไม่เพียง แต่มีรูปร่างหน้าตาที่ทำให้อาณาจักรมนุษย์พินาศได้ แต่นางก็ยังมี
กลิ่นอายราวกับว่ามาจากอีกโลกซึ่งเป็นที่ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถทำให้นาง
แปดเปื้อนได้ เพียงแค่นั่งเฉยๆก็เผยให้เห็นถึงความเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง
นางก็คือนักบุญหญิงแผนกวิหคเพลงแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มู่
เชียนหยี่ ในเวลานี้ ดวงตาของมู่เชียนหยี่กำลังว้าวุ่นอยู่กับความกังวล
หลังจากการป้องกันของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์พังทลายลง มู่อวี้หวง
และคนอื่นๆก็ได้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณภายในแดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์และข้ามไปหลายแสนลี้ หนีตลอดทั้งวันและคืนจนกว่าพวกเขา
จะมาถึงหัวเมืองเร้นลับ
แม้ว่าบุคลากรที่สำคัญของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ปลอดภัย แต่เหล่า
ศิษย์ที่เสียชีวิตในสนามรบ ได้สร้างความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องให้มู่เฟิง
เซียน มู่อวี้หวงและคนอื่นอย่างยิ่ง เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นดินแดนอัน
รุ่งเรืองที่มีมรดกสืบทอดกว่า 3000 ปีได้ถูกทำลายไปแล้ว ด้วยเหตุนี้
แม้ว่าพวกเขาจะตาย พวกเขาก็จะไม่มีหน้าไปพบบรรพบุรุษของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
นอกจากนี้ มีชีวิตอยู่ภายใต้คนอื่นก็ไม่ได้ดีมากนัก
มีผู้รอดชีวิตกว่าพันคนจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หากพวกเขา
ต้องการที่จะหาหุบเขาจิตวิญญาณหรือเกาะที่อุดมไปด้วยพลังงานต้น
กำเนิดให้ได้ แน่นอนว่าการพูดง่ายย่อมกว่าทำ นอกจากนี้ ดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้ยังตระหนักดีถึงการดำรงอยู่ของแดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาต้องการจับกุมมู่เฟิงเซียนและคนอื่นๆที่ยังมี
ชีวิตอยู่ โดยใช้ทักษะค้นหาดวงจิตกับพวกเขาเพื่อหาวิธีเปิดมัน เมื่อเป็น
เช่นนี้แล้ว พวกเขาจะยอมให้มู่เฟิงเซียนและคนอื่นๆไปสร้างนิกายที่อื่น
อีกได้อย่างไร?
ดังนั้นมันจึงไม่มีทางเลือกอื่น และในความสิ้นหวังเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์จึงต้องแสวงหาสถานที่ลี้ภัย
จากบริเวณใกล้เคียงหลายแห่ง มันมีเพียงสองขั่วอำนาจที่แตกต่าง
กัน ซึ่งเป็นมิตรกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และสามารถตอบโต้ดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้ได้ในระดับหนึ่ง หนึ่งคือนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง
และอีกหนึ่งคือนิกายมหาวิหารเซน
หลังจากออกมาจากตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ นิกายมหาวิหาร
เซนก็ไม่ได้เข้าแทรกแซงสงครามของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ แม้ว่า
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุและเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ส่งจดหมายหลายฉบับ
เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ยังถูกละเลยทุกครั้ง ราวกับว่านิกายมหา
วิหารเซนกำลังประสบกับปัญหาของตัวเองและไม่มีเวลาที่จะต้องกังวล
กับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ไม่เพียงแค่นั้น แต่เคล็ดบ่มเพาะของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังสวน
ทางกับนิกายมหาวิหารเซน นิกายมหาวิหารเซนไม่มีความสนใจในแหล่ง
ทรัพยากรที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์สามารถเสนอได้ ดังนั้นเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์จึงต้องเลือกนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางเท่านั้น
นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางแน่นอนว่าจะไม่ปกป้องเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ฟรีๆ ไม่ช้าก็เร็ว เรื่องนี้จะถูกค้นพบโดยดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้และนั่นก็เป็นเช่นเดียวกับการขัดแย้งกับพวกเขา แม้ว่านิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยางไม่ได้กลัวดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ แต่
พวกเขาก็ไม่ได้ต้องการขัดแย้งกับพวกเขาเพื่อเห็นแก่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ในการที่พวกเขายอมให้ที่ลี้ภัยแก่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มันต้องมี
ข้อกำหนดที่เพียงพอ เนื่องจากนี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการใช้ประโยชน์
จากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ขณะที่พวกเขาไม่มีที่ไหนเลยที่จะไป นิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยางย่อมจะไม่พลาดโอกาสดังกล่าว หวังที่จะกลืน
ผลประโยชน์ทั้งหมดที่พวกเขาสามารถทำได้
ในช่วงเริ่มต้น คู่สามีซิงของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง ต้องการ
ให้เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์รวมกับนิกายของพวกเขากลายอีกแผนก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ มู่เฟิงเซียนย่อมไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
หลังจากที่ถูกมู่เฟิงเซียนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด คู่สามีซิงกลับเอา
ทรัพยากรจำนวนมหาศาลจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์รวมกระทั่งวิหคเพลิง
2 ตัวด้วย
วิหคเพลิง 2 ตัวเหล่านี้เป็นของมู่อวี้หวง เจ้าเพลิงประกาย รวมถึง
เจ้าเพลิงน้อย ของมู่เชียนหยี่ด้วย
หลังจากที่วิหคเพลิงของพวกเขาถูกเอาไปแล้ว ก็ไม่อาจจินตนาการ
ได้ว่ามู่อวี้หวงและมู่เชียนหยี่จะอยู่ในความเศร้าโศกเพียงใด อาจรู้สึก
เจ็บปวดมากจนหัวใจแทบหยุดเต้น ภายในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง
ไม่เพียงแต่เป็นสัตว์อสูรพันธสัญญา แต่ยังเป็นสหายกันไปตลอดชีวิต
ในความเป็นจริง เคล็ดบ่มเพาะของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง
นั้นมีความคล้ายคลึงกับของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ในนิกายตำหนักแก่น
แท้หยินหยาง, หยินเป็นน้ำและหยางเป็นไฟ และในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์,
วิหควารีเป็นน้ำแข็งและวิหคเพลิงเป็นไฟ ทั้งสองเคล็ดบ่มเพาะเหล่านี้มี
ความคล้ายคลึงกันมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เพียงสนใจแต่วิหคเพลิง แต่ยัง
รวมถึงปราณโลหิตของมันด้วย
ด้วยวิธีนี้ คู่สามีซิงจึงได้สาบานด้วยหัวใจว่าจะยอมให้เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ฟื้นตัวภายในนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางเป็นเวลา 100 ปี
ตลอดช่วง 100 ปี นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางจะปกป้องเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์และ 100 ปีต่อมา พวกเขาก็จะช่วยเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ในการ
จัดตั้งนิกายของพวกเขาอีกครั้ง
หลังจากที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองคนอื่นมาไม่ถึงครึ่งปี มู่เฟิงเซียน
และมู่อวี้หวงก็ได้ค้นพบสิ่งที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ศิษย์ชายของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางจึง
มีแนวคิดที่จะบ่มเพาะคู่กับพวกนาง พวกเขาต้องการที่จะแต่งงานกับศิษย์
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และฝึกฝนร่วมกันในฐานะสามีภรรยา
ถ้านี่เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่ายอย่างบริสุทธิ์ใจ มู่
เฟิงเซียนและมู่อวี้หวงจะไม่เข้าไปแทรกแซงอย่างแน่นอน แต่เหตุการณ์นี้
เกิดขึ้นบ่อเกินไป ทำให้มู่เฟิงเซียนไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ เพราะนี่
เป็นวิธีที่จะกลืนกินเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเงียบๆ หากยังขึ้นต่อเนื่อง
เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว เหล่าศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่จะ
แต่งงานกับเหล่าศิษย์ชายของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง หลังจาก
ศิษย์ของพวกเขากลายเป็นผู้หญิงของคนอื่นแล้ว มันจะเป็นไปได้อย่างไร
ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะออกจากนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางและ
สร้างนิกายใหม่ของพวกเขา?
แม้ว่าพวกเขารู้ว่าการแสวงหาที่ลี้ภัยในนิกายตำหนักแก่นแท้หยินห
ยางเป็นเช่นเดียวกับการเดินเข้าไปในถ้ำเสือ โดยมู่เฟิงเซียนและอื่นๆไม่มี
ทางเลือก ถ้าพวกเขาไม่มีนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง พวกเขาก็ไม่มี
โอกาสรอดเช่นกัน ไม่ช้าก็เร็ว ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จะพบพวก
เขาและฆ่าทิ้ง!
ในฐานะที่เป็นผู้นำ ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อ
คิดถึงเรื่องนี้
มู่อวี้หวงลุกขึ้นและรินชา หลังจากที่รินให้มู่เฟิงเซียน นางเริ่มกล่าว
ออกมาช้าๆว่า “ปิงอวิ๋นได้ส่งข่าวสารบ้างอย่างมา มันมาจากนิกายวายุ
คลั่งและค่อนข้างเป็นข่าวดี…”
“โอ้? ข่าวอันใดหรือ?” หลังจากมู่เฟิงเซียนได้ยินมู่อวี้หวง เปลือกตา
ของนางก็สะท้านเล็กน้อย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าวดีก็แปลกอย่าง
แท้จริง
มู่อวี้หวงกล่าวว่า “เมื่อไม่กี่วันก่อน จากข้อมูลของนิกายวายุคลั่ง
ผู้ปกครองสาขาเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้
ถูกสังหาร และหัวหน้ากองกำลังที่ทำเช่นนี้ก็มีอายุไม่ถึง 30 ปี”
“อายุ 30 ปี?” มู่เฟิงเซียนตกตะลึง อืม วีรบุรุษมักจะมาจากคนรุ่น
เยาว์ ข้าสงสัยว่าขุมพลังนี้มีเหตุผลใดจึงได้โจมตีดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้?”
“นิกายวายุคลั่งเองก็ยังไม่สามารถรู้ถึงตัวตนลึกลับของคนเหล่านี้ได้
พวกเขารู้เพียงว่า ขุมกำลังนี้มีจำนวนไม่กี่คน อาจมีเพียง 4 คนและทุกคน
ก็เป็นรุ่นเยาว์ที่โด่ดเด่นแข็งแกร่งเป็นพิเศษ หลังจากนั้น ซ่วนอวี่เชี่ยได้
ดำเนินการด้วยตัวเองและเอาสัตว์อสูรทะเลมหึมาออกไป… ”
“สัตว์อสูรทะเลมหึมา?” มู่เฟิงเซียนคิ้วขมวด ศัตรูของศัตรูคือมิตร –
นางจึงย่อมเป็นห่วงพวกเขาเป็นธรรมดา “เมื่อคิดว่าถึงกับต้องใช้สัตว์อสูร
ทะเลมหึมาเช่นนี้ มันก็ดูเหมือนว่าซ่วนอวี่เชี่ยได้พิจารณาสถานการณ์นี้
อย่างจริงจังแล้ว พวกเขาเป็นศัตรูคู่อาฆาตของดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้จากสักแห่ง?”
มู่เฟิงเซียนคิดว่าเรื่องนี้มันแปลกอย่างมาก มู่เชียนหยี่ก็ดูเหมือนจะ
จำอะไรได้บ้าง นางค่อยๆจมเข้าไปไปในความคิดของตน
รุ่นเยาว์ที่กล้าหาญเป็นพิเศษ อายุน้อยกว่า 30 ปี…
เมื่อหลินหมิงจากไป เขาก็บอกว่าเขาจะกลับมาในอีก 10 ปีข้างหน้า
ในเวลานั้น หลินหมิงควรจะมีอายุเกือบ 30 ปี เมื่อเขากลับมาเขาจะ
แข็งแกร่งแค่ไหน? เขาน่าจะมีความแข็งแกร่งที่สามารถต่อกรกับสาขา
ของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
เมื่อถึงเวลานั้น หลินหมิงจะค้ำจุนท้องฟ้าให้กับนาง ปกป้องนางจาก
ลมและสายฝน…
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ความปรารถนาอันแรงกล้าก็ลุกโชนขึ้นในดวงตา
ของนาง ไม่ว่าอย่างไร นางก็ยังคงเป็นมนุษย์ หลังจากเผชิญกับการ
เปลี่ยนแปลงมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางก็ย่อมที่จะเหนื่อยล้า
กายและใจ
และ 10 ปีของการนัดพบก็ยาวนานเกินไป
มู่เชียนหยี่ได้ทิ้งข้อความไว้ภายในค่ายกลของแดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าความปรารถนาของนางจะหนักแน่น แต่การอาศัยอยู่ใน
ทะเลใต้ที่อันตรายไปถึง 10 ปี… มันก็ค่อนข้างลำบากอย่างมาก
’10 ปีต่อมา หุบเขาฟ้าฟาด ถ้ำนิรนาม เราจะได้พบกันอีกครั้งจริง
หรือ?’
ความห่วงใยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่เชียนหยี่ นางเป็นห่วง
เกี่ยวกับหลินหมิง หลินหมิงได้ผ่านรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณ
ทั้งหมดด้วยตัวเอง เขาไปยังที่แห่งใด? เขาได้พบเจอกับอันตรายเช่น
ใดบ้าง? เขาจะสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยภายใน 10 ปีหรือไม่?
เส้นทางของนักสู้เต็มไปด้วยอันตรายต่างๆนาๆ รุ่นเยาว์ที่กล้าหาญ
มักจะสง่างามและรุ่งโรจน์ แต่ในความจริงแล้ว ทุกๆวันเป็นการต่อสู้กับ
ความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์ หากพลาดเพียงหนึ่งก้าว มันก็ย่อมหมายถึง
ความพินาศ!
แม้ว่ามู่เชียนหยี่จะเชื่อในตัวหลินหมิง แต่นางก็ยังกังวลแทนเขา
ในขณะที่มู่เฟิงเซียนมองเห็นการแสดงออกของมู่เชียนหยี่ นางรู้ว่า
หญิงสาวผู้นี้กำลังเจ็บปวดใจ นางถอนหายใจแต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพื่อ
ปลอบโยน กลับกัน นางถามมู่อวี้หวงว่า “ในเมื่อซ่วนอวี่เชี่ยได้สั่งการสัตว์
อสูรทะเลมหึมาด้วยตนเองเช่นนี้ ขุมพลังลึกลับกลุ่มนี้จึงเลือกล่าถ่อยใช่
หรือไม่?
มู่อวี้หวงส่ายหัว “พวกเขาไม่ได้ล่าถ่อย พวกเขาเลือกที่จะต่อสู้!”
“เลือกที่จะต่อสู้!?” มู่เฟิงเซียนตกตะลึงอย่างหนัก แม้ว่าซ่วนหวู๋จี๋จะ
ไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่เพียงแค่ซ่วนอวี่เชี่ยควบคุมสัตว์อสูรทะเลมหึมามันก็น่า
หวาดกลัวมากแล้ว หากขุมพลังลึกลับนี้กล้าที่จะสู้แล้ว มันก็พิสูจน์ให้เห็น
ว่าพลังของพวกเขาได้ไกลเกินกว่าจินตนาการของพวกนาง!
“เจ้าบอกว่ามี 4 รุ่นเยาว์ผู้กล้าหาญใช่หรือไม่?”
“นี่… บางทีพวกเขาอาจจะมีผู้เชี่ยวชาญบางคนแอบช่วยเหลืออยู่… ”
มู่อวี้หวงส่ายหัว นางไม่อาจเชื่อได้ว่าเพียงรุ่นเยาว์อายุน้อยกว่า 30 ปี 4
คนจะกล้าเผชิญหน้ากับซ่วนอวี่เชี่ยและสัตว์อสูรทะเลมหึมาได้
“ข่าวนี้ถูกส่งมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ป่านนี้ พวกเขาอาจจะต่อสู้กับสัตว์
อสูรทะเลมหึมาไปเรียบร้อยแล้ว; ข้าไม่รู้เลยว่าฝ่ายใดชนะ หากพวกเขา
สามารถเอาชนะดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่
สามารถทำร้ายสัตว์อสูรทะเลมหึมา แต่พวกเขาก็สามารถลดความหยิ่ง
ยโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ไปได้มาก อย่างน้อยพวกเขาจะไม่
เป็นเหมือนเราที่ไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย”