Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 698 ภัยคุกคาม
สมบัติระดับสวรรค์หอกขาว พร้อมกับจิตวิญญาณต่อสู้ผสานเข้ากับ
มัน — ด้วยสิ่งนี้พลังกระแทกของมันจะรุนแรงเพียงใด? จากข้อศอกของ
ซิงเหยียงลงไป แขนของเขาพังยับเยิน กระดูกทุกชิ้นถูกบดขยี้และแขน
ของเขาดูคล้ายกับโคลนเหลว แม้กระเบื้องด้านล่างก็ยังแตกสลายไปโดย
พลังนี้
ซิงเหยียงกุมข้อมือของตนขณะที่เขาร้องอย่างน่าสังเวช ถ้าเขามี
โอสถเจ้าภาพสูงก็ยังคงเป็นไปได้ที่จะสามารถฟื้นฟูแขนได้อีกครั้ง แต่เขา
จะต้องปรับสภาพใหม่อย่างช้าๆเพื่อที่จะทำให้อยู่ในระดับเดิม นี่จะต้องใช้
เวลาและจะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการเติบโตของเขา
“เจ้า! เจ้าจะต้องชดใช้สำหรับสิ่งนี้!” ซิงเหยียงพ่นคำพูดออกมา
ระหว่างช่องฟันขณะที่เห็นหลินหมิงเดินมาหาตนเอง แต่ในความเป็นจริง
หัวใจของเขาสั่นคลอนด้วยความกลัวจากก้นบึ้ง เขากลัวว่าหลินหมิงจะฆ่า
เขาหรือทำให้เขาเป็นหมั้นตลอดไป จะไม่เป็นเรื่องแปลกอะไรสำหรับนาย
น้อยแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น
เมื่อได้เห็นหลินหมิงใกล้ๆ ออร่าที่หลินหมิงแห่งการปราบปรามตรง
ลึกเข้าไปในจิตใจของซิงเหยียง
ซิงเหยียงพยายามที่จะแสดงความโกรธ แต่เสียงของเขายังคงสั่น
ขณะที่เขากล่าวว่า “เจ้าจะทำอะไรข้า!? เหล่าศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์กำลังอยู่ในนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง หากเจ้าฆ่าข้าแล้ว
จะไม่มีพวกเขาคนใดรอดชีวิตไปได้!”
เมื่อหลินหมิงได้ยินคำข่มขู่ของซิงเหยียงเขาก็เย้ยหยันและยกหอก
ขึ้นมา นับตั้งแต่ที่เขาได้รับประสบการณ์ที่ราบโลหิตสังหารมานานกว่า
สองปี หลินหมิงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่จากออร่าสังหาร ถึง
กระนั้นจิตใจของเขาก็ยังมั่นคง มันส่งผลให้เขาโหดเหี้ยมมากกว่าก่อน
หน้านี้
ยิ่งเมื่อครู่ ซิงเหยียงได้โจมตีมู่เชียนหยี่ และผู้คุ้มกันขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ทั้ง 8 คนก็ได้โจมตีมู่เฟิงเซียนอีกด้วย ในสถานการณ์เช่นนี้ ความ
โกรธและความรู้สึกต้องการสังหารทั้งหมดที่หลินหมิงยับยั้งไว้ก็ได้ปะทุขึ้น
อย่างกระทันหัน เขาเกลียดชังผู้ที่ทำร้ายผู้คนสำคัญของตน ด้วยเหตุนี้
เขาจึงเต็มใจที่จะปลดปล่อยพลังและทำลายล้างศัตรูทั้งหมด นี่เป็นเหตุผล
ที่เขาได้หันมาต่อต้าน นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางอย่างฉับพลัน
“หลินหมิงอย่าหุนหันเกินไป ร่างของมู่เชียนหยี่โผล่ขึ้นมาปรากฏต่อ
หน้าหลินหมิง นางบอกกับเขาด้วยกระแสเสียงปราณแท้ว่า “ถ้าเจ้าฆ่าผู้
คุ้มกันของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางมันก็ยังทำให้เจ้าอยู่ในตำแหน่ง
ที่สามารถประนีประนอมได้ แต่ถ้าเจ้าฆ่าซิงเหยียงแล้ว นี่จะกลายเป็น
ความอาฆาตกับนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย นิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยางก็ยังเป็นนิกายระดับ 5 ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งแค่
ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะปกป้องทุกคนในเวลาเดียวกัน เมื่อซ่
วนหวู๋จี๋ออกมาจากการปิดด่านฝึกตน เขาไว้จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งหาก
เราไม่มีที่หลบภัยได้ เจ้าเองก็ยังไม่ใช่คู่มือของซ่วนหวู๋จี๋!”
“ถ้าข่าวของเจ้ารั่วไหลออกไป และหนานอวิ๋นหวังหรือนิกายมหา
วิหารเซนพบว่าเจ้ามีความเป็นปฏิปักษ์กับนิกายตำหนักแก่นแท้หยินห
ยาง เจ้าอาจจะถูกโจมตีโดยศัตรูของเจ้า…” มู่เชียนหยี่กล่าวออกมาอย่าง
กังวลใจ
แม้ว่าหนานอวิ๋นหวังจะไม่มีส่วนร่วมในการต่อสู้เป็นตายกับหลินหมิง
เพราะความไม่พอใจบางอย่างจากอดีต แต่ก็คงจะหลีกเลี่ยงที่จะวางใจ
ไม่ได้ ถ้ายั่วยุต่อนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางในขณะนี้ นั่นก็เหมือนกับ
การรุกรานอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ นิกาย
มหาวิหารเซน หนานอวิ๋นหวังและนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง หลินห
มิงก็จะกลายเป็นศัตรูกับขุมกำลังที่ทรงพลังทั้งหมดที่อยู่ใกล้กับภูมิภาค
เขตแดนทางใต้! เขาจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร!
แม้แต่ต๋วนมู่ฉินก็เข้าร่วมให้คำแนะนำบางอย่าง “น้องชายหลินนี้ ซิง
เหยียงเป็นบุตรของเจ้านิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง? หากเจ้าฆ่าเขา
แล้ว เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางจะ
กลายเป็นเหมือนน้ำและไฟ เราและเจ้าอาจจะปลอดภัย แต่มีศิษย์ของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากที่อยู่ในขั้นปราณต้นฟ้า และขั้นปราณ
ปลายฟ้า พวกเขาจะไม่อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย”
หลังจากที่หลินหมิงฟังคำของต๋วนมู่ฉิน เขาก็กลายเป็นต่อต้าน ทันใด
นั้นเขาได้พุ่งออกไป กระแทกหมัดใส่หน้าอกของซิงเหยียง ปราณแท้
สั่นสะเทือนของหลินหมิงไหลเข้าสู่เส้นชีพจรของซิงเหยียง ทำให้ซิงเหยียง
กระอักโลหิตและดวงตาถลนแทบจะหลุดจากเบ่า
“เจ้า… เจ้า…”
ซิงเหยียงชี้นิ้วที่สั่นสะท้านไปยังหลินหมิง ปากซีดเหมือนปลาตาย
หลินหมิงสัมผัสแหวนมิติของเขาและเอาโอสถออกมา ด้วยการปัดนิ้ว
เขายิงเข้าไปในปากของซิงเหยียง
ซิงเหยียงไม่สามารถตอบสนองได้ก่อนที่เขาจะกลืนกินโอสถนี้ลงไป
แล้ว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป มันสีซีดจางขณะที่เขาถามด้วยความตื่น
ตระหนกว่า “เจ้าเอาอะไรให้ข้ากิน!”
หลินหมิงไม่สนใจการตอบสนองของเขา โอสถที่เขาบังคับให้ซิงเหยี
ยงกินเป็นโอสถที่ทำให้พลังงานกระจายออกไป เขานำมาจากศพของ
ผู้ปกครองอิมป์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะวิญญาณตลอดจนทักษะเล่น
แร่แปรธาตุ ระบบการเล่นแร่แปรธาตุของพวกเขาแตกต่างจากของมนุษย์
การค้นพบหรือการสร้างวิธีแก้พิษนี้จึงย่อมอาจเป็นเรื่องยากในหมู่มนุษย์
การใช้โอสถกระจายพลังงานนี้ถูกใช้เพื่อทำให้ร่างกายของผู้ใช้
อ่อนแอและไร้ประโยชน์ ระดับไม่สูงเกินไป ถ้าวิงเหยียงกินโอสถนี้ใน
สภาพร่างกายที่ดีที่สุดมันก็จะไม่มีผลมากนัก แต่ถ้าหลินหมิง “จัดการ” ต่อ
ซิงเหยียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสก่อน ผลกระทบจากโอสถ
นี้ก็จะเห็นได้ชัด
“หลินหมิง เจ้าวางแผนจะทำอะไร!” มู่อวี้หวงกังวลอย่างยิ่ง ทันทีที่
หลินหมิงได้พบกับซิงเหยียง การต่อสู้ที่รุนแรงก็ได้ปะทุขึ้นแล้วจึง
กลายเป็นการต่อสู้แบบกลุ่ม นางไม่ได้มีเวลาที่จะตอบสนองในสิ่งที่เกิดขึ้น
ก่อนเกิดภัยพิบัติ ในตอนนี้ มันจึงเป็นการยากที่จะจบลงในทางที่ดีได้
“ท่านเจ้านิกาย มันยังสายเกินไปที่ข้าจะอธิบายรายละเอียดให้ฟัง
โปรดให้ศิษย์ทั้งหมดเก็บข้าวของและรอคำสั่งต่อไป ผู้อาวุโสขั้นทำลาย
ชีวิตของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางจะมาถึงในอีกไม่นาน”
“เก็บข้าวของของพวกเขา? เจ้าต้องใช้ซิงเหยียงเป็นตัวประกันเพื่อ
ออกจากนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง?” คิ้วของมู่อวี้หวงตั้งชันขึ้น นี่
เป็นความคิดที่ไร้สาระจริงๆ
ปัจจุบันเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีกระทั่งที่จะไป เกือบทั้งหมดของ
ดินแดนจิตวิญญาณล้วนถูกครอบครองโดยนิกายอื่นๆ หากไม่มีดินแดนจิต
วิญญาณ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะสูญเสียความศรัทธาจากผู้คน เช่นนั้นมัน
ก็จะเป็นเรื่องของเวลาก่อนที่ทุกอย่างจะล่มสลายลง
ในเวลานี้ นางรู้สึกได้ถึงตัวตนที่ทรงพลังกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของมู่อวี้หวงจึงเปลี่ยนไป นางกังวลว่าหลินหมิงจะยังอยู่ที่นี่ ถึง
กระนั้น นางก็เริ่มส่งยันต์สื่อสารเพื่อกระจายคำสั่งของหลินหมิงให้ทุกคน
ส่วนเรื่องของซิงเหยียงผู้ซึ่งนอนอยู่บนพื้น ขณะที่เขารู้สึกถึงพลังงาน
ของผู้ทรงพลังจากนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางใกล้เข้ามา เขาก็มี
ความสุขอย่างมาก ตัวตนระดับสูงในที่สุดก็มาถึง!
และหากตัดสินจากความผันผวนของพลังงานเหล่านี้ หนึ่งในนั้นคือ
มารดาของเขา
เขาปลอดภัย ในที่สุดเขาก็ปลอดภัยแล้ว!
ซิงเหยียงร้องออกมา ตราบเท่าที่มารดาของเขามาถึง เขาจะ
ปลอดภัย แม้ว่าแขนของเขาจะถูกตัดออกไป แต่ก็ยังคงสามารถเชื่อมต่อ
กันได้ ดังนั้น ในขณะที่เขาทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดและความ
ปวดร้าวทางจิตใจ เขาให้หลินหมิงได้ชดใช้เป็น 10 เท่า
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซิงเหยียงก็มองไปยังหลินหมิง ดวงตาเต็มไปด้วย
ความโกรธแค้น “เจ้าหนู! เจ้าจบสิ้นแล้ว! ถ้าเจ้าคุกเข่าลงและขอความ
เมตตา จากนั้นตัดมือและขาของเจ้า ข้าอาจจะไว้ชีวิตไร้ค่าของเจ้า!”
จิตใจของซิงเหยียงตกอยู่ในความโกรธอย่างบ้าคลั่ง เขาเพียงต้องการ
ที่จะทำลายหลินหมิงซะตอนนี้เลย และเหตุผลที่เขาบอกว่าอาจจะไว้
หลินหมิงก็เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง ต่อหน้าหลินหมิง เขาก็ย้ำยีจะมู่เชียนหยี่
และมู่ปิงอวิ๋น สิ่งใดจะเท่าการแก้แค้นโดยข่มขืนภรรยาของพวกเขาต่อ
หน้าอีก?
‘เจ้ารอก่อนเถอะ! ข้าจะทำให้เจ้าได้รับความทุกข์ทรมานจนต้องกัด
ลิ้นฆ่าตัวตาย!
ความคิดที่โหดร้ายต่างๆนาๆแล่นผ่านจิตใจของซิงเหยียง
หลินหมิงก็รู้สึกได้ถึงความคิดของเขา เขาจ้องมองไปยังซิงเหยียง
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เดิมทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ซิงเหยียงอยู่ในสภาพนี้ อย่างไรก็ตาม
เนื่องจากซิงเหยียงได้พยายามจับกุมมู่เชียนหยี่ เพื่อทำให้นางกลายเป็นตัว
ประกันหลินหมิงจึงกลายเป็นโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง เป็นผลที่ทำให้เขาได้ตัด
แขนของซิงเหยียง ทำให้ความเกลียดชังของซิงเหยียงที่ต่อเขามากมาย
ยิ่งขึ้น
เมื่อความเกลียดชังมาถึงระดับนี้ มันก็ยากที่จะแก้ปัญหา หลินหมิง
ไม่เต็มใจที่จะแก้ไขปัญหานี้ ทางออกที่ง่ายที่สุด คือกำจัดเขาทันทีที่มี
โอกาส แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะทำเช่นนั้น
ปัง!
ด้านนอกของลานมีการระเบิดเกิดขึ้น ซิงฉานได้ปรากฏตัวที่นั่น นำ
กลุ่มชาย 4 คนพุ่งเข้ามา ด้วยการบินมาพุ่งด้วยความเร็วสูง มันจึงทำให้
ฝุ่นและสิ่งสกปรกลอยขึ้นไปในอากาศ
เนื่องจากโครงสร้างทั้งหมดที่นี่เกือบจะถูกทำลายในการต่อสู้ครั้ง
ก่อน ซิงฉานจึงสามารถเห็นสภาพที่สังเวชของซิงเหยียงได้
เมื่อเห็นบุตรชายของนางถูกตัดมือ และ 8 ผู้คุ้มกันตกตายบนพื้น
ใบหน้าของนางกลายเป็นเย็นชาจิตสังหารปะทุออกไป
ก่อนที่นางจะกล่าวออกมา ซิงเหยียงกำลังพยายามรวบรวมกำลัง
และคลานไปหานาง “ท่านแม่! ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย!”
วูซ!
คมหอกได้จอที่คอของซิงเหยียงฉับพลัน และร่องรอยโลหิตไหลซึม
ออกมา ซิงเหยียงแข็งตัวค้างไม่กล้าที่จะรวบรวมกำลังอีกต่อไป
เป็นเช่นนี้หลินหมิง คมหอกของหลินหมิงจึงจ่อค้างอยู่ที่คอของซิงเห
ยียงผู้ที่มีใบหน้าซีดราวกับคนตาย
“เจ้าต้องการอะไร?” ดวงตาซิงฉานวูบวาบขณะที่มองไปยังหลินหมิง
ความเย็นยะเยือกในสายตาของนางดูราวกับว่ามันมาจากนรกขุมที่เก้า
แม้ว่านางจะโกรธ แต่นางก็ยังสังเกตเห็นรายละเอียดมากมาย หอกของ
หลินหมิงเป็นสมบัติระดับสวรรค์ มันยิ่งดีไปกว่าอาวุธของนางด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ ซิงจี๋อจ้านก็ยังอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 มานับร้อยปี
แล้ว แต่กลับมีรูใหญ่หน้าอก นอนคว่ำบนพื้นบาดเจ็บสาหัส ด้วยเหตุผล
ทั้งหมดนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์น่าจะเป็น มู่อวี้หวง
แต่แม้กระทั่งมู่อวี้หวงนางก็ไม่น่ามีความสามารถในการทำเช่นนี้ได้ และ
เมื่อมองไปยังบาดแผลบนหน้าอกของซิงจี๋อจ้าน มันดูเหมือนจะมาจาก
หอกเท่านั้น หรือมันเกิดจากเด็กคนนี้?
เมื่อมองดู เขาก็ดูอายุเพียง 20 ปีและการบ่มเพาะของเขาอยู่ที่เพียง
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้น มันไม่ควรเป็นไปได้ แต่ไม่ว่ากรณีใด เด็กคน
นี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นอัจฉริยะระดับแนวหน้า เหนือยิ่งกว่า ซิงเห
ยียง
ความรู้สึกโกรธและจิตสังหารของซิงฉานได้ผสมผสานกัน ถ้าซิงเหยี
ยงไม่ได้มีหอกชี้ที่คอของเขาแล้ว นางก็จะคงพยายามฆ่าหลินหมิงแล้วเป็น
แน่ ถ้านางอนุญาตให้อัจฉริยะชั้นยอดเช่นหลินหมิงได้เติบโตขึ้นอย่าง
อิสระ เช่นนั้นในเวลาเพียงไม่กี่ปีเขาก็จะกลายเป็นศัตรูที่น่าสะพรึงกลัว
อย่าขยับ มิเช่นนั้น มือของข้าอาจจะสั่นไปเอง “หลินหมิงกล่าวอย่าง
สงบขณะที่เขาจ่อหอกไว้ที่คอของซิงเหยียง ในด้านความแข็งแกร่ง ซิง
ฉานอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 มานานกว่าร้อยปีแล้ว เขาอาจจะพอสู้
ได้ก็จริง แต่ประเด็นสำคัญคือ มู่เชียนหยี่ มู่ปิงอวิ๋นและคนอื่นๆ ต่อหน้า
ซิงฉาน พวกเขาจะไม่มีความสามารถในการต่อต้านนางได้
“ข้าเกลียดผู้ที่ข่มขู่ข้ามากที่สุด ปล่อยเขาและข้าจะไว้ชีวิตของเจ้า!”
ซิงฉานดึงกระบี่ออกมาจากแหวนมิติของนาง ชี้ตรงไปยังหลินหมิง ทันใด
นั้น ออร่าของนางก็ได้ปะทุขึ้นดั่งน้ำหลาก ถ้าปกตินักสู้ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ทั่วไปเผชิญกับออร่านี้ พวกเขาจะพบว่ามันยากที่จะเคลื่อนไหวและจะ
ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ จึงมิต้องกล่าวถึงการที่ยังใช้หอกจ่อคอของซิงเห
ยียงได้อีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับแรงกดดันนี้ หลินหมิงรู้สึกราวกับว่ามัน
เป็นเพียงสายลมฤดูใบไม้ผลิที่เย็นช่ำพัดผ่านแก้มของเขาไป เขากล่าว
ออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกว่า “ถ้าขยับก็เตรียมเก็บศพบุตรชายของ
เจ้าได้เลย”
ขณะที่หลินหมิงกล่าว เขาได้ปล่อยจิตสังหารที่มองไม่เห็น นี่เป็น
สนามพลังเทพแห่งความตาย แม้ว่าเขาจะไม่ได้เปิดใช้งานพลังเต็มพิกัด
แต่ก็ยังพอที่จะทำให้ซิงฉานรู้สึกราวกับว่านางตกอยู่ในบึงนรกโลหิต ทำให้
รู้สึกหวาดกลัว แม้แต่ 2 ผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 และผู้อาวุโสขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย 2 คนด้านหลังก็ยังรู้สึกหวาดกลัว พวกเขา
มองมองหน้ากันและกัน ร่องรอยแห่งความกลัวปรากฏในสายตา
นี่เป็นออร่าของนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้นจริงเช่นนั้นหรือ?
แล้วเหตุใดเมื่อครู่เขาจึงไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันของซิงฉาน?
“เจ้าคือใคร? เจ้ามาจากที่ใด?” ซิงฉานถามด้วยสีหน้ามืดมน นางรู้สึก
ราวกับว่าสถานการณ์กำลังกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก สหายผู้คนนี้เห็นได้ชัด
ว่าต้องการที่จะถ่วงเวลา และสิ่งใดกันที่เขากำลังรอ นางย่อมไม่อาจที่จะรู้
ได้เลย
“ข้าคือ หลินหมิง จากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์” หลินหมิงตอบอย่างสงบ
เขาไม่เคยวางแผนที่จะปิดบังสถานะของตนไว้เลย