Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 697 ห้องโถงที่เต็มไปด้วยโลหิตสาดกระเซ็น
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 697 ห้องโถงที่เต็มไปด้วยโลหิตสาดกระเซ็น
เป็น… มันเป็นไปได้อย่างไร?
ซิงจื๋อจ้านกุมอกขวาของตน โลหิตจำนวนมากไหลผ่านออกมาตาม
ร่องนิ้วมือ ขณะที่เขามองไปยังมือที่เปื้อนโลหิต ดวงตาของเขาเต็มไปด้วย
ความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อ
ซิงจื๋อจ้านได้พ่ายแพ้ในทันที!
ด้านหลังซิงจื๋อจ้าน ซิงเหยียงตกใจจนพูดไม่ออก เขาไม่สามารถ
เข้าใจได้ว่าหลินหมิงทำเช่นนี้ได้อย่างไร เขารู้เพียงว่าความเหน็บหนาวได้
คืบคลานลงมาที่หลังของเขา ด้วยพลังของหลินหมิง การฆ่าเขาย่อมใช้
เวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น
และก่อนหน้านี้ หลินหมิงได้เปิดเผยจิตสังหารที่หนาแน่นมายังเขา
แล้ว
นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าซิงเหยียงอยู่ในตำแหน่งของหลินหมิงและมี
ใครบางคนคิดที่จะพาผู้หญิงของเขาไป เขาก็คงจะฆ่าหรือจัดการศัตรูของ
เขาอย่างสาสม
นอกจากนี้หลินหมิง ต๋วนมู่ฉิน เฟิงเฉินและหลานฉิน ทุกคนต่างมี
อาวุธระดับสวรรค์และมีแนวโน้มว่าจะมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ ต่อหน้า
ลูกหลานของแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาย่อมเป็นเหมือนคนขอทานต่อหน้านาย
น้อยหนุ่มผู้มั่งคั่ง สำหรับคนเหล่านี้ การฆ่าสามัญชนเพียงเพราะความ
อิจฉาริษยาหรือข้อพิพาท ย่อมเป็นเรื่องปกติ!
อาจกล่าวได้ว่า แม้ว่าหลินหมิงจะฆ่าเขา และด้วยการหนุนหลังของ
แดนศักดิ์สิทธิ์มันย่อมไม่มีสิ่งใดที่บิดามารดาของเขาจะสามารถทำได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซิงเหยียงก็รู้สึกสะพรึงกลัว ผลกระทบของพลังงานที่
เกิดขึ้นเมื่อครู่มีความรุนแรงจนน่าอัศจรรย์ เขายังจะยืนหยัดอยู่จนกระทั่ง
บิดามารดาของเขามาถึงได้หรือไม่?
ถ้าเขาตายเพราะความหึงหวงบางอย่างแล้ว มันย่อมเป็นการไม่
ยุติธรรมอย่างยิ่ง
‘จับกุมมู่เชียนหยี่ก่อน!’
ความคิดนี้ได้แล่นผ่านจิตใจของซิงเหยียง เขาอยู่ใกล้กับมู่เชียนหยี่
และหลังจากหลินหมิงใช้ทักษะสายฟ้าล่าสังหารที่ทำให้ซิงจื๋อจ้านบาดเจ็บ
อย่างรุนแรง และตอนนี้เขาก็อยู่ห่างออกไปหลายร้อยก้าว
ซิงเหยียงกัดฟันของเขา แสงแห่งความบ้าบิ่นแวปขึ้นในดวงตาของ
เขา การบ่มเพาะของมู่เชียนหยี่อยู่เพียงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้น และ
ซิงเหยียงอยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย ในแง่ของพรสวรรค์ ซิงเหยี
ยงอยู่เหนือมู่เชียนหยี่ และในแง่ของความแข็งแกร่ง เขาอยู่เหนือกว่านาง
ด้วยเช่นกัน
เขาก้าวถอยหลังไปอย่างเงียบๆ เขาส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปยังผู้
คุ้มกันขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้ง 8 คน แล้วเขาก็เริ่มพุ่งออกไปทันที!
มู่เชียนหยี่เป็นคนรักของหลินหมิง เป็นธรรมดาที่เขาจะดูแลความ
ปลอดภัยของนางโดยเฉพาะ แต่ตราบเท่าที่เขาสามารถจับกุมมู่เชียนหยี่
ได้ เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทำร้ายหรือฆ่าตาย และเขาจะสามารถยื้อไว้
จนกว่าบิดามารดาของเขาจะมาถึงได้
ซิงเหยียงไม่ได้อ่อนแอ เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิด้วยการ
บ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย เขาอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นผู้ทรง
พลังที่ด้อยกว่าเพียงขั้นทำลายชีวิต!
การโจมตีอย่างกะทันหันของซิงเหยียงได้เกินความคาดหมายของทุก
คน หลินหมิง มู่อวี้หวงและคนอื่นๆอยู่ห่างไกลจากมู่เชียนหยี่มาก
ในตอนนี้ ในเมื่อซิงเหยียงเคลื่อนไหวเป็นคนแรก เขาจึงได้เปรียบในด้าน
ความเร็ว
“หยี่เอ๋อร์ ระวัง!”
มู่เฟิงเซียนร้องออกมา ในเวลานี้ มู่เฟิงเซียนอยู่ใกล้กับมู่ปิงอวิ๋นมาก
ที่สุด เพราะแหล่งพลังชีวิตของนางได้รับความเสียหาย นางจึงยืนอยู่
ห่างไกลจากสนามรบพร้อมกับมู่เชียนหยี่และมู่ปิงอวิ๋น ในตอนนี้ นางเห็น
ซิงเหยียงวิ่งเข้าไปหามู่เชียนหยี่อย่างกะทันหัน นางจึงไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากต้องสกัดกั้นเขาไว้!
ในแง่ของความแข็งแกร่ง มู่เฟิงเซียนไม่สามารถเป็นคู่มือของซิงเหยี
ยงได้อีกต่อไป แต่ถ้านางสามารถถ่วงเวลาเขาได้แม้แต่เพียงลมหายใจ
เดียว มันก็เพียงพอสำหรับหลินหมิงที่จะมาได้ทันเวลา!
อย่างไรก็ตาม เทื่อมู่เฟิงเซียนเคลื่อนไหว ผู้คุ้มกันขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ของซิงเหยียงก็ได้เคลื่อนไหวเช่นกัน!
เมื่อครู่พวกเขาได้รับกระแสเสียงปราณแท้จากซิงเหยียงและได้
เตรียมพร้อมไว้แล้ว ทั้งแปดคนได้รับการฝึกฝนมาเป็นเวลานานและมี
ความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อคนหนึ่งเคลื่อนไหว ทุกคน
ก็จะเคลื่อนไหวไปพร้อมๆกัน
ผู้คุ้มกันทั้ง 8 คนนี้มีการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลางหรือ
ช่วงปลาย ถ้าพวกเขาสามารถสร้างค่ายกลในสนามรบได้ พวกเขาก็จะ
สามารถใช้สิ่งนี้เพื่อชะลอขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ได้นานถึง 10 ลมหายใจ
กระบี่แสง 8 เล่มผสานเข้าด้วยกัน ฟันไปยังมู่เฟิงเซียน ในตอนนี้ มู่
เฟิงเซียนมีความความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วง
ปลายเท่านั้น มันจึงไม่มีทางที่นางจะสามารถทนต่อการโจมตีในครั้งนี้ได้!
ขณะที่มู่อวี้หวงเห็นเช่นนี้ นางก็เต็มไปด้วยความวิตกกังวล “ท่าน
บรรพบุรุษ!”
มู่อวี้หวงอยู่ห่างจากมู่เฟิงเซียน 70-80 ก้าว ในฐานะที่เป็น
ผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 นางสามารถข้ามระยะทางนี้ได้อย่าง
รวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามู่อวี้หวงจะเร็วเพียงใดมันก็
ยังเป็นไปไม่ได้ที่นางจะต้องตอบสนองต่อกระบี่แสงเหล่านั้นทัน!
ขณะที่เท้าของมู่อวี้หวงเริ่มขยับ กระบี่แสงของผู้คุ้มกันขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ทั้ง 8 คนก็ได้พุ่งไปยังด้านหน้าของมู่เฟิงเซียนแล้ว ในเวลา
เดียวกัน ซิงเหยียงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าของมู่เชียนหยี่ มือของเขา
เอื้อมมือออกไปเพื่อจะคว้าคอสีหยกขาวของนาง!
มู่เชียนหยี่เคยประสบกับการต่อสู้ทั้งใหญ่และเล็ก นางจึงไม่ได้ตื่น
ตระหนก กลับกัน นางโคจรปราณแท้ของนางไปจนถึงขีดสุด และพุ่ง
ออกไปทางหลินหมิง แต่ความแข็งแกร่งของนางห่างจากซิงเหยียงมาก
และเขายังประโยชน์จากความประหลาดใจ ในเวลานั้น ซิงเหยียงอยู่ห่าง
จากมู่เชียนหยี่เพียงไม่กี่ก้าว
ดวงตาของซิงเหยียงสาดประกายด้วยแสงที่โหดเหี้ยม เพื่อให้แน่ใจ
ว่าจะจับนางได้สำเร็จ เขาได้เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นจนมันสามารถทำร้าย
นางได้
“เจ้าต้องการที่จะตาย!?” สายตาของหลินหมิงหรี่ลงจิตสังหารพรั่งพรู
ออกมา เท้าของเขากดลงและฉากที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เดิมทีเขาอยู่ห่าง
ออกไปหลายร้อยก้าว แต่ระยะทางดูเหมือนจะสูญเสียความหมายทั้งหมด
ภายใต้การเคลื่อนไหวของหลินหมิง เขาพุ่งเข้าหาด้านขวาของซิงเหยียง
หอกที่มือของเขาแทงไปยังข้อมือของซิงเหยียง
สมบัติระดับสวรรค์กระแทกไปยังเนื้อหนังของซิงเหยียง
ปึก!
ด้วยเสียงที่เบาบาง ข้อมือของซิงเหยียงก็ได้แตกหักแล้ว!
“อ๊ากกก!!!!”
ด้วยความเจ็บปวดแล่นทั่วทั้งร่างกายของเขา ซิงเหยียงกุมข้อมือของ
ตนกรีดร้องอย่างน่าสังเวชขณะที่ทรุดลงกับพื้น หลินหมิงไม่สนใจเขา
เพราะข้างหลัง กระบี่ของมู่เฟิงเซียนกำลังจะประทะกับแสงกระบี่ของผู้
คุ้มกันขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้งแปด
สำหรับหลินหมิง ไม่เพียงแต่เขาอยู่ห่างไกลจากมู่เฟิงเซียน แต่ตอนนี้
เขาได้เลือกมาหยุดยั้งซิงเหยียงแล้ว ในกรณีนี้ ไม่ว่าทักษะของหลินหมิง
จะมีวิถีแห่งมิติอยู่ด้วย มันก็ยังไม่มีเวลาพอที่จะไปทัน
หากมู่เฟิงเซียนรับการการโจมตีครั้งนี้ได้ อย่างมากนางก็จะได้รับ
บาดเจ็บ มันจะไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่มู่เฟิงเซียนอายุมากแล้วและ
แหล่งพลังชีวิตของนางก็เสียหาย แม้บาดแผลเพียงเล็กน้อยในตอนนี้มันก็
จะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย
หลินหมิงกัดฟันและควบแน่นปราณแท้ของเขา ด้วยแรงสนับสนุน
ของจิตวิญญาณต่อสู้ สนามพลังอาชูร่าปะทุขึ้น!
สนามพลังเป็นตัวตนที่พิเศษ ในสูญญากาศที่ไม่มีความต้านทาน มัน
สามารถเดินทางด้วยความเร็วแสง สำหรับสนามพลังนี้ ระยะทางเพียง
70-80 ก้าวย่อมมิได้มีความหมาย!
ปัง!
ภายใต้เปลวเพลิงแห่งความโกรธของหลินหมิง สนามพลังได้แผ่
ออกไปทั่วดั่งคลื่นยักษ์สึนามิที่ไม่อาจต้านทาน
ภายในสนามพลังอาชูร่า พลังทั้งหมดจะถูกยับยั้ง นี่รวมไปถึงอวัยวะ
ภายใน กล้ามเนื้อ กระดูก ปราณแท้และแม้กระทั่งจิตวิญญาณ!
ผู้คุ้มกันขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้ง 8 คนถูกกวาดออกไปด้วยสนาม
พลังอาชูร่านี้ ในทันที ทุกคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาได้ปะทะเข้ากับกำแพง
ที่มองไม่เห็น
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงอยู่ระหว่างขั้นทำลายชีวิตระดับ 1-2
แต่ในตอนนี้ด้วยการเพิ่มพลังของจิตวิญญาณต่อสู้เข้าไป สนามพลังอาชู
ร่าของเขาจึงสามารถเทียบได้กับสนามพลังที่อยู่ภายในกรงราชันเลย หาก
นักสู้ที่อ่อนแอถูกขังอยู่ในสนามพลังนี้พวกเขาก็จะตกตายลงในทันที!
แม้ว่าผู้คุ้มกันขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้ง 8 คนได้สร้างค่ายกลต่อสู้ แต่
มันก็เพียงเพื่อโจมตีอย่างเดียว สำหรับสนามพลังที่ท่วมท้นนี้ ต่อให้มีพลัง
ป้องกัน ก็ยังไม่มีทางป้องกันได้!
“อ๊ากกก!”
นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลางหลายคนไม่สามารถทนต่อแรง
กดดันมหาศาลดังกล่าวได้ พวกเขาล้มลงกับพื้น สำลักโลหิตออกมา!
นี่เป็นเหมือนกับคนธรรมดาที่จู่ไปปรากฏตัวขึ้นในดวงดาวที่มีแรง
โน้มถ่วงอยู่หลายสิบหรือหลายร้อยเท่ากว่าทวีปนภารินไหล อวัยวะ
ภายใน โครงกระดูก ตันเถียน ทะเลแห่งจิตวิญญาณ ทุกอย่างที่ประกอบ
เป็นพวกเขาจะต้องประสบกับคลื่นแรงดันหลายเท่านี้!
ปังงงง!
นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลางผู้นึง แก่นแท้หมุนวนของเขาได้
แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและปราณแท้ของร่างกายก็หายไปอย่าง
รวดเร็วเช่นกัน ด้านข้างของเขา หัวใจของนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้หยุด
เต้นลงเพราะแรงกดดันอันหนักหน่วง เส้นโลหิตทั้งหมดในร่างกายของเขา
ระเบิดออกและโลหิตไหลทะลักออกมาจากศีรษะ!
ไม่นานหลังจากนั้น นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง ไม่ว่าจะเป็น
ตันเถียน หัวใจหรือทะเลแห่งวิญญาณ ภายใต้แรงกดดันมหาศาลของ
สนามพลังอาชูร่า ทุกอย่างเริ่มพังทลายลง ฆ่าพวกเขาทั้งหมด แม้แต่
หัวหน้าผู้คุ้มกันก็ยังโลหิตไหลออกจากหู ใบหน้าของเขาซีดยิ่งกว่าคนตาย
ร่างกายของเขาปวกเปียกแทบจะล้มลงกับพื้น
หลังจากที่ถูกกลืนกินเข้าไปในสนามพลังอาชูร่า ค่ายกลของผู้คุ้มกัน
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้ง 8 คน จึงต้องพังทลายลง ส่วนการโจมตีที่มุ่งเป้า
ไปยังมู่เฟิงเซียน มันได้ไร้ภัยคุกคามใดๆ นางสามารถจัดการกับมันได้
อย่างง่ายดาย
“เจ้า…”
หัวหน้าผู้คุ้มกันขั้นหลอมรวมแก่นแท้ คุกเข่าลงบนพื้น แทบไม่อาจ
พยุงตัวเองด้วยกระบี่ไว้ได้เลย เขากัดริมฝีปากขณะที่จ้องมองไปยังหลินห
มิง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจากก้นบึ้ง
สีหน้าของหลินหมิงราบเรียบ แสงโลหิตสีแดงสาดประกายขึ้นใน
ดวงตาของเขา
ในคราวนี้ สนามพลังเทพแห่งความตายได้ปะทุขึ้น!
สนามพลังเทพแห่งความตายได้ซ้อนทับบนสนามพลังอาชูร่า ถึงแม้นี่
จะเป็นการซ้อนทับกันกัน แต่ก็ยังพอที่จะทวีคูณความแข็งแกร่งของพวก
มันได้อีกหลายเท่า
หัวหน้าผู้คุ้มกันรู้สึกราวกับว่าตนเองตกอยู่ในบ่อโลหิตของนรก จิต
สังหารที่หนาแน่นและบริสุทธิ์ได้กลืนกินชีวิตเขา
สิ่งที่เรียกว่า ‘จิตสังหาร’ ที่เรียกว่านี้เป็นเจตจำนงและความปราดถ
นาของนักสู้ที่ต้องการดับชีวิตของศัตรูอย่างแท้จริง
เมื่อนักสู้ต้องการจะฆ่าใครสักคน พวกเขาก็จะสร้างเจตจำนงนี้ขึ้นมา
ภายในใจ แล้วส่งมันออกไปยังคู่ต่อสู้ เมื่อผู้นึงสามารรถควบแน่นจิต
สังหารเป็นพลังปราณได้ เขาก็จะสามารถตัดชีวิตของอีกฝ่ายได้โดยไม่
เคลื่อนย้าย!
สนามพลังอาชูร่าอาจกล่าวได้ว่าเป็นการปราบปรามร่างกาย ปราณ
แท้ ตันเถียน พลังงานและทะเลแห่งจิตวิญญาณของนักสู้ได้
สำหรับสนามพลังแห่งเทพแห่งความตาย มันคือเจตจำนงในการ
ทำลายแหล่งพลังงานชีวิตของศัตรู ถ้าเจตจำนงหรือการบ่มเพาะของอีก
ฝ่ายไม่แข็งแกร่งพอแล้ว เมื่อสนามพลังแห่งความตายแห่งนี้ห่อหุ้มพวก
เขา มันก็จะสังหารพวกเขาได้ทั้งยืน
ในขณะที่หัวหน้าผู้คุ้มกันถูกปกคลุมด้วยสนามพลังแห่งเทพแห่ง
ความตายและสนามพลังอาชูร่า เขาก็ได้สำลักโลหิตและดวงตา
เปลี่ยนเป็นสีขาว จากนั้นก็ได้ล่มคว่ำลงบนพื้น ชะตากรรมของเขานั้นไม่
อาจทราบได้
ขณะที่มู่อวี้หวงและมู่เฟิงเซียนเห็นสิ่งนี้ ทั้งคู่ต่างตกตะลึงจนพูดไม่
ออก
มันเป็นไปได้อย่างไร?
หลินหมิงทำเช่นนี้ได้อย่างไร? มู่ปิงอวิ๋นเองก็มองไปยังหลินหมิง
ดวงตาที่ไม่แยแสของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความกลัว ความสยดสยองและ
ความไม่อยากจะเชื่ออย่างสมบูรณ์
เมื่อหลินหมิงได้ส่งผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้กระเด็นไปด้วยเพียง
แค่สะบัดนิ้ว เขาก็ยังเคลื่อนไหวอยู่บ้าง และเขาอาจจะใช้ปราณหอก
บางอย่างเพื่อทำเช่นนั้น แม้ว่าจะเป็นความสามารถของสัตว์ประหลาด
อัจฉริยะ แต่ก็ยังคงเข้าใจหลักการได้
แต่ตอนนี้ หลินหมิงเพียงหันกลับไปด้วยดวงตาเต็มไปด้วยความตาย
และทั้งกลุ่มผู้คุ้มกันก็ได้ตกตายไปอย่างกะทันหันและไม่สามารถอธิบาย
หลักการที่รู้จักได้เลย!
นั่นเป็นค่ายกลต่อสู้ที่สามารถต้านทานผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 1 ได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง!
สิ่งนี้ได้เกินกว่าความเข้าใจของพวกเขาไปอย่างสมบูรณ์
“หลินหมิงคเจ้า…” หลังจากได้เห็นความน่าสะพรึงกลัวนี้แล้ว มู่เฟิง
เซียนมองไปยังหลินหมิงราวกับว่านางไม่รู้จักเขาอีกต่อไป ชายหนุ่มคนนี้
ได้ก้าวผ่านความเข้าใจทั้งหมดของนางไปแล้ว ในเวลาเพียงสองปีครึ่ง
หลินหมิงกลับสามารถเป็นฝ่ายปกป้องนาง ซึ่งมันควรเป็นนางควรจะ
ปกป้องรุ่นเยาว์!
ไม่ไกลเกินไป ต๋วนมู่ฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แอบชื่นชมหลินหมิง
สนามพลังปีศาจสวรรค์ของหลินหมิงได้รับมาตรฐานระดับสูงมาแล้ว ซึ่ง
เขาสามารถใช้มันได้อย่างอิสระและควบคุมมันให้ได้อย่างละเอียด
ในขณะนั้น เมื่อสนามพลังปะทุขึ้นดั่งสึนามิ มันก็ได้สังหารผู้คุ้มกันขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ไปหลายคนในทันที แต่สำหรับตัวเขา ที่ยืนอยู่เพียงไม่กี่
ก้าว เขารู้สึกได้เพียงสายลมที่เบาบาง โดยไม่ต้องแม้แต่รู้สึกถึงการยับยั้ง
ใดๆจากสนามพลังเลย
หลินหมิงควบคุมสนามพลังของเขาได้สมบูรณ์แบบ!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่เป็นเพราะพลังจิตวิญญาณและจิตวิญญาณ
ต่อสู้ที่แข็งแกร่งของหลินหมิง
เพราะเขาได้สร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตัวเองขึ้นมาได้ เจตจำนงของ
หลินหมิงจึงได้พลังอย่างมาก เจตจำนงเองก็เป็นสนามพลังรูปแบบนึง
และจิตวิญญาณต่อสู้คือการสำแดงอำนาจของพลังงานนั้น ดังนั้น จิต
วิญญาณต่อสู้จึงสามารถผสานเข้ากับสนามพลังปีศาจสวรรค์อย่าง
ง่ายดาย เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล
ในเวลานี้ ซิงเหยียงที่ข้อมือหักยังคงกลิ้งอยู่บนพื้น ร้องครวญคราง
ด้วยความเจ็บปวด หลินหมิงเย้ยหยัน ค่อยๆเดินไปทางซิงเหยียงพร้อมกับ
หอกในมือ…