Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 700 องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 700 องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
“ขอรับ ท่านเจ้าตำหนัก!” ผู้อาวุโสทั้ง 4 คนได้รีบวางรูปแบบค่ายกล
ที่เรียบง่ายขึ้น รูปแบบค่ายกลนี้สามารถถูกทำลายได้อย่างง่ายดายโดย
ตัวตนเช่น องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาก็ไม่จะทำอะไรที่
ไม่สุภาพตั้งแต่เริ่มต้นเช่นนั้น
ผู้อาวุโสทั้ง 4 คนผสานมือของพวกเขาเข้าด้วยกัน และสร้างชุดค่าย
กลที่พุ่งออกไปบนท้องฟ้า สร้างเป็นม่านพลังขนาดใหญ่ที่ปกคลุมหุบเขา
นกนางแอ่นน้อยไว้
หลินหมิงรู้สึกสับสนเมื่อเห็นเรื่องนี้ พวกเขากำลังทำอะไรอยู่?
ซิงฉานได้บอกกับผู้อาวุโสทั้ง 4 คนด้วยกระแสเสียงปราณแท้ ดังนั้น
หลินหมิงจึงไม่รู้ว่าเหตุใดพวกเขาถึงทำอะไรเช่นนี้
“สำเร็จ!”
ผู้อาวุโสทั้ง 4 คนยิ้มและตอบอย่างมั่นใจด้วยกระแสเสียงปราณแท้
พวกเขามีความเชื่อมั่นอย่างมากต่อความเร็วในการสร้างและคุณภาพของ
ค่ายกลที่พวกเขาวางไว้
“อืม ดีมาก เจ้าตำหนักซิงจี๋มีธุระบางอย่าง เขาจึงอยู่ไกลออกไป
อย่างไรก็ตาม ข้าได้ส่งข่าวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่แล้ว ตอนนี้เขาควร
กลับมาเร็วๆนี้ ทั้งหมดนี้จะต้องได้รับการจัดการเพื่อความปลอดภัยของ
นายน้อย นอกจากนี้ ต้องไม่มีอะไรผิดพลาดในการพบปะกับองค์รัช
ทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก”
ซิงฉานบอกผู้อาวุโสทั้ง 4 อย่างรวดเร็วด้วยกระแสเสียงปราณแท้ แต่
แล้วสีหน้าของนางก็ต้องเปลี่ยนไปในทันที นั่นเพราะสัตว์อสูรทะเลมหึมา
กำลังมุ่งตรงมายังหุบเขานกนางแอ่นน้อยแห่งนี้ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะไปยัง
ยอดหุบเขาของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางเลย
หุบเขานกนางแอ่นน้อยอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ลี้จากยอดหุบเขาของ
นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง และตอนนี้ซิงฉานก็เพิ่งได้ค้นพบว่าสัตว์
อสูรทะเลมหึมากำลังมุ่งหน้าไปยังที่ใด ด้วยความเร็วของมัน จึงได้มาหยุด
เหนือท้องฟ้าของหุบเขานกนางแอ่นน้อยเรียบร้อยแล้ว
ด้วยร่างกายที่ยาวหลายลี้ สัตว์อสูรทะเลมหึมาสร้างความน่า
สะพรึงกลัวอย่างมาก นี่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของแรงกดดัน
“บัดซบ!” ซิงฉานตื่นตระหนก องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรได้ทำสิ่งที่
ขัดต่อสามัญสำนึก หุบเขานกนางแอ่นน้อยกำลังวุ่นวายอยู่… นางจะไป
จัดการเรื่องยุ่งๆนี้เร็วปานนั้นได้อย่างไร?
ในตอนนี้เอง ซิงฉานได้เห็นชายชุดดำสองคนกระโดดลงมาจากสัตว์
อสูรทะเลมหึมา ทั้งสองคนมีการบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตระดับ 1
“คนเหล่านี้เป็นคนรับใช้ขององค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์!
การมีนักสู้การต่อสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 เป็นคนรับใช้สมกับเป็นองค์รัช
ทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์!”
นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดในตอนนี้ มันเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าภายใน
นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางมีผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตเพียง 10 คน
เท่านั้น เนื่องจากมีจำนวนไม่มาก นักส่วนใหญ่ที่เป็นของผู้อาวุโสของ
นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางจึงถูกแทนที่ด้วยนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ช่วงปลาย นี่เป็นเหตุผลที่นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางได้รับการ
เยาะเย้ยโดยหลานฉิน
ซิงฉานกำลังจะบินขึ้นเพื่อพบกับพวกเขา แต่นางก็ต้องแข็งค้าง นาง
รู้สึกได้ถึงออร่าของชายชราชุดสีดำผสานกับจิตสังหารที่ลึกซึ้งและหนัก
แน่น!
“หืม?”
ซิงฉานตกใจอย่างมาก องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาจมา
ที่นี่เพราะมีเจตนาร้ายใช่หรือไม่?
ถ้าใช่ พวกเขาก็จะมีปัญหาใหญ่ แต่นั่นไม่ควรถูกต้อง นิกายตำหนัก
แก่นแท้หยินหยางได้รับความระมัดระวังเกี่ยวกับสถานะของตนมานาน
นับพันปี ถึงแม้ว่าพวกเขาได้กระทำผิดต่อ 1 ใน 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ แต่
อย่างใดก็ยังไม่ควรอยู่ในระดับที่พวกเขาจะใช้ความรุนแรง
ขณะที่ซิงฉานรู้สึกประหลาดใจ ไม่แน่ใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น สายตาของ
นางก็ได้เหลือบไปเห็นเครื่องหมายปีศาจลงบนหน้าอกของผู้อาวุโส
เหล่านั้น หัวปีศาจสีดำเหล่านี้ถูกล้อมรอบด้วยรูปแบบเปลวเพลิง
นี่… นี่เป็นเหล่าผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้?
มันเป็นไปได้อย่างไร!?
ขณะที่ซิงฉานตกใจ นางก็เห็นว่าสีหน้ามู่อวี้หวงและมู่เฟิงเซียน
เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์เช่นกัน ทั้งสองคนดึงกระบี่ออกมา และ
เตรียมพร้อมอย่างเอารจริง มันจึงได้ช่วยยืนยันการคาดเดาของซิงฉาน ทั้ง
สองคนนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้!
“ทุกคนระวัง!!!”
มู่อวี้หวงตะโกนขณะที่นางผลักมู่เชียนหยี่และมู่อวี้หวงไปไว้ข้างหลัง
ของนาง
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้บุกมาโจมตีใช่หรือไม่? พวกเขาเพิ่ง
ประสบความพ่ายแพ้อย่างรุนแรงไป ดังนั้นเหตุใดพวกเขาจึงนิกายตำหนัก
แก่นแท้หยินหยางเช่นนี้? ในที่สุดซ่วนหวู๋จี๋ก็ได้ออกจากการปิดด่านฝึกตน
ของเขาแล้วเช่นนั้นหรือ?
มู่อวี้หวงและมู่เฟิงเซียนกระชับกระบี่แน่น ใบหน้าซีดลงเป็นอย่างยิ่ง
มู่ปิงอวิ๋นยังอยู่ในการระวังตัวเต็มรูปแบบ
สองผู้อาวุโสดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้นั้นรวดเร็วอย่างมาก พวก
เขาอยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ช่วงกลางเป็นเวลานาน 100 ปีแล้ว พวก
โฉบลงมาจากบนท้องฟ้าดั่งเหยี่ยวลงมายังด้านหลังของหลินหมิง ไม่
แม้แต่จะมองไปยังกระบี่ของมู่อวี้หวง
“ปีศาจหนึ่งและปีศาจสอง คารวะนายท่าน!”
สองผู้อาวุโสดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ คนหนึ่งอยู่ทางซ้ายและ
อีกคนอยู่ทางขวาของหลินหมิง จากนั้นพวกเขาก็ได้ดึงอาวุธออกมาและ
เผชิญหน้ากับซิงฉาน
ได้ยินพวกเขาเรียกหลินหมิงว่านายท่าน ทุกคนนอกเหนือจากต๋วนมู่
ฉิน หลานฉินและเฟิงเฉินต่างตะลึงจนพูดไม่ออก แม้คางของซิงเหยียงก็
เกือบจะยืดจนตกลงมาบนพื้น
มู่เชียนหยี่เข้าใจว่าหลินหมิงแข็งแกร่ง แต่นางไม่รู้ว่าเหตุใดสองผู้
อาวุโสในดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้เรียกเขาว่า นายท่าน
คนเหล่านี้เป็นผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 1! ภายในนิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยางยังมีนักสู้ขั้นทำลายชีวิตเพียง 10 คนเท่านั้น
แม้แต่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ก็ไม่ได้มีอยู่มากนัก
เหตุใดพวกเขาจึงถือหลินหมิงเป็นเจ้านายของพวกเขา? มันเกิดอะไร
ขึ้น?
ดวงตาของซิงฉานเบิกกว้างขึ้น มันเต็มไปด้วยความสับสนและไม่
อยากจะเชื่อ กระบี่ในมือของนางสั่นเล็กน้อย นางไม่ใช่คนโง่เขลา
หลังจากเชื่อมโชมจุดต่างๆเข้าด้วยกันแล้ว นางก็ตระหนักถึงความเป็นไป
ได้!
“เจ้า… เจ้าคือองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์!?”
คำเหล่านี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงขึ้นไปอีก มู่อวี้หวงและมู่เฟิงเซียนมึน
งงครู่หนึ่งก่อนที่พวกเขาจะแอบถ่อยออกมา ก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนแปลง
อย่างกะทันหันในเหตุการณ์ทำให้พวกนางสับสน พวกนางกังวลเกี่ยวกับ
การจัดการสถานการณ์เท่านั้น แต่ตอนนี้ พวกนางได้คิดถึงเรื่องนี้
นอกเหนือจากอายุของหลินหมิง เขาก็มีความคล้ายคลึงกันมากกับองค์รัช
ทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์!
มู่เฟิงเซียนและมู่อวี้หวงเหลือบมองกันและกัน สีหน้าเต็มไปด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อ พวกนางรู้ว่าหลินหมิงเป็นมังกรที่อยู่ในสระ แต่พวก
นางไม่เคยคิดว่าความจริงแล้วมันจะยิ่งกว่าที่คิดไว้นัก พวกนางมองข้าม
ศักยภาพของหลินหมิงมากเกินไป หลินหมิงจากไปแค่สองปีครึ่ง แต่เมื่อ
เขากลับมาถึงการบ่มเพาะได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ด้วยเพียง
พลังของตนเอง เขาขโมยสัตว์อสูรทะเลมหึมา ทำลายดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ และตอนนี้กำลังต่อต้านนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางด้วย
สัตว์อสูรทะเลมหึมาอีกเช่นกัน!
มู่ปิงอวิ๋นมองไปยังหลินหมิงอย่างลึกซึ่ง แล้วเหลือบมองไปยังพี่สาว
ของนางก่อนจะเก็บกระบี่ของนางกลับไป ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรดี
“ข้าเป็นองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์?” หลินหมิงถามด้วย
ความงงเล็กน้อย แต่ไม่นาน เขาก็สามารถที่จะอนุมานได้ว่าเหตุใดทุกคน
จึงคิดเช่นนั้น เขาไม่ได้แสดงออกมากนัก แต่เขาส่งคำสั่งง่ายๆให้กับตรา
ประทับทาสของสองผู้อาวุโสแดนปีศาจ ด้วยสองผู้อาวุโสนี้
นอกเหนือไปจากตัวเขาเอง เขาย่อมไม่กลัวซิงฉานแม้ว่าจะต่อสู้กันก็ตาม
นอกจากนี้เขายังมีซิงเหยียงเป็นตัวประกันอีกด้วย
เดิมทีหลินหมิงก็ได้มายังนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางเพื่อมา
รวมตัวกันกับมู่เชียนหยี่และคนอื่นๆ เขาไม่เคยรู้ว่านิกายตำหนักแก่นแท้ห
ยินหยางพยายามที่จะกลืนกินเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และบังคับให้พวกเขา
เข้าสู่สถานการณ์เช่นนี้เลย สัตว์อสูรทะเลมหึมาใหญ่มากเขาจึงไม่สามารถ
พาไปได้ทุกแห่ง เมื่อหลินหมิงได้มาถึงนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง
เขายังความคิดที่เป็นมิตรอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้นำสัตว์อสูรทะเลมหึมามา
ที่นี่เพื่อข่มขู่นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง และปล่อยให้มันพักอยู่ใน
ทะเลลึก
แต่หลังจากที่เขาได้พบกับมู่เชียนหยี่และได้เรียนรู้เกี่ยวกับ
สถานการณ์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงได้ออกคำสั่งในคืนให้สัตว์อสูร
ทะเลมหึมามายังนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขา
ต้องถ่วงเวลารอและใช้ซิงเหยียงเพื่อทำเช่นนั้น
ซิงฉานกัดฟันของนาง ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร การเปลี่ยนแปลง
อย่างกะทันหันในเหตุการณ์ได้ทะลุถึงความคาดหมายของนางไปอย่าง
สมบูรณ์ นางคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในความเข้าใจของนางแล้ว และ
หลินหมิงจะไม่สามารถหลบหนีไปได้ แต่ตอนนี้มันได้เปลี่ยนไปอย่าง
ฉับพลัน และนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางของนางก็เสียเปรียบอย่างยิ่ง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซิงฉานรู้สึกว่าหัวใจนางบิดเบี้ยวด้วยความเสียใจ ถ้า
นางรู้เรื่องนี้มาก่อน นางก็คงไม่กล้าที่จะลองฮุบเอาเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
เป็นแน่ แม้ว่าสัตว์อสูรทะเลมหึมาไม่ได้เป็นพิเศษในการต่อสู้ตัวต่อตัว แต่
มันก็มีการป้องกันที่แทบเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน ภายใต้ขั้นเทพสมุทร มัน
เป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้เกิดความเสียหายอยากหนักกับมันได้ แต่
ตราบใดที่สัตว์อสูรตัวนี้โจมตี มันก็จะสามารถทำลายค่ายกลป้องกันอัน
ยิ่งใหญ่ของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางอย่างง่ายดาย
ในเวลานี้ ภายใต้หอกหลินหมิงซิงเหยียงรู้สึกว่าหัวใจของเขาสลดราว
กับเปลวเพลิงที่กำลังจะมอดดับ เขาไม่เคยคิดว่าองค์รัชทายาทแห่ง
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ที่เขาทำทุกอย่างเพื่อจะหาทางสร้างสัมพันธภาพอันดี
กับกลายเป็นหลินหมิง
‘สวรรค์กำลังล่อเล่นกับข้าใช่หรือไม่?’
“เจ้า… เจ้าต้องการสิ่งใด?” ซิงฉานกล่าวถามด้วยเสียงต่ำ ภายใต้แรง
กดดันอันยิ่งใหญ่ของสัตว์อสูรทะเลมหึมา นางไม่มีทางเลือกอื่น
นอกเหนือจากการยอมจำนน
หลินหมิงกล่าวว่า “ก่อนอื่น คืนวิหคเพลิงมา อย่างที่สอง ศิษย์ของ
นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางที่กระทำรุนแรงต่อศิษย์แห่งเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์จะถูกสั่งให้ลงโทษ อย่างที่สาม จงส่งมอบหนึ่งในสามของโอสถ
ธาตุจำเพาะอัคคีและดินแดนจิตวิญญาณจากสวนโอสถของเจ้าเพื่อช่วยให้
วิหคเพลิงฟื้นฟูปราณโลหิตได้”
หลินหมิงกล่าวออกมาอย่างไม่เร่งรีบ
“เจ้าต้องการหนึ่งในสามของสวนสมุนไพร? เจ้าคิดว่านี่เป็นความฝัน
หรืออย่างไร?” ดวงตาของซิงฉานสาดประกายด้วยแสงเย็นยะเยือก เต็ม
ไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ จากคำขอของหลินหมิงสามข้อ ที่เท่าที่นางเห็นด้วย
คืออย่างแรก อย่างที่สอง อย่างมากนางก็จะลงโทษพวกศิษย์ศิษย์ของ
นิกายตนเองแทนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ที่อย่างสาม มันเป็นไปไม่ได้
อย่างแน่นอน!
“เงื่อนไขของข้าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วย ข้าจะเอา
มันไปด้วยตนเอง” หลินหมิงกล่าวด้วยเสียงต่ำ
“ฮ่าๆๆ! ซิงฉานหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? เจ้าคิด
จริงๆหรือว่าตนเองเป็นองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์? ดีมาก!
เป็นความจริงที่ข้าเกรงกลัวสัตว์อสูรทะเลมหึมา แต่อย่าคิดว่าเจ้าสามารถ
ไร้เทียมทานเพราะเจ้ามีสัตว์อสูรตัวนี้! สัตว์อสูรทะเลมหึมาสามารถ
จัดการกับนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางของข้าได้ แต่ไม่สามารถทำร้าย
ข้าหรือสามีได้ นอกจากนี้ อย่าลืมว่าเบื้องหลังเจ้ายังเป็นศิษย์ของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 1000 คน ถ้าเจ้าใช้สัตว์อสูรทะเลมหึมาเพื่อ
โจมตีนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางของข้าแล้ว ข้าจะรวมพลังกับ
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้เพื่อทำลายเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์! ข้า
ต้องการจะดูว่าในโลกกว้างนี้ เจ้าจะสามารถใช้ที่ใดในการซ่อนตัว!”
ออร่าของซิงฉานปะทุออกมาขณะที่นางกล่าว นางเป็นเจ้าตำหนัก
และเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง นางไม่เคยชอบการจำนนกับภัยคุกคามของ
ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามที่มากเกินไปและไร้สาระเช่นหลินหมิง
นางคาดเดาว่า จุดอ่อนของหลินหมิงคือศิษย์ 1000 คนของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าคนเหล่านี้ออกจากนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยาง
มันจะมีเพียงไม่มีที่ใดเลยที่พวกเขาจะไปได้ นอกจากนี้ มันก็ง่ายที่พวกเขา
จะถูกโจมตี มันเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะคอยเฝ้าระวังพวกเขาตลอดทั้ง
วัน
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา “ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับ
ก็อย่ามาโทษข้าในภายหลัง!”
ขณะที่หลินหมิงกล่าว สัตว์อสูรทะเลมหึมาก็เปิดกระเพาะอาหาร
ขนาดใหญ่ออกมา คำรามอย่างยาวนานกึ่งก้องดังเช่นพายุฝนฟ้าคะนองที่
แผ่กระจายไปทั่วขอบฟ้า จากปากของสัตว์อสูรทะเลมหึมา หนวดนับไม่
ถ้วนพุ่งลงมาดั่งอรพิษ
“เจ้าทำอะไร!?”
นางรู้ตัวแล้วว่าหลินหมิงกำลังจะสู้ แม้ว่านางจะกล่าวเช่นนั้นออกไป
แต่ความจริงก็คือนางหวาดกลัว ถ้านางต่อสู้กับหลินหมิงจนถึงที่สุดแล้ว
นั่นก็หมายความว่าทั้งสองฝ่ายจะพินาศ ถ้านางทำลายเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ที่นี่ นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางของนางจะถูก
ฝังไปด้วย
เมื่อหลินหมิงกลายเป็นบ้าบิ่น นางก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี
วูซ! วูซ! วูซ!
หนวดนับพันตัวพุ่งมายังหุบเขานกนางแอ่นน้อย ที่นั่นนี่คือที่ซึ่งศิษย์
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่!
“ท่านเจ้านิกาย ช่วยบอกพวกเขาไม่ให้ตื่นตระหนกด้วย”
“อ่า?” มู่อวี้หวงตกตะลึง นางคาดเดาได้ง่ายๆว่าหลินหมิงกำลัง
วางแผนทำอะไรอยู่ ก่อนที่ความยุ่งเหยิงนี้จะเริ่มต้น หลินหมิงบอกให้
ศิษย์ทั้งหมดเตรียมสัมภาระของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าจะออกไปจากนิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยาง
มันอาจจะเป็น…
มู่อวี้หวงไม่ได้ถามเขาอีกต่อไป; ทันใดนั้นนางก็ได้ส่งยันต์สื่อสาร
ออกไป
อย่างรวดเร็ว ภายใต้การควบคุมโดยพลังจิตวิญญาณของหลินหมิง
หนวดแต่ละเส้นจะห่อตัวศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ดึงพวกเขาเข้าไป
ในปากของมัน
มีมากกว่า 10 มิติภายในสัตว์อสูรทะเลมหึมา ซึ่งแต่ละที่มีช่องว่าง
บางมิติก็มีขนาดใหญ่อย่างมาก เมื่อรวมกันแล้ว มันก็มากกว่าเพียง
พอที่จะรองรับศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นับพันได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือ สัตว์อสูรทะเลมหึมาเป็นสัตว์อสูรที่สามารถกลืนกิน
พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีได้ เพียงครั้งเดียวมันก็สามารถดูดพลังต้น
กำเนิดสวรรค์และปฐพีได้เกือบทั้งหมดในรัศมี 100 ลี้ อาจกล่าวได้ว่ามิติ
ภายในสัตว์อสูรทะเลมหึมา เป็นดินแดนแห่งจิตวิญญาณโดยธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีระดับที่สูงอย่างมาก มันเกินพอสำหรับเหล่าศิษย์ของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่บ่มเพาะที่นั่น!