Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 731 ผสานวิถี สร้างทักษะ
เอาชนะโลกมายาได้? นักสู้หลายคนก็ยังไม่เข้าใจเรื่องเมื่อครู่ที่ชาย
ชรากล่าว อย่างไรก็ตาม หั่วเหวินหลงมีสถานะที่ดีในแดนเทวะในฐานะรุ่น
เยาว์ที่โดดเด่น เขารู้ว่ามันหมายถึงอะไรในการเอาชนะโลกของกระจกเท
วะผันแปร
นี่เป็นเช่นเดียวกับว่าหลินหมิงวิ่งผ่านวิถีระดับแรกของกระจกเทวะ
ผันแปรในครั้งเดียว ตรงไปสู่วิถีระดับ 2!
9 วิถีของกระจกเทวะผันแปรสะท้อนถึงความลึกลับ 9 อย่างที่อยู่
เบื้องหลังกฎแห่งเพลิง ยิ่งก้าวหน้าไปได้มากเท่าใด พวกเขาก็จะยิ่งเข้าใกล้
แหล่งกำเนิดของกฏแห่งเพลิงได้เท่านั้น!
หากทำความเข้าใจวิถี 7-8 อย่างและกลายเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
แล้ว 9 ระดับและย่อมกลายเป็นร่างจุติของเทพแห่งเพลิง!
สำหรับวิถีของกระจกเทวะผันแปร แม้จะทะลวงผ่านระดับแรกก็ทำ
ได้ยากมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นซึ่งยังมิได้
ทะลวงเข้าสู่ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ ในเมืองฟีนิกซ์โบราณ มันอาจไม่
เกิดขึ้นมากว่า 100 ปีแล้ว!
หั่วเหวินหลงมองไปยังกระจกเทวะผันแปร จุดที่หลินหมิงเคยอยู่
และแน่นอนเขาเห็นว่ามีรอยแตกปรากฏอยู่ในกระจกเทวะผันแปร แม้ว่า
ส่วนใหญ่ได้รับการฟื้นฟูแล้ว แต่เครื่องหมายสีขาวจางๆก็คือพิสูจน์
ทำลายโลกมายาของกระจกเทวะผันแปร เด็กคนนี้ เขาทำเช่นนี้ได้
อย่างไรกัน!?
หั่วเหวินหลงพบว่ามันยากที่จะยอมรับ นี่ไม่ได้เป็นสิ่งที่สามารถทำได้
เพียงมีระดับความเข้ากันได้ที่สูงเท่านั้น นี่พิสูจน์ได้ว่ากฎแห่งเพลิงของ
หลินหมิงได้รับการพัฒนาขึ้นหลังจากเข้าฌานผ่านมันเมื่อครู่ก่อน
และเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้… มันอาจเป็นไปได้ว่าการรับรู้ของเขา
ไม่ได้ไม่ดี แต่เพียงเขาไม่ได้สัมผัสกับกฏแห่งเพลิงมาก่อน ดังนั้นเขาจึงมี
ความเข้าใจในระดับพื้นฐานเท่านั้นหรือ?
ขณะที่หั่วเหวินหลงตระหนักถึงเรื่องนี้ เขารู้สึกถึงความเหน็บหนาว
คืบคลานขึ้นที่หลัง ถ้าเป็นจริงแล้ว ความปรารถนาที่เขาจะไล่ตามหลินห
มิงก็ย่อมเป็นแค่เรื่องตลก
ขณะที่หั่วเหวินหลงจินตนาการถึงสถานการณ์เหล่านี้ หั่วอวี่ ได้บิน
กลับไปยังพื้นที่ฝึกของนางแล้ว นางได้รับการกระตุ้นอย่างมาก ในฐานะที่
เป็นชนชั้นสูงจากแดนเทวะ หั่วอวี่ย่อมหยิ่งในตัวเอง แม้ว่าความสัมพันธ์
กับเพลิงของนางจะต่ำกว่าหลินหมิง ในตอนแรกนางยังคงเชื่อว่าความ
เข้าใจของนางเกี่ยวกับกฏแห่งเพลิงเหนือกว่าหลินหมิง แต่ตอนนี้ มัน
อาจจะไม่เป็นความจริงอีกต่อไป นี่เป็นแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจนาง
“พี่ชายหลง… มีอันใดหรือ?” นักสู้แดนเทวะถามเสียงอ่อน เขาคาด
เดาได้ว่าบางอย่างผิดพลาด ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับ
รอยแตกที่หลินหมิงทิ้งไว้ พวกเขาไม่ใช่คนโง่ เมื่อรู้ว่าชายชราชุดแดงได้ให้
คะแนนสูงแก่หลินหมิง พวกเขาสามารถคาดคิดและประมาณสถานการณ์
ได้
“หึ!”
หั่วเหวินหลงเค้นเสียงและไม่กล่าวสิ่งใด บินไปยังพื้นที่ฝึกฝนของ
ตนเอง เนื่องจากสิ่งต่างๆเป็นเช่นนี้ อาหารมื้อค่ำที่ภัตตาคารฟีนิกซ์
โบราณจึงถูกยกเลิกโดยปริยาย
เอาชนะโลกมายาและทะลวงผ่านวิถีแรกของกระจกเทวะผันแปร
ผลลัพธ์นี้ทำให้หั่วเหวินหลงรู้สึกราวกับว่าเขากำลังถูกต้อนจนมุม
“เจ้าเด็กนี่ไม่เลวจริงๆ” ในห้วงมิติ ชายตัวสูงพยักหน้าด้วยความพึง
พอใจ “ข้าคิดว่ามันยากเกินไปสำหรับเขาที่จะทำลายโลกมายาแรก แต่เขา
กลับประสบความสำเร็จจริงๆ… เจตจำนงของเขาแข็งแกร่งอย่างยิ่ง! มิ
เช่นนั้น ด้วยความเข้าใจอันน้อยนิดของเขาเกี่ยวกับกฏแห่งเพลิง มันจะ
เป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมพลังของโลกนั้นได้”
“อืม คราวนี้อาจถือได้ว่าเป็นการเก็บเกี่ยวโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่วเยี่ยนห
มิงมายังเมืองฟีนิกซ์โบราณ ของเรา อาจได้รับการพิจารณาว่ามีโชคชะตา
ร่วมกัน ข้าจะจัดส่ง ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ฉบับสมบูรณ์
และสามขั้นแรกของ ‘บัญญัติฟีนิกซ์โบราณ’ สำหรับวิธีที่เขาพัฒนามันใน
อนาคตอย่างไร ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง”
ขณะที่เป็นหญิงชุดแดงกล่าว นางก็ได้ประทับตราและส่งผ่าน
ข้อความ
สำหรับอัจฉริยะเช่นหลินหมิง หญิงชุดแดงจะชี้นำโดยไม่สนับสนุน
เขามากจนเกินไป ประการแรก นางไม่มีข้อผูกมัดที่จะทำเช่นนั้น ประการ
ที่สอง โลกนี้กว้างใหญ่เกินไป ผู้มีพรสวรรค์ล้วนมากมายเช่นเดียวกับที่มี
เม็ดทรายในทะเลทรายอนันต์ หากอยู่ได้ในในการทดสอบครั้งแรกนาน
45 นาทีอาจเรียกได้ว่าเป็นผู้พรสวรรค์ในรอบ 50 ปีของ เมืองฟีนิกซ์
โบราณ แต่การทะลวงผ่านโลกมายาในครั้งเดียวอาจเรียกได้ว่าเป็นผู้มี
พรสวรรค์ในรอบ 100 ปี
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงเผ่าฟีนิกซ์โบราณเท่านั้น ในนิกายที่ยิ่งใหญ่
อื่นๆนับไม่ถ้วน ทุกคนต่างก็มีรุ่นเยาว์ที่พิเศษเฉพาะของตัวเอง และใน
แดนเทวะก็ยิ่งมีมากกว่านั้น
มีรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นนับไม่ถ้วน แต่ในแดนเทวะ ภายใน 3000 โลกอัน
ยิ่งใหญ่ มันมีเพียง 3000 ราชันพิภพและ 10000 ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
เหล่าราชันพิภพและผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์สะสมจำนวนมาเป็นเวลานับหมื่น
ปี นับแสนปี หรือแม้กระทั่งนับล้านปี มิต้องกล่าวถึงผู้มีพรสวรรค์ในรอบ
100 ปีของเมืองฟีนิกซ์โบราณ แม้แต่ผู้มีพรสวรรค์ในรอบ 10,000 ปีก็ยัง
แทบจะมีโอกาสใกล้เคียงกับศูนย์ที่จะกลายเป็นราชันพิภพ
ผู้มีพรสวรรค์มากมายนั้นมีมากมายดั่งดวงดาวบนท้องฟ้า แต่ต่อมา
พวกเขาก็มักจะตกตายไประหว่างเส้นทางของตนเองเช่นกัน
ชายชราตัวสูงกล่าว “เด็กนั่นคงมีโชคชะตาที่จะสามารถบรรลุมาถึง
ระดับนี้ อย่าให้รบกวนเขาและปล่อยชะตากรรมของเขาเป็นอิสระ เพื่อที่
เขาจะสามารถพัฒนาโชคชะตาของตัวเองได้อย่างเต็มที่!
โลกนี้ไร้สิ้นสุด เป็นเรื่องทั่วไปสำหรับผู้มีพรสวรรค์ทุกคนจะมี
โชคชะตาของตัวเอง มิเช่นนั้น ท่ามกลางสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน ก็มิใช่ว่าทุก
คนจะได้อยู่แนวหน้าหมดหรอกหรือ?
“อืม ข้ารอคอยที่จะดูว่าเขาจะเติบโตขึ้นอย่างไร ข้าหวังว่าอย่างน้อย
เขาจะมีโอกาสกลายเป็นผู้อาวุโสสายนอก”
ขณะที่ทั้งสองคนกล่าวจบ ร่างของพวกเขาหายไปจากห้วงมิติ ไม่มี
ใครรู้ว่าพวกเขาเคยมาที่นี่เลย
……………
ในเวลานี้ ในห้อง หลินหมิงได้เข้าสู่ฌานเรียบร้อยแล้ว ความคิดของ
เขาท่วมท้นไปด้วยภาพของโลกที่พังทลายลงท่ามกลางพายุมหึมาของ
เปลวเพลิง เขานึกไปถึงฟีนิกซ์ขนาดใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นจากพลังของโลกที่
ผสานกับนกฟีนิกซ์ทองคำที่มาจากการเผาผลาญสายเลือดของเขา ฉีกมิติ
ออกเป็นชิ้นๆ!
จากนั้น พายุมิติที่ได้รวมกับพายุเพลิง วิถีมิติและวิถีแห่งเพลิงใน
ช่วงเวลานั้นได้หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือการบรรจบ
กันของแหล่งพลังงานจักรวาลที่มีแหล่งพลังงานและหลักการพื้นฐานที่สุด
มันเป็นโอกาสดีมากที่หลินหมิงสามารถมองเห็นได้
วิถีแห่งมิติและวิถีแห่งเพลิงเป็นสองวิถีที่หลินหมิงเคยเรียนรู้มาตั้งแต่
เริ่มแรกบนเส้นทางแห่งนักสู้ของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจของ
หลินหมิงเกี่ยวกับวิถีแห่งมิติ มันมากยิ่งกว่าความเข้าใจในวิถีแห่งเพลิง
จิตใจของเขาอนุมานการเปลี่ยนแปลงของพลังงานอย่างต่อเนื่อง
หลินหมิงเข้าสู่สถานะเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ รู้ในสภาวะรู้แจ้งอย่าง
สมบูรณ์
ถึงแม้เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์จะไม่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้
แต่ผลประโยชน์ของมันก็เป็นที่ประจักษ์ชัดต่อความเร็วการบ่มเพาะของ
หลินหมิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ด้วยเจตจำนงแห่งนักสู้
จิตบริสุทธิ์นี้ หลินหมิงสามารถรวบรวมและทำซ้ำฉากต่างของโลกมายาที่
พังทลายได้อย่างสมบูรณ์
พลังแห่งเพลิงและมิติร่วมกันอยู่ในใจของหลินหมิง จากนั้นหลินหมิง
ก็ผลักมือออกไป ทั่วร่างกายของเขา เปลวเพลิงพลังงานต้นกำเนิด
ควบแน่นเป็นแสงสีแดงส่องประกายรอบตัวเขา
เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชภายในตัวเขาโกรธเกรี้ยวและเสาเปลว
เพลิงเปล่งแสงสีทองคำแดงออกมา พลังงานต้นกำเนิดเพลิงเริ่มหมุนตาม
เสา สร้างเป็นวังวนพลังงานสีแดง
“พลังของมิติ ผสาน!”
ดวงตาของหลินหมิงเบิกกว้างขึ้น มิติโดยรอบฝ่ามือเริ่มบิดเบี้ยว พลัง
แห่งมิติหลุดจากมือและรวมตัวกันกับเพลิง วังวนสีแดงเริ่มรุนแรงขึ้น
เรื่อยๆ และสีของมันค่อยๆกลายเป็นสีดำ กลายเป็นพายุสีดำ
ซู่วว!
วังวนของพลังงานกู่ร้อง พลังงานภายในได้ถูกบีบอัดอยู่ในระดับที่ไม่
น่าเชื่อ พุ่งพล่านราวกับว่ามันจะระเบิดได้ทุกเวลา มิติโดยรอบกลายเป็น
ไม่เสถียรและเกิดรอยแตกเล็กๆปรากฏตัวขึ้นในอากาศบางก่อนจะจาง
หายไปทันที
นี่คือ-!
ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสุข
นี่คือการฉีกมิติ!
ในที่สุดเขาก็มาถึงขอบเขตของการฉีกมิติได้!
ด้วยความเข้าใจเดิมและความเข้าใจในวิถีแห่งมิติ เขาสามารถ
บิดเบือนมิติได้ เช่นเดียวกับการฉีกมิติออกจากกัน นั่นก็คืออีกระดับหนึ่ง!
เดิมทีผู้ทรงพลัง 3 คนเช่น ซ่วนหวู๋จี๋, หนานอวิ๋นหวังและนักบวชคิ้ว
ขาว พร้อมกับนักขั้นทำลายชีวิตอีกนับสิบ แทบจะไม่สามารถเชื่อมต่อ
ผ่านกำแพงกั้นมิติในโลกที่ล่มสลายได้
แต่การฉีกมิติที่ยังมั่นคงเล่า? นั่นย่อมเป็นคนละเรื่อง!
ความมั่นคงของมิติในเมืองฟีนิกซ์โบราณย่อมมากเกินโลกของทวีป
นภารินไหล ถ้าหลินหมิงสามารถสร้างฉีกมิติเล็กที่นี่ได้แล้วละก็ เมื่อเขา
กลับสู่ทวีปนภารินไหล เขาก็ย่อมสร้างรอยมิติแตกขนาดใหญ่ได้ หากนักสู้
ที่อ่อนแอกว่าจะชนกับมิตินี้ ร่างกายของพวกเขาจะถูกฉีกออกจากกัน
การควบคุมของหลินหมิงเกี่ยวกับพลังงานเริ่มไม่เสถียรมากขึ้น ด้วย
ความเข้าใจในกฏและวิถีของหลินหมิงที่ยังขาดไป เขาจึงสูญเสียการ
ควบคุมของวังวนพลังงานครั้งนี้ทันที มันก็พร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา!
ในเวลานี้ ดวงตาของหลินหมิงส่องแสงเฉียบคมขึ้น หอกยาวสีแดงพุ่ง
ขึ้นมาอยู่ในของเขา และพลังแห่งเพลิงและวังวนอันบ้าคลั่งของพลังงาน
มิติหลั่งไหลเข้ามา ทั่วทั้งหอก กลายสีแดงเข้ม เป็นสีของหินลาวาจากใต้
ดินลึก!
พลังของมิติและเพลิงได้หลอมรวมเข้าด้วยกันแล้ว!
“ทลายกลบสวรรค์!”
เขาพุ่งหอกออกไป บนด้าม สีดำและสีแดงผสานกันเข้าด้วยกัน
ในขณะนี้ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ แล่นผ่านจิตใจของเขา เขา
จำได้ถึงพลังของทักษะหอกจากเส้นทางแห่งการสังหาร!
ปังงงงง!
หอกพุ่งออกไปอย่างรุนแรง พลังของมิติและเพลิงปะทุขึ้น; เปลว
เพลิงปีศาจสีดำเผาไหม้ห้วงมิติ!
ซี่ ซี่ ซี่!
บริเวณปลายหอก มิติถูกเผาด้วยพลังแห่งเพลิง เศษชิ้นส่วนมิติเล็ก
กระเด็นออกมา หมุนวนไปรอบหอกราวกับเป็นผนึกดูดกลืนโลหิต
เขาใช้เศษชิ้นส่วนมิติแทนผนึกดูดกลืนโลหิต!
ผนึกโลหิตเกลียวคลื่นสังหาร!
เขาราวกับเป็นดาวตกที่พุ่งไปอย่างโชติช่วง มีรอยแตกมิติหลายที่ถูก
ตัดเปิดออกไป เหมือนปากของสัตว์ประหลาดที่มองไม่เห็นซึ่งพร้อมที่จะ
กัด!
หลินหมิงมองย้อนกลับไปและสูดลมหายใจเย็น ทักษะนี้นับว่าเป็น
การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาไปแล้ว! ด้วยการโจมตีครั้งเดียว เปลว
เพลิงสีดำจะเผาผลาญผ่านมิติไป นอกเหนือจากการโจมตีใส่มิติแล้ว หา
โจมตีในผู้ย่อมย่อมสามารถจินตนาการของมันได้!
พรสวรรค์ของหลินหมิงในการใช้ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’
ไม่ได้ยอดเยี่ยมนัก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่ทักษะที่เขาสร้างขึ้นเอง
พรสวรรค์ของหลินหมิงอยู่ที่ เจตจำนงแห่งนักสู้ พลังวิญญาณและจิต
วิญญาณต่อสู้ ในเส้นทางการสังหาร เขาไม่ได้มีพรสวรรค์มากนัก ดังนั้น
พลังที่เขาดึงออกมาจากผนึกดูดกลืนโลหิตที่เขาสร้างขึ้นจึงมีจำกัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความแข็งแกร่งของหลินหมิงก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผนึกดูดกลืนโลหิตก็เริ่มไม่สามารถตามเขาได้ทันอีกต่อไป
แต่ตอนนี้ โดยการแทนที่ผนึกดูดกลืนโลหิตด้วยชิ้นส่วนมิติ หลินหมิง
สามารถใช้พลังที่แข็งแกร่งของเขาในวิถีแห่งมิติได้ เขาสามารถผสานพลัง
แห่งเพลิงเข้ากับการโจมตีด้วยเช่นกัน นี่เป็นการโจมตีที่สามารถแสดงให้
เห็นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงในความแข็งแกร่งของหลินหมิง
นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทักษะของตัวเองดีที่สุดสำหรับตัวเอง สำหรับ
พื้นฐานทักษะเคลื่อนไหวที่สร้างขึ้นเองของหลินหมิง นั่นนับเป็นสิ่งที่ได้
จากความทรงจำภายในลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์อีกที มีรูปแบบมากมายที่เขายัง
ไม่เข้าใจ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการเป็นปรมาจารณ์นักสู้
จากเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง สายฟ้าล่าสังหาร สุริยันล่าสังหาร
สายรุ้งทะลวงสวรรค์และตอนนี้ก็คือทลายกลบสวรรค์ ด้วยทักษะที่สร้าง
ขึ้นเองของหลินหมิง มันกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา
หลินหมิงตรวจสอบร่างกายของตัวเอง การโจมตีครั้งนี้ใช้พลังงาน
เพลิงส่วนใหญ่ภายในเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช และเสาเปลวเพลิงสีทอง
ก็จางๆลงไป
“ช่างเป็นทักษะที่ยิ่งใหญ่นัก มันสามารถฉีกห้วงมิติ สมกับชื่อของมัน
นี่คือทักษะที่รุนแรงที่สุดของข้า เมื่อข้าทำมันได้ถึงขั้นสมบูรณ์และผสาน
จิตวิญญาณต่อสู้ของข้ากับมัน โอกาสในการรับมือกับซ่วนหวู๋จี๋ของข้าจะ
เพิ่มขึ้นอย่างมาก!” ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ ดวงตาของเขาสาดประกาย
ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่โชติช่วง