Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 732 9 ขั้นของบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 732 9 ขั้นของบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง
คราวนี้ หลินหมิงได้ปิดด่านมานานถึง 5 วันแล้ว ขณะที่เขากำลัง
เตรียมพร้อมที่จะออกจากการปิดด่าน เขาได้ยินเสียงสะท้อนออกมาจาก
ห้วงมิติ”นั่วเยี่ยนหมิง โปรดปลดอาคมบนประตูด้วย”
“หืม?”
หลินหมิงตกใจ เขาเปิดประตูออกและเห็นว่ามีสาวใช้แต่งตัวสีแดง
สองชุดที่ยืนอยู่นอกมิติของตน หนึ่งในสาวใช้เหล่านี้ถือถาดหยกและ
ด้านบนของถาดนี้เป็นกล่องที่ประณีตห่อด้วยผ้าไหมสีแดง
สาวใช้สองคนนี้มีการบ่มเพาะในขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น ดูจากอายุ
ของพวกนาง คงไม่เกิน 20 ปี
“ท่านนั่วเยี่ยน นี่เป็นแผ่นหยกที่นายหญิงเสนอให้ข้ามอบมันแก่ท่าน
โปรดรับพวกมันไว้ด้วย” ขณะที่สาวใช้กล่าว นางยกฝาครอบบนกล่องไม้
ออก เผยให้เห็น 3 แผ่นหยก 2 ในนั้นมีสีโลหิต และอีก 1 มีสีเขียวมรกต
แผ่นหยกเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่าที่ใช้ในทวีปนภารินไหล
“โอ้?” หลินหมิงมีความสุขมาก เขาหยิบอันหนึ่งขึ้นมาและกวาดผ่าน
มันด้วยการรับรู้ของตนเอง จากนั้นจิตใจเต็มไปด้วยความสุข นี่คือชุด
สมบูรณ์ของ ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เคล็ดบ่มเพาะรวม 9
ขั้น!
‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เป็นเคล็ดบ่มเพาะที่สำคัญที่สุด
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อหลินหมิงเสร็จสิ้นด่านทดสอบหล่อหลอม
ทั่วไป เขาได้รับ 8 ขั้นแรก ในที่สุดตอนนี้ เขาก็ได้รับทั้งหมดแล้ว 9 ขั้น
ของ ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ถือเป็นเคล็ดบ่มเพาะที่ยอด
เยี่ยมแม้แต่ในแดนเทวะ
หลินหมิงได้รับเอา ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ มา จากนั้น
เขามองไปยังหยกอื่นอีก นี่เป็น ‘บัญญัติฟีนิกซ์โบราณ’ ที่น่าประทับใจ
และทั้ง 3 ขั้นแรกนี้ยังเป็นทักษะเร้นลับด้วย
“‘บัญญัติฟีนิกซ์โบราณ’?” คิ้วของหลินหมิงขมวดขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่า ‘บัญญัติฟีนิกซ์โบราณ’ คือระดับสูงกว่า ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหค
เพลิง’ เมื่อหมิงหมิงได้ถูกสอน ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิงเจ้า’
โดยมู่เชียนหยี่พร้อมกับ”บัญญัติเงามายาวิหควารี” ถ้าเราสามารถบ่มเพาะ
เคล็ดบ่มเพาะฉบับสมบูรณ์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณได้ ผู้นั้นก็อาจจะเกิดใหม่
ในเพลิงอมฤต กลายเป็นอมตะและไม่สามารถทำลายได้ แน่นอนว่านี่เป็น
เพียงความคิดของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เรื่องนี้เป็นความจริง
หรือไม่นั้น หลินหมิงย่อมไม่รู้
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเคล็ดบ่มเพาะเร้นลับฟีนิกซ์โบราณนี้น่าจะเป็น
‘บัญญัติฟีนิกซ์โบราณ’
แผ่นหยกอันที่ 3 มีขนาดเล็กกว่าสองแผ่นแรก แผ่นหยกนี้ไม่ใช่สีแดง
แต่มีสีเขียวเข้ม มันเหมือนกับจี้หยกที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักสวมใส่
ทันทีที่หลินหมิงหยิบมันขึ้นมา เขาก็สูดลมหายใจเย็น แผ่นหยกชุดที่
สามนี้มีคำสอนและประสบการณ์จากกฏแห่งเพลิงที่ผู้อาวุโสบางคน
หลงเหลือไว้
เพียงชำเลือง หลินหมิงรู้แล้วว่าประสบการณ์เหล่านี้เป็นอย่างไร
แม้ว่ามันจะไม่ลึกลับและลึกซึ้งเท่าหินกลียุค แต่ข้อได้เปรียบของมันก็คือ
มีรายละเอียดไม่มากและเข้าใจมันง่ายกว่ามาก แผ่นหยกเช่นนี้ล้ำค่าอย่าง
ยิ่ง มีเพียงผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในวิถีแห่งเพลิงที่
สามารถบันทึกมันลงไว้ได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำซ้ำ
นี่เป็นเหมือนคนที่พยายามจะแกะสลักรายละเอียดซึ่งคนอื่น
หลงเหลือไว้ แม้มันจะอยู่ต่อหน้าา แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทำซ้ำ
รายละเอียดเชิงลึกของมันได้เลย
ดังนั้น เนื่องจากความต้องการเหล่านี้ แผ่นที่มีประสบการณ์ของวิถี
เช่นนี้จึงหายากอย่างมาก
“ท่านนั่วเยี่ยน แผ่นหยก 2 แผ่นแรกเป็นของขวัญสำหรับท่าน แผ่น
หยกที่ 3 สามารถให้ท่านยืมได้ 20 วันเท่านั้น อย่าคิดว่ามันน้อยเกินไป
นายหยิงของข้าได้บันทึกแผ่นหยกจำนวน 12 แผ่นไว้ด้วยรายละเอียดจาก
ประสบการณ์ของนางในกฏแห่งเพลิง แผ่นหยกนี้มีประสบการณ์ของกฏ
แห่งเพลิงขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่ภายในเมืองฟีนิกซ์โบราณ มีผู้คนนับไม่
ถ้วนที่ต้องการมีโอกาสรับแผ่นหยกนี้” สาวใช้คนที่สองกล่าวเสียงเบา
“ขอบคุณเทพธิดาทั้งสอง ข้ารู้สึกขอบคุณมากสำหรับเรื่องนี้ ข้าถาม
ได้หรือไม่ว่าผู้ใดคือท่านหญิงที่ว่า…?” หลินหมิงไม่แปลกใจที่เขาได้รับเวลา
เพียง 20 วันที่จะเข้าฌานผ่านแผ่นหยกนี้ แผ่นหยกที่หาได้ยากเช่นนี้
เป็นไปไม่ได้ที่จะให้กับเขาอย่างง่ายๆโดยเด็ดขาด ยังมิร่วมถึงว่า
รายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ์ของนางในวิถีแห่งเพลิงด้วย แม้แต่
‘บัญญัติฟีนิกซ์โบราณ’ และ ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ในมือ
ของเขาก็ยังมีค่ามากมายแล้ว เนื่องจากผู้อาวุโสสูงสุดจำเป็นต้องฝึกเคล็ด
บ่มเพาะนี้ไปยังขั้นที่สอดคล้องกัน จึงบันทึกไว้ในแผ่นหยกเหล่านี้ได้
สักวันหนึ่ง ถ้าหลินหมิงกลายเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์หรืราชันพิภพ
ภายในแดนเทวะ สิ่งธรรมดาที่เขาสร้างขึ้นก็จะกลายเป็นสมบัติอันล้ำค่า
ของโลกเช่นกัน
เมื่อได้ยินคำถามที่สุภาพของหลินหมิง สาวใช้ทั้งสองคนก็ขำ พวก
นางกล่าวว่า”นายหญิงของเราเป็นที่รู้จักในนาม เทพธิดาเฟิง นางเป็น
ราชทูตผู้ตรวจการสูงสุดแห่งเมืองฟีนิกซ์โบราณ”
“ราชทูตผู้ตรวจการสูงสุด?”
หลินหมิงจดจำไว้อย่างเงียบๆในหัวใจของเขา โดยปกติแล้ว ราชทูต
ผู้ตรวจการสูงสุดคือใครบางคนที่ส่งมาจากสำนักงานใหญ่เพื่อจัดการเรื่อง
ต่างๆ เทพธิดาผู้นี้น่าจะถูกส่งลงมาจากแดนเทวะเพื่อควบคุมเมืองฟีนิกซ์
โบราณ สถานะของนางอาจสูงกว่าเจ้าเมือง ต่อให้อย่างน้อยที่สุดก็เสมอ
กับเขา
“เช่นนั้น ท่านนั่วเยี่ยน เราจะไม่รบกวนการปิดด่านของท่านอีกต่อไป
พวกเราขอตัวก่อน” ขณะที่สองสาวใช้กำลังจะจากไป จิตใจของหลินหมิง
ก็สะท้าน เขาถามอย่างรวดเร็วว่า “ข้ามีคำถามอย่างเร่งด่วน ข้าสามารถ
ยืม ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ และ ‘บัญญัติฟีนิกซ์โบราณ’
ให้กับสหายร่วมนิกายของข้าเพื่อบ่มเพาะได้หรือไม่?
หลินหมิงคิดว่าจะให้เคล็ดบ่มเพาะทั้งสองนี้ให้แก่เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต ในความรู้สึกของตัวเขา ศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ได้ถือว่าเป็นคนใกล้ชิด
“ไม่มีปัญหากับ ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ อย่างไรก็ตาม
‘บัญญัติฟีนิกซ์โบราณ’ ต้องถูกตัดสินใจโดยเจ้าเมืองฟีนิกซ์โบราณ”
หลังจากที่สาวใช้ทั้งสองคนกล่าวถึงตรงนี้ พวกเขาก็รีบคำนับและขอ
ตัวด้วย ทิ้งหลินหมิงอยู่คนเดียวกับแผ่นหยก 3 ชิ้นในมิติเล็กๆของเขา
ด้วยการสูดลมหายใจลึกๆ หลินหมิงได้ปิดประตูสู่มิติของเขาอีกครั้ง
เขาหยิบแผ่นหยก 3 แผ่นที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกฏและวิถีแห่งเพลิง
อ่านคำนำเล็กน้อย
‘หยกแผ่นนี้มีรายละเอียดของ 2 วิถีแห่งเพลิงแรกของเผ่าฟีนิกซ์
โบราณ – วิถีแห่งความร้อนเผาผลาญและวิถีแห่งวิถีแห่งการทำลายล้าง
อย่าเชื่อในคำกล่าวของผู้อื่นเท่าที่เจ้าเชื่อในตัวเอง วิถีแห่งเพลิงแตกต่าง
กันไปในแต่ละบุคคล เส้นทางที่ผู้อื่นเดินลงอาจไม่เหมาะกับเจ้านัก เฉพาะ
เมื่อเจ้าเปล่งประกายในเส้นทางของตนเองเจ้าก็สามารถบรรลุจุดสูงสุด
ของนักสู้ได้!’
นี่คือสิ่งที่เทพธิดาเฟิงได้เขียนไว้เป็นส่วนตัว
หลินหมิงเห็นด้วยกับคำแนะนำเล็กน้อยเหล่านี้ ถ้าสิ่งที่ไม่ใช่ของเขา
ตั้งเริ่มต้นแล้วมันก็ยากที่จะใช้ ตัวอย่างเช่น ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ’ และ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ที่เขาไม่สามารถเข้าถึงศักยภาพ
สูงสุดของพวกมันได้ ในทำนองเดียวกัน มีเพียงหลินหมิงเท่านั้นที่สามารถ
แสดงพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ ‘ทลายกลบสวรรค์’ ได้ นี่เป็นเพราะ
จำเป็นต้องเข้าใจกฏของมิติและเพลิง และเขายังมีเมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
ทรราชเคอยสนับสนุนอีกด้วย
หลินหมิงอ่านต่ออย่างรวดเร็ว ดูดซับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกฏที่
เทพธิดาเฟิงทิ้งไว้ เขามีความอยากอ่านทุกสิ่งทุกอย่าง จดจำรูปแบบ
ลึกลับและภาพภายใน ทำให้ตัวเองรู้ถึงความลึกลับอันเป็นสาระของกฏ
ต้นกำเนิดและการเปลี่ยนแปลงของพวกมัน
วิถีแห่งธาตุจำเพาะอัคคีแรกคือ – วิถีแห่งความร้อนเผาผลาญ นี่คือ
พื้นฐานของเพลิงทั้งหมด ซึ่งมันเป็นรากฐานของกฏแห่งเพลิง
วิถีแห่งธาตุจำเพาะอัคคีที่ 2 คือ – วิถีแห่งการทำลายล้าง นี่คือ
พลังงานแห่งเพลิง เป็นพลังโจมตีอันรุนแรงเพลิง
วิถีที่ 3 จะเป็นอย่างไร? แล้วต่อจากนั้นไปอีกจนถึง 9 เล่า?
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ขณะที่หลินหมิงทดลองด้วยท่าต่างๆ เสาสลัก
บนเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างละเอียด เขาช่วยไม่ได้ที่
จะเพิ่มรายละเอียดเพิ่มเติมให้กับ ‘ทลายกลบสวรรค์’ ทำให้ทักษะสมบูรณ์
ยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อหมิงหมิงใช้รูปแบบพื้นฐาน ทลายกลบสวรรค์เพื่อฉีกโลกมายา
แรก เขาได้ใช้พลังไปทั้งหมดของเขาและถูกดึงออกจากกระจกเทวะผัน
แปร คราวนี้หลังจากปรับปรุงทลายกลบสวรรค์ เขาควรจะมีพลังมาก
พอที่จะไปยังโลกที่สองของกระจกเทวะผันแปร นี่เป็นโลกแห่งวิถีที่ 2 –
วิถีแห่งการทำลายล้าง
“ข้าสงสัยว่ากฎแห่งเพลิงทำลายล้างจะเป็นอย่างไร ถ้าข้าสามารถ
สัมผัสกฏแห่งการทำลายล้าง ข้าควรสามารถที่จะได้รับความเข้าใจลึกซึ้ง
มากขึ้นในวิถีแห่งการทำลายล้างที่เขียนไว้ในแผ่นหยกที่หลงเหลือไว้โดย
เทพธิดาเฟิง…”
……………
ขณะที่หลินหมิงปิดด่านฝึกตนเข้าฌานผ่านแผ่นหยกของกฏแห่ง
เพลิงที่เทพธิดาเฟิงได้ให้เขาไว้ หั่วเหวินหลงและคนอื่นๆก็ไม่ได้ละเลยใน
การฝึกของตน ผู้ท้าชิงด่านทดสอบทุกคนที่ผ่านกระจกเทวะผันแปรได้รับ
เวลาเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการต่อการรับรู้กฎแห่งเพลิง เนื่องจากผลลัพธ์
ของหั่วเหวินหลงนั้นโดดเด่นเขาจึงได้รับอีก 5 วัน หั่วอวี่ด้อยกว่าหั่วเห
วินหลงเพียงเล็กน้อย ได้รับ 4 วัน
สำหรับหั่วผิงและนักสู้แดนเทวะที่เหลือได้รับเวลาเช่นเดียวกัน; คือ 3
วัน
5 วันนี้มีค่ามากสำหรับหั่วเหวินหลง หลังจากถูกกดดันโดยหลินหมิง,
หั่วเหวินหลงก็ได้ทุ่มเทให้กับการเข้าฌานในวิถีและกฏอย่างหนัก การรับรู้
ของเขานั้นไม่เลวเลย ใน 5 วันนี้ ความเข้าใจของหั่วเหวินหลงเกี่ยวกับวิถี
แรกของกฏแห่งความร้อนเผาผลาญย่อมก้าวไปสู่ระดับใหม่อย่างสมบูรณ์
หลังจากมีความมั่นใจมากขึ้นในตัวเอง หั่วเหวินหลงก็ไปทดสอบใหม่
ที่กระจกเทวะผันแปร สำหรับการทดสอบครั้งนี้ หั่วอวี่, หั่วผิง และคน
อื่นๆก็เข้าร่วมด้วย
ในที่สุด หั่วอวี่ก็ยังสามารถอยู่ได้นานเพิ่มถึง 3 ชั่วธูป สำหรับหั่วผิง
เขายังคงอยู่ได้นานเพิ่มจากเดิมอีกเพียงครึ่งชั่วธูปเท่านั้น
สำหรับหั่วเหวินหลง เขาอยู่ได้นานเพิ่มถึง 4 ชั่วธูป
เพิ่มขึ้น 4 ชั่วธูป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถเอาชนะโลกมายาแห่ง
แรกได้ แต่หั่วเหวินหลงก็พบจุดสำคัญในการทำลายโลกแรก
ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่หั่วเหวินหลงชื่นชอบมากที่สุดก็คือหลังจากอยู่ได้นาน
4 ชั่วธูปกาลแล้ว เขาก็ได้รับเวลาเข้าฌานเพิ่มอีก 2 วัน ถึงแม้ว่านี่จะไม่
ถือว่ายาวเกินไป แต่ทุกๆวินาทีก็มีค่ากับหั่วเหวินหลงมาก ด้วยโอกาสนี้
เขาสามารถเข้าฌานกับปัญหาต่างๆที่เขาพบได้ในระหว่างด่านทดสอบ
ใหม่ภายใน กระจกเทวะผันแปรให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
“7 วัน ไม่สิ 5 วัน อย่างมากที่สุดข้าต้องการเพียง 5 วันเพื่อทำลาย
โลกแรก! วิธีการทำลายโลกแรกของนั่วเยี่ยนหมิงควรจะแตกต่างจากข้า
สิ่งที่เขาใช้ควรจะเป็นจุดแข็งของตนเอง แต่ข้าใช้ความเข้าใจกฏเพื่อที่จะ
ทำเช่นนั้น แม้ว่าข้าจะช้ากว่าเขาหลายวัน แต่ในแง่ของวิธีการทำลายโลก
แรก ข้าควรจะมีทักษะมากขึ้น ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเราไม่ห่างกัน
มากนัก”
หั่วเหวินหลงย้ำสิ่งนี้กับตัวเอง เขาไม่เคยละเลยความคิดที่ว่าตน
เหนือกว่าหลินหมิง ถ้าเขาสูญเสียความภาคภูมิ มันย่อมเป็นธรรมดาที่เขา
จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
นอกจากนี้ ในความคิดเห็นทั่วไปของคนในแดนเทวะ วิถีและกฏนั้น
ได้รับความเคารพมากกว่าพลังอย่างเดียว นี่เป็นเพราะพละกำลังเป็นเรื่อง
ยากที่จะเพิ่มมันขึ้นในระดับที่สูง แต่สำหรับวิถีและกฏ ยิ่งผู้หนึ่งก้าวหน้า
เท่าไร ก็ยิ่งเข้ามาใกล้รากของพลังงานทั้งหมดในจักรวาลและพลังของ
พวกเขาก็จะเติบโตขึ้นอย่างมาก
“ข้าจะชนะได้อย่างแน่นอน ความเข้ากันได้กับเพลิงเป็นสิ่งติดตัวมา
แต่กำเนิด; ขึ้นอยู่กับร่างกายและสายเลือด มันเป็นเรื่องยากมากที่จะ
เปลี่ยนแปลง แต่วิถีและกฏ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการรับรู้ภายใต้สวรรค์ของ
แต่ละบุคคล ยิ่งพัฒนาเท่าใด ข้าก็จะได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าจะมี
ช่องว่างระหว่างเราอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าช่องว่างนี้จะยังคงมี
อยู่ในอนาคต ถ้าข้ายอมแพ้ตอนนี้ มันก็เท่ากับการยอมรับความพ่ายแพ้!
ขณะที่หั่วเหวินหลงคิดเช่นนี้เขาหันหน้าและเดินกลับไปยังมิติของ
ตนเอง วิเคราะห์สิ่งที่เขาได้เรียนรู้และใช้สองวันสุดท้ายในการรับรู้
เพิ่มเติม แต่ขณะที่เขากำลังออกจากห้องโถง เขาเห็นหลินหมิงเดินเข้ามา
“เด็กนั้นก็มาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการทดสอบครั้งที่ 2 ของกระจกเทวะผัน
แปร?”
ดวงตาของหั่วเหวินหลงหรี่ลงและเท้าของเขาหยุดนิ่งราวกับว่าพวก
มันหยั่งรากลงบนพื้น ขณะที่หันกลับมา เขาเห็นว่าหลินหมิงกำลังยืนอยู่
ต่อหน้ากระจกเทวะผันแปรแล้ว การมาถึงของเขายังดึงดูดความสนใจ
ของหั่วผิงและหั่วอวี่เช่นกัน
หลินหมิงได้ปิดด่านฝึกตนไปหลายวัน และตอนนี้ เขาก็โผล่ออกมาใน
ที่สุด!
สำหรับชายชราชุดแดงที่รับผิดชอบการทดสอบ เมื่อเห็นเห็นหลินห
มิง เขาก็ยิ้มออกมาทันที เขาหยิบแผ่นหยกมาบันทึกและกล่าวว่า “เริ่มได้”