Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 742 ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย
สายโลหิตฟีนิกซ์โบราณเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการดำรงอยู่ของ
เผ่าฟีนิกซ์โบราณในแดนเทวะ เห็นได้ชัดว่ามันสำคัญแค่ไหนกับเผ่าฟีนิกซ์
โบราณ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลินหมิงได้รับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณ
มิต้องกล่าวถึงสามพันโลกที่ไร้สิ้นสุดภายในดินแดนระดับล่างและ
สาขาของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ เพียงเผ่าฟีนิกซ์โบราณภายในแดนเทวะก็
สามารถนับได้แสนล้านคนแล้ว!
หากนับผู้ที่มาจากดินแดนระดับล่างด้วยแล้ว มันก็จะเป็นตัวเลขที่น่า
ตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
นักสู้ในแดนเทวะมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานเป็นพิเศษนับหมื่นปี ในช่วง
เวลานั้นพวกเขาอาจมีลูกหลานจำนวนมาก ถ้าจำนวนนี้ยังคงมีอยู่ต่อไป
เรื่อยๆ จำนวนประชากรจะเติบโตขึ้นในอัตราที่สูงและนับได้ว่าเป็นเรื่อง
ง่ายที่จะมีจำนวนเกินแสนล้านคน เผ่าโบราณของฟีนิกซ์ในแดนเทวะได้
ทวีคูณจำนวนประชากรมาหลายชั่วอายุคนแล้ว
ด้วยรุ่นเยาว์ที่พิเศษมากมายที่เกิดมา ความยากลำบากในการเป็นผู้
โดดเด่นที่นั่นย่อมสามารถจินตนาการได้
ขณะที่หลินหมิงนั่งอยู่บนเตียงหินในมิติฝึกฝนของตัวเอง เขาถามมาร
เจิดจรัสว่า”สถานการณ์ใน ทะเลทางใต้เป็นอย่างไรบ้าง?”
เมื่อหลินหมิงจากมา เขาก็ได้นำพาเสี้ยวจิตวิญญาณของมารเจิดจรัส
มาด้วย นี่ก็เพื่อให้เขาได้ตระหนักถึงบางสิ่งที่เกิดขึ้นในทะเลใต้ได้เสมอ
เมืองฟีนิกซ์โบราณและทวีปนภารินไหลอยู่คนละห้วงมิติอย่างสิ้นเชิง การ
ใช้ระบบกระแสเสียงปราณแท้ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย เขาทำได้เพียงพึ่งพา
มารเจิดจรัสเพื่อใช้วิญญาณของตัวเองเพื่อส่งข้อความ
มารเจิดจรัสกล่าวว่า”สัตว์อสูรทะเลมหึมาควรจะอยู่ในร่องลึกใต้น้ำ
ได้ครึ่งปี และตอนนี้เพิ่งผ่านไปเพียง 100 วันเท่านั้นจึงยังไม่เป็นไร ซ่
วนหวู๋จี๋ได้ทำการโจมตีสำรวจคราวๆ ข้าเดาว่าเขาควรจะเริ่มมีความ
กระวนกระวายมากขึ้นเรื่อยๆ”
“อืม…” สีหน้าของหลินหมิงกลายเป็นความมืดมนเล็กน้อย ถ้าซ่วนหวู๋
จี๋กำลังโจมตีจริงๆจัง เช่นนั้นสัตว์อสูรทะเลมหึมาอาจจะทนอยู่ได้เพียง 5
เดือนแทนที่จะเป็น 6 เดือน เวลากำลังหมดลงเรื่อยๆแล้ว
“เช่นนั้น… ข้าจะเข้าฌานผ่านวิถีและกฎอีกหน่อย แล้วดูดซับโลหิต
ฟีนิกซ์โบราณ” ขณะที่หลินหมิงกล่าวว่า เขาหยิบผลึกที่มีโลหิตฟีนิกซ์
โบราณออกมาวางไว้ในฝ่ามือของเขา
เขาได้รับการพิจารณาว่าผ่านชั้นแรกของด่านทดสอบหล่อหลอม
ระดับราชาแล้ว เขาสามารถกลับไปได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ แต่ เห็นได้ชัด
ว่าการรับรู้กฏเป็นไปได้อย่างรวดเร็วในเมืองฟีนิกซ์โบราณ ที่สำคัญคือ
หลินหมิงไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของเขาเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับซ่วนหวู๋จี๋
ถ้าเขาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนที่จะ
กลับไป เช่นนั้นเขาก็จะมีความมั่นใจมากที่สุดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซ่
วนหวู๋จี๋
ในขณะที่โลหิตฟีนิกซ์โบราณวางอยู่บนฝ่ามือ หลินหมิงสามารถรู้สึก
ถึงพลังงานโบราณและลึกลับที่เปล่งประกายจากผลึกใสนี้
ผลึกหนาเพียงนิ้วเดียว ผนึกที่อยู่ภายในโลหิตฟีนิกซ์โบราณดูเหมือน
หนาและหนัก เป็นทรงสี่เหลี่ยมที่สมบูรณ์แบบ
หลินหมิงทุบผลึกสี่เหลี่ยม ผลึกสั่นสะเทือนและรอยแตกแผ่กระจาย
ออกไปทั่วเหมือนดั่งใยแมงมุม
ด้วยการพลิกฝ่ามือดูดดึงมัน โลหิตฟีนิกซ์โบราณทั้งหมดก็ได้ลอย
มายังฝ่ามือของหลินหมิง
โลหิตฟีนิกซ์โบราณมีความหนืดสูงเช่นปรอท จับตัวเป้นทรงกลมใน
มือของหลินหมิง
ขณะที่หลินหมิงมองไปยังมวลของโลหิตฟีนิกซ์โบราณนี้ เขาก็นึกถึง
คำอธิบายใน “เคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณเทพคลั่ง” ซึ่งเป็นคำอธิบาย
ขอบเขตของไขกระดูกเป็นเหมือนดั่งซุปทองคำและโลหิตหนักดั่งปรอท
สิ่งที่เรียกว่าโหลิตดั่งปรอทคือโลหิตจะไม่กระจายถ้าไหลออกมา มันจะจับ
ตัวกันอย่างง่ายดายเช่นเดียวกับโลหิตฟีนิกซ์โบราณนี้
โดยไม่ต้องสงสัย สัตว์อสูรเทวะจากแดนเทวะคือตัวตนสูงสุดที่บ่ม
เพาะคู่ทั้งร่างกายและพลังปราณ พวกมันมีร่างกายที่ทรงพลัง และพลัง
ปราณภายในตัวมันก็มหาศาล ไม่เพียงแค่นั้น แต่พวกมันก็ยังมีความ
เหมาะสมกับกฎของจักรวาลมากกว่ามนุษย์ หรือส่วนหนึ่งของกฎเกิดมา
พร้อมกับมัน
ดังนั้น สัตว์อสูรเทวะจะไม่น่าหวาดกลัวได้อย่างไร?
หลินหมิงสร้างใบมีดปราณแท้ขนาดเล็กๆบนปลายนิ้ว แล้วค่อยๆตัด
รอยผิวหนังระหว่างคิ้วของเขา เมื่อโหลิตไหลออกมา เขาก็โลหิตฟีนิกซ์
โบราณขึ้นมาและกดเข้าไปในระหว่างคิ้วแทน
เขารู้สึกราวกับว่าถูกเผาผลาญระหว่างคิ้ว และราวกับมีน้ำกรดไหล
ผ่านเนื้อ อย่างไรก็ตาม สำหรับหลินหมิงที่เคยชินกับความปวดทุก
ประเภทแล้ว
ด้วยความสามารถในการฟื้นฟูของเขา แผลที่หน้าผากของหลินหมิ
งจึงหายอย่างเร็ว ผนึกโลหิตฟีนิกซ์โบราณเข้าไปในร่างของตน
โลหิตฟีนิกซ์โบราณมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งมาก ทันทีที่มันเข้าสู่ร่าง
ของหลินหมิง มันเริ่มที่จะกลืนกินสายเลือดเดิมของหลินหมิงอย่างบ้าคลั่ง
ถ้าคนผู้หนึางไม่แข็งแกร่งพอแล้ว พวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่สามารถดูดซับ
โลหิตฟีนิกซ์โบราณเป็นของตนเองได้ แต่โหลิตนั้นจะบ้าคลั่งขึ้นมาและ
สังหารนักสู้ผู้นั้น โลหิตนักสู้จะกลายเป็นอาหารของโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
แทน
หลินหมิงได้โคจรสาระปราณแท้ โคจรพลังงานในเส้นชีพจรของเขา
ตาม ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ความแข็งแกร่งที่มองไม่เห็นได้
เข้าห่อหุ้มโลหิตฟีนิกซ์โบราณไว้ และผลักดันมันให้จมลึกเข้าไปในเส้น
เลือดเขา
ในขณะนี้ ในหัวใจของหลินหมิง ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ยังเงียบอยู่
ตลอดเวลา ดูเหมือนว่าจะไม่มีเจตนาที่จะสู้กับหลินหมิงเพื่อแย่งโลหิต
ฟีนิกซ์โบราณ หลินหมิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถ้าลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
ต้องการที่จะฉกฉวยโลหิตฟีนิกซ์โบราณไปแล้ว มันก็ย่อมจะไม่มีอะไร
เหลือให้หลินหมิงอย่างแน่นอน
หลินหมิงหลับตาลงและเข้าสู่สภาวะเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์
ความผันผวนที่ไร้ตัวตนของเจตจำนงเล็ดลอดออกไปจิตวิญญาณต่อสู้ใน
ทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา พลังเพลิงต้นกำเนิดในพื้นที่โดยรอบได้
ผสานเข้ากับเส้นชีพจรของหลินหมิง โดยโคจรไปตาม ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์
ต้องห้ามวิหคเพลิง’
แต่ในเวลานี้ ภายในตันเถียนของหลินหมิง แก่นแท้หมุนวนหลุมดำที่
นั่นเริ่มค่อยๆหมุนวนขึ้นทำให้เกิดกระแสวังวนพลังงาน กลืนกินพลังงานที่
รุนแรงจากเลือดฟีนิกซ์โบราณตลอดเวลา
ด้วยระดับความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิง มันก็ไม่ได้เป็น
อันตรายเกินไปยังจะดูดซับโลหิตฟีนิกซ์โบราณ มันจะเป็นเพียงเรื่องของ
เวลาเท่านั้น
วันหนึ่ง สองวัน สามวัน…
หลังจากเจ็ดวันที่ผ่านมา เครื่องหมายฟีนิกซ์โบราณระหว่างคิ้วของ
หลินหมิงเริ่มสว่างขึ้น ราวกับว่าดาวแดงกำลังส่องสว่างอยู่ที่นั่น สำหรับ
หลินหมิงเอง ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าสู่สภาวะมึนงงที่แปลกประหลาด
โดยปกติ การดูดซับโลหิตฟีนิกซ์โบราณจะไม่ได้ใช้เวลานานนัก
หลินหมิงเข้าฌานเป็นเวลาเจ็ดวันเพราะเขาอยากจะรับรู้ถึงกฎที่มีอยู่ใน
โลหิตฟีนิกซ์โบราณขณะที่เขาดูดซับมันนั่นเอง
ในครั้งล่าสุด หลินหมิงสามารถอยู่ในโลกที่สองของกระจกเทวะผัน
แปรได้นานถึง 81 ลมหายใจ ตอนนี้ เขามีความเข้าใจใหม่ๆเกี่ยวกับวิถี
แห่งการทำลายล้าง ในเวลานี้ การใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่เขาดูดซับ
โลหิตฟีนิกซ์โบราณ เขาตัดสินใจที่จะตรวจสอบความเข้าใจใหม่ๆของกฎ
ในเวลาเดียวกัน
โดยไม่รู้ตัว เสาเปลวเพลิงบนพื้นผิวของเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช
กลายเป็นที่สมบูรณ์แบบและลึกซึ้งยิ่งขึ้น สำหรับหลินหมิง ความเข้าใจ
ของเขาต่อวิถีแห่งเพลิงได้ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในวันที่เก้า หลินหมิงรู้สึกว่าแก่นแท้หมุนวนภายในตันเถียนของเขา
เข้าใกล้ขอบของการเปลี่ยนแปลงแล้ว ใกล้ที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ช่วงปลาย!
หลินหมิงมีความสุขอย่างมาก หลังจากดูดซับโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
นอกเหนือจากจะมีความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับกฎแล้ว เขาก็กำลังจะทะลวง
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย!
ก่อนที่จะเข้าสู่แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ การบ่มเพาะของหลินหมิ
งอยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง ตอนนี้ หลังจากผ่านไปเพียง 100
วัน เขาก็กำลังจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย
ด้วยการปิดตาลงหลินหมิงรวบรวมพลังงานทั้งหมดจากเส้นชีพจร
ของเขาไปสู่ตันเถียนองเขา โดยมุ่งเน้นที่การทะลวงขั้นพลัง
วังวนปราณแท้บนแก่นแท้หมุนวนหลุมดำเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้
ดูดซับปราณแท้ได้เร็วยิ่งขึ้น พื้นผิวของแก่นผลึก ทั้งหมดทั้งหมดสีแดง
ฉาน
2 ชั่วโมง…
4 ชั่วโมง…
หลินหมิงได้กระตุ้นพายุพลังงานต้นกำเนิดที่รุนแรงในมิติของเขา
มิติเฉพาะเช่นนี้มีพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่อุดมสมบูรณ์มาก
แต่ พื้นที่ของมิติมีจำกัด มันไม่สามารถต้านทานการดูดซับที่บ้าคลั่งจาก
หลินหมิงได้ และครึ่งหนึ่งของพลังงานถูกดูดซับไปโดยเขาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้ออกแบบมิตินี้ได้พิจารณาถึงสถานการณ์ที่คล้ายกัน
เช่นนี้ล่วงหน้าแล้ว หลังจากที่ความเข้มข้นของปราณแท้ลดลงอย่าง
ฉับพลัน รูปแบบค่ายกลที่สร้างมิติจะดึงพลังงานต้นกำเนิดทางจากเมือง
ฟีนิกซ์โบราณมาฟื้นฟูพลังงานต้นกำเนิดภายในมิตินี้
ดังนั้น จากมในมิติ หลินหมิงจึงเริ่มดูดซับพลังงานทั้งหมดที่อยู่ใกล้ๆ
ในหอคอยเก้าชั้นกลางเมืองฟีนิกซ์โบราณ เทพธิดาเฟิงเพิ่งได้รับข่าว
นี้ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางได้ส่งคนไปเพื่อให้แจ้งให้นางทราบถึง
สถานการณ์ของหลินหมิง
“นั่วเยี่ยนหมิงได้เริ่มกลืนกินพลังงานจากมิติของเขา ดูเหมือนเด็กคน
นี้กำลังจะทะลวงระดับ” เทพธิดาเฟิงยืนขึ้นและเดินไปยังระเบียง มองไป
ในทิศทางมิติของหลินหมิง
“ฮ่าๆ เขาน่าจะทะลวงระดับซะก่อนหน้านี้! เขาได้รับรู้อย่างมากจาก
แผ่นหยกและเสาหิน นอกเหนือจากโลหิตฟีนิกซ์โบราณที่เขาดูดซับแล้ว
ความเร็วในการทะลวงระดับของเขาก็ช้าเกินไป!” กู่รู่หลานเหยียนหัวเราะ
ออกมาในที่ไม่ไกลเกินไป
จากที่กู่รู่หลานเหยียนกล่าว โลหิตฟีนิกซ์โบราณเป็นเพียงสมบัติล้ำ
ค่าสำหรับนักสู้ธาตุจำเพาะอัคคี คุณค่าของมันยิ่งใหญ่กว่ารากมังกร
นิพพานจนถึงจุดที่สามารถพิจารณาให้อยู่ในอีกระดับ
หลินหมิงอยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เท่านั้น สำหรับเขาที่ได้ดูดซับ
โลหิตฟีนิกซ์โบราณจำนวนย่อมมีข้อได้เปรียบที่สามารถจินตนาการได้
เทพธิดาเฟิงกล่าว “เป็นเพราะรากฐานของนั่วเยี่ยนหมิงนั่นแข็งแกร่ง
อย่างยิ่ง ดังนั้น จำนวนปราณแท้ทั้งหมดที่เขาต้องการทะลวงระดับจึงมาก
ขึ้นด้วย บางครั้ง การทะลวงระดับอย่างช้าๆก็ไม่ได้เป็นข้อเสียซะทีเดียว”
“อืม ข้าจะรอดูเมื่อเขาทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร ข้าสงสัยนักว่า
ความแข็งแกร่งของเขาจะไปถึงที่ระดับใด”
……………………
ในมิติของเขา หลินหมิงได้อยู่ในช่วงสำคัญเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง
แล้ว แก่นแท้หมุนวนรอบตัวของเขาเติบโตจนมีขนาดเท่ากำปั้นและหมุน
เร็วขึ้น ชั้นของหมอกแดงปกคลุมพื้นผิวของแก่นแท้หมุนวน
จากนั้น ในเวลานี้เอง แก่นแท้หมุนวนเริ่มพังทลายลงจากภายใน!
ทั่วทั้งแก่นแท้หมุนวนลดขนาดลงอย่างรวดเร็ว เปล่งประกายเจิดจ้า
ออกมา พลังงานจากสวรรค์และปฐพีได้รวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง ควบแน่น
กันตลอดเวลา ในคราวเดียว หลินหมิงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ช่วงปลาย!
เขาประสบความสำเร็จในที่สุด!
ดวงตาของหลินหมิงเปิดออก เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างลำบาก และ
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายคือช่วงสุดท้ายก่อนเข้าสู่ขั้นทำลาย
ชีวิต สำหรับผู้อยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายส่วนใหญ่ ถือว่าเป็นคำ
เดียวกันกับขั้นทำลายชีวิต
กล่าวตามจริงคือ ขั้นทำลายชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ นั่นเป็นเพราะในสองขั้นนี้ แก่นแท้หมุนวนในตันเถียนยังคงเป็นจุด
รวมพลังของนักสู้
แต่ถึงกระนั้น ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายสู่ขั้นทำลายชีวิตก็
ความแตกต่างอย่างมากในด้านพลังเทียบเท่ากับขั้นพลังใหญ่ขั้นหนึ่ง
การก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้หมายความว่าเขาได้เป็น
ผู้เชี่ยวชาญของภูมิภาคเขตแดนทางใต้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงทั่ว
ทั้งทวีปนภารินไหล ความแข็งแกร่งระดับนี้ก็ยังไม่เพียงพอ
แต่ด้วยการก้าวเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตจึงจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งของ
ผู้เชี่ยวชาญในทวีปนภารินไหล
ผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตได้รับการยกย่องในแดนศักดิ์สิทธิ์ หากผู้
ใครสามารถไปถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ได้ เช่นนั้นอย่างน้อยที่สุดเขาก็
อาจเป็นผู้อาวุโสสายนอกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ตอนนี้หลินหมิงได้เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย เขาเป็นเพียง
ขั้นเดียวในการเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต อย่างไรก็ตาม หลินหมิงอายุเพียง 21
ปีเท่านั้น!
“การบ่มเพาะของข้าเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายแล้ว
นอกเหนือจากความเข้าใจใหม่ของกฎแห่งเพลิง ข้าสงสัยว่าจะต่อสู้กับซ่
วนหวู๋จี๋ได้แค่ไหนเมื่อกลับไป”
ก่อนที่หลินหมิงจะเข้าท่ยังด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชาเขาก็
ยังคงอ่อนแอกว่าผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 สำหรับซ่วนหวู๋จี๋ เขา
อยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 4 แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังครอบครองทะเลใต้
มาตลอดหลายปี ดังนั้นเขาจึงน่าจะไพ่ตายซ่อนอยู่ในมือมากมาย การ
ต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับซ่วนหวู๋จี๋ยังคงเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่อาจรู้ได้
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงมั่นใจว่าแม้ว่าสถานการณ์จะแย่กว่าที่เขา
คาดไว้ แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถปกป้องสัตว์อสูรทะเลมหึมาและนำทาง
ให้มันปลอดภัย
“มารเจิดจรัส ข้าจะยังคงมี 5 วันที่จะเข้าฌานผ่านเสาหิน เมื่อข้าได้
ใช้เวลาจนหมดแล้ว เราจะไปทวีปนภารินไหลในทันที!
หลังจากที่หลินหมิงสามารถอยู่ในโลกที่สองได้นานถึง 81 ลมหายใจ
เขาก็ได้รับเพิ่มอีก 5 วันเพื่อรับรู้ผ่านเสาหินเป็นรางวัล ถ้าเขาไม่ได้ใช้พวก
มันทั้งหมดแล้วเช่นนั้นมันก็จะเป็นการสูญเสียอย่างยิ่ง