Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 743 กลับสู่ทวีปนภารินไหล
หลินหมิงเพิ่งปิดด่านเพื่อรู้แจ้งเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของกฏแห่งการ
ทำลายล้างของวิถีแห่งเพลิง นอกจากนี้ หลังจากทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ช่วงปลายและดูดซับโลหิตของฟีนิกซ์โบราณ มันมีข้อสงสัย
หลายอย่างในใจของเขา ด้วย 5 วันสุดท้ายของการเข้าฌานผ่านเสาหิน
ฟีนิกซ์โบราณ หลินหมิงต้องการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างช้าๆโดยการ
ตรวจสอบความจริงและความเข้าใจในเปลวเพลิงบนเสาหินฟีนิกซ์โบราณ
อย่างไรก็ตาม ผลสุดท้ายก็คือมันไม่เพียงที่จะแก้ปัญหาของคำถามได้ แต่
ในระหว่างขั้นตอนของการเข้าฌาน เขาเองยังได้รับข้อสงสัยใหม่และ
ซับซ้อนมากขึ้น
หลินหมิงรู้สึกว่าความเข้าใจวิถีแห่งเพลิงของเขาลึกขึ้น ความสงสัย
ของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
นี่เป็นปรากฏการณ์ปกติ ถ้าวันหนึ่งหลินหมิงพยายามที่จะล้างความ
สงสัยทั้งหมดของเขาแล้ว มันก็จะเท่ากับมีความเข้าใจกฎแหล่งกำเนิด
เพลิง
และอาจเป็นไปได้ว่าคนที่เข้าใจแหล่งกำเนิดเพลิงอย่างสมบูรณ์แล้วก็
ยังจะยังคงมีข้อสงสัยอยู่บ้าง
หลินหมิงไม่ได้ถามเทพธิดาเฟิงในคำถามที่เขามี ไม่ว่าอย่างไร นางก็
ได้กล่าวว่าเขาจะมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งที่สุดถ้าตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย
ตัวเอง มิต้องกล่าวถึงว่าทุกคนมีความเข้าใจกฎแตกต่างกันอยู่แล้วด้วย
ทุกคนมีระบบของตนเองที่จะให้ตนเข้าใจกฎ การพยายามที่จะแก้ปัญหา
ของตัวเองด้วยคำตอบของผู้อื่น มันไมิใช่วิธีที่ดีที่สุดของเรื่องนี้
ยิ่งมีรากฐานที่แข็งแกร่ง ระบบกฎที่เข้าใจก็จะยิ่งสมบูรณ์มากขึ้น
ตลอดเวลานี้ หลินหมิงอาศัยอยู่ที่เมืองฟีนิกซ์โบราณมา 120 วันแล้ว
มันเกือบจะถึงเวลาที่จะจากไปแล้ว แต่ก่อนออกเดินทาง หลินหมิงได้
เข้าไปยังกระจกเทวะผันแปรเป็นครั้งสุดท้าย
โลกที่สองของกระจกเทวะผันแปรเป็นที่รู้จักกันว่าไม่สามารถทำให้
พังทลายแตกได้โดยนักสู้ที่อ่อนแอกว่านักสู้ขั้นเทพสมุทรจากดินแดน
ระดับล่าง ส่วนใหญ่เป็นเพราะนักสู้อ่อนแอกว่าขั้นเทพสมุทรไม่ได้มีความ
แข็งแกร่งดิบที่จำเป็นในการทำให้เกิดการย้อนกลับขนาดใหญ่ของโซ่
ดวงดาว แม้ว่าพวกเขาจะตระหนักถึงกฎอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไร้ประโยชน์
ด้วยความแข็งแกร่งของหลินหมิง เขาสามารถเปลี่ยนแปลงโซ่
ดวงดาวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขายังห่างไกลจากความสามารถในการ
ทำลายโลกที่สองได้
เป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะทำลายโลกที่สอง เหตุผลที่เขามายังกระจก
เทวะผันแปรอีกครั้งก็เพื่อยืนยันความคิดใหม่ๆที่เขามี
…………
เมืองฟีนิกซ์โบราณ, หอคอยเก้าชั้น –
แม่ทัพซุนยังไม่ได้จากไป หลายพันปีก่อนเมื่อเผ่าฟีนิกซ์โบราณต่อสู้
กับเผ่าพันธุ์อื่นในสงครามใหญ่ แม่ทัพซุนและกู่รู่หลานเหยียนได้รับใช้
กองทัพด้วยกัน ที่นั่น พวกเขาได้เกิดมิตรภาพตลอดชีวิตบนหน้าผาแห่ง
ความตาย มันเพียงหลังจากที่กู่รู่หลานเหยียนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง
ดังนั้นเขาจึงมายังเมืองฟีนิกซ์โบราณเพื่อฟื้นฟูตัวเอง เป็นเช่นนี้ หลายพัน
ปีก็ได้ผ่านไป
แม่ทัพซุนและกู่รู่หลานเหยียนกำลังดื่มกันอย่างสนุกสนาน สำหรับ
เทพธิดาเฟิง นางก็ดื่มชาอย่างสบายใจ ในขณะนี้ เปลวเพลิงลุกขึ้นต่อหน้า
ทั้งสาม
“เด็กนั่วเยี่ยนหมิง, เขาอยู่ได้ถึง 90 ลมหายใจในกระจกเทวะผันแปร
ของโลกที่สอง! หลังจากที่กู่รู่หลานเหยียนได้ยินข้อความ ดวงตาของเขาก็
สว่างขึ้น จาก 81 ลมหายใจถึง 90 ลมหายใจ ความยากลำบากเพิ่มขึ้นไป
อีกระดับ!
“ความก้าวหน้าของเขามหัศจรรย์อย่างแท้จริง!” แม่ทัพซุนสรรเสริญ
ขณะที่เขาส่ายไวน์ไปรอบแก้ว
“ฮ่าฮ่า จริงๆแล้วข้าคิดว่าความก้าวหน้าของเขาในครั้งนี้ค่อนข้างช้า
เขาดูดซับโลหิตของฟีนิกซ์โบราณและทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ช่วงปลาย ข้าคิดว่าวันนี้เขายังได้รับข้อมูลเชิงลึกใหม่ในกฏแห่งเพลิงอีก
ด้วย เพื่อเพิ่มสถิติขึ้นเพียง 9 ลมหายใจนั่นเป็นเพียงเรื่องเล็กหน่อย…”กู่รู่
หลานเหยียนเลียริมฝีปากของเขาหลังจากที่เขาดื่มไวน์และส่ายหัว สีหน้า
ของเขาดูเหมือนราวกับว่าต้องการให้หลินหมิงทำลายโลกที่สองและเข้าสู่
โลกที่สาม และทำให้สหายเก่าจากแดนเทวะของเขาตกตายเพราะตก
ตะลึง
“มันไม่น่าแปลกใจเลย…” เทพธิดาเฟิงกล่าวออกมาเบาๆขณะที่นาง
ยกถ้วยชา “ความรุ่งโรจน์จากผลงานไม่มีความสำคัญกับนั่วเยี่ยนหมิง ใน
คราวนี้ เขาไม่น่าพยายามที่จะทำต่างหาก แต่กลับต้องการยืนยันความคิด
บางอย่างในโลกที่สองของกระจกเทวะผันแปรแทน ถ้าเขาใช้ทักษะที่
สมบูรณ์เพื่อให้ได้ผลอย่างเต็มที่แล้ว เช่นนั้นอย่างน้อยควรจะสามารถที่
จะอยู่ได้นานเกิน 100 ลมหายใจเป็นแน่”
หลังจากที่เทพธิดาเฟิงกล่าว กู่รู่หลานเหยียนก็นึกถึงเรื่องนี้เช่นกัน
ในช่วงเวลาที่หลินหมิงเข้าสู่โลกที่สอง เขาได้พยายามทุกวิถีทางในการใช้
ทักษะที่ต่างไปจากเดิม แม้แต่ทดสอบทักษะที่เกี่ยวข้องกับวิถีแห่งสายฟ้า
ด้วย การทำเช่นนั้นเป็นกระบวนการที่ต้องเสียพลังงานมาก
เพียงทดสอบความเข้าใจใหม่เขาก็ยังสามารถอยู่ได้นานถึง 90 ลม
หายใจ มันก็เพียงพอที่จะเรียกว่าสัตว์ประหลาด!
“สหายตัน้อยกำลังจะออกจากเมืองฟีนิกซ์โบราณ ข้าหวังว่าเมื่อเขา
กลับไปยังทวีปนภารินไหล เขาจะสามารถไปถึงจุดสูงสุดได้ เราได้ทำทุก
สิ่งที่เราทำได้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง”
อัจฉริยะเกือบทุกคนมีโชคชะตาของตัวเองและจำนวนโชคในชีวิต
ของพวกเขาก็เช่นกัน กู่รู่หลานเหยียนคิดว่าชะตาของหลินหมิงยังคงเป็น
ของทวีปนภารินไหลอยู่ ถ้าเขากลับมา มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะสืบทอด
ชะตากรรมนั้นและจบวงจรชะตากรรมของเขาจากที่นั่นได้ หลังจากที่เขา
มาถึงขั้นเทพสมุทรในอนาคต เขาจะสามารถก้าวขึ้นสู่แดนเทวะได้โดยไม่
ความค้างคาใจใดๆตามมาด้วย
“อืม ในเมื่อเราได้สังเกตเห็นว่าเขาโตขึ้นอย่างไร บางทีสักวันหนึ่งจะมี
โอกาสที่ความแข็งแกร่งของเขากว่าพวกเรา…” เทพธิดาเฟิงกล่าวและ
หัวเราะเบาๆ นี่เป็นการประเมินผลที่สูงอย่างมากจากนางแล้ว เทพธิดา
เฟิง, แม่ทัพซุนและหลานเหยียนต่างเป็นตัวตนในเผ่าฟีนิกซ์โบราณที่มี
สถานะด้อยกว่าเพียงผู้อาวุโสเท่านั้น
ผู้ที่สามารถเหนือกว่าพวกเขาได้ จะต้องกลายเป็นผู้อาวุโสหรือสูง
กว่า
เผ่าฟีนิกซ์โบราณในแดนเทวะมีผู้อาวุโส 72 คน ผู้อาวุโสเหล่านี้ถูก
เรียกว่า เจ้าตำหนัก เพราะเผ่าฟีนิกซ์โบราณในแดนเทวะมีตำหนัก 72
แห่ง ตำหนักจำนวนมากเหล่านี้ตั้งอยู่ในแดนเร้นลับต่างๆ โครงสร้าง
ภายในมีความลึกลับเซึ่งมีหลักการลึกซึ้งและลึกลับทุกประการ นอกจากนี้
ยังมีตำหนักบางแห่งที่ตั้งอยู่ในดินแดนที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ในแดนเทวะ
ซึ่งเป็นดินแดนที่มีแต่ผู้ทรงพลังที่แท้จริงเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้
เหล่าเจ้าตำหนักทั้ง 72 คนเป็นตัวตนที่มีชีวิตอยู่มานับหมื่นปีหรือนับ
แสนปี มันมีบางเจ้าตำหนักที่มีชีวิตอยู่มานานกว่าผู้นำเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
คนปัจจุบันอยู่ด้วย
การกลายเป็นเจ้าตำหนักของ 72 ตำหนักได้น่ะหรือ?
มันยากจนแทบเป็นไปไม่ได้เลย!
นอกจากนี้ อัจฉริยะที่หาได้ยากไม่สามารถแม้แต่จะเป็นเจ้าตำหนัก
ได้ นั่นเป็นเป็นเพราะมีผู้มีพรสวรรค์มากมายในจักรวาล ผู้โดดเด่นจะ
ปรากฏตัวขึ้นในไม่กี่ปี และยิ่งมีอัจฉริยะจำนวนมากในแดนเทวะอีกด้วย
แม้ว่าพวกเขาจะรุ่งโรจน์ในด่านทดสอบหล่อหลอม มันก็ยังคงไร้ประโยชน์
ไม่ว่าอย่างไร มันไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต แค่
เพียงเพราะโชคชะตาของพวกเขาในปัจจุบันน่าอัศจรรย์มันก็ไม่ได้
หมายความว่าโชคชะตาในอนาคตของพวกเขาน่าสนใจเช่นเดิม เป็นไปได้
ว่าผู้มีพรสวรรค์ในปัจจุบันอาจหมดศักยภาพในอนาคตของพวกเขา
ตัวอย่างเช่น มันมีเจ้าตำหนักที่ไม่ได้รับอันดับหนึ่งในช่วงเวลาที่พวก
เขาเข้าร่วมในด่านทดสอบหลอมระดับราชา แต่พวกเขาสามารถก้าวตาม
ผู้มีพรสวรรค์คนอื่นอย่างช้าๆ จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นเจ้าตำหนัก สำหรับ
ผู้มีพรสวรรค์ที่เคยแข็งแกร่งกว่าในตอนนั้น พวกเขาได้หมดศักยภาพ
หรือไม่ก็ตกตายไป
สำหรับอนาคตของหลินหมิงจะเป็นอย่างไรย่อมไม่มีใครสามารถ
คาดการณ์ได้
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังดื่มด่ำกับตัวเอง หลินหมิงก็ได้เก็บข้าวของ
ทั้งหมดและมาถึงค่ายกลเคลื่อนย้ายของเมืองฟีนิกซ์โบราณ ช่วง 120
วันที่ผ่านมา มันมีคุณค่ามากสำหรับหลินหมิง เขาได้เห็นโลกใหม่และ
ขยายขอบเขตวิสัยทัศน์ของตนเอง
ขณะที่หลินหมิงจากไป เขาก็นำแผ่นหยกวิถีที่เทพธิดาเฟิงได้ทิ้งไว้ให้
เขา แผ่นหยกเหล่านี้เดิมทีควรจะให้ยืมไปหลินหมิงเป็นเวลา 1-2 เดือน
แต่ตอนนี้ ขางให้ให้หลินหมิงยืมจนกว่าเขาจะก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
“ไปกันเถอะ มุ่งหน้าสู่บ้าน!”
หลินหมิงกำหมัดอย่างแน่วแน่ขณะที่จะก้าวไปบนค่ายกลเคลื่อนย้าย
……………..
ในทะเลใต้ที่ไร้สิ้นสุด เต็มไปด้วยคลื่นลูกใหญ่และรุนแรง
ไม่มีผู้ใดในทวีปนภารินไหลรู้ว่าทะเลทางใต้มีขนาดใหญ่และสิ้นสุดที่
ใด ตำนานกล่าวว่า เคยมีผู้อาวุโสสูงสุดคนหนึ่งซึ่งเดินทางไปทางใต้ของ
ทะเลใต้เป็นเวลาหลายปี แต่ก็ยังไม่สามารถหาที่สิ้นสุดของมันได้ กลับกัน
เขาได้พบกับปัญหาและเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรทะเลลึกที่เขาเองยัง
หวาดกลัวที่จะจัดการกับมัน นี่ทำให้เขาต้องถอยกลับมา
ณ เวลานี้ ในทะเลอันกว้างใหญ่ ที่ความลึกหลายร้อยก้าวมีนักสู้ 4
คนมาชุมนุมกัน ผู้นำกลุ่มนี้เป็นตัวตนหมายเลขหนึ่งของดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้ – ซ่วนหวู๋จี๋
ด้านหน้าของซ่วนหวู๋จี๋มีสิ่งมีชีวิตคล้ายปลาหมึกยักษ์ มันมีแขนขา
จำนวนมากแต่ก็ยังมีแขนสองข้างเหมือนมนุษย์ สำหรับเผ่าในทะเลลึก นี่
ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่แปลกเลย
ข้างๆของปลาหมึกแปลกๆนั้นคือผู้นำของเผ่าวานรตาฟ้า ถึงแม้ว่า
เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากเพราะหลินหมิงและคนในเผ่าของเขา
ถูกสังหาร แต่เขาก็ยังคงกลับมาอีก เขาไม่อยากยอมแพ้ในไขกระดูกของ
สัตว์อสูรทะเลมหึมา
สำหรับเผ่าเผ่ามังกรวารีทมิฬ พวกเขาไม่ได้ปรากฏตัวอีกเลย ผู้นำ
ของเผ่ามังกรวารีทมิฬอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 ความแข็งแกร่งของ
เขาต่ำเกินไป มันไม่มีโอกาสที่ซ่วนหวู๋จี๋จะแบ่งทรัพยากรใดๆให้กับเขา
และอาจเผชิญหน้ากับภัยคุกคามต่อการถูกทำลายทั้งเผ่าของตนอีกด้วย
ถ้าเขากลับมาอีกครั้ง และพวกเขาก็ไม่สามารถฆ่าหลินหมิงได้ นั่นคือ
ความหายนะที่เกิดขึ้นต่อเผ่าของเขาอย่างแน่นอน ด้วยเรื่องไร้สาระนี้เอง
เขาจึงได้ถอนตัวออกไปในช่วงต้น
นอกจากนี้มันยังมีเผ่าทะเลลึกอื่นๆอยู่ นำโดยผู้หญิงที่คล้ายชาย เขา
สูง ดวงตาแหลมเล็ก ผิวสีซีดและรอยยิ้มที่ชั่วร้ายบนใบหน้า
คนผู้นี้ยังมาจากเส้นทางบ่มเพาะปีศาจ ชื่อของเขาคือไป๋กวานอวิ๋น
และฉายาของเขาคือ ปีศาจนิรันดิ์
ไป๋กวานอวิ๋นเดินตามเส้นทางแห่งความชั่วร้ายและอาจถือได้ว่าเป็น
พวกของ ซ่วนหวู๋จี๋ บรรพบุรุษของเขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของเมือง
จักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงัน เมื่อเมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความ
เงียบงันถูกทำลายล้าง ตระกูลของไป๋กวานอวิ๋นและมุ่งหน้าไปยัง
แผ่นดินใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ที่นั่น พวกเขาจัดตั้งนิกายของตนเองซึ่ง
เป็นนิกายสายปีศาจ
เดิมที นิกายของไป๋กวานอวิ๋น ไม่สามารถเปรียบเทียบกับดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้ แต่ตอนนี้ ด้วยดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ถูกรื้อ
ถอนไปหลายครั้งโดยหลินหมิง พวกเขาจึงมีชื่อเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ นิกาย
ของไป๋กวานอวิ๋นจึงเหนือกว่าดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้โดย
ธรรมชาติ
“ผู้อาวุโสซ่วน ท่านไม่คิดว่านี่มันมีมากเกินไปหรอกหรือ? ท่านได้ถูก
บังคับให้อยู่ในสภาพเช่นนี้โดยเด็กขั้นหลอมรวมแก่นแท้ผู้หนึ่งที่อายุเพียง
20 ปีเท่านั้น และด้วยเหตุบางอย่าง แม้แต่นิกายของท่าน 80-90% ก็ถูก
ทำลายไปด้วย?”
คำกล่าวของไป๋กวานอวิ๋นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เห็นได้ชัดว่าซ่
วนหวู๋จี๋ได้ยิน แต่หลังจากระดับการบ่มเพาะของเขามาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็
ได้ทุ่มเทให้กับการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรและกลายเป็นจักรพรรดิไร้
เปรียบ สำหรับการเย้ยหยันของผู้อื่น เขาย่อมสามารถเอาคืนทีหลังได้
อย่างง่ายดาย
เหตุผลที่เขาได้ขอให้ไป๋กวานอวิ๋นมาร่วมด้วยคือการวางค่ายกลผนึก
พันทะเลเร้นลับ เพื่อที่จะทำเช่นนั้น เขาต้องใช้อย่างน้อย 4 ผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิตหรือสูงกว่า
ปลาหมึกประหลาดเป็น 1 คน ผู้นำเผ่าวานรตาฟ้าก็เป็นอีก 1 คน
พร้อมกับซ่วนหวู๋จี๋ ทั้งหมดเป็น 3 คน เขายังคงขาดหายไปอยู่ 1 คน
ดังนั้นเขาจึงหันไปหาไป๋กวานอวิ๋น
ก่อนอื่น เขาอาจถูกมองว่าเป็นคนรู้จักเก่ากับไป๋กวานอวิ๋น
นอกจากนี้ การบ่มเพาะของไป๋กวานอวิ๋นอยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 3
เท่านั้น มันจะค่อนข้างง่ายสำหรับซ่วนหวู๋จี๋ที่จะควบคุมเขา
มิเช่นนั้น ถ้าเขาหาผู้ทรงพลงคนอื่นมาเพื่อฆ่าหลินหมิงและคนผู้นั้น
ค้นพบว่ามีความลับอยู่ในร่างของหลินหมิง เขาก็อาจขโมยมันไปแทน ใน
เวลานั้น เขาจะต้องเสียสละอย่างมาก ความพยายามทั้งหมดของเขา
กลายเป็นของขวัญให้กับผู้อื่น
“ไป๋กวานอวิ๋น เจ้าอยู่มามากกว่า 1000 ปีเจ้าก็ควรเข้าใจความจริง
ที่ว่าแม้จะเป็นสิงโตก็จะต้องใช้กำลังเต็มที่ในการจับกระต่าย นอกจากนี้
หลินหมิงก็ยังเป็นศัตรูที่น่าเกรงขาม ถ้าเจ้าประมาทเขาแล้ว เจ้าจะเป็น
คนที่ต้องสูญเสีย!”
“ฮ่าๆ ดี, ในเมื่อท่านจ่ายสำหรับบริการของข้าแล้ว ข้าก็ยินดีทำงาน
ให้ ท่านสามารถขอให้ข้าทำสิ่งที่ต้องการได้!” ไป๋กวานอวิ๋นเต็มไปด้วย
รอยยิ้ม เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องคำกล่าวของซ่วนหวู๋จี๋ ในความเป็นจริง เมื่อ
เห็นดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ถูกลดระดับลงสู่สภาพเช่นนี้ เขาก็เต็ม
ไปด้วยความสุขเสียมากกว่า
“ไป๋กวานอวิ๋น เจ้าไปทางทิศใต้ ผู้นำเผ่าวานรตาฟ้าไปทางเหนือ ข้า
จะไปทางทิศตะวันออก สำหรับส่วนที่เหลือ ข้าจะต้องพึ่งพาน้องชายพัน
แขน
น้องชายพันแขนที่ซ่วนหวู๋จี๋กล่าวถึงคือชายปลาหมึกแปลกๆ ค่ายกล
ผนึกพันทะเลเร้นลับจำต้องพึ่งพาความช่วยเหลือของชายปลาหมึกผู้นี้
เมื่อค่ายกลผนึกพันทะเลเร้นลับถูกวางแล้ว เช่นนั้นมันจะกลายเป็นตา
ข่ายที่ไม่อาจหนีไปได้ เขตแดนมหัศจรรย์ภายในจะไร้สิ้นสุด สามารถปิด
ผนึกการรับรู้ของสัตว์อสูรทะเลมหึมาได้โดยตรง