Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 749 ความตายของซ่วนหวู๋จี๋
“บอก… บอกข้าได้หรือไม่ว่า… มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่!?”
นักสู้ชุดดำคลานขึ้นมาจากพื้นดิน ปากเต็มไปด้วยโลหิต เสียงตะโกน
ของซ่วนหวู๋จี๋เมื่อครู่ได้ทำให้เกิดแรงกระแทกต่ออวัยวะภายในของเขาจน
บาดเจ็บ โชคดีที่ซ่วนหวู๋จี๋ไม่เคยใช้ปราณแท้มากเกินไป มิเช่นนั้นแล้ว นัก
สู้การชุดดำจะจมติดพื้น
นักสู้ชุดดำไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับซ่วนหวู๋จี๋ที่ทำให้
เขากังวลมากเช่นนี้? เหตุใดเขาจึงทำลายค่ายกลเคลื่อนย้าย? เขาถูกไล่ล่า
โดยใครบางคนหรือไม่?
ไม่ใช้เพียงแค่นักสู้ชุดดำที่คิดเช่นนี้ นักสู้คนอื่นๆก็ความคิด
เช่นเดียวกัน
ร่างกายของซ่วนหวู๋จี๋ถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผล ไม่เพียงแค่นั้น แต่
เขาได้โคจรพลังของค่ายกลเคลื่อนย้ายเพื่อเร่งความเร็วและทำลายค่ายกล
เคลื่อนย้ายเมื่อออกมา เขาตื่นตระหนกก่อนที่จะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
ทั้งหมดนี้ทำให้มันดูราวกับว่าเขากำลังถูกไล่ล่าโดยใครบางคน แต่มัน
เป็นไปได้อย่างไร!?
ทั่วทั่งทะเลใต้ ผู้ใดกันที่มีความแข็งแกร่งพอที่จะไล่ตามซ่วนหวู๋จี๋?
ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดถึงเรื่องนี้ ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ถูกทำลายไป
แล้วก็เริ่มส่องแสงอีกครั้ง!
“นี่… นี่มัน…!”
นักสู้ชุดดำจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง มันยังจะมีใครบางคนที่
สามารถผ่านทางออกของค่ายกลเคลื่อนย้ายที่พังนี้ได้อยู่อีกหรือ!? มัน
เป็นไปไม่ได้! ค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้ได้ถูกทำลายแล้ว ดังนั้นแล้วมันยังจะใช้
งานได้อย่างไร? ถ้ามีคนยังคงอยู่ภายในเมื่อมันถูกทำลาย พวกเขาอาจโดน
ฉีกขาดเป็นชิ้นๆโดยพายุมิติที่ทรงพลัง!
ปัง ปัง ปัง!
เสียงสายฟ้ากระหึ่มอยู่ในอากาศ สายลมและเมฆเคลื่อนตัวดูราวกับ
ว่าโลกได้สูญเสียสีสัน ในรัศมี 10 ลี้ พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเริ่มก่อ
เกิดเป็นพายุทอร์นาโดที่น่าสะพรึงกลัว ลำแสงสีแดงสว่างจ้าพุ่งขึ้นสู่
ท้องฟ้า ทะลุผ่านชั้นสวรรค์ แผ่นดินสั่นสะเทือน มีรอยแตกปรากฏเป็น
เหมือนดั่งใยแมงมุม
“นี่ก็เป็นการเคลื่อนย้ายหรือไม่?”
ดวงตาของนักสู้ชุดดำเบิกกว้างจนเกือบจะกระเด็นออกมา ในขณะ
นักสู้ของสำนักระดับ 3 หลายคนกำลังก็ตะลึง แสงสีแดงสดใสและงดงาม
ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง ฉากที่พวกเขาเห็นจะไม่มีวันลืมเลยในชีวิต
ห่างออกไปหนึ่งร้อยก้าว ห้วงมิติดูเหมือนจะบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
จากนั้น ด้วยเสียงที่ดังราวกับฟ้าฝ่า ครึ่งท่อนของหอกสีแดงปรากฏขึ้นใน
อากาศบางๆราวกับว่ามันฉีกมิติออกมา!
ด้วยหอกนี้ รอยฉีกขาดของมิติปรากฏขึ้นในโลก จากรอยแตกมิติที่
ฉีกขาดออกจากกัน มีชายหนุ่มชุดสีฟ้าก้าวก็ออกมาอย่างสงบ ทั่วร่างของ
เขาถูกห่อหุ้มเปลวเพลิงและสายฟ้าสีม่วง ด้วยหอกสีแดงในมือ เขาเป็นดั่ง
เทพเจ้าแห่งสงครามที่ลงมาจุติ!
เขาคือ…
นักสู้ชุดดำตกใจอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายจะถูกทำลายไป
แล้ว แต่เขายังคงบังคับให้มันใช้งานได้ต่อไป ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ เขาได้
ตรึงห้วงมิติไว้ด้วยตนเอง ฉีกทางออกห้วงมิติด้วยหอกและก้าวออกมา
เหมือนดั่งสายลมกระโชก
เขายังเป็นมนุษย์อยู่จริงหรือ!?
แม้ว่านักสู้การชุดดำจะอยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้า แต่เขาก็ยังถือได้
ว่าเป็นผู้มากประสบการณ์ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครบาง
คนที่สามารถฉีกมิติชิ้นๆ เพื่อข้ามห้วงมิติอันไม่รู้จบได้เช่นนี้
ชายหนุ่มผู้นี้เป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรใช่หรือไม่?
ไม่… เขายังเด็กเกินไป อย่างมากดูอายุ… เพียงแค่ 20!
ชายหนุ่มอายุเพียงแค่ 20 ปีกลับสามารถแยกมิติออกจากกัน หรือ
เขาจะเป็นเขาอาจเป็นองค์รัชทายาทจาก 4 อาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์?
ไม่สิ แม้กระทั่งองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรมีพลัง
เช่นนี้ได้!
จิตใจนักสู้ชุดดำกลายเป็นสับสนอย่างหนัก สำหรับนักสู้ชุดแดง หัวใจ
ของเขาสั่นสะท้านอย่างนัก แม้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเขาจะมีการ
เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยในรูปร่างและออร่า แต่เขาก็ยังคุ้นเคยกบใบหน้า
นั้น ใบหน้านี้ดูเหมือนจะเป็น… หลินหมิง!?
เมื่อชายชุดฟ้าปรากฏตัวขึ้น เขารีบเหลือบมองไปที่ฝูงชนและดู
เหมือนจะแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ช้าเขาก็ได้ความสงบ และไม่ใส่ใจกับรุ่น
เยาว์เหล่านี้ ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมถูกเปิดใช้งาน เขาย่นมิติใต้ฝ่าเท้า
และทะยานสู่ขอบฟ้าด้วยความเร็วสูงขณะที่เขาไล่ตามหลังซ่วนหวู๋จี๋ไป
นักสู้ชุดดำทำได้เพียงมองอย่างช่วยไม่ได้ ไม่กี่ลี้กันที่หลินหมิง
สามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ในหนึ่งก้าว? มันดูไม่ต่างไปจากการเทเลพอร์ท
ไปข้างหน้า ทำให้ทุกคนตกตะลึงอย่างสมบูรณ์เมื่อเห็นมัน นี่มันการ
เคลื่อนไหวของทวยเทพแบบใดกัน?
นั่นคือการเทเลพอร์ทอย่างแน่นอน !
“ใคร… เขาเป็นผู้ใดกัน?” ริมฝีปากของหญิงสาวชุดเหลืองสั่นสะท้าน
แม้ว่าชายหนุ่มผู้นี้จะดูไม่แก่กว่านางมากนัก แต่เขาก็มีพลังระดับนี้ได้
อย่างไร?
เขาเป็นเหมือนดั่งเทพที่มาจุติบนโลกมนุษย์
“เขาคือ หลินหมิง!”
นักสู้ชุดแดงก็ตะโกนออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพ
“หลินหมิง!?”
นักสู้ชุดดำร้องอุทานออกมา
จากทิศทางที่เขาบินไป เห็นได้ชัดว่าไล่ตามซ่วนหวู๋จี๋ ที่ซ่วนหวู๋จี๋มี
สภาพนั้นก่อนหน้านี้เพราะเขาถูกไล่ล่าโดยหลินหมิง?
ไม่ใช่แค่นักสู้ชุดดำเท่านั้นที่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ทุกคนก็เช่นกัน
ข่าวลือบอกว่าหลินหมิงถูกกักขังไว้ในร่องน้ำทะเลลึก 300,000 ลี้
นานกว่า 4 เดือนโดยโดยซ่วนหวู๋จี๋ เหตุใดสถานการณ์จึงได้พลิกพลันอย่าง
รวดเร็ว และซ่วนหวู๋จี๋กลายเป็นฝ่ายที่ถูกไล่ล่าโดยหลินหมิงแทนเล่า?
หญิงสาวชุดเหลืองปิดปากตนเองด้วยมือ แม้ว่านางจะเคยได้ยิน
เรื่องราวเกี่ยวกับความน่าเกรงของหลินหมิง แต่การได้เห็นด้วยตานั้นน่า
ตกตะลึงยิ่งกว่า หลังจากที่นางได้เห็นหลินหมิงในวันนี้ นางก็ตระหนักได้
ว่าหลินหมิงอยู่ในจิตใจของนางด้อยกว่าตัวจริงอย่างเทียบไม่ติด!
“รายงานเรื่องนี้แก่สำนักอย่างรวดเร็ว และอย่าให้ราชทูตปีศาจ
ค้นพบสิ่งนี้ รายงานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!” ชายหนุ่มสวมชุดแดง
ส่ายหัวราวกับว่าเขาเพิ่งตื่นขึ้นจากฝันและรีบส่งกระแสเสียงปราณแท้
ให้กับทุกคนอย่างรวดเร็ว
เหล่านักสู้ต่างตกตะลึง ถ้าหลินหมิงสามารถไล่ล่าซ่วนหวู๋จี๋ได้ มันก็
มิใช่ว่าไม่มีตัวตนใดอีกแล้วในดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่สามารถ
ต่อกรกับหลินหมิงได้? มิได้หมายความว่าเขาจะชนะสงครามทะเลทางใต้?
ชัยชนะ!?
นักสู้สำนักระดับ 3 หลายคนกำลังมึนงงและสับสนในจิตใจ มันเคย
เป็นความคิดที่ห่างไกลจากความเป็นจริงยิ่งนัก หลังจากเหตุการณ์ต่างๆ
ในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ กลุ่มพันธมิตรร่วมสงครามก็ได้รับความ
พ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนที่จะถูกทำลาย สำหระบพวกเขา ชัยชนะได้
กลายเป็นคำที่ถูกลืมไปแล้ว…
ขณะที่นักสู้สำนักระดับ 3 หลายคนกำลังคิดที่จะรายงานข่าวนี้ต่อ
สำนักของตน นักสู้ชุดดำของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ก็รู้สึก
เช่นเดียวกัน เขาต้องส่งข่าวนี้ไปยังดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้โดยเร็ว
ที่สุด
เป็นเช่นนี้ ก่อนที่หนึ่งชั่วธูปจะผ่านไป ยันต์สื่อสารจำนวนมากก็ถูก
จุดขึ้น ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์นี้แพร่กระจายไปดั่งน้ำหลาก
……………
“หลินหมิง! เจ้า!” เมื่อหลินหมิงเห็นหลินหมิงไล่ตามเขามาได้อีกครั้ง
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก “มันเป็นไปได้อย่างไร!?” ข้าได้ทำลาย
ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปแล้ว เขายังจะสามารถไล่ล่าข้ามาถึงที่นี่อีกได้อย่างไร
กัน?”
ซ่วนหวู๋จี๋ไม่สามารถจินตนาการได้ว่าหลินหมิงทำสิ่งเหล่านั้นได้
อย่างไร เพราะมันได้ทะลุเกินขอบเขตความเข้าใจของเขาแล้ว
หลินหมิงยังคงนิ่งเงียบอยู่ ขณะที่เขาถือหอกสีแดง เขาก็ไล่ตามหลังซ่
วนหวู๋จี๋ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ!
ในทุกวินาทีเขาจะเข้าใกล้มากขึ้น!
พลังของปราณโลหิตที่ซ่วนหวู๋จี๋ได้ใช้กับปีกสายฟ้ามายากำลังค่อยๆ
หมดลง ในการไล่ล่านี้ ความเร็วของหลินหมิงจึงได้เกินกว่าซ่วนหวู๋จี๋
10 ลี้!
5 ลี้!
3 ลี้!
เขาอยู่ในระยะของการโจมตีแล้ว!
“หลินหมิง อย่าบังคับข้าจนเกินไป!” ซ่วนหวู๋จี๋ตะโกนเสียงดังออกมา
แต่ในขณะนี้ หลินหมิงก็ได้โจมตีเข้ามาแล้ว!
ด้วยการพุ่งหอกออกไป มิติเกิดการบิดตัว ความร้อนจากเพลิงผลาญ
ดาราปะทุออกมา ขณะที่หลินหมิงถ่ายเทจิตวิญญาณต่อสู้เข้าไปในหอก
มันก็กลายเป็นดั่งรุ้งสีฟ้า พุ่งผ่านท้องฟ้าไร้อันสิ้นสุด!
ทลายกลบสวรรค์!
บึมม!
ซ่วนหวู๋จี๋พยายามยับยั้งการโจมตีครั้งนี้อย่างหนัก แต่ร่างกายของเขา
สั่นสะเทือนและมีโลหิตไหลออกมาจากปาก ในเวลานี้เขาได้ผลาญปราณ
แท้ที่เหลืออยู่ 50-60%; และตอนนี้เขาก็ไม่สามารถต่อสู้กับหลินหมิงได้
อีกแล้ว
“หลินหมิง ข้ามีความลับมากมายของจักรพรรดิปีศาจในมือของข้า!
ถ้าเจ้าฆ่าข้า เจ้าจะไม่ได้รับพวกมัน!”
“ความลับของจักรพรรดิปีศาจ?” หลินหมิงยิ้มจางๆ “ซ่วนหวู๋จี๋ ข้าได้
กล่าวเอาไว้ก่อนหน้าแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าไล่ตามตลอดชีวิตอาจเป็น
ขยะในสายตาของผู้อื่น มรดกของจักรพรรดิปีศาจล้ำค่าก็จริง แต่สำหรับ
การฆ่าเจ้า มันคุ้มค่ายิ่งกว่าสมบัติใดๆ! เอาล่ะ ตายได้แล้ว!!!”
กฎแห่งการทำลายล้าง, โซ่แห่งดวงดาว!
หอกหลินหมิงฟันผ่าลงมา ฉีกขาดมิติ พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
ทั้งหมดเริ่มปั่นป่วน แหล่งกำเนิดพลังงานกลั่นตัวเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็ก
หมุนวนราวกับโซ่แห่งดวงดาว ด้วยซ่วนหวู๋จี๋ที่อยู่ตรงกลาง ทุกชิ้นส่วน
เหล่านี้พุ่งไปยังเขา!
ถ้าซ่วนหวู๋จี๋ไม่สามารถหลบมันได้แล้ว เช่นนั้นชะตากรรมของเขาก็
ย่อมไม่ต่างการถูกแทงด้วยลูกธนู 10,000 ลูก!
พลังปราณโลหิตของข้า ระเบิดออก!
ซ่วนหวู๋จี๋กัดลิ้นของเขา และพ่นปราณโลหิตออกมามากยิ่งขึ้น
ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้คือพลังปราณโลหิต อย่างไรก็ตาม ในขณะ
ที่เขาพ่นปราณโลหิตออกมาได้เพียงครึ่งเดียว ใบหน้าของเขาก็ต้องบิด
เบี้ยว!
หลังจากใช้ปราณโลหิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า แหล่งพลังเพลิงชีวิตของซ่
วนหวู๋จี๋ก็เกิดความเสียหาย ในสถานการณ์ที่พลังชีวิตของเขาอ่อนแอลง
อย่างมากแล้ว ซ่วนหวู๋จี๋ได้จนตรอกในที่สุด เขาพ่นไหลปราณโลหิต
ออกมามากขึ้น หัวใจได้รับบาดเจ็บ
“ไม่-!!!”
ขณะที่ใช้ทักษะของเขาไปได้เพียงครึ่งทาง ซ่วนหวู๋จี๋ก็ไม่มีพลังจะ
ต้านทานได้อีกต่อไป เศษชิ้นส่วนพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีรอบตัว
ที่ซ่วนหวู๋จี๋ไม่สามารถกันเอาไว้ได้ก็ระเบิดออก ซ่วนหวู๋จี๋กรีดร้องอย่างน่า
สังเวช ร่างกายของเขาเปียกโชกไปด้วยโลหิต เขากระเด็นไปด้านหลังราว
กับกระสอบทราย
ในการโจมตีครั้งนี้ อวัยวะภายในของซ่วนหวู๋จี๋ได้รับความเสียหาย
หลายแห่ง และเส้นชีพจรของเขาถูกฉีกเป็นชิ้นๆ!
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยจิตสังหารที่หนาแน่น ในเวลานี้
เขาได้ผลาญพลังงานไป 40 ถึง 50% แล้ว ถ้าซ่วนหวู๋จี๋ยังคงมีพลังเหลือ
มาก มันจะเป็นการยากที่จะไล่ล่าและฆ่าเขาได้
ทลายกลบสวรรค์!
หอกฟันผ่าลงมา ดูเหมือนจะแยกท้องฟ้าได้ หลินหมิงโครจรพลังของ
เขาไปถึงจำกัด แทงไปยังมิติระหว่างคิ้วของซ่วนหวู๋จี๋!
ในสถานการณ์วิกฤต ซ่วนหวู๋จี๋พยายามพลิกร่างของเขาหลบ เขา
พยายามจะรักษาจุดสำคัญไว้ แต่แขนขวาและไหล่ของเขาถูกหอกหลินห
มิงผ่าจนขาดหลุดออกไป ขณะที่แขนของเขากระเด็นออกไป มันก็ได้ถูก
ฉีกออกเป็นชิ้นเล็กๆโดยเศษชิ้นส่วนมิติที่คมกริบ ก่อนที่จะถูกบดขยี้สู่
ความว่างเปล่า!
ถึงแม้ว่าเขาจะรอดพ้นจากการระเบิดที่รุนแรงได้ แต่ซ่วนหวู๋จี๋ก็เป็น
ดั่งโคมไฟที่ไม่มีน้ำมันเหลือมากนัก ความตายของเขาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยง
ไม่ได้
หลินหมิงเคลื่อนไหวไปรอบๆ และก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมถูกใช้
งาน ในทันทีเขาได้ไปปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของซ่วนหวู๋จี๋และพุ่งหอก
ออกไป
“ตาย!”
โลหิตสาดกระเซ็น หอกสีแดงทะลวงผ่านปราณแท้ปกป้องร่างของซ่
วนหวู๋จี๋และแทงเข้าไปในร่างของเขา!
ฉึบ!
ซ่วนหวู๋จี๋รู้สึกหนาวเหน็บที่หน้าอก ขณะที่เขามองลงมา เขาได้เห็น
ปลายหอกสีแดงโลหิตโผล่ออกมาที่หน้าอกของตน
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋มองไปยังหอกที่เปื้อนโลหิตนี้ ดวงตาของเขาก็เริ่ม
เลือนราง ในขณะนั้น เสียงทั้งหมดจางหายไป ด้วยความไม่เต็มใจ เขายก
มือจับที่คมหอก ใบหน้าของเขาเป็นสีแห่งความตายและริมฝีปากก็สั่น
ระริก
หอกนี้ไม่เพียงเจาะทะลุร่างของซ่วนหวู๋จี๋ แต่เป็นความหวังและ
ทะเยอทะยานของเขาด้วย
หมิงหมิงดึงหอกกลับ และผสานจิตวิญญาณต่อสู้เข้าไปในปราณแท้
ยิงมันเข้าสู่ร่างกายของซ่วนหวู๋จี๋ดั่งมีดบินขนาดเล็ก
ในวินาทีต่อมา ร่างของซ่วนหวู๋จี๋ระเบิดออกกลายเป็นเศษเนื้อ
เนื้อและโลหิตตกลงสู่พื้นป่าเบื้องล่าง เช่นนี้ บุคคลที่โหดเหี้ยมและ
ทะเยอทะยานแห่งยุคก็ได้ตกตาย ร่างกายที่เป็นเศษเนื้อตกลงสู่พื้นผ่าที่ไร้
ชื่อ
มันจบลงแล้ว!
หลินหมิงถอนหายใจยาว ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซ่วนหวู๋จี๋กลายเป็น
ผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่ซึ่งแม้แต่เขาเองก็ไม่อาจที่จะมอง แต่แล้วในตอนนี้
บุคคลเช่นนั้นกลับตกตายอย่างน่าสังเวชภายใต้หอกของเขา
สำหรับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่เคยคุกคามเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้พวกเขาล้วนไม่เป็นอันใดไปมากกว่าฝุ่นที่หลงเหลืออยู่ใน
ประวัติศาสตร์
วันนี้เป็นจุดสิ้นสุดของสงครามกับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
สำหรับกองกำลังที่เหลือเหล่านั้น พวกเขาย่อมไม่มีค่าอันใดให้กล่าวถึงเลย
“ซ่วนหวู๋จี๋…”
หลินหมิงจดจำชื่อนี้ไว้อย่างเงียบๆ บางทีร้อยปีนับจากนี้ ชื่อนี้อาจถูก
จดจำได้ว่าเป็นเพียงตัวตนที่ไม่สำคัญ แต่สำหรับหลินหมิง เจ้าของชื่อนี้
เป็นศัตรูที่น่าเกรงขามซึ่งได้สลักความประทับใจเอาไว้ในหัวใจของเขา
เพื่อที่จะเอาชนะศัตรูนี้ หมิงหมิงได้รับความลำบากมากมายนับไม่
ถ้วน
ในขณะที่เขาคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยประสบมาในช่วงหลายปี
จิตใจของหลินหมิงนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าใจ
หลังจากที่เก็บหอก เขาก็ค้นพบว่าตนอยู่ที่ชายแดนของอาณาจักร
ลิขิตฟ้าในเขตแดนของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ความภูมิใจและความทะเยอทะยานของซ่วนหวู๋จี๋ได้สิ้นสุดลงใน
อาณาจักรลิขิตฟ้า นี่เป็นความบังเอิญที่ดูเหมือนเป็นเรื่องน่าขัน ราวกับว่า
มันเป็นส่วนหนึ่งของวัฏสงสาร
“ไม่มีผู้ใดในอาณาจักรลิขิตฟ้าอีกแล้วที่ข้าต้องกังวล ในมิติของสัตว์
อสูรทะเลมหึมา บิดามารดา หยี่เอ๋อร์และซิงเซวียนน่าจะกำลังกังวล
เกี่ยวกับข้า…”
เมื่อหลินหมิงคิดได้เช่นนี้ เขาก็บินกลับไปยังทะเลใต้