Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 750 กลับเข้าสู่มิติภายในสัตว์อสูรทะเลมหึมา
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 750 กลับเข้าสู่มิติภายในสัตว์อสูรทะเลมหึมา
ข่าวของหลินหมิงไล่ล่าซ่วนหวู๋จี๋กระจายไปทั่วทั้งภูมิภาคเขตแดน
ทางใต้และภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุอย่างรวดเร็ว สำหรับนิกายในสอง
ภูมิภาคนี้ ข่าวแปลกใดๆก็คือข่าวดี หลังจากที่อาศัยอยู่ภายใต้เงาอันน่า
สะพรึงกลัวของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้มาหลายปี พวกเขาทุกคนก็
อยากเห็นแสงแห่งความหวัง
ก่อนหน้านี้ หลินหมิงจับกุมสัตว์อสูรทะเลมหึมา ทำให้ซ่วนอวี่เชี่ย
ได้รับบาดเจ็บและยังรื้อถอนดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้อีกด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นข่าวอันน่าอัศจรรย์และน่าทึ่ง แต่คราวนี้…
ด้วยหอกของหลินหมิง เขาใช้เพียงพลังของตนและไล่ล่าซ่วนหวู๋จี๋มา
ไกลหลายแสนลี้ ข่าวนี้เป็นเรื่องน่าขบขันมากเกินไป; ผู้คนจึงช่วยไม่ได้
สงสัยว่ามันเป็นความจริงหรือไม่
ข่าวนี้ไม่ได้มาจากนิกายที่มีขนาดใหญ่อย่าง นิกายวายุคลั่งหรือนิกาย
เพลิงตะวัน กลับกัน มันมาจากสำนักขนาดเล็กมากที่ศิษย์ของเขาเฝ้าค่าย
กลเคลื่อนย้ายอยู่
4 เดือนที่ผ่านมา หลินหมิงถูกขังอยู่ในร่องน้ำทะเลลึก 300,000 ลี้
โดยมีซ่วนหวู๋จี๋และอีกหลายผู้เชี่ยวชาญเฝ้าอยู่ทุกช่วงเวลา ในช่วง
ระยะเวลาสั้นๆนี้ หลินหมิงจะสามารถพลิกสถานการณ์และกลายเป็นผู้ไล่
ล่าซ่วนหวู๋จี๋ได้อย่างไร?
นี่มันเป็นไปได้จจริงหรือไม่?
นี่อาจเป็นข่าวลือที่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ปล่อยออกมา และ
ความจริงก็คือหลินหมิงถูกฆ่าโดยซ่วนหวู๋จี๋ไปแล้ว? ซ่วนหวู๋จี๋ได้ปล่อยข่าว
ลืมปลอมนี้เพื่อล่อให้นิกายอื่นๆเข้าโจมตีสาขาแดนปีศาจในภูมิภาคเขต
แดนทางใต้ และวางแผนจะจับพวกเขาทั้งหมดพร้อมกันหรือไม่?
ท่านพ่อ ท่านคิดอย่างไร? ในนิกายวายุคลั่ง, จ่านอวิ๋นเจียนกำลังถาม
บิดาของตนด้วยคำถามนี้
ด้านหน้าจ่านอวิ๋นเจียนเป็นชายวัยกลางคนในชุดฟ้า ชายวัยกลางคน
ผู้นี้ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวว่า”เรื่องนี้มันแปลกมากเกินไป อาจเป็น
กับดักที่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้วางไว้ เจ้าไม่คิดเช่นนั้น?”
จ่านอวิ๋นเจียนส่ายหัวกล่าวว่า “เป็นเพราะมันอัศจรรย์อย่างยิ่ง ข้า
จริงคิดว่ามันเป็นความจริง ถ้าข่าวนี้เป็นของปลอมจริงๆแล้ว ข้าสามารถ
กล่าวได้เพียงแค่ว่าซ่วนหวู๋จี๋อาจจะเพี้ยนไปแล้ว เหตุใดเขาจึงคิดทำรลาย
ศักดิ์ศรีของตนเองและสร้างเรื่องโกหกดังกล่าว? แม้ว่าจะเป็นข่าวล่วง แต่
มันจะใช้เป็นกับดักได้จริงหรือ?”
ชายวัยกลางคนชุดฟ้าพยักหน้าและกล่าวว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเรา
ก็ต้องรอดูต่อไป กระดาษไม่สามารถตัดเปลวเพลิงได้ ความจริงจะปรากฏ
ในไม่ช้าก็เร็ว แน่นอน ข้าหวังว่าข่าวนี้จะเป็นความจริง…”
ซ่วนหวู๋จี๋ตกตายในหุบเขาที่รกร้างที่ชายแดนของอาณาจักรลิขิตฟ้า
ในภูมิภาคเขตแดนทางใต้อันกว้างใหญ่ ที่นี่ย่อมเป็นพื้นที่เล็กๆ ไม่มีค่า
ควรกล่าวถึง ดังนั้นจึงไม่มีใครแม้แต่จะใส่ใจ
จากนั้น หลินหมิงได้กลับมาที่ทะเลทางใต้ ภายใต้การบัญชาการของ
มารเจิดจรัส สัตว์อสูรทะเลมหึมาได้โผล่ออกมาจากทะเลลึก
สัตว์อสูรทะเลมหึมาที่ยาวหลายสิบลี้ซึ่งสามารถทำลายนิกายตำหนัก
แก่นแท้หยินหยางได้โดยง่าย ในตอนนี้มันมีแผลนับไม่ถ้วนทั่วร่าง
หลายร้อยหนวดของสัตว์อสูรทะเลมหึมา ได้ฉีกขาดและหูบางส่วน
ของมันถูกทำลาย บาดแผลที่ร้ายแรงที่สุดคือครีบหน้าอก มันมีแผลกว้าง
ถึงหนึ่งลี้ ทำให้ครีบทั้งหมดเกือบถูกฉีกขาดได้
การบาดแผลที่น่ากลัวและยังคงสามารถทนอยู่ภายใต้ทะเลลึกที่เต็ม
ไปด้วยแรงกดดันถึง 300,000 ก้าวนานกว่า 4 เดือน แสดงให้เห็นว่าสัตว์
อสูรทะเลมหึมามีพลังชีวิตที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง
“บาดแผลเหล่านี้อาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีเพื่อฟื้นตัว”
หลินหมิงคิดออกมาดังๆ ตัวตนขนาดใหญ่เช่นสัตว์อสูรทะเลมหึมา
มันเป็นไปไม่ได้และยังไร้ประโยชน์ที่จะใช้โอสถรักษา เขาเพียงต้องให้มัน
กินและพักผ่อนในทะเลลึกตามธรรมชาติเท่านั้น
โชคดีที่ทะเลทางใต้มีความกว้างใหญ่ไพศาลและมีสัตว์อสูรดุร้ายใน
ทะเลลึกจำนวนนับไม่ถ้วน พวกมันมีมากเกินพอที่จะปรนเปรอความหิว
กระหายของสัตว์อสูรทะเลมหึมา
หากสามารถล่าสัตว์ทะเลลึกในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วย
เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูร่างกายของสัตว์อสูรทะเลมหึมาได้อย่างยิ่ง
หลินหมิงต้องการพบสัตว์อสูรทะเลมหึมาในตอนนี้ ด้วยสัตว์อสูรทะเล
มหึมา มันคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับความ
ปลอดภัยของตนที่เขารัก เขาจะไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้อีก
……………
ในเวลานี้ ภายในมิติของสัตว์อสูรทะเลมหึมา หญิงสาวงามชุดแดง
กำลังห้อมล้อมหมาปั๊กสีแดง หมาปั๊กตัวนี้ยาวเพียง 1 ก้าว หางของมันสั้น
และหนาเช่นปลายนิ้ว มันมีขนสีแดงหยิกสั้นๆ และดวงตาคู่ของมันเป็นสี
ดำและมีรูปร่างคล้ายลูกปัดกลม
หมาปั๊กสีแดงตัวนี้คือ มารเจิดจรัส นอกจากหลินหมิง ไม่มีผู้ใดรู้ว่า
มารเจิดจรัสมีตัวตนอยู่ อย่างไรก็ตาม มารเจิดจรัสไม่เสามารถทนต่อ
ความเหงาได้นานเกินไป ด้วยหลินหมิงที่ได้เดินทางไปยังด่านทดสอบหล่อ
หลอมระดับราชาเป็นเวลาหลายเดือน วิญญาณหลักของมารเจิดจรัส
ยังคงอยู่ในมิติสัตว์อสูรทะเลมหึมา ในความเบื่อหน่าย หมาปั๊กมักจะเดิน
เล่นรอบบริเวณและกลายเป็นคุ้นเคยกับสหายและครอบครัวของหลินห
มิงในไม่ช้า
“เจ้าแดงน้อย มิใช่เจ้าบอกว่าพี่หลินจะกลับมาเร็วๆนี้หรอกหรือ?
เหตุใดข้าจึงยังไม่เห็นเขา?
ด้านหน้าหมาปั๊ก มีหญิงสาวอายุ 18-19 ปีกล่าวถามมารเจิดจรัสด้วย
น้ำเสียงที่ค่อนข้างกังวล นางสวมชุดสีเหลืองสดใสและรูปร่างหน้าตาของ
นางก็น่ารักและงดงาม หญิงสาวคนนี้คือฉินซิงเซวียน
“เจ้าแดงน้อยกับมารดาเจ้าสิ!!”
มารเจิดจรัสสาปแช่งในลักษณะที่หดหู่ใจมาก เพราะเขาตัวเล็กและ
ร่างของเขาถูกปกคลุมด้วยขนสีแดง และสาวน้อยผู้นี้จึงได้เริ่มเรียกเขาว่า
เจ้าแดงน้อย ‘ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง’ ชื่อนี้ได้เริ่มถูกเรียกโดยทุกคนอย่าง
รวดเร็วเช่นกัน
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มารเจิดจรัสก็ได้ประกาศอย่าง ‘จริงจัง’ ว่าควร
จะเรียกเขา ‘ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์มารเจิดจรัส’ และพูดถึงความน่าน่า
อัศจรรย์ในอดีตของเขาเมื่อตอนที่เขาเป็นผู้ทรงพลัง อย่างไรก็ตาม ทุกคน
ต่างไม่สนใจ
ชื่อเล่นของมารเจิดจรัสยังคงเป็น ‘เจ้าแดงน้อย’ มันก่อให้เกิดความ
เสียหายอย่างมากต่อภาพพจน์อันทรงเกียรติของเขา อย่างไรก็ตาม หญิง
ที่เขาตะโกนใสก็ไม่สามารถเทียบลักษณะของเขาในปัจจุบันว่าในอดีตของ
เขาได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างที่ว่าเลย กลับกัน พวกเขาคิดว่าท่าทางที่โกรธ
และขนสีแดงสั้นสีชี้ฟูดูเป็นเรื่องตลก และผู้คนเริ่มเรียกเขาว่า ‘เจ้าแดง
น้อย’ ตลอดมา
“เจ้าแดงน้อย โปรดอย่าได้ทำเป็นเล่นไป พวกเราทุกคนต่างกำลัง
กังวล เมื่อใดที่พี่หลินจะกลับมา? เขาไปอยู่ที่ใด? เขากำลังทำสิ่งใดอยู่
ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมานี้?”
“ข้าได้ย้ำเป็น 10,000 ครั้งแล้วว่าเจ้าต้องไม่เรียกข้าว่าเจ้าแดงน้อย
เจ้าต้องเรียกข้าว่า ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์มารเจิดจรัส!” มารเจิดจรัสตบ
หน้าอกของเขาขณะที่กล่าวออกมา “เมื่อนักบุญผู้นี้ข้ามห้วงมิติอันไร้
สิ้นสุด ปู่ของปู่ของปู่ของเจ้าปู่ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ!
“ลืมมันเถอะ ข้าขี้เกียจโต้เถียงแล้ว นักบุญผู้นี้ขี้เกียจเกินไปยังจะลด
ตัวลงไปในระดับเดียวกับเจ้าที่เป็นปุถุชน เจ้าหนุ่มหลินหมิงควรจะ
กลับมาเร็วๆนี้แล้ว ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เขาไปยังที่ไหนสักแห่ง… ฮ่า
ฮ่า ถึงแม้ว่าข้าจะพยายามบอกเจ้า มันก็ยากเกินกว่าที่เจ้าจะเข้าใจ
“แต่ถ้าเขากลับมาตอนนี้… ไม่ใช่ว่ามีซ่วนหวู๋จี๋รออยู่ข้างนอกหรอก
หรือ?”
“ฮ่าๆๆ! มารเจิดจรัสหัวเราะเสียงดัง 3 ครั้ง ความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่น
ของเขาพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีและเริ่มขี้โม้อีกครั้ง “ซ่วนหวู๋จี๋ไม่ควรค่ากับ
การผายลมด้วยซ้ำ เมื่อนักบุญคนนี้ยังอยู่ในสถานะสูงสุดและรุ่งโรจน์
ตัวตนที่ไม่สำคัญเช่นซ่วนหวู๋จี๋ก็ไม่มีอะไรนอกจากมด นักบุญคนนี้ไม่
จำเป็นต้องมองไปยังเขา ก็สามารถฆ่าเขาตายได้ด้วยการสะบัดกรงเล็บ
แล้ว เจ้าหรับเจ้าเด็กหลินหมิง แม้ว่าเขาจะด้อยกว่าข้าอดีตที่ผ่านมาดั่ง
เมฆและโคลนตม แต่เขาก็ยังคงสามารถจัดการกับซ่วนหวู๋จี๋ได้”
“มารเจิดจรัส สิ่งที่เจ้ากล่าวมานั้นจริงหรือไม่?” มู่เชียนหยี่ลุกขึ้นยืน
อย่างฉับพลัน, ดวงตาฟีนิกซ์ของนางจ้องมองไปยังมารเจิดจรัส ถึงแม้ว่า
มารเจิดจรัสมักจะโอ้อวด แต่มู่เชียนหยี่อาจรู้สึกว่าเขานี้น่าจะเป็นความ
จริง มารเจิดจรัสมีพลังวิญญาณที่ทรงพลังและสามารถควบคุมสัตว์อสูร
ทะเลมหึมาได้ เป็นไปได้ว่าสิ่งที่เขากล่าวมานั้นเป็นความจริง
ถ้าหลินหมิงสามารถเอาชนะซ่วนหวู๋จี๋ได้จริงๆ… ไม่ หลินหมิงไม่
จำเป็นต้องเอาชนะเขาได้ ตราบเท่าที่หลินหมิงสามารถตอบโต้กับเขาได้
แล้ว เช่นนั้นพวกนางก็จะสามารถบูรณะเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นใหม่และ
สงครามทะเลทางใต้ก็จะสิ้นสุดลง!
“แน่นอน! นักบุญคนนี้เคยโกหกผู้ใดบ้าง? ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างไปตาม
คาดแล้ว เด็กนั้นจะกลับมาอีก 15 นาทีหรือน้อยกว่านั้น”
“15 นาที… เจ้าแดงน้อย, เจ้าพูดจริงๆหรือ?” ดวงตาของฉินซิงเซวียน
สว่างขึ้น นางเพิ่งกล่าวจบ ทันใดนั้นทั้งมิติก็สั่นสะเทือนพลัน
มีคนกำลังมา
เป็นหลินหมิง?
“เฮ้ย เขาเร็วกว่าที่ข้าคิดซะอีก!” มารเจิดจรัสถูคางสุนัขของตนขณะที่
กล่าว
ในเวลานี้ ชายหนุ่มฟ้าและเส้นผมดำปรากฏตัวในมิติ ใบหน้าของเขา
เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“หลินหมิง!”
“พี่ชายหลิน!”
ฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความ
ปีติที่ไม่รู้จบ ซ่วนหวู๋จี๋ได้เฝ้าสัตว์อสูรทะเลมหึมาจากด้านนอกและพวก
นางก็ได้รับความกดดันตลอดเวลา สำหรับหลินหมิง พวกนางไม่รู้กระทั่ง
ว่าเขาไปยังที่แห่งหนใด เมื่อพวกนางถามมารเจิดจรัส เขาก็เพียงบอกว่า
หลินหมิงกำลังฝึกฝนอยู่ข้างนอก พวกนางต่างกังวลแทบตาย
และตอนนี้ที่ได้เห็นหลินหมิง พวกนางต่างก็มีความสุขอย่างมากและ
เริ่มร้องไห้ ถ้ามีเพียงฉินซิงเซวียนหรือมู่เชียนหยี่คนเดียว พวกนางก็คงจะ
รีบวิ่งเข้าไปในกอดหลินหมิงแล้ว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
และพวกนางก็อายมากเกินกว่าที่จะทำเช่นนั้นต่อสายตาผู้อื่น
“บิดามารดาของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?” หลินหมิงกล่าวถาม
ท่านลุงและท่านป้านั้นสบายดี สำหรับนกพิราบน้อยเสียวเกอ นางก็
สบายดีเช่นกัน!” ฉินซิงเซวียนตอบ ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี้ หลินฟู่และ
หลินมู่ไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างนอกบ้าง กลับกัน พวกเขาค่อนข้างมี
ชีวิตที่มีความสุขภายใน เมื่อหลินหมิงกลับมา เขาก็ได้นำโอสถปฏิหารย์ที่
สามารถเสริมสร้างและเพิ่มอายุขัยมนุษย์ได้มาด้วยจำนวนมหาศาล
ตอนนี้ หลังจากใช้มันหลินฟู่กับหลินมู่ ผู้ที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต ทั้ง
สองก็ดูอ่อนกว่าวัยหลายปีราวกับว่าพวกเขาอยู่ในช่วงชีวิตที่รุ่งโรจน์
สำหรับน้องสาวของหลินหมิง นางอายุแค่ 3-4 ขวบ ก็ได้เริ่มชำระร่างกาย
ด้วยโอสถล้ำค่าต่างๆแล้ว ในอนาคต นางจะไม่ขาดพรสวรรค์ของนักสู้
“ศิษย์น้องหลิน แล้วซ่วนหวู๋จี๋เล่า?” มู่เชียนหยี่กล่าวถามอย่างกังวล
นางเห็นว่าหลินหมิงปลอดภัย และนางอยากจะยืนยันด้วยว่าหลินหมิงมี
ความสามารถในการต่อสู้กับซ่วนหวู๋จี๋ได้หรือไม่ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ได้รับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องในหัวใจ ในทุกๆวันที่นางไม่สามารถ
สร้างบ้านและนิกายใหม่ได้ นางก็จะไม่มีทางสงบใจได้
“ซ่วนหวู๋จี๋… ถูกสังหารโดยข้าแล้ว”
เพียงไม่กี่คำเหล่านี้ มู่เชียนหยี่ตะลึง และฉินซิงเซวียนเองก็เช่นกัน
แม้มารเจิดจรัสจะกล่าวว่า หลินหมิงแทบจะไม่สามารถเอาชนะซ่วนหวู๋จี๋
ได้ แต่พวกนางไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิงจะถึงกับสามารถฆ่าเขาได้
ซ่วนหวู๋จี๋ผู้ที่เริ่มสงครามทะเลทางใต้ ทำลายเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
นิกายห้วงวิบัติและนิกายมหาวิหารลึกลับและสมควรได้รับการเรียกขาน
ว่าผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดของทะเลทางใต้ กลับตกตายไปแล้ว?
“พี่หลิน เป็นเรื่องจริงเช่นนั้นหรือ?”
“อืม เขาตายที่ชายแดนของอาณาจักรลิขิตฟ้า ข้าได้นำอาวุธและ
แหวนมิติของเขามาด้วย” ขณะที่หลินหมิงกล่าว เขาหยิบแหวนมิติออกมา
จากกระเป๋าเสื้อ
มู่เชียนหยี่หยิบแหวนมาและกวาดผ่านสัมผัสรับรู้ของนางเข้าไป และ
แข็งค้างในทันที ภายในแหวนมิติเป็นอาวุธของซ่วนหวู๋จี๋, ผนึกผู้บัญชาการ
และแม้แต่แผ่นหยกที่มี ‘เคล็ดบ่มเพาะปีศาจบรรพกาล’ ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่านี่คือแหวนมิติของซ่วนหวู๋จี๋!
ในขณะที่มู่เชียนหยี่ถือแหวนมิติไว้ด้วยสายตางุนงง ดวงตาของนาง
เริ่มพร่ามัว
ซ่วนหวู๋จี๋ตายแล้ว!
พวกเขาชนะสงครามทะเลทางใต้!
น้ำตาไหลอาบลงมาบนแก้มของมู่เชียนหยี่ นางช่วยไม่ได้ที่จะโอบ
กอดขณะที่ร้องไห้ เสียงของนางสะอื้นไห้เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
ขณะกล่าวว่า “ขอบคุณ… ขอบคุณเจ้ามากหลินหมิง…”
“ระหว่างเรา ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ…” หลินหมิงเช็ดน้ำตาของมู่เชียน
หยี่อย่างนุ่มนวล หลังจากผ่านไป 10 ลมหายใจผ่านไป มู่เชียนหยี่ก็สงบ
อารมณ์ลงได้และกล่าวอย่างมีความสุขว่า “ข้าต้องไปบอกท่านอาจารย์
พวกเขากลัวว่าเจ้าจะไม่กลับมา ดังนั้นพวกเขาจึงปิดด่านฝึกตนเพื่อ
เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย พวกเขาไม่คาดหวังว่าจะ
สามารถบูรณะเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นได้อีกแล้ว!”
แม้ว่าเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกทำลายแล้ว ชนชั้นสูงของนิกายยังคง
มีชีวิตอยู่และแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นรากฐานของ
นิกายยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ด้วยชื่อเสียงและพลังของหลินหมิงใน
ปัจจุบัน การบูรณะเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ใหม่จะทำได้อย่างง่ายดาย
และในเวลานี้ คู่สามีภรรยาวัยกลางคนก็ได้เดินเข้ามา พวกเขาคือ
บิดามารดาของหลินหมิง
“ท่านพ่อท่านแม่…” หลินหมิงกล่าวออกมาด้วยความสุขอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นว่าบิดามารดาของเขาดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดียิ่งขึ้น ซิงเซ
วียนและหยี่เอ๋อร์เองก็ปลอดภัย หัวใจของหลินหมิงก็เต็มไปด้วยความพึง
พอใจ เขาไม่ได้เสียใจแม้แต่น้อยที่ได้เลือกเดินบนเส้นทางแห่งต่อสู้
“หมิงเอ๋อร์ ในที่สุดเจ้าก็ออกมาจากการปิดด่านฝึกตน!” เมื่อหลินมู่
เห็นหลินหมิง ท่าทางร่าเริงและน่ายินดีก็เต็มอยู่บนใบหน้าของนาง นางไม่
รู้ว่าเหตุการณ์ใดได้เกิดขึ้นบ้างในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นางคิดเพียงว่า
หลินหมิงได้เข้าปิดด่านฝึกตนในอีกมิติหนึ่ง ตอนนี้ นางเห็นลบุตรชายของ
ตนออกมาแล้ว นางก็อารมณ์ดีอย่างยิ่ง
แต่รอยยิ้มของนางอยู่ได้ไม่นานนัก ขณะที่นางเห็นหลินหมิงยืนเคียง
ข้างกับฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่ นางเริ่มเป็นห่วง การแต่งงานของ
หลินหมิงเป็นเรื่องที่น่าห่วงที่สุดในชีวิตของนาง
หลินหมิงอายุ 21 ปี มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะแต่งงาน