Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 751 การล่มสลายของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 751 การล่มสลายของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ตั้งแต่ที่ซ่วนหวู๋จี๋ตกตาย ครึ่งเดือนก็ผ่านไปอย่างสงบ
ในช่วงครึ่งเดือนนี้ เหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น
ข่าวของหลินหมิงที่กำลังไล่ล่าซ่วนหวู๋จี๋ไปเป็นระยะทางหลายแสนลี้
เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ในตอนแรก ไม่ค่อยมีคนเชื่อเรื่องนี้นัก อย่างไร
ก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป สัญญาณทั้งหมดเริ่มชี้ให้เห็นว่าข่าวนี้น่าจะเป็น
ความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากผ่านไป 10 วัน สัตว์อสูรทะเล
มหึมาได้ปรากฏตัวอีกครั้งบนท้องฟ้าของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และใน
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์ดั้งเดิมของดินแดนแห่งนี้ได้เริ่มสร้างนิกายของ
พวกเขาขึ้นใหม่อย่างยิ่งใหญ่!
หลังจากที่ได้เห็นเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ สร้างวิหาร ตำหนักและอาคาร
โดยดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ไม่ได้เข้าแทรกแซง กลับกันพวกเขา
ถอยออกจากภูมิภาคเขตแดนทางใต้และซ่อนตัวอยู่
และจากนั้น 3 วันต่อมา มันมีเรื่องอื่นเกิดขึ้นทำให้บรรดานิกาย
ทั้งหลายต่างสับสน
นั่นคือ… สาขาของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ในภูมิภาคเขตแดน
ทางใต้ถูกยุบ!
เหล่าศิษย์ของพวกเขาต่างแยกกันหนี บางคนเข้าร่วมนิกายเล็กๆ
บางคนปกปิดตัวตนของพวกเขา บางคนไปยังอาณาจักรมนุษย์และบาง
คนก็ไปยังดินแดนอันไกลโพ้น ในชั่วข้ามชคืน ที่มั่นสุดท้ายของดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้สลายตัวไปอย่างเงียบๆ
ในตอนนี้ ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้หลงเหลือเพียงชื่อเท่านั้น!
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่มีมรดกมากว่า 4000 ปีได้ล่มสลาย
ไปเช่นนี้?
นิกายของภูมิภาคเขตแดนทางใต้และภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุไม่
อยากจะเชื่อเรื่องนี้ ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้เคยเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์
มาก่อน ตั้งแต่เมื่อปีศาจจักรพรรดิแห่งเมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความ
เงียบงันได้ถูกทำลายลงเมื่อ 3000 ปีก่อนจนถึงตอนนี้ ดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ที่ลึกลับและทรงพลังที่เคยครองทะเลทางใต้ได้หายไปแล้ว
มันเหมือนกับทุกอย่างที่พวกเขารู้จักคือภาพมายา
มันไม่ต่างอะไรกับการตื่นจากฝัน
หลังจากผ่านไปหลายวัน ผู้เชี่ยวชาญของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุก็
มาถึงเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่นั่น พวกเขาได้รับข่าวที่ทำให้แทบล้มทั้งยืน
“ซ่วนหวู๋จี๋ตายแล้ว; หลินหมิงเป็นคนฆ่าเขา”
ต่อหน้าตัวตนสำคัญจากภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ มู่ปิงอวิ๋นกล่าวออก
มาด้วยน้ำเสียงที่สงบอย่างมาก
“เจ้าเพิ่งกล่าวว่าอย่างไรนะ!?”
ผู้นำนิกายนิกายเพลิงตะวันลุกขึ้นยืน จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความ
สับสนอย่างที่สุด เป็นเวลานานที่เขาไม่ตอบสนองคำพูดที่น่าตกใจ
ของมู่ปิงอวิ๋น
“ซ่วนหวู๋จี๋ตกตายไปแล้ว เพราะฉะนั้นสงครามใต้ทะเลจึงจบลง”
มู่ปิงอวิ๋นกล่าวย้ำด้วยสีหน้าราบเรียบ แม้ว่าน้ำเสียงของนางนั้นสงบและ
เบา แต่ความจริงก็คือ หัวใจของนางไม่สงบเลย นางเองก็งงงวยอย่างยิ่ง
แม้นางรู้ว่าหลินหมิงมีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์ แต่นางก็ยังไม่กล้าเชื่อว่า
เป็นเรื่องจริง
“หลินหมิง… ฆ่าซ่วนหวู๋จี๋? สวรรค์! เขาอายุเพียง 21 ปี!”
ข่าวลือไปถึงจุดที่บอกว่าหลินหมิงไล่ล่าซ่วนหวู๋จี๋ไปไกลหลายแสนลี้
หลายคนไม่อาจเชื่อเรื่องนี้ได้ และตอนนี้มู่ปิงอวิ๋นได้กล่าวออกมาเองมันก็
ยิ่งน่าเชื่อมากขึ้น: ซ่วนหวู๋จี๋ถูกฆ่าตายโดยหลินหมิง!
ในเมื่อมันได้รับการยืนยันโดยมู่ปิงอวิ๋น และจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น
เมื่อเร็วๆ มันจึงน่าจะเป็นจริงมากที่สุด!
ชายหนุ่มขั้นหลอมรวมแก่นแท้อายุ 21 ปีได้ฆ่าผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 4! เช่นนั้นแล้วเขาจะเป็นสัตว์ประหลาดระดับใดเมื่อเขาไปถึง
ขั้นทำลายชีวิต? หรือเมื่อไปถึงขั้นเทพสมุทร!?
หลายคนช่วยไม่ได้ที่จะสงสัยและตั้งคำถามที่น่าสะพรึงกลัวนี้
มองผ่านประวัติศาสตร์ของทั่วทั้งทวีปนภารินไหล และไม่นับช่วง
100,000 ปีก่อนที่ไม่ชัดเจน มันก็ไม่เคยมีการบันทึกไว้ว่ามีชายหนุ่มขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ที่สามารถฆ่านักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 4 ได้!
เมื่อจักรพรรดิซื่อเจียได้เข้าใจถึงเจตจำนงแห่งนักสู้ 7 อย่างและ
หลอมรวมมันทั้งหมดภายใต้ต้นโพธิ์ เส้นทางแห่งนักสู้ของเขาก็ได้ทะยาน
ขึ้นสู่สวรรค์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน
อัจฉริยะอันดับหนึ่งของทวีปนภารินไหล แต่แม้กระทั่งเมื่อจักรพรรดิ
ซื่อเจียอยู่ในวัยเดียวกับหลินหมิง เขาก็ไม่สามารถบรรลุความแข็งแกร่ง
ดังกล่าวได้
“ซ่วนหวู๋จี๋เป็นผู้ทรงพลังระดับสูงสุดของทะเลทางใต้ ในเมื่อหลินหมิง
ได้ฆ่าซ่วนหวู๋จี๋ เขาก็ย่อมเป็นผู้ทรงพลังระดับสูงสุดของทะเลทางใต้แทน!”
“เจ้านิกายมหาวิหารเซนและหนานอวิ๋นหวังเองก็ยังอ่อนแอกว่าซ่
วนหวู๋จี๋ ตอนนี้ สถานะของหลินหมิงสูงส่งยิ่งกว่าพวกเขาแล้ว! แม้ว่าจะ
พิจารณาถึงอำนาจอันน่าเกรงขามที่สนับสนุนพวกเขา แต่หลินหมิงยัง
สามารถเทียบได้กับเจ้านิกายมหาวิหารเซน!”
ทั่วทั้งนิกายมหาวิหารเซนมี 3 นักบวชสูงสุด นิกายมหาวิหารเซนมี
ความแข็งแกร่งที่ลึกล้ำและน่าเกรงขาม และพวกเขาก็ครองพื้นที่ของ
ภูมิภาคมหาเซนมาเป็นเวลานับพันๆปีแล้ว พวกเขาเป็นนิกายระดับ 5 ที่
แท้จริง เหมาะสมกับชื่อเสียงนั้น ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหรือมรดก พวกเขา
แข็งแกร่งกว่าดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ในทุกด้าน
ไม่ว่าจะเป็นนักบวชสูงสุดคนใดที่มาจากนิกายมหาวิหารเซน พวก
เขาต่างก็เป็นตัวตนที่บรรดา 7 เจ้านิกายแห่งภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุต้อง
คารวะด้วยความเครารพ แต่ตอนนี้ สถานะของหลินหมิงได้เหนือยิ่งกว่า
สามนักบวชสูงสุดเหล่านั้นแล้ว’!
ในเวลานี้ ไม่ต้องกล่าวถึงการเรียกหลินหมิงว่า ‘เด็ก’ แต่พวกเขายัง
ไม่ได้มีคุณสมบัติพอดีจะเรียกชื่อเต็มของหลินหมิงด้วยซ้ำ
“การได้อยู่ระดับเดียวกันกับนักบวชสูงสุดจากนิกายมหาวิหารเซน…
เป็นผู้ทรงพลังระดับสูงสุดของทะเลทางใต้อาจไม่ได้มีความหมายต่อ
หลินหมิงมากนัก ในอนาคตเขาจะกลายเป็นผู้ทรงพลังอันดับหนึ่งของ
ทวีปนภารินไหล!”
ขณะที่ผู้อาวุโสหลายคนคุยกันถึงเรื่องนี้ ที่มุมของโต๊ะประชุม จ่า
นอวิ๋นเจียนเปิดปากหลายครั้งอยากจะพูด แต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้
มันเนื่องมาจากอารมณ์อึกทึกในหัวใจของเขา เขาไม่สามารถสงบสติ
อารมณ์ลงได้ เพียงคำพูดไม่สามารถอธิบายช่องว่างระหว่างเขากับหลินห
มิงได้อีกต่อไป
“มีอะไรอีกหรือไม่? ถ้าไม่มีเรื่องอื่นที่จะพูดถึงเช่นนั้นข้าจะขอตัวลา
นับตั้งแต่ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ ตอนนี้ข้ามีเรื่อง
มากมายที่จะต้องทำ”
คำกล่าวของมู่ปิงอวิ๋นดูเหมือนจะปลุกให้ทุกคนตื่นจากสภาวะมึนงง
ในความเป็นจริง ทุกคนอยากจะพบหลินหมิงและคารวะเขา โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง เจ้าหญิงเพลิงตะวัน, จ่านอวิ๋นเจียน, ไป่อ้าวและศิษย์อื่นๆอีก
หลายคนที่รู้จักหลินหมิงมาก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเปิดปาก
และถามคำถามที่โง่เขลาซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการรบกวน
เป็นเช่นนี้ ทูตจากภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุจึงไปจากภูมิภาคเขตแดน
ทางใต้ ขณะที่พวกเขาจากไป ข่าวยืนยันของหลินหมิงที่ฆ่าซ่วนหวู๋จี๋ก็
กระจายออกไปดั่งน้ำหลาก!
กองกำลังที่เหลือของนิกายห้วงวิบัติ, นิกายมหาวิหารลึกลับและ
สำนักระดับ 2-3 ของภูมิภาคเขตแดนทางใต้ก็ได้รับรู้ถึงข่าวที่น่าตกใจนี้
ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ
โดยเฉพาะศิษย์ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้; พวกเขาได้ตื่นเต้นอย่างที่สุด
ตราบเท่าที่หลินหมิงไม่ตกตายไปเสียก่อน ในอนาคตเขาก็จะไปถึงขั้นเทพ
สมุทรและกลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่แท้จริง! เขาจะเป็น
ตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ภายในทวีปนภารินไหล ซึ่งมีเพียงแค่ร้อยกว่าคน
เท่านั้น!
นอกจากนี้ หลินหมิงจะไม่ได้เป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิทั่วไป ใน
อนาคต พวกเขาจะสามารถโม้กับลูกหลานของพวกตนว่าปู่ของพวกเขา
เคยอยู่ในนิกายเดียวกันเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
หลินหมิงได้กลายเป็นบุคคลที่น่าบูชา เป้าหมายและความฝันของ
เหล่าศิษย์ที่นับไม่ถ้วนในทุกหนทุกแห่ง เป็นตัวตนแห่งความชื่นชมและ
ความรักของหญิงสาวนับไม่ถ้วน เกือบทั้งหมดได้กลายเป็นผู้คลั่งไคล้ใน
หลินหมิง หลินหมิงได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญสูงสุดของทะเลทางใต้ แต่
เหล่าศิษย์เหล่านี้ไม่สามารถแม้แต่จะไปถึงขั้นปราณปลายฟ้าได้ ถึงแม้
พวกเขาจะรู้ได้ดีว่าตนไม่สามารถไปถึงระดับเดียวกับหลินหมิง แต่พวก
เขาพยายามอย่างหนักเพื่อลดช่องว่างนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เพื่อมิให้พวกเขาเสียใจในอนาคต
……………
10 วันต่อมาในป่าไพศาลทางใต้ ภายในเผ่าเล็กๆที่มีราวแสนคน…
“วิเศษ วิเศษยิ่งนัก! มันมีเทพที่มีตัวตนอยู่จริง!”
ชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อผ้าแปลกๆในป่าทางใต้กำลังอุ้มทารกที่
ร้องไห้ขณะคุกเข่าลงบนพื้นและเริ่มคารวะ และข้างหน้าชายวัยกลางคนนี้
เป็นผู้วิเศษสาวที่สวมผ้าคลุมหน้าสีดำ นางมีดวงตาที่มีเสน่ห์ โค้งเหมือน
จันทร์เสี้ยว แม้ว่าใบหน้าของนางถูกปิดบังโดยผ้าคลุมหน้าสีดำ มันก็ยังคง
ไม่สามารถปิดบังคิ้วเรียวยาวซึ่งยื่นออกมาได้; เห็นได้ชัดว่านางงดงาม
อย่างยิ่ง
ผู้วิเศษกำลังล้างเครื่องมือทางการแพทย์บางอย่าง ขณะที่นางจ้อง
มองไปที่ชายวัยกลางคนที่คุกเข่าต่อหน้า นางกล่าวออกมาอย่างไร้อารมณ์
ว่า “ข้าจะให้โอสถแก่เจ้า ผสมกับน้ำอุ่นและแบ่งออกเป็น 7 ส่วนและกิน
เป็นเวลา 7 วัน”
จากนั้น ผู้วิเศษจึงโบกมือของนาง ด้วยสายลมที่เย็นเฉียบฉับพลัน
ชายวัยกลางคนถูกเป่าออกมาจากกระโจมของนาง
“เทพ เทพเจ้า!” ชายวัยกลางคนร้องไห้ออกมาด้วยความสุข “เทพเจ้า
ได้ปรากฏแล้ว! ท่านส่งผู้วิเศษมาช่วยเรา!”
ชายวัยกลางคนกอดทารกอย่างแน่นในอ้อมแขนของเขา เดินกลับไป
ยังบ้านของตนแม้ในขณะที่หันกลับมาคุกเข่าลงทุกๆ 2-3 ก้าวยังทิศทาง
กระโจมของผู้วิเศษ
แต่ในกระโจม ผู้วิเศษยังคงเงียบงัน ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
และในขณะนี้ มีเสียงดังขึ้นมาจากข้างนอกกระโจม “เจ้าวางแผนที่
จะทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ? มันมีความหมายอันใดในการช่วยชีวิตปุถุชน
เพียงไม่กี่คน?”
ผู้วิเศษเปิดผ้าคลุมหน้าของ นางเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงาม นางคือ
ผู้นำแผนกตะวันตกของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้, ซ่วนอวี่เชี่ย
ซ่วนอวี่เชี่ยค่อยๆส่ายหัว “ไม่มีความหมาย”
“เช่นนั้น เหตุใดเจ้าจึงเสียเวลาอยู่ที่นี่?”
ซ่วนอวี่เชี่ยส่ายหัวอีกครั้ง “นับตั้งแต่ที่ข้าเกิดมา ทุกสิ่งที่ข้าทำ
ทั้งหมดก็เพื่อตระกูลซ่วนและดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ตอนนี้ เมื่อ
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ถูกทำลาย และตระกูลซ่วนก็ล่มสลาย สิ่งที่
ข้าเคยทำไปมันยังจะมีความหมายอันใด?”
ขณะที่ซ่วนอวี่เชี่ยกล่าวตอบ ชายชราตรงหน้าก็มีสีหน้าเศร้า มันเป็น
ความจริง มันไม่มีความหมายอะไรเลย
ซ่วนอวี่เชี่ยถอนหายใจและกล่าวว่า “ตอนนี้เมื่อซ่วนหวู๋จี๋ตกตายไป
แล้ว จาก 18 ผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ หลงเหลือเพียง
แค่เจ้าและข้า สำหรับบรรดานิกายที่เราทำลาย ต่างก็ต้องการให้เราตาย
บางที อาจเหลือเวลาน้อยกว่า 10 วัน กำลังที่เหลืออยู่ของนิกายห้วงวิบัติ
และนิกายมหาวิหารลึกลับจะรวบรวมกองกำลังเพื่อไล่ล่าศิษย์ดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่เหลือ นั่นรวมถึงเจ้าและข้าด้วย
“ในพันปีของชีวิต ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงทั้งหมดได้กลายเป็น
เพียงความฝัน ในจักรวาลอันกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุดนี้ มันมีความสำคัญ
กับสิ่งใดบ้างที่เราทำ? เนื่องจากโลกไม่อาจโอบอุ้มข้าแล้ว ข้าจะเดินไป
ตามลำพังแสวงหาความสงบในจิตใจ และสร้างดินแดนอันบริสุทธิ์แห่ง
ความสุขของตัวเอง”
ขณะที่ซ่วนอวี่เชี่ยกล่าวถึงตรงนี้ นางยืนขึ้นและปล่อยผ้าคลุมหน้าลง
เช่นเดิม ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ถูกทำลาย แต่นางยังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้ ความคิดทั้งหมดของนางเกี่ยวกับชีวิตได้เปลี่ยนไปแล้ว
“เจ้าต้องการที่จะค้นหาความสงบในจิตใจและสร้างดินแดนบริสุทธิ์
ของตนเอง? เจ้าคิดว่าการได้รักษาปุถุชนเหล่านี้ไว้ จะเพียงพอที่จะชดใช้
ความผิดบาปนับไม่ถ้วนที่เจ้าได้กระทำมาตลอดครึ่งค่อนชีวิตงั้นหรือ? ลืม
ที่ข้าพูดเถอะ; ทุกคนมีทางเลือกของตนเอง สิ่งที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ไม่สำคัญ
อีกต่อไปแล้ว ข้าวางแผนที่จะค้นหาหุบเขาที่ห่างไกลและปิดด่านบ่มเพาะ
แม้ข้ารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะไปถึงขั้นเทพสมุทร ข้ายังคงหวังว่าข้าจะ
สามารถข้ามขั้นทำลายชีวิตไปได้หลายขั้น ถ้าข้าตายในระหว่างที่ข้า
พยายามแล้ว คงกล่าวได้ว่าโชคชะตาของข้ามาถึงจุดจบ ตอนที่ข้ายังเด็ก
ข้าได้ตั้งใจว่าจะไปผจญไปในเส้นทางของข้าจนถึงจุดสิ้นสุด ถ้าข้าตายใน
การข้ามขั้นทำลายชีวิตแล้ว มันก็คงเป็นความตายที่คุ้มค่าสำหรับการ
กระทำครั้งสุดท้าย!”
“ซ่วนอวี่เชี่ย หลังจากที่เราอำลากันวันนี้ เส้นทางแห่งโชคชะตาของ
เราคงไม่ข้ามมาพบเจอกันอีก ข้าขอให้เจ้าโชคดี!” ขณะที่ชายชรากล่าว
ออกมา เขาก็บินออกไป ทิ้งให้กระโจมอันโดดเดี่ยวสะบัดไปตามแรงลม
ซ่วนอวี่เชี่ยไม่ได้หันมา นางเพียงเพียงแต่กล่าวออกมาอย่างเงียบๆว่า
“ลาก่อนสหาย ข้าขอให้เจ้าโชคดีเช่นกัน”
………………
ในพริบตา 2 เดือนได้ผ่านไป อาคารหลักของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้
ถูกสร้างขึ้นใหม่และมีค่ายกลการฝึกฝนมากมายที่อยู่ในกระบวนการ
ซ่อมแซมเช่นกัน ศิษย์จำนวนมากกลับมาอาศัยอยู่ที่เกาะ
แต่ในเวลานี้ หลินหมิงกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่เขาไม่มีทางเลือก
นั่นคือ… การแต่งงาน
ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา หลินมู่ได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญหานี้อย่าง
ต่อเนื่อง แม้ว่านางจะไม่ชัดเจนว่าหลินหมิงอยู่ระดับพลังใดและมี
ความสำเร็จเช่นไร แต่นางก็เข้าใจเรื่องหนึ่ง และนั่นก็คือหลินหมิงถูก
กำหนดให้ทะยานสู่ระดับสูงขึ้นและทิ้งคนอื่นๆไว้เบื้องหลัง
มันจะยากมากขึ้นสำหรับนางที่จะได้เห็นหลินหมิงอีก และเมื่อหลินห
มิงจากไป มันก็อาจจะไม่แปลกที่เขาจะหายตัวไปเป็นเวลา 10 ปีในแต่ละ
ครั้ง ในกรณีนี้ หลินมู่จะไม่ต้องการมีหลานไว้ดูต่างหน้าได้อย่างไร?
นี่เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล ในความเป็นจริง เป็นเพราะหลินหมิงได้ก้าว
เข้าสู่เส้นทางแห่งสู้และต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง เขาจึง
รู้สึกผิดต่อบิดามารดาอย่างมาก ตอนนี้ เขาต้องเผชิญกับคำร้องที่เป็น
ธรรมของมารดา เขาจึงไม่อาจปฏิเสธนางได้
นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่ว่าหลินหมิงเป็นคนไร้
อารมณ์ เขาก็มีความรู้สึกรักใคร่อย่างมาก เขาก็หวังเรื่องนี้เช่นกัน