Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 779 การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ในเมืองธารธาราเสน่ห์หา
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 779 การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ในเมืองธารธาราเสน่ห์หา
เมืองย่อมมีกฎ มิเช่นนั้นก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเมือง จะไม่มี
ความแตกต่างระหว่างพวกเขาและคนป่าป่าเถื่อนที่เต็มไปด้วยโจรและ
การปะทะกัน
ในเมืองธารธาราเสน่ห์หา ผู้ที่ต่อสู้ในที่สาธารณะจะได้รับการลงโทษ
อย่างรุนแรง ทุกคนที่ไม่สนใจคำเตือนของเมืองจะถูกประหารชีวิต
“เจ้าหน้าที่ของเมืองกำลังเดินทางไป เช่นนั้น มันจะมีการแสดงที่น่าดู
ชมเป็นอย่างยิ่ง
และตามที่ทุกคนกำลังคาดหวังต่างๆนาๆ เจ้าหน้าที่ก็ได้เดินทางไป
อย่างรวดเร็ว หัวหน้าของพวกเขาเป็นชายชื่อ หลงหลิน ก่อนที่เหล่า
ลูกน้องจะตามมาถึง เขาตะโกนออกไปว่า “พวกเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร!?
เจ้ากล้าต่อสู้อย่างเปิดเผยในเมืองธารธาราเสน่ห์หาของข้า! ช่างกล้าหาญ
ยิ่งนัก!”
ในฐานะหัวหน้าทหารประจำเมือง เขาเป็นตัวตนที่เคร่งขรึมและสง่า
งาม โดยปกติแล้ว เพียงเสียงจากเขาก็เพียงพอที่จะข่มขู่คนอื่นและ
แก้ปัญหาต่างๆได้
แต่ครั้งนี้ หลังจากที่เขาตะโกนออกไป มันถูกเมินเฉยอย่างสิ้นเชิง
เขาจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง วิสัยทัศน์ของเขาจับจ้องไปยังชายร่าง
ผอมที่ลอยอยู่ในอากาศ จากนั้น สีหน้าของเขาก็เป็นซีดขาวอย่างยิ่ง
“ซือ-ซือกุ่ยเหยิน!?”
เขากลายเป็นแข็งค้างในทันที
“หัวหน้า ทั้งสองคนนี้หยิ่งยโสอย่างยิ่ง พวกเขากล้าที่จะต่อสู้บน
ท้องฟ้าของเมืองธารธาราเสน่ห์หาของเรา! พวกเขากำลังล้นหาที่ตาย
อย่างแท้จริง!” ข้างหลงหลิน ผู้คุ้มกันเมืองคนอื่นร่วมกันกล่าวออกมา เขา
เป็นนักสู้รุ่นเยาว์ที่เป็นรองเพียงหลงหลิน
“หัวหน้า เหตุใดท่านไม่บอกให้พวกเขาวางอาวุธเพื่อให้เราสามารถ
กุมพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว?” นักสู้รุ่นเยาว์มองไปยังหลงหลินด้วยความ
สับสน
อย่างไรก็ตาม หลงหลินยังคงนิ่งเงียบอยู่ในขณะที่สีหน้าของเขาเริ่ม
กลายเป็นน่าเกลียดมากขึ้น
เช่นนั้น ถ้าหัวหน้าไม่ได้ทำข้าจะทำเอง นักสู้หนุ่มผู้นี้รู้สึกว่าการ
ตะโกนออกมาดังๆจะดึงดูดความสนใจ และจะเป็นผลงานอันน่า
ประทับใจต่อทุกคน
“สำหรับผู้ที่อยู่ข้างบน! เราคือ –”
ชายหนุ่มเพิ่งเริ่มตะโกนขึ้นแต่หลงหลินที่เพิ่งได้สติกลับมาก็รีบเอามือ
ปิดปากของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“เจ้าต้องการหาที่ตาย!?”
หน้าผากของหลงหลิน เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในทุกๆอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ มันมีตัวตนที่อยู่ในประกาศิตชะตาฟ้าเพียงไม่กี่สิบคน และส่วน
ใหญ่ต่างปิดด่านระยะยาว พวกเขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ดั่งฤาษี
ความเหลื่อมล้ำในสถานะสามารถจินตนาการได้
และที่น่าหวาดกลัวมากที่สุดคือ ซือกุ่ยเหยินเป็นสหายที่มีชื่อเสียงใน
เรื่องความโหดร้ายและทำตามอำเภอใจ ทุกคนที่ตกอยู่ในมือของเขาจะ
ประสบชะตากรรมเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย!
เขายอมเผชิญกับตัวตนที่ติด 200 อันดับแรกในประกาศิตชะตาฟ้า
แทนที่จะต้องมาเผชิญกับซือกุ่ยเหยิน เพราะซือกุ่ยเหยินสามารถฆ่าคน
อย่างไม่เลือกหน้า
“หัวหน้า?” ชายหนุ่มถามอย่างไม่พอใจ
“ทุกคนฟังคำสั่งของข้า! อพยพคนออกไปที่นี่! หากปราศจากคำสั่ง
ของข้า จะไม่มีผู้ใดพ่นคำพูดไร้สาระออกมาแม้แต่คำเดียวและจะไม่มีผู้ใด
เข้าแทรกแซงเด็ดขาด! ผู้กระทำผิดทั้งหมดจะถูกลงโทษอย่างไร้ความ
ปราณี!”
ขณะที่หลงหลินกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็เห็นว่าชายร่างผอมที่อยู่ใน
อากาศมองมายังเขา ชายร่างผอมยิ้ม เผยให้เห็นลิ้นสีแดงเลือดและฟัน
ขาวที่น่าสยอง
เพียงแค่การมองอย่างเดียว แต่หลงหลินเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
จากห้วงลึกของหัวใจ มันเหมือนกับทวนกระดูกน้ำแข็งที่พุ่งตรงมายัง
หัวใจของเขา
หลงหลินสั่นด้วยความกลัว เขาโบกมือและพูดว่า “ทุกคน ถอยห่าง
ออกไปสิบลี้!”
“อะไรกัน?”
“บัดซบ! ข้าบอกให้เจ้าถอยเพื่อหนีไปซะ! ผู้ที่อยู่เหนือเราคือ
ผู้เชี่ยวชาญในประกาศิตชะตาฟ้า!” หลงหลินไม่ต้องการเปิดเผยสถานะ
ของซือกุ่ยเหยิน แต่ในขณะที่เขาเห็นว่านักสู้หนุ่มรุ่นเยาว์ไม่เชื่อ และ
แม้กระทั่งมีท่าทางที่กระตือรือร้นหากที่จะเข้าไปอีกด้วย เขาจึงไม่มี
ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการประกาศเล็กน้อยถึงข้อมูลของซือกุ่ยเหยิน
“ประ-กา-ศิต-ชะตาฟ้า ประกาศิตชะตาฟ้า!?” นักสู้หนุ่มไม่ได้เป็นคน
โง่เขลา ในความเป็นจริง เมื่อได้ยินชื่อประกาศิตชะตาฟ้าที่มีชื่อเสียง พวก
เขาทุกคนถูกสั่นสะท้าน พวกเขาทั้งหมดตระหนักดีว่ามันคือสิ่งใด
“มันมีสิ่งใดผิดพลาดหรือไม่? ถ้าชายร่างผอมผู้นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญแห่ง
ประกาศิตชะตาฟ้า แล้วคู่ต่อสู้ของเขาเล่า? เขาเห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงรุ่น
เยาว์อายุแค่ 20 ปีและการบ่มเพาะของเขา… การบ่มเพาะของเขาคือ…
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย!?”
“ใช่แล้ว เขาอยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายและคู่ต่อสู้ของเขา
คือซือกุ่ยเหยิน ชายหนุ่มผู้นั้นคงบ้าไปแล้วเป็นแน่แท้!” ดวงตาของหลง
หลินสว่างขึ้นขณะที่เขามองไปยังหลินหมิง ในฐานะหัวหน้าผู้คุ้มกันเมือง
เขามีความเข้าใจในตัวตนระดับสูงของทั้ง 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็
ตาม เขาไม่สามารถจดจำข้อมูลเกี่ยวกับหลินหมิงได้เลยแม้เพียงเล็กน้อย
ไม่ใช่แค่เหล่าผู้คุ้มกันเมืองเท่านั้น แต่นักสู้ทุกคนก็สังเกตเห็นว่าความ
แตกต่างในการบ่มเพาะของทั้งสองนั้ันมากมายเกินไป
“นี่เป็นการต่อสู้เป็นตาย หรือเป็นเพียงการที่ผู้อาวุโสให้คำแนะแก่
ผู้เยาว์กันแน่?”
“มันจะต้องเป็นเพียงการสอนเท่านั้น อย่าเอะอะเกินไป ชายชราผู้นั้น
อาจจะเป็นอาจารย์ของนายน้อยผู้นั้นก็เป็นได้ เขาคงจะยั้บยั้งแข็งแกร่ง
ของตนลงในระดับหนึ่ง”
วูซ! วูซ!
ขณะนั้นได้มีเงาทั้งบินเข้าไปใกล้ ห่างเพียง 10 ลี้จากสนามรบ คน
สองคนนี้คือผู้อาวุโสไป่และเสี่ยวเสี่ยว
“หลินหลานเจี้ยนไม่ใช่คนจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ
หรือเป็นคนที่มาจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ มันอาจเป็นไปได้ว่าเขาไม่
เคยได้ยินชื่อเสียงของประกาศิตชะตาฟ้ามาก่อน ดังนั้นเขาจึงกล้าทำสิ่ง
ที่บุ่มบามเช่นนี้ นายหญิง นี่เป็นโอกาสเดียวของเรา ถ้าเรายังคงเฝ้าดูการ
ต่อสู้ต่อจากที่นี่ เช่นนั้นก็เหมือนกับการรอการตาย” ผู้อาวุโสไป่กล่าว
ออกมาด้วยความกังวล
ถ้าหลินหมิงเป็นรุ่นเยาว์ของ 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันก็จะ
เป็นไปไม่ได้สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์ดั่งสัตว์ประหลาดเช่นนี้จะไร้ซึ่งชื่อเสียง
เรียงนาม ดังนั้น นางจึงคิดว่าหลินหมิงมาจากภูมิภาคที่ห่างไกล และไม่รู้
ว่าผู้เชี่ยวชาญแห่งประกาศิตชะตาฟ้ามีความแข็งแกร่งถึงเพียงใด
มิต้องกล่าวถึงหลินหมิง แม้แต่บิดาของเสี่ยวเสี่ยวก็ยังไม่สามารถถูก
จัดอันดับอยู่ในประกาศิตชะตาฟ้า
“ผู้อาวุโสไป่ มีเครื่องหมายที่ถูกวางไว้บนร่างกายของข้า; ข้าไม่
สามารถหนีไปที่ใดได้ ข้าได้ยอมรับชะตากรรมของตนเองแล้ว ข้าอยากอยู่
ที่นี่และดูการต่อสู้ของผู้กล้าหลิน บางที มันอาจจะมีแม้แต่ความหวัง
เล็กน้อยที่ผู้กล้าหลินสามารถสร้างขึ้นมาให้เราได้ ในเวลานั้น เราจะโจมตี
ด้วยกันและแม้ว่าเราจะไม่สามารถเอาชนะได้ แต่เราก็จะไม่ตายอย่างน่า
สังเวช
“ย่อมได้… ” ผู้อาวุโสไป่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ไม่พยายามที่จะโน้ม
น้าวเสี่ยวเสี่ยวอีกต่อไป
ในเวลานี้ นักสู้หลายเริ่มบินขึ้นไปท้องฟ้า ทุกคนรู้สึกว่ามีบางอย่างที่
ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์เช่นนี้ เหตุใดผู้ตุ้มกันเมืองที่มักจะโอ้อวดจึง
ไม่ได้ใช้โอกาสนี้ จัดการผู้ละเมิดกฏเหล่านี้ลง?
ในขณะเดียวกัน สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า หลินหมิงและซือกุ่ยเหยินกำลัง
เผชิญหน้ากันมานานกว่า 20 ลมหายใจแล้ว
หลินหมิงเป็นคนเริ่มชิงลงมือก่อน
ปัง!
ก่อนที่หอกของเขาจะพุ่งออกไป สนามพลังคู่ก็ได้ปะทุออกไป
ภายนอกเรียบร้อยแล้ว
สนามพลังอาชูร่ารวมกับสนามพลังเทพแห่งความตายเป็นสนามพลัง
คู่ที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน!
กระแสของพลังกวาดออกไปในทุกทิศทาง ก่อให้เกิดพายุกระแส
พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวขึ้น
เทพแห่งความตาย ยับยั้งพลังชีวิตทั้งหมด
สนามพลังอาชูร่า, ยับยั้งความแข็งแกร่งและจิตวิญญาณของนักสู้!
อากาศสั่นสะเทือน นักสู้ส่วนใหญ่ที่ลอยอยู่ในอากาศและเฝ้าดูฉาก
ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่จริง พวกเขายังไม่สามารถรู้ได้ว่าความแข็งแกร่งของ
หลินหมิงจะเทียบกับซือกุ่ยเหยินได้อย่างไร แต่ตอนนี้ สนามพลังของ
หลินหมิงได้ครอบคลุมสนามรบ พวกเขาได้กลายเป็นใบท่ามกลางพายุ
ลอยกระเด็นไปในทุกทิศทาง! นักสู้ที่อ่อนแอนั้น แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่าง
จากหลินหมิงหลายลี้ก็ตาม แต่ยังคงสำลักโลหิตออกมาขณะที่พวกเขา
ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง!
นั่นมันอะไรกัน!?”
นักสู้ทุกคนต่างตกใจ นี่เป็นพลังที่เด็กหนุ่มนั่นปล่อยออกมา?
“นี่มันจิตสังหารแบบใดกัน?” เสี่ยวเสี่ยวกลืนน้ำลายอย่างช่วยไม่ได้
หลินหมิงไม่เคยใช้พลังนี้มาก่อนเมื่อตอนต่อสู้กับกลุ่มผู้อาวุโสของตระกูล
เทียนจี ตอนนี้มันเห็นได้ชัดว่า เขาเพียงไม่คิดว่ามันจำเป็นที่จะใช้ออกมา
“นี่คือความสามารถสนามพลัง นอกจากนี้เขามีสนามพลังคู่!” ผู้อาวุโส
ไป่ตระหนักได้ว่าหลินหมิงได้ใช้ทักษะใด ความสามารถสนามพลังเป็นสิ่งที่
หาได้ยากมาก แม้แต่รุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่งของ 4 อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังพบได้เพียงบางคน มันเป็นความสามารถที่น่านับถืออย่างยิ่ง
นี่ไม่ใช่เพราะสนามพลังแข็งแกร่งอย่างมาก แต่เนื่องจากสนามพลัง
สามารถใช้ร่วมกับทักษะการต่อสู้ได้ มันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของ
นักสู้โดยไม่อาจมองเห็นได้หรือมีผลกระทบอื่นๆโดยไม่มีผลต่อ
ความสามารถในการต่อสู้ของผู้ใช้
“ฮ่าๆ, เจ้าหนู, ข้าชอบเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆแล้ว เมื่อข้าเปลี่ยนเจ้าเป็น
หุ่นเชิด ข้าสามารถเก็บข้อมูลสนามพลังของเจ้าได้ นี่เป็นสิ่งที่สมบูรณ์
แบบอย่างยิ่ง! สนามพลังคือความสามารถที่ผู้เชี่ยวชาญหุ่นเชิดรักมาก
ที่สุด!” ซือกุ่ยเหยินยิ้มอย่างชั่วร้ายและดวงตาที่น่ากลัวของเขาก็ส่องสว่าง
ผู้เชี่ยวชาญหุ่นเชิดที่ทรงพลังสามารถเรียกคืนความสามารถพิเศษที่
นักสู้ได้ก่อนตาย ในความเป็นจริง พลังของหุ่นเชิดอาจจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลา
ผ่านไปด้วยการใช้ทักษะเร้นลับหลายอย่าง
“เจ้าฝันอยู่เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงหัวเราะและกวัดแกร่งหอกของเขา เขาเทจิตวิญญาณต่อสู้
ลงไปในหอกและพุ่งมันออกไป พลังแห่งสายฟ้าฉีกกระฉากห้วงมิติ และ
ด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหู กระแสพลังงานที่ปั่นป่วนปะทุขึ้นโดยรอบ
บึม! บึม! บึมม!
มิติแทบจะพังทลายลง หอกของหลินหมิงพุ่งผ่านระยะ 1,000 ก้าว
ในทันที พุ่งตรงไปยังระหว่างคิ้วของซือกุ่ยเหยิน
ซือกุ่ยเหยินหัวเราะอย่างประหลาดเมื่อกรงเล็บถูกยกขึ้นมา กรงเล็บ
สีดำปรากฏตัวออกมาจากอากาศบางๆและพุ่งไปทางหลินหมิง
เมื่อกรงเล็บพุ่งไปข้างหน้า มีสายลมหนาวหมุนวนขึ้นรอบๆ ราวกับ
ว่าภูผีที่โศกเศร้านับไม่ถ้วนได้ก่อตัวเป็นกรงเล็บสีดำนี้
เคล้งงงง!
หอกและกรงเล็บแหลมคมปะทะกัน กรงเล็บสลายหายไป แต่หอก
แสงของหลินหมิงเองก็สลายไปเช่นกัน เหมือนดั่งหิมะสีขาวที่สลายหายไป
ภายใต้ดวงอาทิตย์เจิดจ้า
คลื่นกระแทกปราณแท้ขนาดใหญ่ม้วนขึ้นมา นักสู้โดยรอบได้ถอย
กลับอย่างรวดเร็วขณะที่สีหน้าของพวกเขาได้เปลี่ยนไปทันที
มันได้กลายเป็นที่ประจักษ์ต่อทุกคนที่นี่แล้วว่าพวกเขาเป็นสัตว์อสูร
โบราณในร่างมนุษย์ หากพวกเขาติดอยู่ในพายุพลังงานที่รุนแรงนี้แล้ว
เช่นนั้นร่างของพวกเขาก็คงไม่มีอะไรเหลืออยู่นอกจากเถ้าถ่าน!
สำหรับเสี่ยวเสี่ยวและผู้อาวุโสไป่ พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบเพราะ
พวกเขาอยู่ไกลถึง 10 ลี้ ไม่เหมือนนักสู้เหล่านั้นที่บินเข้าไปดูใกล้เกินไป
แต่ถึงกระนั้น พวกเขายังคงรู้สึกพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวนี้ได้
“นี่ควรจะเป็นการทดสอบกระบวนท่าของกันและกันเท่านั้น ข้าไม่รู้
เลยว่าหลินหลานเจี้ยนใช้พลังไปเท่าไหร่ แต่ถ้านั่นเป็นความแข็งส่วนใหญ่
ของเขาแล้ว เช่นนั้นมันก็จะไม่มีโอกาสที่เขาจะชนะ ซือกุ่ยเหยินยังไม่ได้
แม้แต่จะนำหุ่นของเขาออกมาเลย”
สีหน้าของผู้อาวุโสไป่เต็มไปด้วยความกังวล เมื่อหมิงหมิงได้
ปลดปล่อยสนามออกมา มันก็ได้ความหวังขึ้นในใจของนางบ้างแล้ว นาง
มองในแง่ดีเล็กน้อยว่าหลินหมิงอาจจะสามารถสร้างความอัศจรรย์หรือ
แม้กระทั่งสามารถต่อสู้กับซือกุ่ยเหยินได้อย่างยาวนาน ในการต่อสู้ที่
ยิ่งใหญ่เช่นนี้ แน่นอนว่าผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆมาถึงถ้ามันกินเวลานาน
พอสมควร ในเวลานั้น อาจมีโอกาสรอดจะเกิดขึ้นได้
“น่าสนใจยิ่ง! น่าสนใจยิ่งนัก!”
สีหน้าของซือกุ่ยเหยินดูเหมือนจะตื่นเต้นมากขึ้น เขากวาดจิตสัมผัส
ผ่านแหวนมิติพิเศษของตนและหุ่นเชิดปีศาจได้ปรากฏออกมา มันมีปีก
ใหญ่สองข้างและทั้งลำตัวมักล้ามเนื้อหนา แข็งแกร่งดั่งก้อนหิน
ปีศาจยักษ์?
จิตใจของหลินหมิงเย็นยะเยือก นี่เป็นหุ่นเชิดปีศาจยักษ์จริงๆ! ซือกุ่ย
เหยินไปได้รับศพของปีศาจยักษ์มาจากที่ใด?
“และนั่นก็คือทักษะหุ่นเชิดของปีศาจยักษ์เช่นกัน! ชายคนนั้นต้อง
เป็น…”
นักสู้บางคนจดจำหุ่นเชิดปีศาจยักษ์ได้ แม้ว่าพวกเขาไม่รู้จักซือกุ่ยเห
ยิน พวกเขาก็สามารถจดจำหุ่นเชิดนี้ได้ ในความเป็นจริง ผู้เชี่ยวชาญหุ่น
เชิดเทือบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว
เมื่อลองคิดดูดีๆ มันก็มีเพียงคนเดียวที่มีชื่อเสียงที่สุดในทักษะหุ่นเชิด
และจากนั้น เมื่อรวมเข้ากับการบ่มเพาะของคนชราที่น่ากลัวนี้ ความ
จริงในตัวตนของเขาก็เปิดเผยออกมา
“ประกาศิตชะตาฟ้าอันดับที่ 330, ซือกุ่ยเหยิน!”
“ซือกุ่ยเหยิน? มันเป็นเขาจริงเช่นนั้นหรือ?”
“สวรรค์! ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คุ้มกันเมืองจะไม่กล้าทำสิ่งใด! ชาย
ชราคนนี้เป็นซือกุ่ยเหยินอย่างแท้จริง… แล้วเด็กหนุ่มนั่นเล่า? เขาจาก
ไหน?”
ในเวลานี้ ไม่มีใครพูดอีกต่อไปว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในอากาศคือการที่
ผู้อาวุโสกำลังฝึกฝนศิษย์ของตนเอง ซือกุ่ยเหยินไม่ใช่คนประเภทนั้นอย่าง
แน่นอน และเคล็ดบ่มเพาะของหลินหมิงก็แตกต่างไปจากเขาอย่างสิ้นเชิง
นี่เป็นการต่อสู้เป็นตาย!
สำหรับผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายที่ท้าทายผู้ทรงพลัง
ในประกาศิตชะตาฟ้าอันดับที่ 330 ซือกุ่ยเหยิน…
มันเป็นเรื่องที่บ้าบิ่นอย่างแท้จริง!