Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 78 มือเปล่าปะทะดาบ
“เจ้าหลินหมิงนั่น มันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว”
“ทั้งๆที่มันต้องเผชิญหน้ากับซางฉาง มันยังไม่รีบเอาอาวุธออกมาอีก
ดาบของซางฉางเลื่องลือในด้านความเร็ว และอาวุธของหลินหมิงยังเป็น
หอกหนักๆ และยังทักษะและประสบการณ์ที่ต่างกันของพวกเขา เป็นไป
ได้ว่าหลินหมิงอาจไม่มีโอกาสได้หยิบหอกนั่นออกมาก็ได้ เขาจะแพ้โดยที่
ยังไม่ทันได้ใช้อาวุธ”
ต้ากู่ส่ายหัว “หลินหมิงประมาทเกินไปแล้ว คิดจะใช้มือเปล่ารับดาบ
นั่นรึไงกัน ดาบของเจ้านั่น ถ้าหากใส่พลังลงไปแล้วจะสามารถตัดเหล็กได้
อย่างง่ายดาย ต่อให้เป็นผู่ที่สำเร็จการฝึกฝนฝนขั้นที่สี่ก็ไม่มีทางใช้มือ
เปล่ารับดาบของซางฉางได้หรอก”
หลิงเซ็นมองไปยังหลินหมิงอย่างสงบ ถึงเขาจะไม่เข้าใจหลินหมิงก็
เถอะ แต่เขารู้ว่าหลินหมิงไม่ใช่คนจำพวกที่จะประมาทหรือดูถูกคู่ต่อสู้
เขาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของหลินหมิง และเลือกที่จะชมการต่อสู้ต่อไป
อย่างสงบ
“ถ้าแกอยากจะตายถึงขนาดนั้น จะก็จะช่วยสงเคราะห์ให้” ซางฉาง
กัดฟันอย่างโกรธเกรี้ยว จากนั้นเขาก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว
ร่างกายของเขากลายเป็นเพียงเงาหายไปในอากาศ
เร็วจนไม่น่าเชื่อ นี่หรือวิชา ‘เจ็ดดาราเหยียบเมฆา’
จากนั้นก็มีเสียงดาบตัดผ่านอากาศ ดาบของซางฉางพุ่งตรงมาจาก
ด้านล่างหมายจะโจมตีไปยังซี่โครงของหลินหมิง
การจู่โจมของดาบนี้ยังไม่ได้ใช้วิชาอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็บาง
และเบา ซางฉางได้ใส่พลังปราณลงไปเพียงเล็กน้อย ทว่าความเร็วของมัน
กลับสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ยากแก่การเดาทิศทางและหยุดยั้ง
แม้แต่นักสู้ที่มีประสบการณ์ก็ยากที่จะหลบดาบนี่ได้ แม้แต่ผู้ที่
เชี่ยวชาญด้านการป้องกันก็ยากที่จะตั้งรับการโจมตีนี้
ซึ่งตอนนี้หลินหมิงมีเพียง วิชาพื้นฐานการเคลื่อนที่เท่านั้น และด้วย
หอกบนหลังก็ยังทำให้เขาเคลื่อนที่ได้ยากลำบากและช้าลงอีก
แล้วเขาจะทำอย่างไร… ตอนนี้ความสนใจของหลิงเซ็นอยู่ที่ดาบของ
ซางฉาง เขาไม่รู้เลยว่าหลินหมิงจะหลบหรือรับมือการจู่โจมนั้นอย่างไร
ตอนนี้หลินหมิงก็ได้ยืดแขนออกมา และเคลื่อนไหวไปยังดาบนั้นด้วย
ฝ่ามือเปล่าๆ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ตาของต้ากู่ก็เบิกกว้างอย่างงุนงง หลินหมิงต้องเพี้ยน
ไปแล้วแน่ๆ
มือเปล่ากับดาบอย่างนั้นหรือ?!
ซางฉางยิ้มที่มุมปาก ใช้มือรับงั้นรึ ฮ่าๆ ถ้าไม่ได้ตัดมือของแกให้ขาด
เป็นสองท่อน ที่ข้าอดทนฝึกฝนมา 12 ปีก็สูญเปล่า
ในเสี้ยววินาทีต่อมา ทุกสายตาจับจ้องไปยังหลินหมิง มือของหลินห
มิงได้ปะทะกับดาบของซางฉาง
ในตอนนั้น ทุกอนุภาคในร่างกายของหลินหมิงก็หายใจผสานกันเป็น
หนึ่งเดียว พลังปราณในร่างของหลินหมิงก็สั้นสะเทือนพร้อมกันอย่าง
สมบูรณ์ พลังปราณในร่างของเขาถาโถมออกมาราวกับคลื่นยักษ์
นี่เป็นพลังของวิชา ลื่นไหลดุลแพรไหม!!
พลังปราณที่สั่นสะท้านนั่นถูกส่งต่อไปยังดาบของซางฉาง พลังปราณ
บนดาบของดาบของซางฉางถูกขจัดออกไปและถูกแทนที่ด้วยพลังปราณ
ของหลินหมิง
ซางฉางรู้สึกได้ว่ามือของมันด้านชาและไม่สามารถจับดาบได้อีก
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!” ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลินหมิงก็อ
อกหมัดไปแล้ว หมัดนั่นส่งตรงไปยัง หน้าอกของซางฉาง แม้มันจะดู
เหมือนหมัดธรรมดาๆ แต่มันก็เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของพลังปราณที่
ผสานกันอย่างไร้ที่ติ
หมัดสลายกระดูก!! ซึ่งถ้าโดนตรงๆแล้วล่ะก็ อย่างน้อยก็ต้องบาดเจ็บ
ภายในอย่างสาหัส
ซางฉางที่อยู่ในกองทัพมาหลายปี เขาได้ฆ่าผู้คนไปมากมายเหมือน
เป็นเรื่องปกติ เมื่อได้เห็นหมัดของหลินหมิง สัญชาตญาณของเขาบอก
ในทันทีว่าหมัดนั่นท่าทางอันตรายมาก ซางฉางรีบเคลื่อนไหวหลบหลีก
โดยใช้ ‘เจ็ดดาราเหยียบเมฆา’
ถึงแม้เขาจะสามารถหลบหมัดนั่นได้ ซางฉางก็ยังโดนแรงลมจาก
หมัดนั่นสร้างรอยขีดข่วนไว้ให้ ทำให้เขารู้สึกได้ว่า อวัยวะภายในปั่นป่วน
ไปหมดและอยากจะสำลักเอาเลือกออกมา
“นี่มัน…เรื่องบ้าอะไรกัน..” ซางฉางรู้สึกหวาดกลัวเนื่องจากความ
ปั่นป่วนของกระแสเลือดที่เกิดขึ้นในร่างกาย เขาถอยออกมาและใช้ดาบ
ยันตัวเอาไว้
เมื่อได้เห็นแบบนี้ เหล่าผู้ชมก็ได้แต่มองดูด้วยความงุนงง เมื่อกี้นี้มัน
เกิดอะไรขึ้น มือเปล่าของหลินหมิงสามารถรับดาบของซางฉางได้โดยไร้
บาดแผล และยังสามารถต่อยสวนกลับไปได้อีก ไม่เพียงเท่านั้นด้วยหมัด
ธรรมดาๆของเขาสามารถทำให้ซางฉางต้องทรุดลงขนาดนั้นได้อย่างไร
กัน?
ความสงสัยเกิดขึ้นในความคิดของผู้ชมทุกคน และทุกอย่างก็ยังคง
เป็นปริศนาต่อไป
“โอ้สวรรค์ ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ย หลินหมิงมันยังเป็นคนอยู่รึเปล่า
แขนขามันทำจากเหล็กหรืออย่างไรกัน เขาใช้มือเปล่ารับดาบได้งั้นหรือ?”
“ซางฉางสามารถหลบหมัดนั่นได้นี้ แล้วเขาทรุดตัวลงไปทะไมกัน ?”
“เป็นไปได้ยังไง หลินหมิงมีอันดับแค่ 126 เมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว ทำไม
ระยะเวลาเพียงเดือนเดียวเขาถึงเก่งขึ้นได้ขนาดนี้ ”
“ตอนที่เขาเข้ามาในสำนักเจ็ดแก่นแท้ เขายังอ่อนแอกว่าหวังหยาน
เฟิงเสียอีก แต่หวังหยานเฟิงได้อันดับที่ 170 แต่หลินหมิงกลับไปได้ถึง
อันดับที่ 126”
ทันทีที่ทุกคนได้ยิน ก็มีแต่ความงุนงง และความสงสันอันเป็นปริศนา
ทุกคนรู้สึกหนาววาบๆขึ้นมาทันที นี่มันปีศาจชัดๆ
…
“เจ้าเห็นหมัดนั่นของเขาหรือป่าว?” ต้ากู่เอ่ยถามหลิงเซ็นที่ยืนอยู่
ข้าง
หลิงเซ็นหรี่ตาลง “ข้าเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไรนัก ฝ่ามือของหลินหมิงที่
ไปสัมผัสกับดาบนั่น จะต้องมีวิชาลึกลับบางอย่างแอบแฝงอยู่เป็นแน่ ฝ่า
มือนั่นสัมผัสที่ด้านข้างซึ่งไร้คมมิใช่ด้านหน้าที่มีคม ดังนั้นเขาจึงไม่เกิด
บาดแผล แต่เหตุใดเขาถึงบ้าดีเดือดขนาดนั้น ความเร็วของดาบนั้นไม่ใช้
น้อยๆเลย หากผิดพลาดขึ้นแขนของเขาขาดเป็นสองท่อนแน่”
ต้ากู่กล่าว “ถึงจะพยายามจับที่ตัวดาบก็เถอะ แต่คมดาบควรจะต้อง
สัมผัสกับเขาบ้างหากเขาพยายามที่จะจับมัน และดาบของซาฉางก็มีพลัง
ปราณอยู่ หลินหมิงต้องมีความมั่นใจในตนเองสูงมากแน่ๆ สำหรับเขาการ
ต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่มีค่าพอให้ใช้หอกด้วยซ้ำ”
ขณะที่ต้ากู่รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เจ้านั่นพึ่งเข้ามาใน
สำนักได้เดือนเดียว กลับสามารถต่อสู้กันอันดับ100ต้นๆได้
…
เหมือนอย่างที่หลิงเซ็นเคยพูดไว้ เขาไมได้สัมผัสที่ปลายดาบ หลินห
มิงนั้นมีความรวดเร็วและแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ
ตอนนี้ซางฉางถอยออกมาห่างจากหลินหมิงเป็นระยะหลายสิบก้าว
ในแววตาของเขามีเพียงแต่ความความกลัวที่แฝงอยู่
ข้อได้เปรียบของซางฉางคือการต่อสู้ระยะประชิดที่ทำให้นักสู้ที่ใช้
อาวุธจำพวกหอกต่อสู้ได้ยากลำบาก แต่เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องมาสู้กับ
มือเปล่าของหลินหมิง
เขากัดฟันแน่นซางฉางจับดาบด้วยมือทั้งสองข้าง “หลินหมิง แกทำ
ให้ข้าประหลาดใจอีกแล้ว แต่อย่าคิดว่าจะชนะข้าได้ เจ้าต้องเจอกับพลังที่
แท้จริงของข้า”
ถึงเขาจะไม่สามารถสู้ในระยะประชิดได้ แต่ซางฉางก็ยังมีวิชาลับไม้
ตายก้นหีบที่ยังซุกซ่อนเอาไว้อยู่