Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 809 แก่นแท้หมุนวนอันที่สอง
ในถ้ำคฤหาสน์ใต้หุบเขาห้ายอดที่เงียบสงัด หลินหมิงกำลังปรับแต่ง
โอสถเทวะผันแปรอย่างสงบ เมื่อเป็นเช่นนี้ วันเวลาก็ล่วงเลยไป
มันเป็นเพียงยามเย็นเมื่อผู้อาวุโสสูงสุดนิกายไป๋ลู่ ไป๋มู่ชุน ในที่สุดก็
ตื่นขึ้นจากอาการสลบของเขา
เขารู้ทันทีว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตนเองและหยุดลมหายใจไว้ในลำคอ เขา
ไม่กล้าที่จะเปิดตา ก่อนอื่นเขาได้พยายามพื้นพลังและเข้าฌานขณะที่ฟัง
ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวไปด้วย
หลังจากยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดแปลกหรือผิดปกติเขาก็ถอนสัมผัสรับรู้
โดยเรื่องราวทั้งหมด เขาคิดว่าตนเพียงมีอาการวิงเวียนศีรษะจากวัยชรา
และเป็นลมธรรมดาเป็นระยะเวลาสั้นๆ
ถ้าไป๋มู่ชุนซื่อสัตย์กับตัวเอง มันก็จะเห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้เลย เขา
เช็ดเหงื่อเย็นไหลที่อาบลงมาหน้าผาก ก่อนหน้านี้และตอนนี้ เขาก็แน่ใจ
ได้ว่าได้มีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงทำให้เขาสลบไปอย่างเงียบๆ แล้วก็จากไป
สำหรับเป้าหมายของผู้เชี่ยวชาญลึกลับนี้เขาย่อมไม่รู้เลย
ถ้าตัวตนเช่นนี้มีความคิดชั่วร้าย ก็สามารถฆ่าเขาได้เหมือนกับการ
ถอนวัชพืชจากพื้นดิน มันคงไม่ใช่เรื่องยากเลย
ไป๋มู่ชุนคิดไม่ออกเลยว่านิกายระดับ 3 เช่นขาจะสามารถเป็นที่สนใจ
เช่นผู้เชี่ยวชาญชั้นสูง เขาไม่มีสิ่งใดแต่แปลกใจ
เขาไม่ได้เผยข่าวที่เกิดขึ้นนี้ สำหรับตัวตนเช่นนั้น สิ่งที่พวกเขา
วางแผนไว้เป็นสิ่งที่เขาไม่มีทางคาดเดาได้
เป็นเวลาหลายวัน ไป๋มู่ชุนอาศัยอยู่อย่างเงียบสงบ นั่งเข้าฌานอย่าง
เงียบๆ ในขณะที่เขาเต็มไปด้วยความระแวดระวังในสภาพแวดล้อมของ
ตน อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยสังเกตเห็นสิ่งใดแปลกๆข้างใต้เลย
เมื่อเป็นเช่นนี้ สองเดือนได้ผ่านไป
ในช่วงที่เขาปิดด่านฝึกตน หลินหมิงได้อายุถึง 22 ปีแล้ว โอสถเทวะ
ผันแปรส่วนใหญ่ได้รับการดูดซึมโดยเขา ตอนนี้ส่วนเหลือเพียงอย่างเดียว
คือส่วนสำคัญสุดท้าย
แกนหลักของโอสถยังเป็นส่วนหนึ่งของโอสถเทวะผันแปรที่มีส่วน
สำคัญมากที่สุด กว่า 6 ส่วนของพลังงานทั้งหมดของโอสถเทวะผันแปรถูก
รวมไว้ภายใน นี่เป็นส่วนสำคัญในการปรับแต่งโอสถเทวะผันแปร
หลินหมิงได้โคจรปราณแท้ของเขาอย่างเงียบๆ กระตุ้นพลังในส่วน
หลัก
คล้ายกับการเพิ่มประกายเพลิงลงในถังน้ำมัน ทั่วทั้งโอสถเทวะผัน
แปรลุกเป็นไหม้อย่างรุนแรง
พลังงานเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา หลินหมิงรู้สึกได้ถึงความรู้สึก
เจ็บปวดที่ไหลผ่านเส้นชีพจรของเขา เขาทำได้เพียงจ้องมองขณะที่พลัง
ภายในร่างจู่ๆก็ทะยานขึ้นราวกับว่าเขาจะแตกออกจากกันได้ทุกเมื่อ
หากนักสู้จะทะลวงจากขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายไปสู่ขั้น
ทำลายชีวิต ก็ทำได้เมื่อปราณแท้ที่สะสมอยู่ในตันเถียนของพวกเขาถึง
ขีดจำกัด จากนั้น มันจะทะลักออกตามธรรมชาติและพลังงานจะไหลออก
จากตันเถียน, พุ่งพล่านผ่านทุกเส้นชีพจร
เส้นชีพจรของนักสู้มีความสามารถน้อยกว่าในการสะสมปราณแท้
เป็นผลให้เส้นชีพจรจะแตกสลายลงอย่างสิ้นเชิงและพลังงานจำนวนมาก
จะระเบิดออก ทำลายร่างกาย แยกเนื้อหนัง ส่งโลหิตให้กระจายออกไป
ทั่วทุกที่!
เส้นชีพจรและเส้นโลหิตจะเป็นอันดับแรก และจากนั้นเนื้อและ
อวัยวะต่างๆ
สุดท้าย สิ่งที่เหลือก็คือโครงกระดูกและสมอง
อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังแห่งกฎที่ไม่อาจรู้ได้ซึ่งควบคุมจักรวาล แม้ว่า
ร่างกายจะพังทลายลงเป็นบ่อกองเนื้อ แต่พลังงานของพวกมันก็จะถูก
หลอมรวมเข้ากับบ่อนี้ และจะถูกผนึกไว้ในพื้นที่ที่มีอยู่ นี่จะเป็นซุปแห่ง
ชีวิตดั้งเดิมที่ดำรงจิตวิญญาณของพวกเขา รักษาสภาพเปลวเพลิงแห่ง
ชีวิตไว้
ซุปแห่งชีวิตดั้งเดิมนี้เป็นเหมือนน้ำคร่ำภายในครรภ์มารดา ในที่สุด
พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีจะเข้ามาและสร้างชีวิตใหม่ ร่างกาย
ใหม่
และในร่างใหม่นี้ เนื่องจากพลังงานที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด
มันจะรวมตัวเป็นกายจิตวิญญาณ
เนื่องจากกระบวนการทั้งหมดของขั้นทำลายชีวิตเกี่ยวข้องกับการมี
ร่างกายที่ถูกสลายไปจนไม่เหลือสิ่งใดนอกจากสมองและโครงกระดูก นี่
อาจเรียกว่าความทุกข์ทรมานเกินกว่าความตาย
นอกจากนี้ นักสู้ต้องรักษาจิตใจอย่างสมบูรณ์ตลอดกระบวนการ
ทั้งหมดนี้เพื่อที่จะใช้พลังของพวกเขาเพื่อสร้างโล่รอบตัว ทำให้เพลิงแห่ง
ชีวิตของพวกเขามั่นคงและก็เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจิตวิญญาณของพวกเขา
ไม่ได้กระจัดกระจายออกไป
ถ้าความคิดของนักสู้หวั่นไหวเพราะความเจ็บปวดและสูญเสียสติไป
เช่นนั้นกรงที่กักขังซุปแห่งชีวิตดั้งเดิมของพวกเขาก็จะหายไป เมื่อการ
กักขังดังกล่าวพังทลายลงแล้ว เช่นนั้นพวกเขาก็จะอยู่ในสภาพที่ยิ่งกว่า
ความตาย!
นี่เป็นเหตุผลที่ว่าการทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตเป็นที่รู้จักดีถึง
อันตรายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักสู้ที่ไม่มีรากฐานที่มั่นคง แม้ว่าจะ
ได้รับการสนับสนุนจากวัสดุระดับสวรรค์หลายอย่างที่อาจเพิ่มโอกาสใน
การประสบความสำเร็จในการทะลวงข้ามขั้นทำลายชีวิตก็ตาม แต่ก็ยัง
เป็นไปได้ที่อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นจนทำให้ตกตายได้โดยทันที ไร้ซึ่งโอกาสใน
การถอนตัว!
ยิ่งไปกว่านั้น ระดับที่สูงขึ้นของขั้นทำลายชีวิต มันก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
ขั้นตอนแล้วขั้นตอนเล่า มันให้ผู้หนึ่งสิ้นหวังได้อย่างแท้จริง!
และขอบเขตขั้นเทพสมุทรยิ่งมากมายยิ่งกว่า สิ่งนี้ทำให้นักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตรู้สึกราวกับว่ากระบี่ที่เย็นยะเยือกจอคอของพวกเขาอยู่เสมอ
ด้วยเหตุนี้ชีวิตของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความกลัวและความกังวลใจ นัก
สู้หลายคนที่ไม่มีรากฐานที่มั่นคงและจะไม่กล้าที่จะข้ามขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 1 เลือกที่จะอยู่ในระดับปัจจุบันของตน ลังเลที่จะตัดสินใจก้าว
ต่อไป
และเวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับนักสู้ หากพวกเขาสูญเสียเวลา
พวกเขาจะมีชีวิตน้อยลงและเปลวเพลิงแห่งชีวิตของพวกเขาจะอ่อนแอ
มากขึ้น และโอกาสที่จะทะลวงระดับต่อไปของขั้นทำลายชีวิตจะยิ่งลดลง
นี่คือเหตุผลที่ชายชราเหลียนสืออวี้และบรรดาชายชราคนอื่นๆถึงได้
หลงใหลในโอสถสวรรค์ประทานชีวิต
นักสู้ขั้นทำลายชีวิตมีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น
พวกเขาสามารถเลือกได้เมื่อเปลวเพลิงแห่งชีวิตของพวกเขายังมี
ชีวิตชีวามากที่สุด เลือกพยายามฟันฝ่าด้วยชีวิตและอาจจะได้รับพลัง
อำนาจที่แข็งแกร่งและชีวิตที่ยาวนานต่อไป
หรือพวกเขาอาจจะใช้ชีวิตสามัญ รอให้เปลวเพลิงแห่งชีวิตหมดไป
ตามอายุไข
ไม่มีทางเลือกที่จะรอจนกว่าชีวิตของพวกเขาจะถึงจุดสิ้นสุดและวาง
การเดิมพันไว้ในรอบสุดท้าย นี่ทำให้นักสู้ขั้นทำลายชีวิตจำนวนมากต้อง
อาศัยอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ใจอันไร้สิ้นสุด
เมื่อเป็นเช่นนี้ อีกหลายวันผ่านไป แกนหลักของโอสถเทวะผันแปร
ภายในตันเถียนของหลินหมิงยังคงหลอมละลาย
หลินหมิงได้ใกล้กับจุดสูงสุดของขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายมาก
ขึ้น และตอนนี้เขาได้ดูดซับโอสถเทวะผันแปรซึ่งสามารถเพิ่มความ
แข็งแกร่งของนักสู้ทำลายชีวิตในระดับสูงได้ พลังในตันเถียนของเขาได้
มาถึงการอิ่มตัวอย่างแท้จริง แม้แต่แก่นแท้หมุนวนหลุมดำของเขาก็ยังไม่
สามารถทนได้อีกต่อไป
คลื่นพลังแห่งความเจ็บปวดแผ่ออกมาจากท้องของหลินหมิง
ปริมาณสูงสุดที่จะรับได้ของพลังงานในตันเถียนของเขาได้มาถึงขีดจำกัด
ของมันแล้ว
หลินหมิงกัดฟัน ยืนหยัดผ่านความเจ็บปวดนี้ หยาดเหงื่อหยดลงบน
หน้าผากของเขาและเส้นโลหิตดำปูดขึ้นเหมือนตัวหนอนคลานไปมา
เมื่อพลังมาถึงขีดสุดแล้ว จู่ๆก็มีเสียงระเบิดดังอยู่ในตันเถียนของเขา
หลินหมิงรู้สึกเหมือนเกิดเสียงฟ้าผ่าในหู ปราณแท้ภายในตันเถียนของเขา
ได้ระเบิดในที่สุดจากแรงบีบอัดสูง
พลังงานที่พลุ่งพล่านอย่างเกรี้ยวกราดปะทะเข้าไปในม่านแห่ง
ตันเถียนของเขา กระแทกลงในร่างกายที่ทนทานของหลินหมิง
ปังง
เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงขึ้น! กำแพงเนื้อฉีกขาดและโลหิต
กระฉูดออกมา เส้นชีพจรทั้งหมดที่อยู่ใกล้กับตันเถียนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
และพลังงานที่ระเบิดก็อ่อนลงเช่นกัน
ฟุบ!
หลินหมิงกระอักโลหิตออกมา โลหิตพุ่งออกมาดังลูกศร พุ่งทะลุก้อน
หินตรงหน้าเขา
ร่างกายของเขาก็เกิดอาการช็อคและทรุดตัวลงกับพื้น ใบหน้าซีดขาว
และตัวสั่น ริมฝีปากเป็นสีม่วงเข้มและมีโลหิตไหลออกมาจากปากของเขา
ตลอดเวลา
ท้องและเสื้อผ้าของเขาฉีกขาด ทั้งตัวอาบไปด้วยโลหิต แต่… ร่างกาย
ของเขายังคงเปลี่ยนแปลงไม่หยุด สภาพร่างกายที่ทนทานของเขาในที่สุด
ก็สามารถกักขังปราณแท้ที่ปะทุขึ้นได้ ความพยายามของหลินหมิงในการ
ข้ามผ่านขั้นทำลายชีวิตล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ขณะที่หลินหมิงเช็ดโลหิตที่ริมฝีปาก เขาก็รู้สึกเจ็บปวดลึกๆภายใน
ช่องท้อง ขณะที่มองเข้าไปในตัวเขา เขาค้นพบว่าพลังโอสถเทวะผันแปรที่
โจมตีตันเถียนของเขาได้ถูกบีบอัดอย่างกระทันหันจนก่อเป็นของแข็ง
หลังจากพ่ายแพ้
เนื่องจากแก่นแท้หมุนวนหลุมดำถึงจุดอิ่มตัวของมัน หมอกที่หลอม
ละลายพลังงานนั้นไม่สามารถยึดกับพื้นผิวของแก่นแท้หมุนวนหลุมดำได้
ดังนั้น มันจึงค่อยๆหลอมรวมและบีบอัดตัวเองจนกลายเป็นเมล็ดผลึก
ขนาดเท่าเม็ดถั่วที่โคจรช้าๆ รอบแก่นแท้หมุนวนหลุมดำหมุนวนไปเรื่อยๆ
อาจกล่าวได้ว่า สองแก่นแท้หมุนวนได้ปรากฏตัวขึ้นภายในตันเถียนข
องหลินหมิง!
“มันเป็นไปได้อย่างไร…”
หลินหมิงตื่นตระหนกอย่างมาก แก่นแท้หมุนวนอันสองนี้มีขนาดเล็ก
กว่าแก่นแท้หมุนวนและพลังงานที่บรรจุภายในก็น้อยกว่า แต่นี่เป็นแก่น
แท้หมุนวนอันที่สองอย่างแท้จริง มันไม่ได้ด้อยไปกว่าแก่นแท้หมุนวนของ
นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้นเลย!
สถานการณ์เช่นนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“มารเจิดจรัส… นี่คือ… ”
“เอ่อ…” มารเจิดจรัสยังคงจ้องมองอย่างไม่กระพริบตาในสภาพตก
ตะลึง แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเป็นการยากสำหรับนักสู้กายผันแปรของที่จะ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต แต่จริงๆแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าระดับความ
ยากลำบากนั้นเป็นอย่างไร สำหรับเหตุบังเอิญใดๆที่อาจเกิดขึ้นได้นี้ เขาก็
ย่อมไม่แน่ใจเกี่ยวกับมัน ไม่ว่าอย่างไร มันก็ยังห่างไกลเกินกว่าร่างบ่ม
เพาะคู่ของนักสู่ในแดนเทวะ
“เจ้าหนู เจ้าทำมันได้ถึงเพียงนี้ นักบุญผู้นี้รู้สึกว่าถ้าเจ้าได้ข้ามผ่านขั้น
ทำลายชีวิตในสักวันหนึ่ง นั่นแน่นอนว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือน
สวรรค์และปฐพี ในตอนนี้ตันเถียนของเจ้าเป็นเช่นเดียวกับถังแป้ง มันมี
พลังงานมากเกินไปที่ควบแน่นอยู่ภายใน แก่นแท้หมุนวนขนาดเล็กนี้ย่อม
ระเบิดออกเมื่อเจ้าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต และมันจะไปรวมกับ
ปราณแท้ที่มีอยู่แล้วในตันเถียนของเจ้า จนกว่าจะไม่สามารถสลายตัวได้
อีกต่อไป!”
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง สิ่งที่มารเจิดจรัสกล่าวมามีความเป็นไปได้สูง
แม้ว่าแก่นแท้หมุนวนขนาดเล็กในตันเถียนของเขาจะช่วยเพิ่มพลังงานได้
แต่มันยังคงอันตรายดั่งระเบิดเวลา ถ้าพลังระเบิดของแก่นแท้หมุนวนทั้ง
สองรวมเข้าด้วยกัน เช่นนั้นพลังที่น่ากลัวที่เกิดขึ้นในเวลานั้นอาจเป็นเรื่อง
ยากที่จะจินตนาการได้
มารเจิดจรัสอยู่นอกทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง เขาเกาคาง
ด้วยอุ้งเท้าเล็กๆ มองไปยังตันเถียนของหลินหมิงด้วยความสนใจ หลังจาก
ที่ขบคิดบางอย่างได้เขากล่าวขึ้นว่า “ยิ่งร่างกายของเจ้าสลายตัวยาก
เพียงใด กายจิตวิญญาณที่จะเกิดขึ้นก็ย่อมดีมากเท่านั้น บางทีเจ้าอาจจะ
มีโอกาสทะลวงไปถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 แต่ พื้นฐานของเรื่องนี้ก็คือ
ถ้าเจ้าสามารถทนต่อผลกระทบอันน่าสะพรึงกลัวจากมันได้เท่านั้น นี่คือ
ราคาที่เจ้าจะต้องจ่าย ถ้าพลังมากเกินไป เจ้าจะไปสู่ความตาย”
สำหรับผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของทวีปนภารินไหลที่จะตกตาย
ในขณะทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 มันย่อมเป็นเรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดในสวรรค์
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขากล่าวว่า “มารเจิดจรัส เราจะไม่
พิจารณาว่าข้าสามารถทนต่อผลกระทบของพลังงานได้หรือไม่ สิ่งที่ข้า
ต้องการรู้ตอนนี้คือข้าจะประสบความสำเร็จทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตได้
อย่างไร? ถ้าการกลืนกินโอสถเทวะผันแปรไม่ได้ผล ข้าควรไปหาวัสดุและ
สมบัติอื่นๆอีกหรือไม่?”
ถึงแม้หลินหมิงจะตัดสินใจเดินบนเส้นทางของการบ่มเพาะคู่ แต่เขา
ก็ยังคงตกตะลึงกับผลลัพธ์ที่ได้ ไม่เพียงแต่กายผันแปรนั้นต้องใช้สมบัติ
ระดับสวรรค์จำนวนมากเพื่อก้าวหน้า โอสถเทวะผันแปรนั้นเพียงพอที่จะ
ยกระดับการบ่มเพาะของนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับสูง แต่มันก็ไม่สามารถ
แม้แต่จะทำให้เขาข้ามขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ได้
มารเจิดจรัสยกอุ้งเท้าของเขาขึ้นด้วยความขุ่นเคือง “ความรู้ของ
นักบุญผู้นี้เรื่องการบ่มเพาะคู่มีอยู่อย่างจำกัด แต่สิ่งที่ข้ารู้คือการอยู่ที่นี่
ต่อไปอีกจะไม่ช่วยให้เจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตได้แน่ มีแต่จะ
เสียเวลาเปล่าๆ สิ่งที่เจ้าต้องทำคือออกไปและหาโชคใหม่หรือสิ่ง
ประหลาดจากบางแห่ง นั่นอาจจะช่วยได้บ้าง”
นักสู้มักเผชิญปัญหาคอขวดระหว่างการบ่มเพาะ เมื่อพวกเขาชนเข้า
กับคอขวดนี้ การปิดด่านจะไม่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ สิ่งที่พวกเขาทำ
ได้คือออกไปผจญภัยทั่วโลกค้นหาเหตุการณ์บังเอิญที่อาจสามารถช่วยให้
พวกเขาประสบความสำเร็จได้
เหตุการณ์บังเอิญเหล่านี้อาจมาได้ในทุกรูปแบบ บางคนอาจเป็นการ
ต่อสู้เป็นตาย การเข้าใจกฎ หรือได้รับแรงบันดาลใจ และแม้มาจากความ
งามของโลก ครั้งหนึ่งมีคนกล่าวอย่างเปิดเผยว่าพวกเขาสามารถรู้แจ้ง
ด้วยตัวเองและสามารถทะลวงการบ่มเพาะได้
ก่อนที่จะไปถึงขั้นทำลายชีวิต หลินหมิงยังไม่เคยเจอกับคอขวดมา
ก่อน
ขั้นปราณต้นฟ้า, ขั้นปราณปลายฟ้า, ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ เขาได้
ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเหล่านี้ทั้งหมดด้วยความพยายามรวดเดียว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอปัญหาคอขวด
ถ้านี่เป็นเหมือนปกติ เช่นนั้นแล้วการออกไปผจญภัยบางอย่างจะไม่
เป็นปัญหา แต่ตอนนี้ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าต้องการพลิกโลกเพื่อ
ค้นหาตัวเขา การออกไปข้างนอกในเวลานี้เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก
“ข้าจะสำเร็จการทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตได้อย่างไร?”
หลินหมิงขมวดคิ้วเข้าหากัน ทักษะกายาผันแปรกลายเป็นอุปสรรค
ต่อการทะลวงระดับของเขา แต่นี่คือราคาของการแสวงหาความแข็งแกร่ง
ที่มากขึ้น – มีทั้งกำไรและขาดทุน ไม่ว่าในกรณีใด เขาต้องทะลวงเข้าสู่ขั้น
ทำลายชีวิตให้ได้โดยเร็ว มิเช่นนั้นสถานการณ์ของเขาจะกลายเป็น
อันตรายมากขึ้นไปอีก