Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 813 ก๊าซอสรพิษทะเล
หมอกสีดำหนาทึบ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างชั้นฟ้าและ
แผ่นดินกลายเป็นโกลาหล
เตาหนึ่งยังคงลอยอยู่ในอากาศและหมุนอย่างช้าๆ ร่องรอยของเปลว
เพลิงจางๆเปล่งออกมาจากผิวของมัน ทำให้หมอกสีดำที่สัมผัสกับมัน
สลายหายไปจนหมด
เตาหลอมจักรวาลเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญและเป็นสมบัติใน
การป้องกันที่น่าอัศจรรย์ แม้ว่าจะมีบทบาทที่จำกัดเมื่อใช้กับสิ่งมีชีวิต แต่
กลับอย่างอื่นมันก็เป็นไพ่ตายช่วยชีวิตที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ได้
“หลินหมิง ข้ารู้ว่านี่คือสิ่งใด…” ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง
เสียงของมารเจิดจรัสสะท้อนออกมา
“หืม?”
“อเวจีปีศาจอมตะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับทะเลแห่งปาฏิหาริย์
นี่ไม่ใช่หมอก แต่เป็นก๊าซอสรพิษทะเล เมื่อปีศาจจักรพรรดิอยู่ที่อเวจี
ปีศาจอมตะ เขาเองก็ได้พบอสรพิษทะเลครั้งหนึ่ง
“ก๊าซอสรพิษทะเล…” หลินหมิงตกใจ เมื่อมองผ่านความทรงจำของ
จักรพรรดิปีศาจเกี่ยวกับ ‘อสรพิษทะเล’ นี้ เขาก็จำได้ว่ามันเป็นสัตว์อสูร
โบราณดุร้ายที่คล้ายกับมังกรวารี มันอาศัยอยู่ในทะเล ดูดซับปราณแท้
ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ และปลดปล่อยหมอกออกมาอย่างต่อเนื่อง
มนุษย์จะเรียกแสงที่หักเหจากพื้นผิวของทะเลว่าเป็น “อสรพิษทะเล
มายา” นี่เป็นเพราะพวกเขาจำได้ว่ามันเป็นภาพมายาที่เกิดจากก๊าซ
อสรพิษทะเล
“ในอีกแง่ หมอกสีดำนี้ถูกปล่อยออกมาจากอสรพิษทะเลตัวเดียว?”
หลินหมิงสูดลมหายใจเย็น หมอกสีดำเต็มท้องฟ้าเป็นก๊าซที่ปล่อยออกมา
จากอสรพิษทะเลตัวเดียว เช่นนั้นแล้วมันมีขนาดใหญ่แค่ไหน?”
มันอาจจะยาวหลายร้อยหรือแม้แต่หลายพันลี้!
อสรพิษทะเลไม่ใช่สัตว์อสูรเทวะ แต่เป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็
ตาม เนื่องจากภูมิภาคต่างๆมีมุมมองที่แตกต่างกัน ความจริงก็คือ สัตว์
อสูรศักดิ์สิทธิ์เป็นแนวคิดทั่วไปเท่านั้น ความแตกต่างระหว่างสัตว์อสูร
ศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังและสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนแอก็เหมือนกับความ
แตกต่างระหว่างก้อนเมฆกับแผ่นดินเบื้องล่าง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องเหล่านี้ มันเป็นเรื่อง
เร่งด่วนสำหรับเขาที่จะลบร่องรอยในร่างกาย มิเช่นนั้นสถานการณ์ของ
เขาจะกลายเป็นอันตรายมากขึ้น
สัญลักษณ์การติดตามถูกทิ้งไว้ให้กับเขาโดยราชทูตปีศาจสูงสุดด้วย
ความช่วยเหลือจากนาวาจิตวิญญาณความเร็วสูง มันมีร่องรอยพลังงาน
แปลกๆอยู่ภายในร่าง การจะเอามันออกจะต้องใช้เวลาสักพัก
ขณะที่เห็นหลินหมิงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกับการลบ
ร่องรอยนี้ มารเจิดจรัสก็กล่าวว่า “อย่ากังวลไปเลยหลินหมิง บึงทมิฬแปด
พันลี้ของทะเลแห่งปาฏิหาริย์นี้มีความคล้ายคลึงกับเขตต้องห้าม 1000 ลี้
ของอเวจีปีศาจอมตะอย่างมาก ทั้งสองเป็นพื้นที่ปิดโดยสนามพลัง ภายใน
และภายนอกสามารถถือว่าเป็นโลกที่แยกจากกัน แม้ว่าซือถูปั๋วหนานจะ
ตามมาทัน เขาก็จะไม่สามารถรับรู้ได้ที่ด้านนอกบึงทมิฬแปดพันลี้
“เจ้าจงใช้เวลานี้เพื่อปรับแต่งก๊าซอสรพิษทะเลชนิดนี้ เมื่ออสรพิษ
ทะเลตัวนี้ดูดซับปราณแท้ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จากนั้นก็จะ
ปล่อยก๊าซนี้ออกมา มันเป็นสิ่งที่มีค่ากว่าหินลมปราณจิตวิญญาณ มันจะ
เป็นประโยชน์อย่างมากในการช่วยให้เจ้าทะลวงระดับ!”
หลินหมิงครุ่นคิดอยู่สักครู่แล้วพยักหน้า เขากล่าวว่า “ข้าจะลบล้าง
ร่องลอยนี้เป็นอันดับแรก ซึ่งไม่ควรจะใช้เวลามากเกินไป ไม่ว่าอย่างไร
ซือถูปั๋วหนานก็ยังคงเป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร – เป็นการยากที่จะคาด
เดาได้ว่าเขาจะมีวิธีใดที่สามารถใช้ได้บ้าง
หลินหมิงจะไม่ประมาทผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร
หลังจากหนึ่งชั่วธูปผ่านไป หลินหมิงก็พยายามลบร่องรอยโดยใช้พลัง
จิตวิญญาณของเขา
……………
“ร่องรอยที่ราชทูตปีศาจสูงสุดทิ้งได้หายตัวไปแล้ว” ห่างออกไปหลาย
สิบลี้ ราชทูตปีศาจสองรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและหัวใจ
ของเขาสลด ถ้าร่องรอยหายไป นั่นหมายความว่าหลินหมิงอาจตกตายไป
แล้ว มันจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิตของเขาถ้าเขาไม่สามารถจับ
หลินหมิงทั้งเป็นได้
“ดูเหมือนเด็กนี่มีชะตาต้องจบสิ้นลงที่นี่ ขนาดเรายังมีปัญหาในการ
ต่อสู้กับประเด็นนี้อยู่แล้ว เช่นนั้นมันก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่เขาจะสามารถ
บรรลุถึงจุดนี้ได้” ไป่หยูอวี้สีหน้ามืดมนในขณะที่นางพบว่าข้อเท็จจริงนี้
ยากที่จะคิดเป็นอย่างอื่นได้ “หึ ถือว่ามันรอดตัวไป มิเช่นนั้น ถ้ามันอยู่ใน
มือของข้าแล้ว เขาก็จะทำให้มันต้องร้องขอความตายให้ได้!”
ไป่หยูอวี้กัดฟันแน่น และในเวลานี้การไหลของพลังงานสีเทาได้
ปะทะกับพวกเขาทั้ง 3 อย่างรุนแรง กระแทกเข้าไปในปราณแท้ปกป้อง
ร่าง
ปัง!
อีกลูกกระแทกเข้ามา ม่านพลังเกิดการสั่นสะเทือนอย่างฉับพลัน
แทบจะระเบิดออก ราชทูตปีศาจสามและสี่สำลักโลหิตออกมาในเวลา
เดียวกัน ใบหน้าของพวกเขาซีดลง
ไป่หยูอวี้พบว่าตัวเองหายใจลำบาก นางกำหมัดและเล็บจิกลงลึก
ปัง! ปัง! ปัง!
การไหลของพลังงานเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เกิดการกระแทก
ของพลังงาน มันจะทำให้ม่านพลังสั่นสะเทือนเช่นเปลวเพลิงของเทียนที่
สะบัดไปในสายลม สีหน้าของไป่หยูอวี้เปลี่ยนไป หมอกสีดำนี้คือสิ่งใดกัน
แน่?
ปัง!
หลอดโลหิตทั้งหมดบนมือขวาของราชทูตปีศาจสามแทบฉีกขาด
ปราณแท้ปกป้องร่างในพื้นที่นั้นก็สูญเสียส่วนหนึ่งของการสนับสนุน เกิด
รอยแตกปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของมัน หมอกสีดำเริ่มซึมเข้ามาภายใน
“อ๊ากกก!”
ราชทูตปีศาจสามร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ขณะที่แขนขวาสัมผัส
กับหมอกสีดำมันก็ละลายหายไปทันที เหลือเพียงกระดูกสีขาวโพลน!
“บัดซบเอ้ย!”
ไป่หยูอวี้โกรธอย่างมากจนดวงตาของนางปูดออกมา โดยไม่สนใจว่า
นางสูญเสียปราณแท้ไปมากเพียงใด นางพ่นปราณโลหิตใส่ม่านพลังจึง
สามารถรักษาเสถียรภาพของมันไว้ได้ สำหรับหมอกสีดำที่ซึมเข้ามา
ภายในกำแพงนั้นมันก็ถูกลบล้างออกด้วยปราณโลหิตของนางด้วย
“ข้าผลาญปราณแท้ไปกว่า 70% แล้ว!”
หน้าผากของราชทูตปีศาจสองมีเหงื่อเท่าลูกปัดหยดลงมา ราชทูต
ปีศาจสามและสี่ก็มาถึงขีดจำกัดอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะราชทูตปีศาจ
สาม แขนขวาของเขาได้กลายเป็นกระดูก และเขาเกือบหมดสติ
“เอาปราณโลหิตของเจ้าออกมาใช้!”
ไป่หยูอวี้กล่าวออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในเวลานี้ นางไม่สามารถสนใจ
เกี่ยวกับการสูญเสียปราณโลหิตอีกแล้ว การรอดตายผ่านหมอกสีดำนี้เป็น
ความสำคัญสูงสุด!
เพื่อดึงปราณโลหิตมาใช้มากขึ้นอาจส่งผลโดยตรงต่อพลังชีวิตของผู้
หนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม นางไม่สนใจเรื่องเช่นนี้อีกแล้ว!
…
ซู่ว ซู่วว ซู่ว!
หลินหมิงเฝ้าดูเปลวเพลิงของเตาหลอมจักรวาลเริ่มละลายกระแส
พลังงานจากอสรพิษทะเลขณะที่พุ่งเข้ามาปะทะกับมัน ก๊าซอสรพิษทะเล
นี้แข็งแกร่งมากจนสามารถเจาะผนังเปลวเพลิงได้
อย่างไรก็ตาม เตาหลอมจักรวาลทนทานอย่างมากและมี
ความสามารถในการงอกใหม่ได้ แม้เปลวเพลิงส่วนหนึ่งจะสลายไป แต่อัน
ใหม่ก็เข้ามาแทนที่ กลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว
สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะการบ่มเพาะหลินหมิงของต่ำ
เกินไปและเขาไม่สามารถเทปราณแท้ลงในเตาหลอมจักรวาลได้ มิเช่นนั้น
ถ้าผู้ทรงพลังที่แท้จริงควบคุมสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญนี้มันก็คงจะไม่
เกิดขึ้น
ในเวลานี้หลินหมิงได้พึ่งพาเตาหลอมจักรวาลทั้งหมดเพื่อต่อต้าน
แก๊สอสรพิษทะเล
“นี่เป็นเพียงอสรพิษทะเลมังกรที่อยู่เพียงขอบทะเลแห่งปาฏิหาริย์
แต่ก๊าซที่มันได้รับการพ่นออกโดยไม่ตั้งใจก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้าต้อง
ทนทุกข์ทรมานในระดับนี้ได้ มันยังจะมีสิ่งใดอีกบ้างหากเข้าไปลึกในทะเล
แห่งปาฏิหาริย์?”
หลินหมิงถอนหายใจด้วยอารมณ์ มันมีความเป็นไปได้สูงว่ามีสัตว์
อสูรเทวะอยู่ภายในทั้งทะเลแห่งปาฏิหาริย์และอเวจีปีศาจอมตะ สัตว์อสูร
เทวะเป็นตัวตนที่หาได้ยากและไม่มีใครเทียบกระทั่งในแดนเทวะ ดังนั้น
เหตุใดพวกเขาถึงได้ปรากฏตัวขึ้นในดินแดนที่ไม่มีนัยสำคัญเช่นทวีปนภา
รินไหลและทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ด้วยเล่า?
นอกจากนี้ยังมีข้อเท็จจริงที่ว่าหัวใจของมหาจักรพรรดิซึ่งไม่เคยหยุด
เต้นมานานกว่า 100,000 ปีมันเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างแท้จริง
หลินหมิงส่ายหัว ไม่ขบคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ยังห่างเกินความเข้าใจอีก
ต่อไป เขาปล่อยให้ก๊าซอสรพิษทะเลบางส่วนเข้ามาอย่างระมัดระวัง เขา
เริ่มกลั่นมันตามวิธีการของมารเจิดจรัส จนกระทั่งกลายเป็นเพียงแค่สาม
ผลึกสีดำมันวาว มันเป็นผลึกอสรพิษทะเล
ในเวลานี้ พลังงานหมอกสีดำที่เคยโจมตีเตาหลอมจักรวาลได้เริ่ม
อ่อนแอลงแล้ว ก๊าซอสรพิษทะเลเริ่มสลายไป
……………
“ในที่สุด… เราทำสำเร็จแล้ว!”
ก๊าซอสรพิษทะเลหายไปเร็วเหมือนที่มันโผล่มา จากจุดที่ก๊าซอสรพิษ
ทะเลเริ่มจางหายไปมันใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจก่อนที่จะหายไปอย่าง
สมบูรณ์
ร่างกายของไป่หยูอวี้เต็มไปด้วยเหงื่อ นางผลาญปราณแท้ไปอย่าง
ต่อเนื่องจนทำให้ดูแก่ลงไปอีก ทางด้านของนาง ราชทูตปีศาจสองก็มิ
ต่างกันนัก เขาผลาญปราณโลหิตถึง 2 ครั้ง มันทำให้จิตใจของเขาตกอยู่
ในภาวะที่หนักอึ้งและใบหน้าของเขาก็บวม
คนที่เลวร้ายที่สุดคือ ราชทูตปีศาจสาม เขาสูญเสียมือขวาและหมด
สติไปแล้ว
ไป่หยูอวี้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเห็นเมฆดำจางๆ พวกมันราวกับว่า
หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ และมีแสงสายฟ้าสาดประกายอยู่ภายใน ตามเวลาที่
ผ่านไปนี้ มันควรเป็นประมาณรุ่งอรุณแล้ว อย่างไรก็ตาม พื้นที่บึงทมิฬ
แปดพันลี้ไม่มีแสงแดดแม้แต่น้อย ถ้าไม่ใช่เพราะสายฟ้าสาดประกายเป็น
ระยะๆบนท้องฟ้าแล้วละก็ นางก็คงไม่ได้เห็นแม้แต่นิ้วของตัวเองตรงหน้า
ได้เลย
ในสถานที่ดังกล่าว แม้แต่เพลิงแห่งชีวิตก็ยังถูกยับยั้ง
“บัดซบยิ่ง!” ใบหน้าของไป่หยูอวี้กลายเป็นน่าเกลียดสุดขีด ตอนแรก
นางเหลืออายุขัย 400-500 ปี แต่หลังจากมาทที่นี่ในวันนี้ นางกลัวว่านาง
จะเหลืออายุขัยอยู่เพียงแค่ 300 ปี
แต่ถ้านางสามารถนำเกราะจักรพรรดิปีศาจและมรดกของจักรพรรดิ
ปีศาจกลับไปได้ นางก็ควรจะได้รับโอสถเพื่อยืดอายุขัยที่มีค่ามากโอสถ
สวรรค์ประทานชีวิต ในเวลานั้น นางจะสามารถชดเชยความเสียหาย
ทั้งหมดนี้ได้ทันที
ขณะที่ไป่หยูอวี้คิดได้เช่นนี้นางก็กล่าวขึ้นว่า “ข้าคาดว่ามันคงไม่มี
แม้แต่เศษขี้เถ้าของเจ้าตัวบัดซับนั่นเหลืออยู่ เราจะไปนำเกราะจักรพรรดิ
ปีศาจกลับมา นั่นเป็นมรดกอันศักดิ์สิทธิ์และไม่ควรจะถูกละลายด้วย
หมอกสีดำนั่นได้ แผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ก็น่าจะไม่
เป็นอันใดเช่นกัน มันควรจะอยู่ในสภาพดีถ้ามันมีอยู่จริง”
ไป่หยูอวี้กลืนโอสถฟื้นฟูปราณแท้ลงไป ราชทูตปีศาจสองเองก็กลืน
กินโอสถบางอย่างและคว้าราชทูตปีศาจสามที่สลบอยู่ไปด้วย พวกเขาพุ่ง
ไปยังตำแหน่งสุดท้ายของร่องลอยที่เคยอยู่
พวกเขาเข้าใกล้กับหลินหมิงแล้ว ในเวลานี้ หมอกข้างหน้าหายไป
มากแล้ว พวกเขาสามารถเห็นข้างหน้าได้ 7-8 ลี้ และในที่สุด พวกเขาก็
เห็นหลินหมิงในชุดสีดำลอยอยู่ในอากาศ ทุกอย่างดูสมบูรณ์ดี ด้านข้าง
เขา เตาสีทองขนาดเล็กกำลังหมุนอยู่กลางอากาศ
ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาต้องตะลึง หวาดกลัว ผวา และอารมณ์อื่นๆ
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วบนใบหน้าของพวกเขา
หลินหมิงอยู่ด้านหน้าของพวกเขาโดยไม่มีบาดแผลแม้เพียงเล็กน้อย
บนร่างของเขา! ไม่เพียง แต่เขาจะไม่ได้ใช้ปราณแท้ใดๆ เขายังก็ดูเหมือน
อยู่ในสภาพสูงสุดอีกด้วย!
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?
เมื่อทั้ง 4 คนเห็นหลินหมิง หลินหมิงเองก็เห็นพวกเขา เขารีบเก็บ
เตาหลอมจักรวาลที่ยังคงกลั่นแก๊สอสรพิษทะเลอยู่ ในระยะห่างเช่นนี้
และด้วยความเร่งรีบ หลินหมิงจึงไม่กังวลว่าพวกเขาจะได้รู้ว่าเตาหลอม
จักรวาลเป็นสมบัติระดับใด
“พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่… 100อันดับแรกของประกาศิตชะตาฟ้านั้นน่า
ทึ่งอย่างแท้จริง”
ในแก๊สอสรพิษทะเล แม้แต่เตาหลอมจักรวาลก็ยังมีบางรูที่เกิดจาก
การปะทะเลย แต่คนเหล่านี้กลับสามารถมีชีวิตอยู่ได้
“ไปจับมัน!”
ไป่หยูอวี้ตะโกนอย่างรุนแรง ในเวลานี้ นางไม่อาจมัวแต่สงสัยได้ว่า
เหตุใดหลินหมิงจึงยังไม่ตาย สิ่งที่สำคัญคือการจับเขา!
เป็นไปได้ว่าหลินหมิงมีสมบัติล้ำค่าบางอย่างในร่างที่ไกลเกินกว่า
จินตนาการของพวกเขา ดูเหมือนว่ามีสมบัติอันล้ำค่ามากมายบนร่างกาย
ของเขา สิ่งนี้ทำให้ไป่หยูอวี้ต้องการที่จะจับหลินหมิงทั้งที่มีชีวิตมากขึ้น
เพื่อที่นางจะสามารถทรมานเอาความลับทั้งหมดมา
กรงเล็บกระดูกอเวจี!
ไป่หยูอวี้ตะโกนดังขึ้น เหยียดกรงเล็บของนางออกไปยังหลินหมิง
รวบรวมพลังงานโจมตีถึงขีดสุด แสงสีม่วงเข้มระเบิดออกจากร่างทั้งร่าง
ของนางขณะที่ร่างเงาปีศาจน่าหวาดกลัวปรากฏขึ้นเหนือมือขวาที่เหี่ยว
แห้งของนาง ร่างเงาปีศาจเปิดปากขึ้น เผยให้เห็นกรงเล็บของนางภายใน
แม้ว่าไป่หยูอวี้จะผลาญพลังงานไปอย่างมากและยังได้รับบาดเจ็บต่อ
แหล่งพลังงานชีวิต แต่นางยังคงติด 50 อันดับแรกของประกาศิตชะตาฟ้า
เมื่อกรงเล็บนี้พุ่งออกมา มันก็กลายเป็นแรงดูดที่แข็งแกร่งในมิติ ทำให้
พลังงานในบริเวณใกล้เคียงหมุนเป็นกระแสวังวน มันดูเหมือนว่ามันจะ
กลืนกินทุกอย่างในเส้นทางของมันที่ผ่านไป