Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 819 กระบี่เงินขาวและมูลฐานอัสนี
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 819 กระบี่เงินขาวและมูลฐานอัสนี
หลินหมิงไม่กล้าก้าวเข้าสู่ระยะ 100 ลี้ของเขตแดนสายฟ้า เขาเพียง
ปลดปล่อยสัมผัสรับรู้ออกไปตรวจสอบพื้นที่ เขาค้นพบว่าสนามพลังใน
ระยะ 100 ลี้ถูกบิดไปถึงจุดที่ฉีกขาดโดยมีรอยแตกมิติขนาดใหญ่และ
ขนาดเล็กไปทั่วพื้นที่ หากนักสู้ขั้นทำลายชีวิตทั่วไปเข้ามาที่นี่ เช่นนั้นก็ลืม
พลังจากบอลสายฟ้าที่น่ากลัวอย่างเงียบๆไปได้เลย แค่เฉพาะรอยแตก
ของมิติเหล่านี้ก็เป็นอันตรายถึงชีวิตแล้ว
หลินหมิงบังคับสัมผัสรับรู้ของเขาเพื่อหลีกเลี่ยงบอลสายฟ้า ถ้าสัมผัส
รับรู้บังเอิญสัมผัสพวกมัน เช่นนั้นก็จะถูกเผาไหม้สลายไป
ในขณะที่สัมผัสรับรู้เข้าไปลึก มันก็เกิดเรื่องที่น่าตกตะลึงขึ้น เขา
ค้นพบว่า 100 ลี้บนท้องฟ้าของเขตแดนสายฟ้ามีเกาะที่ลอยอยู่ในอากาศ
เกาะเหล่านี้มีความกว้างเพียงไม่กี่ลี้ และดูเหมือนสวรรค์อมตะที่โผล่
ออกมาจากเทพนิยาย
มีเกาะลอยอยู่เหนือเขตแดนสายฟ้าเช่นนั้นหรือ? พวกมันลอยขึ้นไป
ในอากาศได้อย่างไร?
หลินหมิงตกตะลึงอย่างมาก กฎของที่นี่เกินขอบเขตความเข้าใจของ
เขาไปแล้ว
จากนั้น ในขณะที่เขาใช้สัมผัสรับรู้ของเขาตรวจสอบเกาะ เขาก็
ค้นพบถึงสิ่งที่น่าตกตะลึงอื่นๆ ด้านบนของเกาะเหล่านี้มี… ต้นไม้!
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มีไม่มาก มันยากที่จะหาแม้แต่ต้นเดียวบน
เกาะลอยฟ้า แต่พวกมันอยู่อย่างปลอดภัยภายในบอลสายฟ้าที่ลอยอยู่
และแม้แต่ดูดซับพลังของบอลสายฟ้าด้วย
มีต้นไม้จิตวิญญาณที่เติบโตในเขตแดนสายฟ้า 100 ลี้!
หลินหมิงกลืนน้ำลาย เขาเคยเก็บไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงจากหุบ
เขาฟ้าฟาด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับต้นไม้แห่งวิญญาณเหล่านี้แล้ว ความ
แตกต่างไม่สามารถแม้แต่จะอธิบายด้วยว่าราวกับเมฆและโคลนตม!
ต้นไม้จิตวิญญาณเหล่านี้มีอายุกี่ปีกันแน่? ถ้าเขาตัดหนึ่งในเหล่านี้มา
มันจะเป็นวัสดุสวรรค์ระดับใดกัน?
“หลินหมิง สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นต้นไม้เทพเจ้าแม่เหล็ก!”
“หืม?”
“เฮ้ อย่ามองข้าเช่นนี้ ข้าแค่คาดเดาเท่านั้น ข้าจะมีโอกาสได้เห็น
อะไรบางอย่างเช่นนี้ได้ที่ไหน? ข้าได้ยินคำอธิบายมาเท่านั้น ภายในแดน
เทวะ มีเพียงนิกายใหญ่ที่จะมีบางอย่างเช่นนี้ ข้าไม่รู้จริงๆว่าเหตุใดพวก
มันจึงมาเติบโตในเขตแดนสายฟ้าของทะเลแห่งปาฏิหาริย์” มารเจิดจรัส
สับสน ทะเลแห่งปาฏิหาริย์เป็นดินแดนลึกลับที่ไม่ควรอยู่ในทวีปนภาริน
ไหล
หลินหมิงระงับความคิดในการพยายามมุ่งหน้าตัดต้นไม้เหล่านี้ ไม่
ต้องกล่าวถึงบอลสายฟ้าที่ลอยอยู่ แค่ต้นไม้เทพเจ้าแม่เหล็กมันก็อันตราย
เป็นอย่างมากแล้ว พวกมันมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวของสายฟ้าภายในตัว
หากการบ่มเพาะของเขาไม่เพียงพอแล้ว เขาก็เกรงว่าตนเองคงจะ
กลายเป็นเถ้าถ่านเพียงไม่กี่รังสีแสงจากต้นไม้เทพเจ้าแม่เหล็กที่
ปลดปล่อยออกมา
ยิ่งไปกว่านั้น ต้นไม้เทพเจ้าแม่เหล็กหาได้ยากแม้ในแดนเทวะ มันก็
ย่อมไม่อาจที่จะตัดเอามาได้ง่ายๆ
“เมื่อข้าไปถึงขั้นเทพสมุทร ข้าจะมาดูอีกครั้งว่าข้ามีโอกาสหรือไม่ ถ้า
แม้กระทั่งขั้นเทพสมุทรยังไม่เพียงพอแล้ว ข้าจะรอจนกว่าการบ่มเพาะ
ของข้าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากก้าวขึ้นสู่แดนเทวะแล้ว เช่นนั้นข้า
จะกลับมาตรวจสอบมันอีกครั้ง!”
ไม่ว่าอย่างไร แดนเร้นลับเขตแดนสายฟ้าก็คงจะไม่หายไป หลินหมิง
เชื่อว่าผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรของทวีปนภารินไหลคงไม่มาที่นี่
ในขณะที่หลินหมิงจมอยู่ในความคิด เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องเสียงดัง
ราวกับสัตว์ป่าตัวหนึ่งกำลังคำราม
“อืม? สิ่งมีชีวิตเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก สิ่งที่สามารถอยู่รอดได้ในเขต
แดนสายฟ้าระยะ 90 ลี้ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวอย่างแน่นอน เหตุผล
เดียวที่ทำให้เขาสามารถยืนอยู่ที่นี่ได้เพราะเขาพึ่งพาต้นอ่อนเทพทรราช
หากสิ่งอื่นๆยืนอยู่ที่นี่โดยอาศัยเพียงพลังอย่างเดียวแล้ว มันก็น่าจะมี
ความแข็งแกร่งถึงขั้นเทพสมุทร!
หลินหมิงตกตะลึง เขาสัมผัสแหวนมิติและยับยั้งพลังงานทั้งหมด
ภายในร่าง สังเกตอย่างรอบคอบในสภาพแวดล้อมตัวของเขา!
“ไม่ถูกต้อง มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต… นั่นคือ… จิตวิญญาณสายฟ้า?”
หลินหมิงรู้สึกสะพรึงกลัว ห่างออกไปหนึ่งพันก้าว เขามองเห็น
ราชสีห์ม่วงตัวเล็กๆที่มีความยาวเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น เขารู้สึกได้ถึงพลัง
อันบริสุทธิ์ของสายฟ้าที่ไหลออกจากร่างกายของมัน ยิ่งกว่านั้น นอกจาก
พลังของสายฟ้า มันก็ไม่มีสัญญาณของพลังงานอื่นๆ นี่เป็นสัญญาณบ่ง
บอกอย่างชัดเจนว่ามีเพียงจิตวิญญาณสายฟ้าเท่านั้น
แต่มองไปยังรูปลักษณ์ของราชสีห์เล็กๆนี้ มันดูเหมือนจริงอย่างมาก
เส้นขนชัดเจนและมั่นคงราวกับว่ามันไม่มีอะไรแตกต่างจากราชสีห์
ธรรมดาเลย นี่เป็นจิตวิญญาณสายฟ้าจริงหรือ? เห็นได้ชัดว่าเป็นราชสีห์
ธรรมดา
“นี่มัน…”
“หลินหมิง!!! นั่นคือมูลฐานอัสนี!!” เสียงของมารเจิดจรัสกระหน่ำ
ออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว
“เช่นนี้เอง!”
ม่านตาของหลินหมิงหดลง เหนือปราณอัคคีคือมูลฐานอัคคี และ
เหนือจิตวิญญาณสายฟ้าคือมูลฐานอัสนี
มูลฐานอัสนี – ต้นกำเนิดของสายฟ้า แม้กระทั่งมูลฐานอัสนีที่
อ่อนแอที่สุดก็ยังน่ากลัวยิ่งกว่าจิตวิญญาณสายฟ้าต่างๆอย่างน้อย 10
เท่า!
ในปัจจุบัน ต้นอ่อนเทพทรราชในร่างกายของหลินหมิงสามารถ
ต้านทานพลังของจิตวิญญาณสายฟ้าระดับสวรรค์ได้ แต่เผชิญหน้ากับมูล
ฐานอัสนีมันก็ไม่มีความสามารถในการต่อต้าน
จิตวิญญาณสายฟ้าระดับสวรรค์ก็ยังมีสติปัญญาแล้ว และมูลฐาน
อัสนีก็ย่อมเหนือยิ่งกว่าตามธรรมชาติ นอกจากนี้ นี่ยังเป็นเขตแดนสายฟ้า
ระยะ 90 ลี้ มูลฐานอัสนีนี้สามารถดึงพลังอันไร้สิ้นสุดของสายฟ้าที่นี่ได้
หลินหมิงไม่ได้เชื่อว่าเขาจะมีโอกาสชนะมันแม้แต่น้อย
จิตใจของหลินหมิงได้จดจ่ออยู่กับต้นอ่อนเทพทรราชขณะที่สัมผัสกับ
แหวนมิติของเขา ต่อหน้าราชสีห์ที่สง่างามนี้ เขาได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่
อันตรายอย่างยิ่ง หากมูลฐานอัสนีนี้มีความคิดที่จะกลืนกินเขาแล้ว
เช่นนั้นเขาก็ทำได้เพียงต่อสู้ครั้งสุดท้ายเป็นตายกับมันเท่านั้น
โฮกกกกกก….
ราชสีห์ม่วงส่งเสียงคำราม ดวงตาสีอำพันของมันสาดประกายด้วย
ความกลัว
หลินหมิงตกตะลึง ราชสีห์ม่วงนี้กลัวต้นอ่อนเทพทรราชเช่นนั้นหรือ?
หืม? ไม่!
หลินหมิงค้นพบว่าไกลออกไปจากเขตแดนสายฟ้า ซึ่งห่างจากราชสีห์
ม่วงเพียงไม่กี่ร้อยก้าว มันยังมีมวลสีม่วงที่เต็มไปด้วยพลังบริสุทธิ์ ขณะที่
เขามองอย่างระมัดระวังมากขึ้น เขาจะได้เห็นว่ามันเป็นกระบี่
เป็นกระบี่ยาว 4 ก้าว คมมีดส่องประกายแสงเย็นยะเยือก มีรัศมี
สายฟ้าแผ่กระจายไปทั่วกระบี่ มันส่งเสียงอย่างไร้สิ้นสุด
มันมีกระบี่ในเขตแดนสายฟ้าระยะ 90 ลี้นี้ได้อย่างไร!?!?
แม้ว่ากระบี่จะอยู่ห่างไกล และยังมีพลังสายฟ้าที่น่าอัศจรรย์อยู่
เบื้องหลัง หลินหมิงทำได้เพียงตัดสินระดับของกระบี่เล่มนี้ และพบว่ามัน
สูงมากอย่างไม่น่าเชื่อ! มันอาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ!
หลินหมิงรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างมาก กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นี้ย่อม
ไม่น่าจะถูกสุ่มทิ้งในเขตแดนสายฟ้า เป็นไปได้ว่ามีผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพ
สมุทรบางคนเข้าสู่เขตแดนสายฟ้าและตกตายที่นี่ กระบี่ของเขาจึงถูกทิ้ง
ไว้เบื้องหลังหรือไม่?
ขณะที่หลินหมิงเต็มไปด้วยความคิดเหล่านี้ สัมผัสรับรู้ของเขากวาด
ผ่านด้ามกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเขาก็ต้องตกตะลึง!
ด้านบนของด้ามกระบี่ได้สลักไว้อย่างชัดเจนของรูปแบบโบราณและ
ลึกลับ ราวกับว่ามันเป็นรูปสลักวิหค และรูปสลักลึกลับนี้ก็เหมือนกับจี้
หยกของเทพธิดาจาก อเวจีปีศาจอมตะตลอดจนเหมือนของหญิงสาวจาก
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ!
นี่เป็น… กระบี่ที่ถูกทิ้งไว้โดยเทพธิดาผู้นั้น?
ไม่…
หลินหมิงส่ายหัว เทพธิดาได้หลับลึกอยู่ในอเวจีปีศาจอมตะ นางถูก
ฝังอยู่ห่างไกลหลายพันล้านลี้จากที่นี่ ไม่ใช่แค่นั้น แต่นางก็ถูกฝังไว้พร้อม
กับอาวุธของนาง และเป็นหอก มันน่าเสียดายที่หอกได้รับความเสียหาย
จนสูญเสียพลังงานทั้งหมดของมัน
เนื่องจากความคมชัดจากหญิงสาวผู้อ่อนเยาว์ตลอดจนหอกที่ยิ่งใหญ่
มันจึงทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งต่อหลินหมิง เนื่องจากอาวุธ
ของเทพธิดาเป็นหอก กระบี่เล่มนี้จึงไม่น่าจะเป็นของนาง
เมื่อดวงตาของเขากวาดลงมาด้านล่าง หลินหมิงพบว่ามีคำสองคำที่
เขียนลงบนด้ามกระบี่ คำเหล่านี้เขียนขึ้นเป็นภาษาของแดนเทวะ “เงิน
ขาว”
กระบี่เงินขาว?
หลินหมิงรู้ว่ากระบี่เล่มนี้น่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ แม้ว่า
เขาจะไม่สามารถจำแนกระดับได้อย่างชัดเจน แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่า
ค่าของมันไม่น้อยกว่าเตาหลอมจักรวาล
หลินหมิงเฝ้ามองการเผชิญหน้าระหว่างกระบี่เงินขาวและราชสีห์
ม่วง
ในขณะที่เขาจำได้ว่าราชสีห์ม่วงเกิดความกลัว มันเป็นไปได้หรือไม่
ว่ามันกลัวกระบี่เล่มนี้?
สำหรับกระบี่ที่สามารถข่มขู่มูลฐานอัสนีได้นั้น เป็นเรื่องที่แปลก
ประหลาดอย่างเหลือเชื่อ
ร่างกายมนุษย์อาจถูกเผาได้ด้วยเพลิงหรือสายฟ้า แต่กระบี่ไม่เป็น
เช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ถ้ากระบี่ได้รับสติปัญญาแล้ว เช่นนั้นมันก็อาจจะ
ต้องมีจิตวิญญาณกระบี่หรือจิตวิญญาณต่อสู้ที่ผสานอยู่กับมัน แต่สิ่ง
เหล่านี้อาจถูกลบได้โดยมูลฐานอัสนี!
กระบี่เงินขาวมีสติปัญญาอย่างแน่นอน แต่มูลฐานอัสนีเห็นได้ชัดว่า
ไม่สามารถทำอะไรกับกระบี่ได้
หลังจากการเผชิญหน้าครั้งนี้ดำเนินต่อไปได้เพียงครึ่งชั่วธูป ราชสีห์
ม่วงก็เริ่มถอนตัว มันหันไปหาหลินหมิงและจ้องเขม็งไปยังเขาก่อนที่จะ
บินหนีไป มันเป็นการยากที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูสองตัวในเวลาเดียวกัน
และหลินหมิงยังมีพลังพิเศษบางอย่างในร่างที่ราชสีห์ม่วงหวาดกลัว
เช่นกัน
กระบี่เงินขาวไม่ไล่ล่าราชสีห์ม่วงและหลินหมิงก็จะไม่ไล่ตามราชสีห์
ม่วงไปเช่นกัน แม้ว่าเขาต้องการที่จะปราบมูลฐานอัสนีนี้ แต่เขารู้ว่าด้วย
แข็งแกร่งในปัจจุบันของเขามันเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้แม้แต่กับมูลฐานอัสนี
ที่อ่อนแอที่สุด
ดังนั้น หลินหมิงและกระบี่เงินขาวจึงถูกทิ้งไว้ด้วยกัน เผชิญหน้าเข้า
หากัน หลินหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเข้าใกล้กระบี่เงินขาวอย่าง
ระมัดระวัง กระบี่เล่มนี้เริ่มเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารขณะที่ส่งคำ
เตือนอย่างชัดเจนไปยังหลินหมิง
การตอบสนองเช่นนี้อยู่ในความคาดหวังของหลินหมิง เขาเอาจี้หยก
สีฟ้าออกมาและสวมมัน นี่คือจี้หยกของเทพธิดาผู้นั้น
กระบี่มีจิตใจของตัวเอง ในทันทีมันได้รับการยอมรับพลังงานจากจี้
หยกนี้
มันสั่นอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พลิกกลับพุ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม
หลินหมิงได้พุ่งตามโดยไม่ลังเล ในการสื่อสารกันในช่วงเวลาสั้นๆเขา
รู้สึกว่ามีเจตจำนงของนักสู้ที่น่าสะพรึงกลัวผสานอยู่กับกระบี่ เจตจำนง
แห่งนักสู้นี้ได้ผสานเข้าด้วยกันกับจิตวิญญาณแห่งกระบี่ ทำให้มันสามารถ
สัมผัสกับวิถีแห่งอมตะ ราวกับว่ามันจะไม่เคยเกิดสนิมหรืออ่อนลงเมื่อ
เวลาผ่านไป
กระบี่บินไปไกลหลายสิบลี้ ผ่านสายฟ้าอันไร้สิ้นสุด
หลินหมิงใช้ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม ไม่กล้าที่จะช้าแม้เพียงก้าว
เดียว โชคดีที่เขาเพิ่งจะเสริมร่างกายด้วยสายฟ้า มิเช่นนั้น ถ้าเขาพยายาม
ที่จะบินเร็วขึ้นในเขตแดนสายฟ้าระยะ 90 ลี้นี้ เขาก็จะกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลังจากหลายสิบลมหายใจผ่านไป เกาะลอยฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่
ด้านหน้าของหลินหมิง มันก็คล้ายกับเกาะที่มีต้นไม้เทพเจ้าแม่เหล็กที่เขา
เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ ยกเว้นว่ามันลอยอยู่ในบริเวณเขตแดนสายฟ้า
ระยะ 90 ลี้และไม่ใช่พื้นที่ระยะ 100 ลี้
เกาะถูกปกคลุมไปด้วยสนามพลังบิดเบี้ยวเช่นเปลือกไข่บางๆปกป้อง
ทั้งเกาะ มันมีเนินเขาที่สูง 1,000 ก้าวที่ปลายสุดของเกาะ
กระบี่เงินขาวสามารถทะลวงเข้าไปในสนามพลังและบินไปยังถ้ำบน
เนินเขาได้อย่างง่ายดาย
หลินหมิงตามหลังไปติดๆ เขาเอาหอกออกมาและถ่ายเทพลังของ
สายฟ้าลงไป หอกของเขาทะลุผ่านสนามพลังและเขาบินไปยังถ้ำบนเนิน
เขาเช่นกัน
เมื่อหลินหมิงเข้ามาในถ้ำ เขาก็รู้สึกถึงบรรยากาศอันยิ่งใหญ่และ
สูงส่งถูกพัดออกมาจากข้างใน ราวกับว่าจักรพรรดิไร้เปรียบได้อาศัยอยู่ที่
นั่น
‘นี่คือถ้ำคฤหาสน์ของผู้ทรงพลังไร้เปรียบหรือ?’ ความคิดนี้แล่นผ่าน
จิตใจของหลินหมิง ด้วยความเคารพอย่างมากในหัวใจ เขาค่อยๆก้าวเข้า
ไปในถ้ำ
ถ้ำนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกของความเก่าแก่ ราวกับว่ามันผ่านห้วง
เวลามาเนินนานอย่างมาก
เพียงไม่กี่ย่างก้าว หลินหมิงก็ค้นพบว่ามีแผ่นหินโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน
ตัวอักษรที่แกะสลักเป็นภาษาของแดนเทวะ ตัวอักษรสีเงินที่ประณีตมี
เจตจำนงแห่งกระบี่ที่เฉียบคม ทำให้หัวใจต้องสั่นไหว
‘ด้วยกระบี่ในมือ, ข้าท้าทายจักรวาล, ข้าท้าทายวัฏสงสาร ถ้าชะตา
กรรมไม่สามารถรองรับตระกูลของข้าได้แล้ว ข้าจะทำลายห่วงแห่ง
โชคชะตา ถ้าสวรรค์จะไม่อำนวยประโยชน์แก่ตระกูลของข้าแล้ว ข้าก็จะ
ไปสวรรค์และทำลายตัวตนอมตะทั้งหมด!’
วลีสั้นๆเหล่านี้เพียงไม่กี่สิบคำ มันเปี่ยมล้นด้วยเจตจำนงที่ไม่ยอม
จำนนต่อสิ่งใด
“ถ้าชะตากรรมไม่สามารถรองรับตระกูลของข้าได้แล้ว ข้าจะทำลาย
ห่วงแห่งโชคชะตา ถ้าสวรรค์จะไม่อำนวยประโยชน์แก่ตระกูลของข้าแล้ว
ข้าก็จะไปสวรรค์และทำลายตัวตนอมตะทั้งหมด…”
นี่เป็นคำสาปของสิ่งที่เรียกว่าตระกูลเทพเจ้าพิโรธ…