Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 820 ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ, แปดวิบัติจักรพรรดิอัสนี
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 820 ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ, แปดวิบัติจักรพรรดิอัสนี
เมื่อหลินหมิงช่วยหญิงสาวนาม เจวี๋ย ที่มาจากตระกูลเทพเจ้าพิโรธ
เขาได้รู้ว่าคำสาปของตระกูลนางได้รับมาตั้งแต่เนิ่นนาน
ในฐานะตระกูลต้องสาป พวกเขาไม่มีสกุลและไม่มีต้นกำเนิด ตำนาน
กล่าวว่าบรรพบุรุษของตระกูลของพวกเขาได้ทำให้เทพพระเจ้าพิโรธ และ
การลงโทษที่เกิดขึ้นก็คือตระกูลของพวกเขาจะต้องทนต่อการต้องสาป
ทางสายเลือดสำหรับทุกคนในอนาคต
รอยสักบนใบหน้าของพวกเขาเป็นสัญลักษณ์ของคำสาป
เมื่อลูกหลานของตระกูลเทพเจ้าพิโรธได้ถือกำเนิดขึ้นมา หลังจาก
ช่วงเวลาหนึ่งแล้ว พวกเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดถึงไข
กระดูก ขณะที่พวกเขาเติบโตขึ้น ช่องว่างระหว่างความเจ็บปวดเหล่านี้จะ
สั้นลงแต่ระยะเวลาก็จะถี่ขึ้นแทน มันจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะตายจาก
ความเจ็บปวดหรือพวกเขาฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากมัน
มีเพียงการบ่มเพาะของนักสู้เท่านั้น พวกเขาจึงจะสามารถพัฒนา
ความแข็งแกร่งเพื่อที่จะระงับและชะลอความเจ็บปวดนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่ง
ที่น่าเศร้าก็คือแม้ว่ารุ่นเยาว์ของตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะมีพรสวรรค์ที่ไกล
เกินกว่านักสู้ปกติ แต่ก็ยังเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะหลีกหนีชะตา
กรรมของตน ไม่ว่าพวกเขาจะไปไกลถึงเพียงใดในเส้นทางแห่งนักสู้ พวก
เขาก็ย่อมต้องจำนนต่อคำสาปทางสายเลือดของตน
ผู้เชี่ยวชาญของถ้ำคฤหาสน์แห่งนี้ทิ้งคำพูดเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจน
แสดงถึงเจตจำนงและความมุ่งมั่นของเขาในขณะที่ต่อสู้กับชะตากรรมคำ
สาปของตระกูล คำพูดเหล่านี้เต็มไปด้วยความไม่ยอมจำนน แต่ก็เป็น
ความรู้สึกน่าเศร้าและโศกนาฏกรรม มองไปยังแผ่นหินก้อนนี้ มันทำให้
รู้สึกว่าสวรรค์นั้นไม่ยุติธรรม
ต่อหน้าทายาทพิเศษที่มาจากตระกูลดังกล่าวซึ่งน่าเศร้าและลึกลับ
หลินหมิงไม่มีอันใดนอกจากความเคารพอย่างลึกซึ้ง
เขาเดินต่อไปข้างหน้า ทิ้งแผ่นหินไว้เบื้องหลัง ถ้ำไม่ลึกเกินไป หลินห
มิงเดินไปเพียงพันก้าวก็มาถึงจุดสิ้นสุดที่ซึ่งมีห้องหินขนาดเล็ก
ขณะที่หลินหมิงเข้าไปในห้องหิน ในทันทีก็รู้สึกถึงแรงกดดันอย่าง
มากบนตัวเขา มันเป็นพลังของเขตแดนสายฟ้าครอบคลุมตัวเขา
เกือบจะพลักเขาออกไปข้างนอก
หลินหมิงตื่นตระหนก เขาโคจรปราณเทพทรราชคลั่งและทะลวง
ผ่านพายุสายฟ้าเพื่อเข้าสู่ห้องนี้
ห้องกว้างเพียงไม่กี่ก้าว มันมีเตียงหินอยู่ตรงกลางรวมถึงโต๊ะหินและ
เก้าอี้หินต่างๆ
โต๊ะหินและเก้าอี้ทั้งหมดสลักจากหินแก่นแม่เหล็ก หินแก่นแม่เหล็ก
นี้มีอยู่ในเขตแดนสายฟ้ามาเป็นเวลาเนิ่นนาน หลังจากได้รับการสันดาป
ด้วยสายฟ้ามาเป็นเวลานานแล้ว หินแก่นแม่เหล็กก็ได้กลายเป็นสมบัติ
ระดับสวรรค์แล้ว
ด้านบนของโต๊ะหินแก่นแม่เหล็กเป็นผลึกสีม่วง ดูเหมือนว่าพายุ
สายฟ้าที่ปรากฏขึ้นเมื่อครู่จะถูกปล่อยออกมาจากผลึกสีม่วงนี้
บนเตียงหินเป็นโครงกระดูกที่ดูสงบ โครงกระดูกนี้แวววับ ราวกับว่า
มันถูกแกะสลักจากผลึกโปร่งแสง โครงกระดูกนี้ได้นอนอยู่ที่นี่เป็นเวลา
หลายปีแล้ว
หลินหมิงไม่แปลกใจเลยที่ได้เห็นโครงกระดูกที่นี่ ผู้เชี่ยวชาญของถ้ำ
แห่งนี้จะต้องตายอย่างเป็นธรรมชาติ มิเช่นนั้น พวกเขาย่อมไม่อนุญาตให้
กระบี่บินออกไปเพื่อไปเผชิญหน้ากับศัตรู
ขณะที่เขามองไปข้างๆโครงกระดูก กระบี่เงินขาวก็ได้กลับไปยังฝัก
ของมัน ไม่ปลดปล่อยออร่าออกมาแม้แต่น้อย มันยากที่จะจินตนาการได้
ว่ากระบี่เล่มนี้เพิ่งเผชิญหน้ากับมูลฐานอัสนีมา
‘เหล่านี้เป็นซากศพของผู้ทรงพลังจักรพรรดิโบราณ…’
หลินหมิงถอนหายใจยาว เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ผู้ทรงพลังจักรพรรดิ
สามัญ ย่อมไม่มีจักรพรรดิสามัญที่สามารถสร้างถ้ำคฤหาสน์ของตัวเองที่นี่
ได้ คนผู้นี้อาจเป็นตัวตนระดับเดียวกับจักรพรรดิปีศาจ
แต่สิ่งที่น่าเสียดาย ไม่ว่าคนเหล่านี้จะมีความรุ่งโรจน์หรือไร้สิ้นสุดมา
ในอดีต แต่พวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานพลังของเวลาได้ และไม่สามารถ
หลบหนีวัฏสงสารของตนได้
หลินหมิงโค้งคำนับอย่างสุภาพและเงียบสงบ จากนั้นเขาก็ค้นพบว่า
มีแหวนมิติที่นิ้วของจักรพรรดิผู้นี้
หลินหมิงลังเล แต่ในเมื่อกระบี่เงินขาวได้นำเขามายังถ้ำคฤหาสน์นี้
หมายความว่ามันได้ยินยอมให้เขาค้นแหวนมิตินี้หรือไม่?
และในขณะนี้ มารเจิดจรัสร้องออกมาด้วยความตกตะลึง!
หลินหมิงหวาดกลัวอยู่ครู่หนึ่ง เขารีบค้นหาในทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของตนเองเพราะคิดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับมารเจิดจรัส เขาเห็นว่าสหาย
สุนัขตัวน้อยยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
“เจ้ากำลังทำสิ่งใด? เจ้าทำให้ข้าต้องตกใจ” หลินหมิงกล่าวไม่พอใจ
เล็กน้อย
“เจ้าหนู ดูสิ่งที่อยู่บนโต๊ะหิน!”
หลินหมิงมองไปตามทิศทางเสียงของมารเจิดจรัส บนโต๊ะหินเป็น
ผลึกสีม่วงขนาดใหญ่ และข้างๆผลึกสีม่วงเป็นเศษชิ้นส่วนที่แตกของผลึก
สีม่วง เห็นได้ชัดว่าถูกตัดขาดจากชิ้นส่วนขนาดใหญ่
หลินหมิงได้เห็นผลึกสีม่วงเหล่านี้ทันทีที่เข้ามาห้องนี้แล้ว พวกมันมี
พลังงานสายฟ้าที่บริสุทธิ์มาก มันเป็นที่ชัดเจนว่าพวกมันเป็นสมบัติ
สวรรค์ธาตุจำเพาะสายฟ้าบางอย่าง แต่สิ่งที่หลินหมิงได้สำรวจครั้งแรก
คือโครงกระดูกของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ ดังนั้นเขาได้ปล่อยผลึกสี
ม่วงเหล่านั้นไว้ก่อน
เขาปลดปล่อยสัมผัสรับรู้และตรวจสอบ แต่ยังไม่พบความจำที่
เกี่ยวข้องในจิตใจของตนเอง ไม่ว่าอย่างไร ทุกความทรงจำที่เขาได้รับมา
จากผู้อาวุโสสูงสุดแดนเทวะก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น
“มันคือสิ่งใดกัน?” หลินหมิงถามอย่างสงสัยมากขึ้น
มารเจิดจรัส ฟังราวกับว่าเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนลืมหายใจ
เข้า ถ้านี่ไม่ใช่เขตแดนสายฟ้าและเขาไม่กล้าที่จะปรากฏร่างจิตวิญญาณ
ออกมาแล้ว เช่นนั้นเขาก็จะรีบออกไปจากทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
หลินหมิงแล้ว
“ถ้านักบุญคนนี้จำไม่ผิด นั่นก็คือ ผลึกสายฟ้าชีวิตแฝดที่มูลฐานอัสนี
ถือกำเนิดขึ้นมา! นี่เป็นสมบัติสวรรค์ที่สามารถเสริมความแข็งแกร่งจิต
วิญญาณต่อสู้ได้ แม้แต่ในแดนเทวะ สมบัติศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ยังสามารถพบ
เจอได้ด้วยโชคอันยิ่งใหญ่ล้วนๆ!
“เสริมความแข็งแกร่งให้จิตวิญญาณต่อสู้?” หัวใจของหลินหมิงสั่น
สะท้าน มีวลีในแดนเทวะ – ‘ร่างกายมนุษย์ง่ายในการฝึกฝน แต่จิต
วิญญาณต่อสู้ยากที่จะบรรลุ’
แม้ว่าจะมีนักสู้ที่ฝึกฝนกายผันแปรเพียงไม่กี่แห่งในแดนเทวะ แต่นัก
สู้ทั่วไปในแดนเทวะก็ยังมีจำนวนที่น่าตกตะลึง – สามารถกล่าวได้ว่าเป็น
พันล้าน สำหรับนักสู้กายผันแปร ทรัพยากรที่พวกเขาต้องใช้อย่างน้อย
เป็นร้อยเท่าของนักสู้ที่ฝึกฝนพลังปราณ ถึงกระนั้นมันก็เป็นความคิดที่ดีที่
จะเสริมร่างกายมนุษย์ให้แข็งแกร่ง
ตราบใดที่คนใดคนหนึ่งเต็มใจที่จะเสียสละทรัพยากรในจำนวนที่ไม่
น่าเชื่อแล้ว พวกเขาก็สามารถเปิด 8 ประตูเร้นลับภายในได้ แต่… จิต
วิญญาณต่อสู้นั้นแตกต่างกัน
มันยากกว่าการบ่มเพาะร่างกายมนุษย์มากนัก!
ก่อนที่จิตวิญญาณต่อสู้จะก่อรูปร่างขึ้นอย่างเป็นทางการ มันอาจถูก
ทำให้แข็งแกร่งด้วยเจตจำนงที่เหลืออยู่ของผู้ทรงพลังคนอื่นๆ
ตัวอย่างเช่น กระดูกปีศาจโลหิตที่หลินหมิงเคยพบมาก่อนก็เป็นสมบัติ
ชนิดนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ประสบความสำเร็จขั้นเล็กหรือขั้นใหญ่
มันจึงยิ่งหายากที่จะมีวัสดุสวรรค์ใดๆซึ่งเสริมจิตวิญญาณต่อสู้ระดับนี้ได้
นี่เป็นเพราะจิตวิญญาณต่อสู้เกิดขึ้นจากเจตจำนงของนักสู้ มันจะขึ้นอยู่
กับจิตใจและสำนึกของพวกเขา พลังภายนอกมีอิทธิพลต่อมันได้น้อยมาก
ดังนั้น นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดจึงกล่าวได้ว่าร่างกายของมนุษย์ง่ายใน
การฝึกฝน แต่จิตวิญญาณต่อสู้ยากที่จะบรรลุ!
หลังจากที่จิตวิญญาณต่อสู้เกิดขึ้นแล้ว มันก็แทบจะพึ่งพาตัวเอง
เท่านั้นในการเติบโต ดังนั้น ยิ่งเข้าใจจิตวิญญาณต่อสู้ของตัวเองได้เร็วขึ้น
การเติบโตของมันก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน สำหรับนักสู้ ไม่ว่าจะเข้าใจจิต
วิญญาณต่อสู้ในช่วงต้นหรือปลายของการบ่มเพาะมันจะมีความสำคัญ
อย่างยิ่งต่อความแข็งแกร่งของพวกเขา
หลินหมิงไม่เคยคิดเลยว่าผลึกสีม่วงที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นสมบัติสวรรค์
ชั้นยอดที่สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้จิตวิญญาณต่อสู้ได้
“ผลึกสายฟ้าชีวิตแฝดคืออะไร?”
มารเจิดจรัสกล่าวตอบว่า “มูลฐานอัสนีเกิดขึ้นมาหลังจากที่พลังงาน
ต้นกำเนิดสายฟ้าทะลุผ่านช่วงเวลาที่ไร้สิ้นสุด เมื่อแรกกำเนิด มันจะ
หมุนเวียนรอบๆหินพิศวง ต่อมามูลฐานอัสนีจะทะลวงหินพิศวงและพลัง
เจตจำนงของมันก็จะซึมเข้าไปด้วย หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน
องค์ประกอบของหินก้อนนี้จะเปลี่ยนไปจนกลายเป็นผลึกสายฟ้าชีวิตแฝด
“หลังจากที่มูลฐานอัสนีเกิดมา ส่วนใหญ่พวกมันจะมีผลึกสายฟ้าชีวิต
แฝด แต่มูลฐานอัสนีเกิดขึ้นในช่วงหลายร้อยล้านปีหรือแม้แต่หลาย
พันล้านปี เมื่อมูลฐานอัสนีถือกำเนิดแล้วมันจะไม่สามารถถูกทำลายได้
หลังจากพันล้านปีในแดนเทวะ จะมีมูลฐานอัสนีเกิดขึ้น
“แต่ผลึกสายฟ้าชีวิตแฝดนั้นแตกต่างกัน เมื่อมันถูกใช้แล้ว มันจะ
หายไปตลอดกาล ใน 10,000 ปีของแดนเทวะ มันจะมีมูลฐานอัสนีซัก
เพียงใดกัน? นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดผลึกสายฟ้าชีวิตแฝดถึงมีไม่มากนัก! ดัง
นั้น… พวกมันจึงอยู่เหนือกว่าคำว่าล้ำค่า! ข้ายังคาดเดาว่ามูลฐานอัสนีที่
เราได้เห็นก่อนหน้านี้ที่ได้เผชิญหน้ากับกระบี่เงินขาวเพราะมันต้องการที่
จะเอาผลึกสายฟ้าชีวิตแฝดมาใช้อีกครั้ง!”
คำอธิบายของมารเจิดจรัสทำให้เกิดความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ในหัวใจของ
หลินหมิง โอกาสพบเจอได้ด้วยโชคอันยิ่งใหญ่เท่านั้น!
เขาเหลือบมองไปยังกระบี่เงินขาว กระบี่ยังคงอยู่ในฝักและไม่มี
ปฏิกิริยาใดๆ ราวกับว่ามันอนุญาตให้หลินหมิงใช้ผลึกสายฟ้าชีวิตแฝดได้
อย่างอิสระ
หลินหมิงหันหน้าไปยังโครงกระดูกอีกครั้งแล้วค่อยๆโค้งคำนับด้วย
ความเคารพอย่างที่สุด จากนั้น เขาเอาผลึกสายฟ้าชีวิตแฝดไปไว้ในแหวน
มิติ
ในเวลานี้ กระบี่เงินขาวสั่นไหวเบาๆ มีแสงกระบี่เปล่งออกมาจาก
ด้าม พุ่งไปหมุนเวียนรอบแหวนมิติของโครงกระดูกผลึกและค่อยๆยกมัน
ขึ้นมาก่อนที่จะลอยไปยังหลินหมิง
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงมึนงง กระบี่ต้องการให้แหวนมิตินี้แก่เขาเช่นนั้น
หรือ?
เขารู้สึกผิดเล็กน้อยที่ได้เอาผลึกสายฟ้าชีวิตแฝดมา แล้วตอนนี้กระบี่
เงินขาวก็ยังอยากให้แหวนมิติจากนายของมันแก่เขาอีก?
แม้ว่าจะสามารถกล่าวได้ว่าอะไรที่อยู่ในแหวนมิติไม่เป็นประโยชน์
ต่อกระบี่ และพวกเขาก็พบกันโดยบังเอิญ กระบี่ไม่ควรมีน้ำใจกับเขาถึง
เพียงนี้ เป็นเพราะมันได้รู้สึกถึงจี้หยกเทพธิดาและได้ถือว่าเขาเป็น
ลูกหลานของตระกูลเทพเจ้าพิโรธเช่นนั้นหรือ?
ในขณะที่หลินหมิงกำลังจินตนาการถึงสถานการณ์ต่างๆทั้งหมด
แผ่นหยกก็ปรากฏขึ้นจากแหวนมิติ ห่อหุ้มไปด้วยพลังงานและค่อยๆลอย
ลงมาในมือของหลินหมิง
จิตใจของหลินหมิงสะท้านขณะที่เขาสัมผัสได้ว่านี่คือสิ่งใด เขากุม
แผ่นหยกไว้แน่น และส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์กวาดผ่านมัน นี่ไม่ใช่เคล็ดบ่ม
เพาะที่หาได้ยาก แต่เป็นหนังสือที่บันทึกประสบการณ์ชีวิตเจ้าของถ้ำนี้
ตอนนี้หลินหมิงได้รู้ถึงชื่อเจ้าของถ้ำแห่งนี้แล้ว – จักรพรรดิฮ่าว ชื่อ
ของเขาคือ ‘ฮ่าว’ และจักรพรรดิคือตำแหน่ง เขาไม่มีนามสกุลเหมือนกับ
หญิงสาวเจวี๋ย
นอกเหนือจากชื่อจักรพรรดิฮ่าว เขายังมีสมญานาม…
แปดวิบัติจักรพรรดิอัสนี
“แปดวิบัติ เช่นนั้น นี่เองก็เป็นแปดวิบัติ… นักสู้ที่สามารถเพลิดเพลิน
กับสมญานามดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ทรงพลังที่เข้าถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ
8 ได้ นับตั้งแต่สมัยโบราณ ทวีปนภารินไหลสามารถนับจำนวนผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดิแปดวิบัติ ได้เพียงมือข้างเดียว แม้แต่จักรพรรดิปีศาจ
เข้าถึงได้เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เท่านั้น”
หลินหมิงอ่านข้อความแผ่นหยกอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเขาอ่านมาก
เท่าไหร่เขาก็ยิ่งชื่นชมและความเคารพนับถือมากยิ่งขึ้นต่อแปดวิบัติ
จักรพรรดิอัสนี
เมื่อแปดวิบัติจักรพรรดิอัสนียังเป็นเด็ก พรสวรรค์นักสู้ของเขาไม่ได้
ถือว่าโดดเด่นมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตระกูลเทพเจ้าพิโรธที่เต็มไป
ด้วยอัจฉริยะ ตอนนั้น พรสวรรค์ของเขาถือว่าอยู่ระดับธรรมดา
อย่างไรก็ตาม เจตจำนงของเขานั้นแข็งแกร่ง และเขาได้ฝึกฝนอย่าง
ขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก เพื่อลับคมให้ตัวเองเขาจึงเข้าร่วมการต่อสู้
ต่างๆ เพื่อที่จะพบโชคของตนเอง เขาได้เดินทางไปทั่วโลกและพบ
ประสบการณ์เป็นตายต่างๆ เขาก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และต่อมา
ก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต
เนื่องจากพลังเจตจำนงของเขาแข็งแกร่ง เขาจึงได้เข้าใจจิตวิญญาณ
ต่อสู้ทั้งที่อยู่เพียงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง และมีแม้แต่ 3 อย่าง
ของเจตนงแห่งนักสู้
หนึ่งในจุดแข็งเขายังเป็นสนามพลังที่ไม่ค่อยพบมากนัก – สนามพลัง
สายฟ้า
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้จักรพรรดิฮ่าวมีความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์
เช่นนี้ในอนาคต เขาสามารถสร้างสนามพลังสายฟ้ารอบตัวได้ ถ้าเป็นนักสู้
ทั่วไปก้าวเข้าในระยะของเขาแล้ว ในกรณีที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะได้สัมผัส
กับความมึนงงทั่วร่างกาย และในกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่พวกเขาจะถูกเผา
ไหม้ทันที
นี่คือสมญานามของจักรพรรดิฮ่าว – แปดวิบัติจักรพรรดิอัสนี
ด้วยสนามพลังสายฟ้านี้ เขาจึงสามารถเข้าสู่เขตแดนสายฟ้าของบึง
ทมิฬแปดพันลี้ได้ ที่นี่ เขาเสริมร่างกายและกำจัดสิ่งสกปรกออกไป
วางรากฐานที่มั่นคงอย่างเหลือเชื่อที่ทำให้เขาสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้น
ทำลายชีวิต 8 ครั้งและมีฉายาว่า แปดวิบัติจักรพรรดิอัสนี
หลังจากประสบความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ
8 และจากนั้นเขาก็ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร และจักรพรรดิฮ่าวก็สา
มารถที่จะฆ่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรในระดับเดียวกันได้ในทันที ในอีกพัน
ปีต่อมา ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่มีผู้ใดเปรียบเทียบได้ในโลก ที่นี่ เขา
ยืนอยู่คนเดียวที่จุดสูงสุดของทวีปนภารินไหล
น่าเสียดาย ตระกูลเทพเจ้าพิโรธถูกคำสาปสายเลือดที่ไม่อาจลบล้าง
ได้ ไม่ว่าแปดวิบัติจักรพรรดิอัสนีจะแข็งแกร่งถึงเพียงใด เขาก็ยังไม่
สามารถขจัดคำสาปได้ และในที่สุดเขาก็มาถึงเขตแดนสายฟ้า ปิดด่าน
และจบชีวิตอย่างสงบลงที่นี่…
“ผู้กล้าท่านนี้ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก” หลินหมิงถอนหายใจด้วยอารมณ์
ลึกๆ การปิดด่านภายในเขตแดนสายฟ้าของบึงทมิฬแปดพันลี้เช่นนี้ มัน
ต้องใช้ความกล้าหาญถึงเพียงใดกัน? และแม้กระทั่งหลังจากที่เขาตกตาย
ไป เจตจำนงของเขายังได้ผสานกับกระบี่ ทำให้สามารถต่อสู้กับมูลฐาน
อัสนีและป้องกันที่นี่ได้
โชคดีที่เจตจำนงของแปดวิบัติจักรพรรดิอัสนีเป็นธาตุจำเพาะสายฟ้า
แม้แต่จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ยังไม่จำเป็นต้องกลัวมูลฐานอัสนี ใน
แง่นี้ มันเป็นสิ่งที่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของมารเจิดจรัสเองก็ยังไม่สามารถ
เปรียบเทียบได้