Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 829 เผชิญหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น
“ห้องโถงหลักหัวใจแห่งดินแดนเช่นนั้นหรือ?” จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อา
ชูร่าซือถูฮ่าวเทียนคิ้วขมวดขณะที่เขาสังเกตเห็นว่าสถานที่นัดพบคือที่ใด
หัวใจของดินแดนมิติเป็นรากฐานที่สำคัญของทั้งโลกนี้ มันไม่สามารถ
ทำลายได้
รูปแบบค่ายกลถูกสลักไว้ในห้องโถงหลักหัวใจแห่งดินแดนเช่นกัน
รูปแบบค่ายกลหัวใจถูกผสานเข้าด้วยกันกับหัวใจแห่งดินแดน ถ้าผู้ใด
อยากจะทำลายรูปแบบค่ายกล พวกเขาจะต้องทำลายหัวใจแห่งดินแดนนี้
แต่ มันเป็นไปไม่ได้เลย
หากรูปแบบค่ายกลนี้ถูกเปิดโดยผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร เช่นนั้น
พลังของมันย่อมไม่สามารถจินตนาการได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เมื่อพวกเขาเข้าไปในห้องโถงหลักตรงหน้า พวก
เขาก็จะเสียเปรียบทันทีหากการต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว พวกเขาก็จะอยู่ใน
สถานการณ์ที่อันตราย!
“เชิญ!” ผู้คุ้มกันที่นำทางได้เชิญด้วยรอยยิ้ม
ถ้าพวกเขาเข้าไปในห้องโถงหลักหัวใจแห่งดินแดนแล้ว พวกเขาก็จะ
เสียเปรียบอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าพวกเขาไม่ไปแล้ว มันจะเป็นการแสดง
ถึงความอ่อนแอของพวกเขา; หากเป็นเช่นนั้นพวกเขาจะขมขู่หลินหมิ
งได้อย่างไร?
ซือถูฮ่าวเทียนเย้ยหยันและยกเท้าก้าวเดินเข้าไปข้างใน
“ฝ่าบาท ท่านไม่ควรเข้าไป!” เมื่อราชทูตปีศาจใหญ่เห็นซือถูฮ่า
วเทียนจะเดินเข้าไปในห้องโถงหลักหัวใจแห่งดินแดน เขาก็ร้องออกมา
เพื่อหยุดยั้งทันที
ซือถูฮ่าวเทียนเค้นเสียงเย็นชา “ข้าเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ข้าจะไม่เข้าไปในห้องโถงหลักได้อย่างไร!
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าของข้าเกือบจะเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับ 6 เหตุ
ใดข้าจึงควรกลัวเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับ 5 เช่นตระกูลเทพเจ้าพิโรธเล่า?
นิกายระดับ 5 และนิกายระดับ 6 ห่างไกลกันอย่างมาก นิกายระดับ
6 จะถือผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรเป็นผู้อาวุโสสามัญ และเป็นชายที่มี
อำนาจสูงสุดภายใต้สวรรค์ชั้นฟ้าคือเจ้านิกายของพวกเขา นอกเหนือจาก
ขุมพลังโบราณเช่นตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจและอีกไม่กี่ขุมกำลังใน
ประวัติศาสตร์แล้ว แม้กระทั่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะก็ยัง
ถือเป็นเพียงกึ่งนิกายระดับ 6
แต่ นิกายระดับ 5 ได้ถือเอานักสู้ขั้นทำลายชีวิตเป็นผู้อาวุโส มันมี
จำนวนมากมายของนิกายประเภทนี้ และมีความแตกต่างมากในความ
แข็งแกร่งโดยรวมระหว่างพวกเขา
ตัวอย่างเช่นดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่ถือเอานักสู้ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 1 เป็นผู้อาวุโสของพวกเขา และขั้นทำลายชีวิตระดับ 3-4 เป็น
เจ้านิกายของพวกเขา นี่เทียบได้กับชั้นต่ำสุดของนิกายระดับ 5 เหนือ
ระดับนี้ มันยังมีนิกายที่ถือเอาผู้เชี่ยวชาญในประกาศิตชะตาฟ้าหนึ่งหรือ
สองคนเป็นเจ้านิกายของพวกเขา พวกเขาเหล่านี้ึคือนิกายระดับ 5 ชั้น
กลาง
ถ้านิกายที่สามารถมีผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิเป็นเจ้านิกายแล้ว ก็
จะถือว่าเป็นนิกายระดับ 5 และยังเรียกได้ว่า แดนศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลเทพ
เจ้าพิโรธอาจถือได้ว่าเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ดูน่าหวาดกลัวเล็กน้อย แต่เมื่อ
เปรียบเทียบกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าที่มีผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรนับ
สิบคอยเฝ้าระวังอยู่ ความแตกต่างนี้มากมายอย่างยิ่ง
ซือถูฮ่าวเทียนเดินเข้าไปในห้องโถงหลักหัวใจแห่งดินแดน ในเวลานี้
ในห้องโถงหลัก ซื่อไป๋ยิ้มและนั่งอยู่ มี 7-8 คนข้างๆเขา
เมื่อซื่อไป๋เห็นซือถูฮ่าวเทียน เขารีบต้อนรับและกล่าวว่า “จักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์ฮ่าวเทียน มันนานมากแล้วที่ไม่ได้พบกัน!”
ถึงแม้เขาจะดูอ่อนโยนและรู้สึกยินดีในภายนอก แต่ความรู้สึกที่
แท้จริงของเขาคือความสับสนวุ่นวาย แม้ว่าเขาจะรู้ว่าหลินหมิงได้สร้าง
ความหายนะให้กับตัวเอง แต่เขาก็ยังไม่คิดว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
จะส่งผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรมาถึง 2 คนเช่นนี้ และยังเป็นจักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามาด้วยตนเอง สำหรับ 2 ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่มา
จัดการรุ่นเยาว์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เช่นนี้ มันย่อมไม่เคยเกิดขึ้นใน
ประวัติศาสตร์นับตั้งแต่สมัยโบราณ!เขาสงสัยว่ามันจะมีฉากเช่นนี้ใน
อนาคตอีกหรือไม่!
ซือถูฮ่าวเทียนหัวเราะ “ผู้นำตระกูลซื่อไป๋ มันเป็นเวลานับพันปีนับ
จากการพบกันครั้งล่าสุดของเรา!”
แม้ตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะลึกลับ แต่พวกเขาก็ยังคงมีปฏิสัมพันธ์กับ
โลกภายนอกเป็นครั้งคราว
ดวงตาของฮ่าวเทียนเฉียบคมเหมือนแสงจากสายฟ้า เขากวาดตา
มองไปยังทุกคนก่อนที่จะหยุดลงบนร่างชายหนุ่มผู้ใส่หน้ากากหยกไม้จิต
วิญญาณ
ชายหนุ่มผู้นี้…
หลินหลานเจี้ยน!?!
เขานั่งอยู่ที่นี่อย่างเปิดเผย!
ไม่ใช่แค่ซือถูฮ่าวเทียน แต่คนอื่นๆในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็ได้
ค้นพบหลินหมิงด้วย
“เจ้าสาวเลว เจ้ากล้าที่จะปรากฏตัวที่นี่!?” ซือถูเหยาซีจ้องมองราว
กับคมมีดไปยังหลินหมิง ตอนแรกนางเคยคิดที่จะเจรจากับผู้นำตระกูล
แห่งตระกูลเทพเจ้าพิโรธ ด้วยพลังแห่งการข่มขู่และจ่ายผลประโยชน์ให้
พวกเขาอย่างพอเพียงแล้ว พวกเขาย่อมจะส่งมอบหลินหมิงให้มาอย่าง
ง่ายดาย แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิงจะยืนอยู่ที่นี่และดูเหมือนจะ
สงบนิ่งราวกับว่าเขาไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ถ้านางไม่รู้จักพลังคำสาปที่มาจากร่างกายของเขาแล้ว นางก็ไม่อยาก
เชื่อเลยว่าเขาเป็นหลินหมิง
นี่มันกล้าหาญเกินไป! เขาคิดว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าของพวก
เขาเป็นเพียงอากาศธาตุเช่นนั้นหรือ? เขาไม่ได้แม้แต่จะรำคาญที่จะ
หลีกเลี่ยงพวกเขาเลย?
ในขณะที่ซือถูเหยาซีกล่าว นักสู้ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็มอง
ไปยังหลินหมิง ทั้งสองคนที่พ่ายแพ้ในงานเลี้ยงเก้าบุปผา ซือถูชวนและซือ
ถูเฟิงต่างจ้องมองเขาด้วยความเกลียดชัง
“ท่านน้า! เร็วเข้า จับเจ้าสารเลวน้อยนี่ซะ!”
ซือถูชวนมองไปยังหลินหมิงด้วยความไม่พอใจ และมีความโลภปน
อยู่ในสายตาด้วย เขาต้องการที่จะจับตัวหลินหมิงทันทีและทำการค้นจิต
วิญญาณทั้งหมด เอาทุกสิ่งทุกอย่างมาครอบครอง เขาต้องการที่จะขโมย
โชคชะตาของเขาและกลายมาเป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรอันดับหนึ่งใน
อนาคต
“หึ!”
ซื่อไป๋เค่นเสียง เสียงดังก้องเหมือนเสียงสายฟ้ากระหึ่มในหูของซือถูช
วน ร่างกายของซือถูชวนสั่นสะท้าน โลหิตและพลังงานในร่างของเขา
ปั่นป่วน เกือบจะทำให้เขาสำลักโลหิตออกมา
“เจ้า!!”
ซือถูชวนโกรธเกี้ยวและมองไปยังซื่อไป๋
“อวดดี!”
เมื่อได้ยินอีกเสียง หน้าของซือถูชวนก็กลายเป็นน่าเกลียดอย่างมาก
และผู้ที่กล่าวออกมาคือซือถูฮ่าวเทียน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความ
โกรธเกรี้ยวและพลังงานกระจายไปทั่วทั้งห้องประชุม แม้ว่าเขาจะกล่าว
กับซือถูชวน แต่ก็แอบรวมถึงซื่อไป๋และหลินหมิงด้วย
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าอยู่ในระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจาก
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ เขาจะอนุญาตให้โดนดูถูกได้อย่างไร?
“บิดา… ข้า…” หลังจากที่โดนดุ ซือถูชวนก็รู้สึกผิดมาก
“นั่งลง! มันไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะพูด!” น้ำเสียงของซือถูฮ่าวเทียนเย็นชา
อย่างยิ่ง
“ขอรับ…” หัวใจของซือถูชวนหงุดหงิดอย่างมาก เขานั่งลงและยังคง
จ้องมองไปยังหลินหมิงด้วยความเกลียดชัง
ดวงตาของซือถูฮ่าวเทียนลุกโชนขณะที่มองไปยังหลินหมิง จากนั้น
เขาก็ยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “ดี! ดี! ดีมาก! วีรบุรุษมักจะมาจากคนหนุ่มเสมอ
ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะกล้าที่จะปรากฏตัวและเผชิญหน้ากับข้าโดยตรง
ช่างกล้าหาญยิ่งนัก!”
คำเหล่านี้เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามที่มองไม่เห็น แม้ว่าเขาจะ
ไม่ได้ใช้ออร่าของเขา แต่การใช้เพียงออร่าของผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร
ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตธรรมดาต้องหลั่งเหงื่อ
เย็นออกมาได้แล้ว!
สีหน้าของหลินหมิงยังคงสงบ เขายิ้มและตอบกลับว่า “ถ้าข้าไม่ได้มา
ปรากฏตัวที่นี่ ฝ่าบาทจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็ย่อมว่าข้าไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ใน
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ? ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ข้าย่อมไม่ปรากฏตัวต่อหน้าฝ่า
บาทอย่างอิสระเสมือนว่าข้าเกลียดการมีชีวิตอยู่นานเกินไป”
น้ำเสียงของหลินหมิงมีความเคารพนับถือ แต่มีความกล้าหาญ
เช่นกัน คิ้วของซือถูฮ่าวเทียนตั้งขึ้น สำหรับผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ที่รักษาความสงบไว้ได้แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เขาปล่อยออกมา
แค่นี้ก็นับว่าน่าตกใจแล้ว!
นี่เป็นสิ่งที่สมกับสมญานามว่าเป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์หายากนิรันดร์
อย่างแท้จริงในทวีปนภารินไหล
ถ้าเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นบุตรชายของเขาแล้ว มันคงจะเป็นเรื่องที่น่า
อัศจรรย์
แต่น่าเสียดาย ในขณะที่สิ่งต่างๆดำเนินไป หลินหมิงยิ่งกลายเป็น
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ต้องพยายามทำลายเขาโดยเร็ว เป็นเพราะความ
ขัดแย้งทางผลประโยชน์และความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างกันนั้นไม่สามารถ
ประนีประนอมได้!
ซือถูฮ่าวเทียนเหลือบมองไปยังซื่อไป๋ตลอดจนเห็นชายชราที่สวม
หน้ากากธรรมดาที่มุมห้อง ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้แสงไฟอย่างชัดเจน
แต่เขาให้ความรู้สึกคลุมเครือราวกับว่ามันง่ายมากที่จะเพิกเฉยและลืม
ตัวตนของเขาไป
‘ซื่อไป๋, ฉู่ซาน… 2 ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรของตระกูลเทพเจ้าพิโรธ
ชายชราผู้นี้ดูไม่โดดเด่น แต่จริงๆแล้วเขากลับแข็งแกร่งกว่าซื่อไป๋… ใน
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธที่คนหนุ่มสาวมักจะตกตายเพราะคำสาปของพวกเขา
เขากลับสามารถมีชีวิตอยู่ผ่านความเจ็บปวดเป็นเวลา 2,000 ปีได้ นั่นเป็น
สิ่งที่น่าหวาดกลัวอย่างมาก นอกจากสองคนนี้ ตระกูลเทพเจ้าพิโรธก็ควร
มีผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรคนที่สามอีกด้วย ในเมื่อเขายังไม่ได้ปรากฏ
เช่นนั้นเขาก็ต้องแอบควบคุมรูปแบบค่ายกลของหัวใจแห่งดินแดนที่นี่อยู่
เป็นแน่”
ซือถูฮ่าวเทียนคิดในใจอย่างเงียบๆ เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นที่นี่แล้ว พวก
เขาก็จะต้องตายอย่างแน่นอน แต่ถ้าเขาและพระราชธิดาใช้ไพ่ตาย
ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มแรก พวกเขาก็จะสามารถหลบหนีห้องโถงหลักหัวใจแห่ง
ดินแดนนี้ได้ 3 ผู้ทรงขั้นเทพสมุทรของตระกูลเทพเจ้าพิโรธอาจถูกมองว่า
มุทะลุที่ทำให้อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าโกรธ ถ้าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชู
ร่าพร้อมที่จะทุ่มทุกอย่างและทำสงครามกับตระกูลเทพเจ้าพิโรธแล้ว การ
สังหารหมู่พวกเขาก็ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แม้ว่าพวกเขาจะซ่อนอยู่ใน
ดินแดนมิตินี้ก็ตาม
แต่ตราบเท่าที่ตระกูลเทพเจ้าพิโรธไม่ได้บ้าคลั่ง พวกเขาจะไม่มี
พฤติกรรมฆ่าตัวตายเช่นนี้
ขณะที่ซือถูฮ่าวเทียนนึกถึงเรื่องนี้ เขายิ้มอย่างมีเลศนัย และดวงตา
เต็มไปด้วยแสงเย็นยะเยือก “ผู้นำตระกูลซือไป่ ข้าสงสัยว่าท่านจะรู้หรือไม่
ว่ามีความบาดหมางระหว่างอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าและหลินหลาน
เจี้ยน? เขาขโมยของมรดกของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าของข้าและ
ชิ้นส่วนหลักของเกราะจักรพรรดิปีศาจด้วย ไม่ใช่แค่นั้น แต่เขาทำให้เกิด
การนองเลือดในแผนกสาขาอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าของข้า ซึ่งฆ่าผู้นำ
ที่นั่นรวมถึง 3 ผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงของนิกายระดับ 5 อื่นๆด้วย หลังจาก
นั้น เขายังได้ฆ่า 3 ราชทูตปีศาจแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าและ
มหาบัณฑิตจักรพรรดิด้วย ตอนนี้เมื่อผู้นำตระกูลซือไป่ได้ออกหน้าเพื่อ
หลินหลานเจี้ยน นี่อาจหมายความว่าท่านต้องการจะให้ความช่วยเหลือ
เขาในอนาคตใช่หรือไม่?”
ซื่อไป๋มองไปยังซือถูฮ่าวเทียน เขายิ้มและพูดว่า “จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ฮ่าวเทียน หลินหลานเจี้ยนมีเพียงการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วง
ปลาย ท่านบอกว่าเขาได้ขโมยมรดกของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าและ
ชิ้นส่วนหลักของเกราะจักรพรรดิปีศาจด้วยเช่นนั้นหรือ? เขาจะทำอะไร
เช่นนั้นได้อย่างไร?”
“หึ, ผู้นำตระกูลซื่อไป๋ มาหยุดอ้อมค้อมกันเถอะ ทุกคนรู้ดีว่า
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ของข้าคือผู้สืบทอดที่แท้จริงของจักรพรรดิ
ปีศาจอันยิ่งใหญ่ สำหรับเกราะจักรพรรดิปีศาจที่หายไปเมื่อ 10,000 ปีที่
แล้ว มันเป็นเรื่องที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกของนักสู้ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชู
ร่าของข้ามีกระจกป้องกันหัวใจปีศาจที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยจักรพรรดิ
ปีศาจ แน่นอนว่าหลินหลานเจี้ยนไม่ได้ขโมยสิ่งเหล่านี้ไป แต่นี่คือการ
กระทำจากบรรพบุรุษของเขา สิ่งเหล่านี้เดิมดีควรเป็นของตระกูลของข้า
ตั้งแต่เริ่มต้น ในแง่ของความโง่เขลาของเขา ข้ายินดีที่จะให้อภัยเขาตราบ
เท่าที่เขาส่งมอบสิ่งที่เป็นของเรากลับคืนมา แต่เขาไม่เพียงจะปฏิเสธที่จะ
คืนมรดกของเรามา เขายังได้สังหารผู้ทรงพลังของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อา
ชูร่าของข้าไปเรื่อยๆ!”
เมื่อซือถูฮ่าวเทียนกล่าวถึงตรงนี้ หลินหมิงก็เย้ยหยันและพูดว่า
“จักรพรรดิปีศาจเดิมเป็นปีศาจยักษ์และท่านเป็นมนุษย์ ท่านไม่มี
ความสัมพันธ์แม้แต่น้อยเกี่ยวกับปีศาจยักษ์ และท่านยังกล่าวอีกหรือว่า
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเป็นผู้สืบทอดมรดกทั้งหมดของจักรพรรดิ
ปีศาจ? อย่าทำให้ข้าหัวเราะไปมากกว่านี้เลย!” มรดกที่จักรพรรดิปีศาจทิ้ง
ไว้เบื้องหลังทั้งหมดไม่มีเจ้าของ; มันขึ้นอยู่กับโชคชะตาของผู้ที่สามารถ
ได้รับพวกมัน! ข้ายังสามารถกล่าวได้ว่ากระจกป้องกันหัวใจปีศาจคือสิ่งที่
ถูกขโมยไปจากข้า!”
“ยโสยิ่งนัก!”
ดวงตาของซือถูฮ่าวเทียนเฉียบคมมากขึ้น ออร่าทั้งหมดของเขาปะทุ
ขึ้นพร้อมๆกัน นี่แตกต่างจากแรงกดดันเล็กน้อยที่เขาได้ปลดปล่อย
ออกมาก่อนหน้านี้ ออร่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของซือถูฮ่าวเทียน
ทั้งหมด! ออร่าอันล้นหลามที่เป็นของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรได้ครอบคลุม
ลงมายังหลินหมิง!
หากมีผู้ทรงพลังชีวิตขั้นทำลายชีวิตทั่วไปถูกปกคลุมด้วยออร่านี้ พวก
เขาจะต้องระเบิดออกจนไปสู่ความตาย!
ดวงตาของหลินหมิงเบิกกว้างขึ้น เขาได้เตรียมตัวไว้แล้วสำหรับเรื่อง
นี้ เขาเปิดปราณเทพทรราชคลั่งถึงขีดสุด พร้อมกับใช้ความแข็งแกร่งของ
8 ประตูเร้นลับภายใน
สนามพลังอาชูร่าและสนามพลังเทพแห่งความตายเปิดออกมาพร้อม
กัน เจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา ปราณแท้
ถูกถ่ายเทลงไปในจิตวิญญาณต่อสู้ ทำให้มันหมุนวนขึ้นอย่างอย่างรวดเร็ว
ปัง!
เก้าอี้ที่หลินหมิงนั่งอยู่ถูกระเบิดออกเป็นชิ้นในทันที ร่างกายของเขา
สั่นไหว และเขาใช้มือเพื่อสนับสนุนตัวเองบนโต๊ะ
ในขณะที่ฝ่ามือของหลินหมิงสัมผัสกับโต๊ะ แม้ว่าโต๊ะนี่จะถูกเสริม
ด้วยรูปแบบค่ายกล แต่รอยแตกก็ยังคงปรากฏอยู่บนผิวของมัน ฝุ่นและ
ควันพุ่งขึ้นมาจากโต๊ะ แต่หลินหมิงก็ยังคงยืนอยู่ได้และหน้าซีดเล็กน้อย
ปัง!
ช่วงเวลาที่หลินหมิงปล่อยมือจากโต๊ะ ทันใดนั้นโต๊ะก็ได้แตกกระจาย
เป็นเศษและฝุ่นผงทันที!
“ซือถูฮ่าวเทียน!”
ซื่อไป๋ลุกขึ้น มือขวาของเขาสัมผัสกับแหวนมิติ! เขามองไปยังหลินห
มิงด้วยความประหลาดใจ ออร่าของนักสู้คือรูปแบบของพลังงานที่
คล้ายคลึงกับสนามพลังหรือเขตแดน เมื่อมันปะทุออกมาแล้วก็สามารถ
พุ่งออกไปได้ทันที แม้กระทั่งเขาเองก็ยังไม่มีเวลามากพอที่จะป้องกัน
ไม่ให้หลินหมิงถูกทำร้าย เขาคิดว่าหลินหมิงจะได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่เคย
คาดหวังเลยว่าหลินหมิงจะสามารถต่อต้านออร่านี้ได้
นี่เป็นคุณค่าต่อการถูกเรียกว่าผู้มีพรสวรรค์ของสัตว์ประหลาดที่ไร้
เปรียบอย่างแท้จริง และยังกล้ายั่วยุอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ถึงระดับ
นี้