Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 830 ไม่ว่าจะมากันกี่คน, ข้าจะต่อสู้ด้วยทั้งหมด
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 830 ไม่ว่าจะมากันกี่คน, ข้าจะต่อสู้ด้วยทั้งหมด
มันไม่มีแม้แต่โต๊ะในห้องอีกต่อไปแล้ว นักสู้เกือบทั้งหมดลุกขึ้นยืน
พร้อมๆกัน นักสู้หนุ่มของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้จ้องมองไปยัง
หลินหมิง และคอของพวกเขากระตุก แม้แต่ราชทูตปีศาจสูงสุดและศิษย์
คนโตของซือถูฮ่าวเทียนก็ยังมีการแสดงออกแปลกๆบนใบหน้าของพวก
เขา หลินหมิงผู้นี้เป็นสัตว์ประหลาดเกินไป นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วง
ปลายสามารถต้านทานออร่าทั้งหมดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ได้!
ความจริงก็คือพวกเขาไม่รู้ว่าร่างจิตวิญญาณของซือถูปั๋วหนานได้ถูก
ทำลายโดยหลินหมิงไปแล้ว ซือถูปั๋วหนานแน่นอนจะไม่ยอมให้เรื่อง
ดังกล่าวแพร่งพรายออกไปจนเขาอับอายขายหน้า ถ้าพวกเขารู้เรื่องนี้แล้ว
พวกเขาก็จะไม่แปลกใจกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
“ผู้นำตระกูลซือไป๋ ท่านต้องการเช่นนี้จริงๆหรือ?” ซือถูฮ่าวเทียนลุก
ขึ้นยืนและซือถูเหยาซีก็ลุกขึ้นตามมา
ในเวลานี้ ชายชราสวมหน้ากากนั่งอยู่ตรงมุมก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
ขณะที่เขาลุกขึ้นยืน อักขระค่ายกลมากมายที่คลุมเครือเริ่มเติมเต็มห้อง
โถงหลักทั้งหมด พลังงานที่ยิ่งใหญ่กำลังไหลออกมาจากอักขระค่ายกล
เหล่านี้ราวกับว่าทั้งห้องโถงหลักมีชีวิตขึ้นมา
นี่เป็นสัญญาณว่ารูปแบบค่ายกลของหัวใจแห่งดินแดนจะถูกเปิดใช้
งานเร็วๆนี้!
ซือถูฮ่าวเทียนมีการแสดงออกดูสงบ แต่เขารู้ว่าการต่อสู้ในตอนนี้จะ
เป็นการตัดสินใจที่แย่ที่สุด หากเพียงเขาและซือถูเหยาซีย่อมไม่ได้มี
ปัญหาใดๆ; อย่างมากที่สุดพวกเขาจะเสียโลหิตและพลังงานบางส่วน แต่
สำหรับรุ่นเยาว์ที่มาด้วยนั้นต่างเป็นผู้สืบทอดที่สูงส่ง องค์ชาย ตลอดจน
ศิษย์ของเขา ทั้งยังมีราชทูตปีศาจสูงสุดและมหาบัณฑิตจักรพรรดิอีก 2
คน และทุกคนก็จะตกตายที่นี่ นี่ไม่ใช่ความสูญเสียที่อาณาจักรอาชูร่า
สามารถจ่ายได้
ก่อนหน้านี้ ซือถูฮ่าวเทียนไม่เคยนึกถึงสถานการณ์เช่นนี้ มิเช่นนั้น
เขาย่อมจะไม่นำรุ่นเยาว์เหล่านี้เข้ามาที่นี่ด้วย
“ซื่อไป๋ ท่านวางแผนที่จะทำสงครามกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
ของข้าเพื่อหลินหลานเจี้ยนจริงๆหรือ?” ซือถูฮ่าวเทียนกล่าวออกมาผ่าน
กระแสเสียงปราณแท้ “ตามความรู้ของข้า เขาไม่ได้เป็นสมาชิกของ
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ ท่านรู้ถึงราคาที่ต้องจ่ายในสงครามหรือไม่?”
“แน่นอนว่าข้ารู้” ซื่อไป๋ตอบอย่างสงบราวกับว่าตระกูลเทพเจ้าพิโรธ
ไม่ได้สนใจอะไรเลย
“ส่งมอบหลินหลานเจี้ยนให้กับข้าและอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะ
ให้คำมั่นสัญญาว่าท่านจะได้รับหนึ่งล้านหินลมปราณจิตวิญญาณรวมทั้ง
2 แก่นลูกท้อหมื่นปี!”
แก่นลูกท้อหมื่นปีสมบัติล้ำค่ายิ่งกว่าโอสถสวรรค์ประทานชีวิต โอสถ
สวรรค์ประทานชีวิตมีประโยชน์สำหรับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต แต่แก่น
ลูกท้อหมื่นปีมีประโยชน์สำหรับผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร นี่คือสมบัติที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าที่สามารถทำให้หัวใจของ
บรรดาผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรต้องสั่นไหว
อย่างไรก็ตาม ซือถูฮ่าวเทียนไม่เคยคิดเลยว่าซื่อไป๋จะเพียงยิ้มและ
กล่าวว่า “ข้าต้องขออภัย แต่เนื่องจากผลของคำสาปสายเลือดตระกูลเทพ
เจ้าพิโรธของข้าแล้วมันก็ย่อมเหมือนดั่งการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยและได้
ผลตอบแทนเล็กน้อย ดังนั้น แก่นลูกท้อหมื่นปีจึงไม่มีประโยชน์สำหรับเรา
…”
“แล้วท่านต้องการสิ่งใด?” สีหน้าของซือถูฮ่าวเทียนกลายเป็นน่า
เกลียด
ซื่อไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “ถ้าท่านเต็มใจมอบ
ราชบัลลังก์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ารวมทั้งหินลมปราณจิตวิญญาณ
สิบหรือยี่สิบล้านแล้ว ข้าคิดว่าข้าอาจจะสามารถพิจารณามันได้บ้าง”
เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
เจ้าต้องการที่จะต่อสู้?” ซื่อไป๋กล่าวออกมาโดยไม่เกรงกลัว
“เจ้า!!”
ซือถูฮ่าวเทียนเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธ ตลอดเวลาที่เขาอยู่
ภายใต้สมมติฐานที่ว่าตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะไม่กล้าที่จะทำสงครามกับ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ถ้าต้องนองเลือดอย่างแท้จริงแล้ว อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็ย่อมสามารถกวาดล้างตระกูลเทพเจ้าพิโรธได้ แต่ราคาที่
พวกเขาต้องจ่ายสำหรับการนี้ก็จะมากมายเช่นกัน
ดินแดนมิตินี้ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นของรูปแบบค่ายกลและยังป้องกัน
ตนเองได้อย่างง่ายดายด้วย หากพวกเขาต้องการที่จะโจมตีมันแล้ว พวก
เขาอาจจะต้องจ่ายด้วยราคาถึงสองเท่า
และการสูญเสียผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร 4-5 คนเพื่อแลกกับการ
ทำลายล้างตระกูลเทพเจ้าพิโรธ มันก็ย่อมไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน
ความแข็งแกร่งของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าห่างไกลจากการ
เปรียบเทียบกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภาและอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้า
เตาหลอมเทวะ หากพวกเขาสูญเสียขุมกำลังไปครึ่งหนึ่งแล้ว ตำแหน่ง
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าในโลกจะกลายเป็นความมั่นคงน้อยลง ไม่ว่า
อย่างไร พวกเขามีทรัพยากรจำนวนมากอยู่
พวกเขามีดินแดนมิติที่มีคุณค่า หยกไม้จิตวิญญาณ แร่และสมบัติทุก
ประเภท ถึงแม้ว่าแหล่งทรัพยากรของพวกเขาจะด้อยกว่าอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภาและอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ แต่พวกเขา
ยังคงมีวัสดุสวรรค์ที่หาได้ยากเช่น แก่นลูกท้อหมื่นปี มันจะเป็นไปไม่ได้ที่
จะปกป้องแหล่งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมากมายในดินแดนที่กว้างใหญ่
ทั้งหมดนี้ พวกเขาจะต้องสามารถรักษาตำแหน่งที่มั่นคงของตนเองให้ได้
“ซื่อไป๋ ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใด้เจ้าจึงจะสร้างความเกลียดชังดังกล่าวกับ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ของข้าเพื่อคนนอกเช่นนั้น!” เสียงของซือถูฮ่า
วเทียนอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงไม่ให้หลินหมิงได้ยินมันด้วย
“ฮ่าๆ นี่เป็นเพราะข้าต้องชื่นชอบพรสวรรค์ของน้องชายหลิน ข้า
ต้องการช่วยฝึกให้เขา – เหตุผลนี้เพียงพอหรือไม่?” ซื่อไป๋ไม่ได้กล่าวถึง
เรื่องที่เกี่ยวกับจักรพรรดิฮ่าว มิเช่นนั้น ถ้ากระบี่เงินขาวถูกเพิ่มลงใน
ความลับอื่นๆทั้งหมดบนร่างกายของหลินหมิง นั่นจะทำให้ขุมพลังอัน
ยิ่งใหญ่หลายแห่งร่วมมือกันและโจมตีตระกูลเทพเจ้าพิโรธ แม้จะด้วยพื้น
หลังของตระกูลเทพเจ้าพิโรธ ก็ยังไม่สามารถยืนหยัดสู้ได้
อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ว่าเขาชื่นชมพรสวรรค์ของหลินหมิงเองก็
ไม่ได้เป็นเรื่องโกหกแต่อย่างใด ซื่อไป๋มองเห็นถึงศักยภาพของหลินหมิงอ
ย่างแท้จริง ถ้าเขาสามารถช่วยเลี้ยงดูผู้ทรงพลังเช่นนี้ มันจะสร้าง
ประโยชน์ให้ต่อตระกูลเทพเจ้าพิโรธอย่างมหาศาล
บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดอย่างมาก ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการเริ่ม
การต่อสู้แต่ ซือถูฮ่าวเทียนก็ไม่อาจยอมแพ้ได้เช่นกัน
“ฮ่าวเทียน เราไม่สามารถปล่อยให้สัตว์ประหลาดน้อยนี้เติบโตได้
อย่างอิสระที่นี่ มันเป็นสัตว์ประหลาดที่ฉลาดแกมโกง ถ้าเขาสามารถฆ่า
มหาบัณฑิตจักรพรรดิของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าและ 3 ราชทูตปีศาจ
ได้แล้ว เช่นนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาไปถึงขั้นทำลายชีวิต!”
ซือถูเหยาซีเตือนเมื่อนางเห็นฮ่าวเทียนเริ่มถอย ที่จริงแล้ว หากไม่
สนใจความลับและสมบัติที่หลินหมิงครอบครอง แค่เพียงแค่พรสวรรค์เขา
ก็เพียงพอแล้วที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะต้องจัดการเขา ถ้าพวกเขา
ไม่เข้าใจโอกาสที่จะทำลายเขาก่อนที่นี่แล้ว เขาจะเติบโตขึ้นและเป็น
ปัญหาอย่างมากในอนาคต
“ท่านมักจะกล่าวว่าข้าผิดที่ฆ่าไป่หยูอวี้ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาไล่
ล่าข้า เหตุใดข้าถึงจะต้องฆ่าพวกเขาเล่า? นอกจากนี้ ราชทูตปีศาจสาม
และสี่ ทั้งสองตกตายในบึงทมิฬแปดพันลี้ – การตายของพวกเขาไม่มี
อะไรเกี่ยวข้องกับข้า ส่วนเรื่องไป่หยูอวี้และราชทูตปีศาจสอง ข้าฆ่าพวก
เขาด้วยตัวเองโดยตรง ดังนั้นท่านจะพูดได้อย่างไรว่าข้าวางแผนบางอย่าง
เพื่อลอบสังหารพวกเขา?”
“ฮ่าๆๆๆ! เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถฆ่ามหาบัณฑิตจักรพรรดิและราชทูต
ปีศาจได้โดยไม่ใช้กับดักอันใดเช่นนั้นหรือ? อย่าทำให้ข้าหัวเราะไป
มากกว่านี้เลย!”
ผู้ที่กล่าวออกมาคือมหาบัณฑิตจักรพรรดิที่ดูเหมือนเด็กชาย เขาไล่
ล่าหลินหมิงไปพร้อมกับไป่หยูอวี้ ริมฝีปากของเขาแดงและฟันขาว ด้วย
ชุดสีแดงตัวเล็กและผมเปีย เขาก็มองดูเหมือนเด็กอายุเจ็ดหรือแปดขวบ
นักสู้ผู้เดินตามเส้นทางปีศาจมักจะศึกษาเคล็ดบ่มเพาะเฉพาะ และมี
บางคนเช่น ไป่หยูอวี้ เด็กชายชุดแดงหรือซือกุ่ยเหยินที่จะมีร่างกายที่
แข็งแกร่งจนผิดปกติ พวกเขาอาจดูแก่เกินไป เด็กเกินไปหรือแม้กระทั่งไม่
เหมือนมนุษย์
“เจ้าสารเลวน้อย หากเจ้ากล้า เช่นนั้นก็มาต่อสู้กับข้าในการแข่งขันที่
ยุติธรรม อันดับในประกาศิตชะตาฟ้าของข้าพอๆกับไป่หยูอวี้ ถ้าเจ้า
สามารถป้องกันการโจมตีของข้าได้ 10 กระบวนท่าโดยไม่หนีไปแล้ว
เช่นนั้นข้าจะเชื่อที่เจ้ากล่าวมาทั้งหมด!”
คำพูดของเด็กชายชุดแดงเต็มไปด้วยการยั่วยุ ขณะที่เขาเห็นว่า
สถานการณ์ปัจจุบันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาจึงตัดสินใจที่จะยั่วยุหลินหมิง
และท้าทายเขาในการแข่งขันที่เป็นธรรม ด้วยวิธีนี้ ซื่อไป๋จะไม่สามารถ
เข้ามายุ่งได้
เขาตระหนักดีว่าความแข็งแกร่งของหลินหมิงอยู่ที่อันดับ 250-280
ในประกาศิตชะตาฟ้า มิต้องกล่าวถึง 10 กระบวนท่า เพียง 3 กระบวนท่า
ก็อาจจะไม่สามารถป้องกันได้แล้ว
หลินหมิงมองไปยังเด็กชายชุดแดงและไม่สนใจคำพูดของเขา กล้บ
กัน เขายิ้มและกล่าวว่า “เจ้าหนู เจ้าชื่ออะไร?”
“เจ้า!!”
เด็กชายชุดแดงจ้องมองไปยังหลินหมิง เขาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ขณะที่เขาฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะวัฎสงสารปีศาจ และยิ่งเขาฝึกฝนเคล็ดบ่ม
เพาะวัฎสงสารปีศาจมากยิ่งขึ้น เขาก็จะยิ่งเด็กลงเท่านั้น ดังนั้ันเขาจึงมี
รูปลักษณ์ที่ดูเด็กเช่นนี้ เมื่อครั้งที่เขาผลาญการบ่มเพาะเล็กน้อยเขาก็จะ
กลับไปสู่รูปลักษณ์เดิม แต่มันก็อยู่ได้เพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้นก่อนที่เขาจะ
กลับไปสู่รูปลักษณ์เด็กอีกครั้ง สิ่งที่เขารังเกียจที่สุดก็คือมีผู้มาเย้ยหยัน
รูปลักษณ์ของเขา
ซื่อไป๋หัวเราะออกมาดังๆ “น้องชายหลิน, เจ้าล้อเล่นมากเกินไป!
เด็กชายชุดแดงนี้มีอายุมากกว่า 1500 ปีแล้ว”
เมื่อซื่อไป๋กล่าวว่าคำว่า ‘เด็กชายชุดแดง’ สีหน้าของเด็กชายชุดแดงก็
กลายเป็นเขียวคล้ำ แต่เขาไม่กล้าล้อเลียนตัวตนเช่นซื่อไป๋ กลับกัน เขา
สามารถจ้องมองไปยังหลินหมิงได้อย่างไร้ความปราณีและกัดฟันพูดว่า
“หลินหลานเจี้ยน! เจ้ากล้าที่จะสู้กับข้าหรือไม่!? ข้าจะถือว่าเจ้าชนะถ้าเจ้า
สามารถได้รับ 10 กระบวนท่าของข้าได้!”
“ต่อสู้กับเจ้า? เจ้าไม่คิดว่ามันน่าอายบ้างหรืออย่างไร? เจ้ามีอายุ
มากกว่า 1500 ปีแล้ว และการบ่มเพาะของเจ้าอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ
6 เมื่อเทียบกับเจ้า อายุของข้าก็เป็นเพียงเสี้ยวอายุของเจ้าเท่านั้น แล้ว
เจ้ากลับต้องการที่จะท้าทายข้าในการประลอง? ดูเหมือนว่าเจ้าจะเหมือน
เด็กไปทั้งจิตวิญญาณด้วยแล้ว! ถ้าเจ้ามีความสามารถ ก็จงยับยั้งพลังของ
เจ้าให้อยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้แล้วมาต่อสู้กับข้า ข้าจะสูักับเจ้าอย่าง
แน่นอน! ถ้าเจ้าสามารถรับการโจมตีจากข้าได้แม้แต่หนึ่งกระบวนท่าแล้ว
ข้าจะถือว่าเจ้าเป็นฝ่ายชนะ”
หลินหมิงรู้สึกรำคาญใจกับคนเช่นนี้อย่างมาก ระหว่างการสู้รบกับ
ไป่หยูอวี้ เขาได้รับชัยชนะ แต่นั่นเป็นการต่อสู้กับไป่หยูอวี้ที่ได้บาดเจ็บ
อย่างรุนแรง และเขาก็ยังได้ยืมการสนับสนุนของสายฟ้าสีแดงทอง
เพื่อที่จะทำเช่นนั้น ใช้องค์ประกอบ ของความประหลาดใจต่างๆเพื่อ
เอาชนะนาง
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น หลินหมิงได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงจุดที่สำลักโลหิต
และอวัยวะภายในก็ได้รับความเสียหาย แต่โชคดีที่ร่างกายของเขา
ทนทานดั่งสมบัติระดับปฐพีชั้นสูง และเขายังมีเกราะจักรพรรดิปีศาจคอย
ปกป้องด้วย ถ้าเขากำลังต่อสู้กับเด็กชายชุดแดงนี้ มันก็มิต้องกล่าวถึงการ
ป้องกันถึง 10 กระบวนท่า เขาจะไม่สามารถหลบได้ทันแม้แต่กระบวนท่า
เดียวด้วยซ้ำ ผู้เชี่ยวชาญ 50 อันดับแรกในประกาศิตชะตาฟ้าย่อมไม่ได้
เป็นตัวตลก
“การบ่มเพาะเป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่ง เหตุใดข้าจึงต้องยับยั้ง
การบ่มเพาะของตนเองด้วยเล่า?” เด็กชายชุดแดงกล่าวอย่างมั่นใจ
ยับยั้งการบ่มเพาะของตนเองเพื่อที่จะต่อสู้กับหลินหมิง? ไร้สาระ!
หลินหมิงเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด เพียงการบ่มเพาะขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ของเขาก็สามารถเข้าสู่ 300 อันดับแรกของประกาศิต
ชะตาฟ้าได้แล้ว มิต้องกล่าวถึงการที่ต้องยับยั้งการบ่มเพาะให้อยู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ กระทั่งเขายับยั้งการบ่มเพาะให้อยู่ขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 2-3 ก็ตาม และการต่อสู้กับหลินหมิงด้วยการบ่มเพาะขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ ย่อมเป็นเพียงการฆ่าตัวตายอย่างไม่ต้องสงสัย เด็กชายชุด
แดงย่อมจะไม่ทำสิ่งที่โง่เขลาเช่นนั้นอย่างแน่นอน
หลินหมิงกล่าวต่อว่า “เนื่องจากเจ้าไม่ต้องการที่จะยับยั้งการบ่มเพาะ
ของตนเองแล้ว เช่นนั้นก็รอให้ข้าทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตและเราจะมา
ต่อสู้กันอีกครั้ง เมื่อเวลานั้นมาถึง นักสู้ขั้นทำลายชีวิตของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าทั้งหมดย่อมสามารถท้าทายข้าได้ ไม่ว่าจะอยู่ระดับพลัง
หรืออันดับใดในประกาศิตชะตาฟ้า ไม่ว่าจะมากันกี่คน, ข้าจะต่อสู้ด้วย
ทั้งหมด!”
“อะไรกัน!?”
คำกล่าวของหลินหมิงทำให้ทุกคนตกตะลึง ไม่ว่าจะอยู่ระดับพลัง
หรืออันดับใดในประกาศิตชะตาฟ้า ไม่ว่าจะมากันกี่คน, เขาจะต่อสู้ด้วย
ทั้งหมด!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ 2 มหาบัณฑิตจักรพรรดิ, ราชทูตปีศาจสูงสุด
และแม้แต่ศิษย์คนโตของซือถูฮ่าวเทียน พวกเขาทั้งหมดเป็นนักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 6! และนั่นคือตำแหน่งที่หลินหมิงกำลังพูดถึงด้วยความ
เย้ยหยัน!
นี่เป็นการดูถูกอย่างที่สุด!
“เจ้าบอกว่าตราบเท่าที่พวกเขาเป็นผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า และไม่ว่าการบ่มเพาะของพวกเขาจะอยู่ระดับ
ใด พวกเขาจะสามารถท้าทายเจ้าได้ใช่หรือไม่? ไม่ว่าจะติดอันดับใดใน
ประกาศิตชะตาฟ้าหรือมีนักสู้กี่คนที่ท้าทายเจ้า หรือแม้กระทั่งหากพวก
เขาเข้าร่วมในการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง!?” ศิษย์คนโตของซือถูฮ่าวเทียนก้าว
ไปข้างหน้า ดวงตาของเขาส่องสว่างขณะที่เขาจ้องมองไปยังหลินหมิง
“ใช่แล้ว!” หลินหมิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีความเกรงกลัวอย่าง
สิ้นเชิง
ท่าทางของเขาดูเหมือนว่าเขาได้ทำสัญญานี้อย่างไม่แยแส แต่เขาก็
ไม่มีทางเลือกอื่น เขาเห็นว่าถึงแม้ซื่อไป๋จะแข็งแกร่ง แต่ความจริงก็คือเขา
อยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมาก!
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะไม่ปล่อยให้เขาไปง่ายๆแน่ เขาเป็นภัย
คุกคามต่อพวกเขามากเกินไปแล้ว ถ้าพวกเขาจะปล่อยตัวเขา พวกเขาก็
จะพบกับปัญหาไม่สิ้นสุดในอนาคต
หากพวกเขาต่อสู้กันจนถึงที่สุดที่นี่แล้ว อาณาจักรอาชูร่าย่อมจะใช้
วิธีการทุกอย่างที่มี พวกเขาอาจเสนอรางวัลที่สูงขึ้นเทียมท้องฟ้า หรือ
สร้างข่าวลือว่าเขามีความลับบางที่ยิ่งใหญ่บางอย่างในร่าง และใช้วิธีการ
เหล่านี้ในการหาพันธมิตรจำนวนมากก่อนที่จะโจมตีตระกูลเทพเจ้าพิโรธ
ด้วยกัน ตระกูลเทพเจ้าพิโรธถูกซ่อนอยู่ในโลกที่เปล่าเปลี่ยวตลอดทั้งปี
พวกเขาไม่มีพันธมิตรและทำได้เพียงต่อสู้ตามลำพัง
หลินหมิงเองก็ไม่สามารถช่วยได้มากนักในขณะนี้ เขาไม่ได้คาดหวัง
ว่าองค์ชายเจ้าสำราญเช่นหลี่อี้เฟิงจะสามารถโน้มน้าวให้อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดาราต่อสู้เคียงข้างเขาได้
ถ้าสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป ตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะพังพินาศเพราะเขา
หลินหมิงไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ดังนั้น เขาจึงสามารถเปลี่ยน
ความกดดันและให้อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ากำหนดทิศทางให้เขาแทน
การแสดงออกถึงความสิ้นหวัง นี่จะเป็นการถ่วงเวลาให้เขา