Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 832 ความโกลาหลเพิ่มขึ้น, ดั่งพายุและน้ำหลากที่กำลังจะ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 832 ความโกลาหลเพิ่มขึ้น, ดั่งพายุและน้ำหลากที่กำลังจะ
มาถึง
“น้องชายหลิน เจ้าบุ่มบามเกินไป!” ซื่อไป๋ บอกกับหลินหมิงหลังจาก
ที่นักสู้จากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์จากไปแล้ว แม้ว่าเขาจะกล่าวเช่นนี้เขาก็รู้
ว่าตระกูลเทพเจ้าพิโรธไม่สามารถป้องกันหลินหมิงจากความกริ้วของ
อาณาจักรอาชูรา ตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะต้องมีความแข็งแกร่งอย่างน้อย
ครึ่งหนึ่งของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดาราก่อนที่พวกเขาและอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะสามารถต่อสู้กัน
หลินหมิงยังไม่รู้ด้วยว่าเขาจะมีโอกาสชนะสักเพียงใด เขามองไปยัง
ซื่อไป๋และกล่าวว่า “เท่าที่ข้ารู้อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ไม่ได้มี
ผู้เชี่ยวชาญประกาศิตชะตาฟ้า 20 อันดับแรกมากใช่หรือไม่?”
“อืม” ซื่อไป๋พยักหน้า “แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น ไม่มีผู้ใดรู้ว่า
ความจริงเป็นอย่างไร การติด 20 อันดับแรกในประกาศิตชะตาฟ้า
หมายความว่าเจ้ามีโอกาสสูงมากที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้!
ผู้เชี่ยวชาญประกาศิตชะตาฟ้า 20 อันดับแรกอาจจะกลายเป็นผู้อาวุโส
สูงสุดขั้นเทพสมุทรในอนาคต และจะทำให้อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่ง
ขึ้นไปอีก ถ้าสถานะของบุคคลประเภทนี้ถูกเปิดเผยแล้ว มันอาจเป็นไปได้
ว่าพวกเขาจะได้พบกับแผนการและกับดัก ตลอดการผจญภัยต่างๆของ
พวกเขา พวกเขาอาจถูกฆ่าโดยนักฆ่าที่ส่งมาจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อื่น
ด้วยเหตุนี้ มันจึงมีเพียงตัวตนระดับสูงของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
เท่านั้นที่จะรู้ว่ามีผู้ทรงพลังของตนเองอยู่เท่าใด
“ซือถูฮ่าวเทียนเป็นสุนัขจิ้งจอกชราที่ฉลาดแกมโกงโดยธรรมชาติ เขา
เป็นราชสีห์ที่มักใช้กำลังเต็มที่ในการจับกระต่าย อย่าคิดว่าเขาจะกลัว
เพราะเขาไม่ค่อยจะเต็มใจตกลงเดิมพันกับเจ้า ความจริงก็คือ เขาจะไม่
ทำเช่นนั้นจนกว่าเขาจะมีความมั่นใจว่าเขาจะชนะมากกว่า 90% มิ
เช่นนั้นเขาก็ย่อมจะไม่เดิมพันสิ่งใด พื้นหลังของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชู
ร่าเหนือกว่าที่เจ้าคาดเอาไว้มากนัก แต่ซือถูฮ่าวเทียนจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้
เขาจะรอจนกว่าถึงจุดที่ศัตรูของเขาแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อน และจึง
เปิดเผยไพ่ที่เขาได้ซ่อนเอาไว้ทั้งหมด และจัดการศัตรูด้วยความเร็วดั่ง
สายฟ้า!”
“ข้าเข้าใจแล้ว…” หลินหมิงกำหมัดแน่น เขาสามารถคาดการณ์ได้ว่า
การต่อสู้ครั้งนี้จะยากลำบากถึงเพียงใด เหตุผลเดียวที่ซือถูฮ่าวเทียนไม่
ค่อยจะเต็มใจที่จะเห็นด้วยก็เพราะไม่ว่าจะชนะหรือล้มเหลว ทั้งสองจะ
ทำให้เกิดการเปิดเผยจำนวนผู้ทรงพลังที่ซ่อนเร้นในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อา
ชูร่า ผู้ทรงพลังเหล่านี้มีค่ามหาศาลในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า มันยาก
ที่จะทนต่อการสูญเสียถ้าพวกเขาตกตาย!
“เจ้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตที่นี่ได้อย่างสงบ ตระกูลเทพ
เจ้าพิโรธจะให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ข้าสังเกตเห็นว่าเจ้ามีบาดแผล
ในทะเลแห่งจิตวิญญาณที่ยังไม่ฟื้นตัว ตระกูลเทพเจ้าพิโรธของข้ามี
ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาบาดแผลให้กับจิตวิญญาณ
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธเต็มไปด้วยผู้มีพรสวรรค์มากมาย ตระกูลของ
พวกเขามีตราประทับสายเลือด – เขตแดนอารักษ์ซึ่งสามารถสร้างสนาม
พลังในพื้นที่หนึ่งและใช้สนามพลังนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับนักสู้ได้
มันรวมถึงความทนทาน, ความสามารถในการฟื้นฟู, ความเร็วในการ
ป้องกันและพลังโจมตี มันเป็นไปได้กระทั่งเพิ่มพลังเจตจำนง, พลังจิต
วิญญาณ, สัมผัสรับรู้และอื่นๆ
ขณะที่หลินหมิงคิดถึงเขตแดนอารักษ์นี้ เขาก็นึกไปถึงหญิงสาวเจวี๋ย
“ท่านผู้นำตระกูลซื่อไป๋ ข้ามีเรื่องที่จะบอกกับท่าน”
“หืม?” ซื่อไป๋รู้สึกสนใจ
หลินหมิงเล่าเรื่องราวของเจวี๋ยให้แก่ซื่อไป๋ฟัง ขณะที่ซือไป๋ได้ฟังเรื่อง
นี้เขาก็ตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักเจวี๋ย แต่เขาไม่รู้ว่าถูกลักพาตัวไป
ในขณะที่หลินหมิงเห็นการตอบสนองของซื่อไป๋ เขาก็มีคำถาม
บางอย่าง “ผู้นำตระกูลซื่อไป๋ ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดตระกูลเทพเจ้าพิโรธจึง
ซ่อนตัวอยู่ในโลกนี้ นอกจากนี้ เนื่องจากพื้นหลังของตระกูลเทพเจ้าพิโรธ
ที่เหนือกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ใดๆทวีปนภารินไหลแล้ว มหาทะเลทราย
ตะวันตกเฉียงเหนือยังคงจะกล้าที่จะลักพาตัวเจวี๋ยไปอีกเช่นนั้นหรือ?
พวกเขาไม่กลัวว่าเรื่องนี้จะถูกค้นพบโดยท่านและโดนแก้แค้น?”
ซื่อไป๋ถอนหายใจอย่างขมขื่นเมื่อได้ยินคำถามของหลินหมิง เขา
กล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าเราอยากจะซ่อนตัวอยู่ในโลกใบนี้ แต่เราพบว่ามันยากที่
จะจากไป…”
“หืม?”
“ตระกูลเทพเจ้าพิโรธของเราต้องทนรับคำสาปทางสายเลือด ใน
ดินแดนมิตินี้ มีรูปแบบค่ายกลมากมายที่ถูกวางไว้โดยคนของเราตลอด
หลายชั่วอายุ มันสามารถลดทอนอำนาจของคำสาปได้ แต่รูปแบบค่ายกล
เหล่านี้ไม่มีอยู่ภายนอก สำหรับตระกูลของเรา ยิ่งการบ่มเพาะเพิ่มมากขึ้น
ผลของคำสาปก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น เฉพาะนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าและ
ต่ำกว่านั้นจึงจะสามารถออกไปได้ ส่วนนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้และ
เหนือกว่า มันจะเป็นอันตรายต่อพวกเขามากเกินไป พวกเขาสามารถ
ออกไปได้ไม่กี่วันก่อนที่จะต้องกลับเข้ามา”
“ข้อยกเว้นคือ ถ้ามีความแข็งแกร่งเช่นบรรพบุรุษจักรพรรดิฮ่าวซึ่ง
เป็นผู้ทรงพลังที่มีเจตจำนงอันน่าเกรงขามและร่างกายที่เสริมความ
แข็งแกร่งด้วยพลังสายฟ้า พวกเขาจะสามารถพึ่งพาพลังอันแข็งแกร่งของ
ตัวเองและต่อต้านคำสาปที่ภายนอกได้! นี่เป็นเหตุผลว่าเหตุใดบันทึกที่
เขาทิ้งไว้จึงมีค่ามากสำหรับตระกูลของข้า”
“มันเป็นเช่นนี้เอง…” หลินหมิงตระหนักได้ ไม่น่าแปลกใจที่ตระกูล
เทพเจ้าพิโรธยังคงซ่อนตัวอยู่ในโลกของตัวเอง และอำนาจอื่นๆก็ไม่ได้ดู
เหมือนจะกลัวพวกเขา เป็นเพราะพวกเขาไม่มีทางที่จะทิ้งดินแดนมิตินี้ไป
ได้
…………
สามวันต่อมา อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ, เมืองจักรพรรดิ
ตะวันตก, ที่สำนักงานใหญ่ขององค์กรคว้าชะตา…
“ข้าอยากได้ข่าวสามฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของ 4
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์…” นักสู้สวมหมวกไม้ไผ่ควักกระเป๋าเอาหินลมปราณ
จิตวิญญาณมาวางบนโต๊ะซื้อขายข่าวขององค์กรคว้าชะตา
ชายวัยกลางคนที่อยู่เบื้องหลังโต๊ะได้ส่งข่าว 3 ฉบับอย่างเฉื่อยชาให้
ชายหมวกไม้ไผ่
ขณะที่ชายคนนั้นกวาดผ่านพวกมันด้วยสัมผัสรับรู้ เขาก็มึนงงขณะ
อ่านฉบับที่สอง
“ประกาศิตชะตาฟ้าอันดับที่ 280 หลินหลานเจี้ยน ได้ปิดด่านเพื่อ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตและจะท้าทายนักสู้ขั้นทำลายชีวิตทั้งหมดของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเช่นนั้นหรือ?”
นี่เป็นข่าวที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่ง!
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ, หลินหลานเจี้ยน, ทะลวงขั้นทำลายชีวิต!
หลินหลานเจี้ยนเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หายากนิรันดร์
ภายใต้สวรรค์นี้ ด้วยเพียงการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย
เขาก็สามารถติดอันดับในประกาศิตชะตาฟ้าได้แล้ว ถ้าเขาทะลวงเข้าสู่ขั้น
ทำลายชีวิตได้แล้ว ความสามารถในการต่อสู้ของเขาจะเพิ่มขึ้นมากถึง
เพียงใด?
ชายสวมหมวกไม้ไผ่หายใจเข้าลึก “ข้าย่อมไม่สามารถพลาดการแสดง
ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้!”
ข่าวนี้ได้แพร่ผ่านช่องทางข้อมูลทุกช่อง ในตอนแรกมันเป็นความลับ
จากนั้นมันก็กลายเป็นข่าวธรรมดา และในที่สุดมันก็ถูกล่วงรู้ไปทั่วทุกที่!
การต่อสู้จะเกิดขึ้นภายในสามเดือน สามเดือนนับจากนี้ ไม่ว่าหลิน
หลานเจี้ยนจะทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตได้หรือไม่ การต่อสู้ก็ยังคงจะเริ่ม
ขึ้น นอกจากนี้ นี่ยังเป็นการต่อสู้เป็นตาย!
“หลินหลานเจี้ยนได้ประกาศสงครามกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
แล้ว! เขาถูกตามล่าตลอดเวลา แต่ตอนนี้เขาได้ทำการตอบโต้จริงๆแล้ว!”
“ข้าคิดว่านี่เป็นเรื่องแปลก เหตุใดอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจึงต้อง
เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของหลินหลานเจี้ยนด้วยเล่า? ด้วยความสามารถ
ของพวกเขา มันไม่สามารถฆ่าหลินหลานเจี้ยนได้โดยตรงเช่นนั้นหรือ?”
ข้อมูลขององค์กรคว้าชะตาไม่ได้กล่าวถึงว่าตระกูลเทพเจ้าพิโรธให้
การปกป้องหลินหมิง นี่ทำให้หลายนักสู้ต้องตื่นตระหนก
“มันต้องมีเหตุผลที่เราไม่รู้ แต่เจ้าคิดว่าหลินหลานเจี้ยนไม่สามารถ
ชนะสงครามนี้ได้เช่นนั้นหรือ? ช่างเป็นการประลองที่ไม่เป็นธรรมยิ่ง นี่
อาจเป็นข้อเสนอของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าหรือไม่? และหลินหลาน
เจี้ยนอาจถูกบังคับให้ยอมรับมัน แม้ว่าจะไม่มีความหวัง เขาก็ยังคงไม่
ยอมแพ้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ แม้เขาจะเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์
อันดับหนึ่งของทวีปนภารินไหล แต่พื้นหลังของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
ก็ยังลึกล้ำอย่างยิ่ง และฝ่ายตรงข้ามยังไม่ถูกจำกัดจำนวนผู้เข้าประลอง
ถึงแม้หลินหลานเจี้ยนจะแข็งแกร่ง แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสู้อย่าง
ต่อเนื่องได้!”
“มันเป็นเช่นนั้นจริง มันจะไปมีผู้ใดสามารถเอาชนะได้ ถ้าไม่มีการ
จำกัดจำนวนของฝ่ายตรงข้าม?”
ความโกลาหลเพิ่มขึ้น ดั่งพายุและน้ำหลากที่กำลังจะมาถึง ไม่เพียง
4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ยินเรื่องนี้ แต่แดนศักดิ์สิทธิ์โดยรอบ นิกายและ
อาณาจักรเล็กๆ ก็ยังได้ยินข่าวนี้
ผู้มีพรสวรรค์หายากอันดับหนึ่งของทวีปนภารินไหล ได้ท้าทายนักสู้
ขั้นทำลายชีวิตทั้งหมดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า การแสดงที่ยิ่งใหญ่
นี้ย่อมได้รับความสนใจจากทั้งทวีป
นักสู้หลายคนได้เดินทางข้ามมาไกลหลายพันลี้เพื่อไปยังดินแดนมิติ
ซึ่งเป็นที่อาศัยของตระกูลเทพเจ้าพิโรธ และในเวลานี้ ตระกูลเทพเจ้า
พิโรธได้เปิดประตูของพวกเขาสู่โลกภายนอกอย่างอิสระ ปล่อยให้นักสู้
ทั้งหมดเข้ามา ในความคิดของซื่อไป๋ การต่อสู้ครั้งนี้จำเป็นต้องมีพยานให้
มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และจำเป็นที่จะต้องเป็นที่รู้จักทั่วทั้งทวีป
มิเช่นนั้น แม้หลินหมิงจะชนะ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าอาจจะไม่
ยอมรับคำสัญญาของพวกเขา