Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 835 สมบัติทั้งหมดได้มารวมกัน
ซื่อไป๋ได้เปิดประตูของตระกูลเทพเจ้าพิโรธเพื่อให้เหล่าวีรบุรุษของ
โลกสามารถมาสังเกตการต่อสู้ครั้งนี้ได้ นี่เป็นเพราะพวกเขาทั้งหมด
สามารถเป็นพยานเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
จะกระทำเมื่อพ่ายแพ้
แต่ตอนนี้ วีรบุรุษจากทั่วทั้งทวีปเข้ามากองซ้อนกันมากขึ้นเรื่อยๆ
หลายคนเหล่านี้เป็นผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงของนิกายใหญ่และเป็นรุ่นเยาว์ชน
ชั้นสูงที่รู้จักกันทั่วอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในตัวตนเหล่านี้เป็นผู้มี
พรสวรรค์ในยุคของพวกเขา
คนจำนวนมากมารวมกันไม่ได้เป็นประโยชน์ในการช่วยหลินหมิง
ทะลวงขั้นทำลายชีวิตได้เลย เมื่อนักสู้ทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต นั่นเป็น
จุดที่อันตรายมากเมื่อพวกเขาอยู่ในช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด นี่คือเหตุผลที่
พวกเขาต้องการรักษาสภาพจิตใจที่ดีไว้ตลอด หากมีอิทธิพลภายนอกมาก
เกินไปมันก็อาจสร้างแรงกดดันต่อนักสู้ได้
วันนี้ ซื่อไป๋รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับหลินหมิงในการทะลวงขั้นทำลาย
ชีวิต เขาเกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้ มิเช่นนั้นแล้ว เหตุใดเขาถึง
ยอมรับสองโอสถเทวะผันแปรจากเหยียงอวิ๋นด้วยเล่า? และใช้เวลา
มากกว่า 10 วันในการฟื้นฟูจิตวิญญาณที่บาดเจ็บของเขาและปรับสภาพ
มันอีกด้วย?
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะชัดเจนขึ้นในสามวันถัดจาก
นี้ไป…
ซื่อไป๋มองไปยังท้องฟ้าแล้วเดินไปยังที่ซึ่งหลินหมิงปิดด่านอยู่
นี่เป็นจุดเงียบสงบที่ดีที่สุดในตระกูลเทพเจ้าพิโรธทั้งหมด มันถูก
สร้างขึ้นในหอคอยที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงอย่างมาก หอคอยแห่งนี้ตั้งอยู่
ศูนย์กลางเส้นกำเนิดจิตวิญญาณในดินแดนมิติ พลังต้นกำเนิดสวรรค์และ
ปฐพีบริสุทธิ์และอุดมอย่างมากที่นี่
ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังมีชั้นรูปแบบค่ายกลป้องกันชั้นแล้วชั้นเล่าใน
บริเวณโดยรอบ มันมีประวัติอันยาวนานอยู่เบื้องหลังค่ายกลเหล่านี้ เมื่อ
100,000 ปีก่อน บรรพบุรุษของตระกูลเทพเจ้าพิโรธได้วางมันไว้ที่นี่มัน
ถูกเรียกว่า ค่ายกลตรึงนภา เมื่อมีการเปิดใช้งานมันแล้ว จะมีระบบที่น่า
กลัวและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าผู้ทรงพลังไร้เปรียบควบคุมมัน มัน
ก็จะทรงพลังจนสามารถกักขังทวยเทพและตัวตนอมตะได้
ถึงแม้ว่าพลังของค่ายกลในปัจจุบันจะไม่รุ่งเรืองเท่าในอดีต แต่ไม่ว่า
อย่างไร ด้วยผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรของตระกูลเทพเจ้าพิโรธควบคุมมัน
มันก็จะสามารถต้านทานการโจมตีร่วมกันของหกหรือเจ็ดผู้ทรงพลังขั้น
เทพสมุทรได้
เป็นการยากที่จะป้องกันความคิดและความต้องการของผู้อื่น ดังนั้น
ซื่อไป๋จึงได้เปิดใช้งานค่ายกลตรึงนภาเพื่อรับประกันว่าหลินหมิงจะมี
ความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์เมื่อเขากำลังทะลวงขั้นทำลายชีวิต
แต่น่าเสียดาย การจัดเตรียมค่ายกลนี้จำเป็นต้องใช้ธวัชค่ายกล
เฉพาะและวิธีผลิตธวัชค่ายกลเหล่านี้ได้สูญหายไปแล้ว แต่ตระกูลเทพเจ้า
พิโรธหลงเหลืออยู่เพียง 4 อันเท่านั้น มิเช่นนั้น ถ้าพวกเขาสามารถ
ครอบคลุมทั้งดินแดนมิติในค่ายกลตรึงนภา ซื่อไป๋ก็จะไม่กลัวแม้แต่การ
ทำสงครามกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
“ท่านผู้นำตระกูล…”
ผู้คุ้มกันยกมือคารวะทันทีที่เห็นซื่อไป๋
ซื่อไป๋เดินตรงเข้าไปในห้องแยก มันมีอักษรรูนเล็กๆจำนวนมากที่
วาดไว้บนพื้นดินเพื่อเพิ่มพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี รวมถึงทักษะลับ
ที่สามารถเพิ่มโอกาสในการทะลวงขั้นทำลายชีวิตได้
หลินหมิงนั่งตรงกลางรูนเหล่านี้ ชายสองคนยืนอยู่ด้านซ้ายและขวา
ของเขาทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันเขา
คนสองคนนี้มีความเชี่ยวชาญในเขตแดนอารักษ์ หนึ่งสามารถเพิ่ม
ความแข็งแกร่งทางกายภาพของนักสู้และอีกคนสามารถเพิ่มพลังจิต
วิญญาณของนักสู้และเจตจำนงได้ คนสองคนนี้ได้รับการคัดเลือกโดยซื่อ
ไป๋เพื่อทำหน้าที่ช่วยหลินหมิงทะลวงขั้นทำลายชีวิต
มีหินลมปราณจิตวิญญาณหลายพันก้อนกองอยู่รอบๆหลินหมิง
รวมทั้ง 5 กล่องหยกขนาดต่างๆ หนึ่งในกล่องเหล่านี้มีโอสถเทวะผันแปร
ที่ให้ยืมมาโดยเหยียงอวิ๋น
หลินหมิงกำลังสะสมพลังช่วงสุดท้าย
“ผู้นำตระกูลซื่อไป๋” หลินหมิงรู้สึกได้ว่าซื่อไป๋มาถึงและเริ่มลุกขึ้นเพื่อ
ทักทายเขา
“ไม่จำเป็นต้องยืนขึ้น!” ซื่อไป๋ได้เห็นสีหน้าที่เคร่งขรึมของหลินหมิง
และสามารถยืนยันการคาดเดาของตัวเขาได้ ดูเหมือนว่าการที่หลินหมิง
จะทะลวงขั้นทำลายชีวิตนั้นไม่ง่ายเลย เขาไม่ได้ถามว่าเพราะเหตุใด
หลินหมิงจึงยากที่จะทะลวงขั้นทำลายชีวิตได้ แต่กลับกัน เขาโบกมือให้
แล้วหยิบกล่องไม้ที่ดูธรรมดาออกมาจากแหวนมิติของเขา เมื่อเปิดมัน
อัญมณีผลึกโปร่งใสถูกเปิดเผยออกมา มันมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของ
นิ้วก้อย แต่เมื่ออัญมณีผลึกนี้ปรากฏขึ้น มันเปล่งแสงสดใสราวกับว่ากฎ
ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงรอบๆมัน
“หินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุด?”
ม่านตาของหลินหมิงหดลง เขาสามารถยืนยันเรื่องนี้ได้
หินลมปราณจิตวิญญาณถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับเท่านั้นคือ สามัญ
กลางและสูงสุด
หินลมปราณจิตวิญญาณระดับกลางก็ถือว่าหาได้ยากแล้ว หิน
ลมปราณจิตวิญญาณระดับกลางเท่ากับหินลมปราณจิตวิญญาณสามัญ
300 ก้อน และหินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดก็ยิ่งหายากอย่างไม่
ต้องสงสัย
หินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดเป็นแหล่งพลังงานของเหมือง
หินลมปราณจิตวิญญาณ พวกมันทั้งหมดย่อมหายไปจากโลกเมื่อถูกนำ
ออกมา มันเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจมากแล้วหากทั้งเหมืองสามารถผลิตหิน
ลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดขึ้นมาได้หนึ่งก้อน นี่เป็นสมบัติที่แม้แต่ผู้
อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรยังจะต้องกลายเป็นบ้าคลั่งด้วยความโลภ มัน
เป็นประโยชน์อย่างมากที่จะช่วยให้นักสู้ทะลวงขั้นพลังได้
ซื่อไป๋กล่าวขึ้นว่า “มันเป็นเพียงชิ้นเล็กๆ ขนาดเพียงหนึ่งในหกของ
หินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุด”
“ผู้นำตระกูลซื่อไป๋ นี่ท่าน…”
“น้องชายหลิน อย่าได้กดดันเพิ่มอีก ข้ารู้สึกว่าออร่าของเจ้าไม่เสถียร
มากนัก นี่ไม่เหมือนเจ้าเลย… “ซื่อไป๋ค่อยๆตบที่ไหล่ของหลินหมิง
ขณะที่หลินหมิงใกล้ทะลวงระดับ มันย่อมไม่อาจบอกได้ว่าเขาไม่รู้สึก
กดดัน ต้นอ่อนเทพทรราชกักเก็บพลังแห่งสายฟ้าสีแดงทองระยะ 90 ลี้ใน
แดนเขตสายฟ้า เหตุผลที่จักรพรรดิฮ่าวไม่ได้ถูกค้นพบเป็นเวลานับหมื่นปี
ที่ระยะ 90 ลี้ของ เขตแดนสายฟ้าไม่ได้เป็นเพราะเหล่าผู้อาวุโสขั้นเทพ
สมุทรไม่สามารถหาเขาได้ แต่พวกเขาไม่ได้มีวิธีการตรวจสอบภายในเขต
แดนสายฟ้าระยะ 90 ลี้ จากเรื่องนี้ก็สามารถเห็นได้ถึงความน่าหวาดกลัว
ของสายฟ้าสีแดงทอง ถ้าสายฟ้านี้ถูกรวบรวมมาเพียงพอแล้ว มันอาจจะ
ฆ่าได้แม้กระทั่งผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร
ถ้าหลินหมิงระเบิดพลังนี้ภายในร่างเพื่อสลายตัวและเกิดใหม่เข้าสู่
กายจิตวิญญาณของเขาแล้ว เช่นนั้นความเสี่ยงย่อมสามารถจินตนาการ
ได้!
และเขาไม่เคยได้ยินถึงสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนในแดนเทวะ มันไม่มี
แบบอย่างให้เขาเลย นักสู้ในแดนเทวะที่บ่มเพาะคู่นั้น การจะทะลวงขั้น
ทำลายชีวิตจะต้องมีวัสดุสวรรค์มากพอ พวกเขาไม่เหมือนหลินหมิงที่
พึ่งพาการควบคุมพลังทำลายล้างเอาไว้
ในสถานการณ์เช่นนี้ หลินหมิงจะไม่กังวลได้อย่างไร?
“นี่สำหรับเจ้า เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าจะประสบความสำเร็จอย่าง
แน่นอน” ซื่อไป๋กล่าวขณะที่ส่งกล่องไม้ไปยังมือของหลินหมิง
หลินหมิงจับกล่องด้วยมือทั้งสองข้างและมองไปยังหินลมปราณจิต
วิญญาณระดับสูงสุดด้านใน พื้นผิวของอัญมณีผลึกนี้ดูเหมือนจะปกคลุม
ไปด้วยลวดลายลึกลับ มันมีความคล้ายคลึงหินกลียุคในเมืองฟีนิกซ์
โบราณ แม้ว่ามันจะด้อยกว่าหินโกลาหลอย่างมาก แต่นี่ก็ยังคงพิสูจน์ได้
ว่าหินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดนี้น่าทึ่งเพียงใด
เพียงหนึ่งในหกส่วนของหินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดก็ยังเป็น
เช่นนี้แล้ว มันจึงไม่น่าแปลกใจที่มันสามารถทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพ
สมุทรต่อสู้เพื่อแย่งชิงมัน
ก่อนที่หลินหมิงจะได้กล่าวสิ่งใด ซื่อไป๋ขัดจังหวะเขาและกล่าวว่า
“อย่าปฏิเสธเลย มูลค่าของกระบี่เงินขาวที่เจ้าส่งคืนมานั้นไกลกว่ามูลค่า
ของสิ่งนี้อย่างเทียบไม่ติด นอกจากนี้ ข้ามีเหตุผลที่เห็นแก่ตัวในการช่วย
เจ้าด้วย สถานะปัจจุบันของเจ้าอาจเรียกได้ว่าเป็นจุดอ่อนอย่างมากอยู่
แต่เมื่อเจ้าผ่านด่านทดสอบนี้ไปได้แล้ว เจ้าจะต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพ
สมุทรได้อย่างแน่นอน! เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าเกรงว่าเจ้าอาจจะกลายเป็น
ผู้ที่ไร้เทียมทานภายใต้สวรรค์ แต่สำหรับข้า ข้าอาจจะมีชีวิตที่สั้นกว่ามาก
ในขณะที่เจ้าสามารถมีชีวิตอยู่ได้นับ 10,000 ปี ข้าหวังเพียงว่าบางทีเจ้า
อาจจะดูแลตระกูลเทพเจ้าพิโรธของข้าในอนาคต”
ขณะที่ซื่อไป๋กล่าว เขาไม่มีความรู้สึกเศร้าโศกในสายตาเลย ตลอด
ชีวิตที่ผ่านมา เขาเคยเผชิญหน้ากับคำสาปสายเลือดและเผชิญหน้ากับมัน
อย่างมั่นใจ
นอกจากตระกูลเทพเจ้าพิโรธ เมื่อนักสู้มาถึงวัยชราและใกล้ถึง
จุดสิ้นสุดของชีวิตแล้ว พวกเขาก็จะคลั่งไคล้ในการค้นหาโอสถเพื่อยืด
อายุขัย ไม่ลังเลที่จะจ่ายในราคาที่สูงเทียมฟ้าเพื่อให้ได้มา แต่นักสู้ของ
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธไม่ได้มีความจำเป็นเช่นนั้น มีคนจำนวนน้อยมากใน
พวกเขาที่เคยจะมีชีวิตอยู่ได้นานตามอายุขัยธรรมชาติ
หลินหมิงถอนหายใจต่อชะตากรรมที่ไม่เป็นธรรมซึ่งตระกูลเทพเจ้า
พิโรธต้องแบกรับ เขาได้ยืนยันความตั้งใจของเขาไว้แล้วว่าในอนาคตนั้น
เมื่อเขามีพลังเขาจะเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ และทะเลแห่งปาฏิหาริย์อย่าง
แท้จริง ไม่ใช่เขตต้องห้าม 1,000 ลี้หรือบึงทมิฬแปดพันลี้ แต่เป็นอเวจี
ปีศาจอมตะและทะเลแห่งปาฏิหาริย์ที่แท้จริง เขาจะสำรวจและค้นพบสิ่ง
ที่เป็นความลับเฉพาะของทวีปนภารินไหลและทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์
เทพธิดาที่หลับไหลอยู่ หัวใจของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ยังคงเต้นอยู่
เป็นระยะเวลา 100,000 ปีและตัวตนของสัตว์อสูรเทวะที่มีขนาดยาว
หลายพันลี้ หลินหมิงต้องการสำรวจความลึกลับทั้งหมดเหล่านี้ ถ้าเป็นไป
ได้ เขาก็ต้องการที่จะแก้คำสาปสายเลือดของตระกูลเทพเจ้าพิโรธให้ได้
“ขอบใจท่านมาก”
หลินหมิงได้ยอมรับหินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดด้วยความ
เต็มใจ ถ้าเขาทำได้หนี้น้ำใจเหล่านี้อาจจะถูกชำระ แต่ถ้าเขาตกตายใน
ครั้งนี้แล้วมันก็จะไม่มีอันใดเลย
ในเวลานี้ ไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้มากนัก
หลินหมิงได้หายใจเข้าลึกๆ เปิดกล่องหยกด้านหน้าของเขา ในนี้มี
สองโอสถเทวะผันแปร ผลึกก๊าซอสรพิษทะเลนับสิบที่เขาได้รับการกลั่น
อยู่ในบึงทมิฬแปดพันลี้ รวมถึง… กระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์ที่หลินห
มิงได้รับมาจากเขตต้องห้าม 1000 ลี้ของอเวจีปีศาจอมตะ!
นอกจากนี้สายฟ้าสีแดงทองที่มีอยู่ในต้นอ่อนเทพทรราช นี่เป็น
สมบัติทั้งหมดของหลินหมิงที่จะใช้ทะลวงขั้นทำลายชีวิต!
ขณะที่ซื่อไป๋มองไปยังสมบัติอันล้ำค่าต่างๆของหลินหมิงเขาก็ตก
ตะลึงอย่างมาก สิ่งเหล่านี้คือ…
เขามองไปยังหลินหมิงอย่างลึกซึ่ง เขาคิดว่าสองโอสถเทวะผันแปรที่
เหยียงอวิ๋นให้หลินหมิงก็มีค่ามากพออยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันดูราวกับว่า
สมบัติที่หลินหมิงนำออกมาเองเหนือกว่าแม้แต่โอสถเทวะผันแปร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกปัดแก้วมรกตขนาดเท่าไข่พิราบ พลังงานที่บรรจุอยู่
ภายในลูกปัดแก้วมีหลายเท่ากว่าหินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดที่
เขาได้ให้หลินหมิงเสียอีก และมันสามารถเทียบเท่ากับหินลมปราณจิต
วิญญาณระดับสูงสุดที่สมบูรณ์!
โอ้สวรรค์! มันเป็นสมบัติอะไรกันแน่!?!?
ซื่อไป๋ค้นหาผ่านความทรงจำของเขา แต่ก็ไม่สามารถคิดหาได้ว่ามี
สมบัติใดคล้ายสิ่งนี้บ้างเลย
ในฐานะนักสู้ของทวีปนภารินไหล ซื่อไป๋รู้เฉพาะเรื่องของหยกไม้จิต
วิญญาณ เขาไม่เคยเห็นกระดูกเทพปีศาจมาก่อนเลย
ซื่อไป๋มองไปยังหลินหมิงและสมบัติที่อยู่ข้างหน้าเขา มันมี 4 กล่อง
และกล่องสุดท้ายยังไม่ถูกเปิด บางทีสมบัติที่มีอยู่ในกล่องสุดท้ายอาจมีค่า
ที่สุด!
สวรรค์! เขาจะทะลวงขั้นทำลายชีวิตและไม่ใช่ขั้นเทพสมุทรแน่หรือ!?
ไม่… ขนาดผู้ที่ทะลวงขั้นเทพสมุทรก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากร
มหาศาลเช่นนี้เลย!
เขามองไปยังหลินหมิง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขา
รู้สึกว่ารุ่นเยาว์ตรงหน้าผู้นี้มีความลับมากมายในร่างอย่างยิ่ง เมื่อคิด
เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ สำหรับนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายที่
สามารถติดอันดับที่ 280 ในประกาศิตชะตาฟ้า มันก็นับเป็นประวัติการณ์
ที่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์นับตั้งแต่สมัยโบราณ เช่นนั้นหากไม่มี
อะไรพิเศษเกี่ยวกับเขา เขาจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้อย่างไรเล่า!?
ขณะที่เขาคิดถึงเรื่องนี้อยู่ จากนั้นสมบัติสวรรค์ที่อยู่ข้างหน้าหลินห
มิงก็เปล่งพลังงานที่น่าสะพรึงออกมา ซื่อไป๋รู้สึกไม่สบายใจ
เขานั่งลงข้างหลินหมิงและกล่าวว่า “น้องชายหลิน ข้าจะเป็นคนคอย
ปกป้องเจ้าด้วยตัวเอง”
“วูป–!”
พลังงานหมุนวนขึ้น ซื่อไป๋เปิดใช้เขตแดนอารักษ์ของเขา นี่เป็นตรา
ประทับสายเลือดของตระกูลเทพเจ้าพิโรธ มันเป็นความสามารถพิเศษ
สำหรับคนของพวกเขา เมื่อซื่อไป๋ได้บ่มเพาะ เขตแดนอารักษ์ของเขาก็ได้
เหนือยิ่งกว่าผู้อื่นอย่างมาก!
หลังจากที่สนามพลังงานของซื่อไป๋ถูกปลดปล่อยออกมา หลินหมิงก็
รู้สึกถึงพลังอบอุ่นท้วมท้นในร่างของเขา ทุกเซลล์ในร่างกายของเขาเริ่ม
หายใจเป็นอิสระในพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี!
หลินหมิงยกมือขึ้นและหินลมปราณจิตวิญญาณระดับสามัญทั้งหมด
เริ่มลอยขึ้น ปริมาณพลังงานที่รุ่นแรงกระจายไปในอากาศ ไม่นานหลัง
จากนั้น หินลมปราณจิตวิญญาณระดับสามัญนับพันเหล่านั้นได้กลายเป็น
เถ้าถ่าน ปลดปล่อยพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีมหาศาลเต็มไปทั่วทั้ง
ห้อง ทำให้ห้องนี้เป็นทะเลแห่งพลังงาน
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ได้คิดถึงการดูดซับพลังงานนี้ ความ
บริสุทธิ์ของมันต่ำเกินไป แม้ว่าหลินหมิงจะดูดซับพลังงานนี้ แต่ก็จะไม่
เพิ่มพลังงานให้กับตันเถียนของเขา กลับกัน เหตุผลที่เขาได้ปลดปล่อย
พลังงานนี้ก็คือใช้มันในการหล่อเลี้ยงม่านพลังป้องกันตัวเอง
หลินหมิงค่อยๆยกสองโอสถเทวะผันแปรที่เหยียงอวิ๋นให้ขึ้นมา เขา
เปิดใช้งานเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์และเข้าสู่สภาวะสมาธิอย่าง
สมบูรณ์