Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 836 เมฆม่วงเคลื่อนตัวมาจากตะวันออก
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 836 เมฆม่วงเคลื่อนตัวมาจากตะวันออก
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น และตั้งแต่เย็นจรดเช้า
วิหารของตระกูลเทพเจ้าพิโรธภายใต้แสงที่อ่อนโยน สว่างไสวด้วย
ทองคำและหยก ภายใต้อาคมที่ปกคลุมดินแดน ดอกไม้ที่สวยงามและ
ต้นไม้หายากต่างๆเติบโตขึ้น ทำให้บรรยากาศสงบร่มรื่นไปทั่วดินแดน แต่
นี่เป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ความจริงแล้วสมาชิกทั้งหมดของ
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธตื่นตัวอย่างมากเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สองผู้อาวุโสสูงสุดและผู้นำตระกูลซื่อไป๋ พวกเขา
ก็จดจ่ออยู่กับภารกิจอย่างเต็มที่และไม่สบายใจไปมากกว่าหลินหมิงเลย
สามเขตแดนอารักษ์ได้ดำเนินต่อไปเป็นเวลาหนึ่งวันครึ่งแล้ว แม้ว่า
ทั้งสามคนมีการบ่มเพาะที่ลึกซึ้ง แต่ก็ยังต้องการที่จะหยุดและเสริม
พลังงานเป็นครั้งคราว
ปัง! ปัง!
สองโอสถเทวะผันแปรในมือหลินหมิงสูญเสียรูปร่างเดิม พวกมัน
กลายเป็นผงสมุนไพร หลินหมิงไม่ได้กลืนกินโอสถเทวะผันแปรโดยตรง
กลับกัน เขาใช้จุดชีพจรบนมือเพื่อดูดซับพวกมัน แม้ว่าจะทำให้สูญเสีย
ประสิทธิภาพการใช้โอสถเทวะผันแปรไป แต่ประโยชน์ของเรื่องนี้ก็คือ
หลินหมิงจะไม่ได้รับสิ่งสกปรกเข้าไปในร่าง ในช่วงเวลาที่สำคัญของขั้น
ทำลายชีวิต สิ่งสกปรกที่เขาดูดซับจะเป็นปัจจัยที่ไม่รู้จัก หลินหมิงไม่โลภ
มากพอที่จะให้เกิดความเสี่ยงดังกล่าวเพียงแค่ต้องการพลังงานเพิ่มเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น
หลังจาก 40 ชั่วโมง พลังงานของทั้งสองโอสถเทวะผันแปรถูกบีบอัด
ลงในตันเถียนของหลินหมิง ตอนนี้ตันเถียนของหลินหมิงถูกเติมเต็มอย่าง
มหาศาล แก่นแท้หมุนวนอันที่สองภายในร่างก็กลายเป็นใหญ่ขึ้น
การบีบอัดพลังงานดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันสูงมาก หากนักสู้ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ทั่วไปบรรจุปราณแท้ไว้ภายในตัวของพวกเขามาก
เกินไป ร่างกายก็อาจจะระเบิด!
แต่สำหรับหลินหมิง เพราะเขาได้เปิด 3 ใน 8 ประตูเร้นลับภายใน
ร่างของเขาจึงทนทานใกล้เคียงกับสมบัติระดับสวรรค์ชั้นต่ำแล้ว ระดับ
พลังงานถึงเพียงนี้ก็ยังคงห่างไกลจากความสามารถในการบรรจุของมัน!!
ด้วยความคิดของเขา หินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดลอยขึ้น
และติดอยู่ที่หน้าผากของหลินหมิง พลังงานบริสุทธิ์อันไร้สิ้นสุดของโลกได้
เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่หลินหมิงอย่างมหาศาล
ตราประทับและลวดลายต่างๆบนหินลมปราณจิตวิญญาณระดับ
สูงสุดเริ่มไหลเวียนอยู่บนพื้นผิวอย่างต่อเนื่องราวกับว่ามันมีชีวิตขึ้นมา นี่
เป็นแหล่งพลังงานที่มีร่องรอยของกฎแห่งโลก นี่คือแก่นสำคัญที่สุดของ
หินลมปราณจิตวิญญาณ! เป็นพลังงานที่แข็งแกร่งที่สุดที่สามารถ
เจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติภายในแผ่นดินของทวีปนภารินไหล
ซื่อไป๋และสองผู้อาวุโสที่เฝ้าระวังด้านข้างนั้น หัวใจของพวกเขาบีบ
รัดเมื่อเห็นฉากนี้ สหายหนุ่มผู้นี้มิต่างจากสัตว์ประหลาดเลย! ตันเถียนใน
ร่างกายของเขาเหมือนดั่งมหาสมุทรไร้สิ้นสุดที่สามารถบรรจุพลังงานได้
มากมายมหาศาล!
ซื่อไป๋มองไปยังสองกล่องหยกข้างหน้าหลินหมิง อันหนึ่งได้เปิดกว้าง
ขึ้นแล้ว มันมีลูกปัดแก้วขนาดไข่ไก่ซึ่งมีพลังงานอันยิ่งใหญ่กว่าหิน
ลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดทั้งก้อน
แต่กล่องหยกอันสุดท้าย เพราะมันถูกผนึกไว้ ซื่อไป๋จึงไม่รู้ว่ามันมีอัน
ใดอยู่ข้างใน แต่เขารู้สึกว่ามันต้องล้ำค่ามากกว่าลูกปัดแก้วเม็ดสีเขียว
ซื่อไป๋สูดลมหายใจเย็น “เด็กคนนี้ยังเป็นมนุษย์อยู่จริงๆเช่นนั้นหรือ?
ศักยภาพที่เขาต้องการสำหรับการทะลวงขั้นทำลายชีวิตมากกว่าสิ่งที่ข้า
ต้องการทะลวงขั้นเทพสมุทรเสียอีก!
ซื่อไป๋ไม่สามารถจินตนาการได้เลย อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อตันเถียนของ
เขาเต็มไปด้วยพลังจากกล่องหยกสองกล่องสุดท้าย?
ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบอีกครั้ง ในช่วงรุ่งอรุณ พร้อมด้วยเสียง
‘แครกก’ หินลมปราณจิตวิญญาณระดับสูงสุดที่หน้าผากของหลินหมิ
งแตกครึ่งออก…
……………
ดวงอาทิตย์ขึ้นมาจากทิศตะวันออก ตามด้วยแสงสีม่วงอ่อนที่รวมตัว
อยู่เหนือหุบเขาที่กว้างใหญ่ แสงแดดสาดส่องผ่านหมอกของดินแดนมิติ
เปล่งประกายสู่โลกใบนี้
กฏของดินแดนมิติคล้ายกับจักรวาลไร้สิ้นสุด มันไม่ได้ขาดแสงดาว
หรือแสงแดด
เหยียงอวิ๋นมองไปยังดวงอาทิตย์สีม่วงที่กำลังลอยขึ้นมาทางทิศ
ตะวันออกและพูดพึมพำว่า “เมฆม่วงเคลื่อนตัวมาจากตะวันออก นี่เป็น
ลางมงคลจากสวรรค์ชั้นฟ้า หลินหลานเจี้ยนได้มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของ
เขาแล้ว บางทีคืนนี้เขาจะเริ่มสลายร่างมนุษย์และโจมตีทำลายชีวิตอย่าง
จริงจัง และสร้างกายจิตวิญญาณของเขาขึ้นมา ข้ารอที่จะได้ดูผลลัพธ์ว่า
จะออกมาเป็นอย่างไร”
เขายื่นมือออกไป และสองมังกรวารีเริ่มดึงเกวียนทองคำศักดิ์สิทธิ์บิน
ขึ้นสู่ท้องฟ้า เหยียงอวิ๋นเองก็ค่อยๆลอยตามขึ้นไปข้างบน เสื้อผ้าของเขา
สะบัดไปในสายลม ขณะที่เขาก้าวลงสู่เกวียนทองคำศักดิ์สิทธิ์
“ข้าย่อมไม่สามารถพลาดช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้…”
ในขณะเดียวกัน ที่ชั้นบนสุดของหอคอยลอยฟ้าแห่งอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าในชุดดำยืนอยู่ที่หน้าต่าง มอง
ไปยังวิหารผู้อาวุโสอย่างครุ่นคิดและมองเห็นแสงสีม่วงอันเป็นมงคลที่ลอย
อยู่ข้างบน กวาดผ่านทั่วดินแดนด้วยแสงอันไร้สิ้นสุด
ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขาเป็นหญิงชุดม่วง หญิงคนนี้สูงมาก แต่ก็ยังไม่
เท่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ขาของนางนั้นเรียวยาวเกือบสองเท่าของ
ร่างกาย ข้อเท้าสีขาวของนางถูกเผยออกใต้ชุดสีม่วง ทำให้ดูเหมือนนาง
เต็มไปด้วยความงามและพลัง
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ายืนอยู่ที่นี่เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเต็ม หญิงชุด
ม่วงก็เพียงแค่เงียบในช่วงเวลานี้ด้วย ผิวของนางดูเหมือนกลั่นมาจาก
ไข่มุก และจมูกของนางก็โด่ง รูปลักษณ์ของนางเองก็ดูไร้ที่ติ ริมฝีปากสี
แดงสดใสของนางทำให้คนเกิดวามคิดชั่วร้าย
เมื่อถึงจุดนี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็กล่าวว่า “เหยาเยว่ หลิน
หลานเจี้ยนจะเริ่มสร้างกายจิตวิญญาณของเขาในคืนนี้ สำหรับเจ้า เขาจะ
เป็นศึกครั้งแรกตั้งแต่ที่เจ้าได้เปิดเผยตัวตน เช่นเดียวกับการต่อสู้ที่สำคัญ
ที่สุดที่เจ้าเคยประสบ! มันอาจจะเร็วเกินไปสำหรับเจ้า แต่นั่นก็
หมายความว่านี่เป็นโอกาสที่ดีและเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเจ้าเช่นกัน!”
“รับทราบ ฝ่าบาทฮ่าวเทียน” เสียงของหญิงชุดม่วงราวกับว่าเสียง
ของนางเป็นเพลงที่ชัดเจนจากขอบฟ้าที่ห่างไกล แต่มันไร้อารมณ์
นางคือซือถูเหยาเยว่ เป็นอัจฉริยะที่ถูกซ่อนตัวไว้ของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
ซือถูเหยาเยว่เกิดมาพร้อมกับตันเถียนบูรพาพยัคฆ์ ความสามารถใน
การกักเก็บปราณแท้ของนางมีหลายเท่ากว่านักสู้ธรรมดา และยังมี
คุณภาพพิเศษอีกด้วย!
ประเภทของตันเถียนนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ทะเลม่วง เนื่องจาก
การดำรงอยู่ของมันเช่นเดียวกับพื้นหลังของซือถูเหยาเยว่ซึ่งสืบเชื้อสาย
มาจากตระกูลของจักรพรรดิ นี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยพบมากนัก
ตระกูลของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ถือว่าซือถูเหยาเยว่มีลำดับ
ความสำคัญสูงสุด เหตุการณ์ที่นางเกิดมาก็ถูกประกาศไปทั่วโลกว่านาง
เสียชีวิตในการคลอด และพวกเขาแอบส่งนางไปยังแดนเร้นลับอาชูร่า ที่
ซึ่งนางได้กลายศิษย์คนสุดท้ายขององค์ชายใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่
หลังจากเดินทางไปถึงขั้นปราณปลายฟ้าแล้ว ซือถูเหยาเยว่ก็ออกไป
ผจญภัย แม้ว่านางจะมีผู้ทรงพลังติดตามไปอย่างลับๆ แต่นางก็ไม่ได้
ตระหนักถึงพวกเขาเลย เมื่อผ่านอันตรายและด่านทดสอบหลายครั้ง
ความแข็งแกร่งของนางก็ได้ไกลเกินกว่านักสู้ในระดับเดียวกันมหาศาล
ซือถูเหยาเยว่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 มันได้รับการตัดสินใจ
อย่างลับๆว่านางจะเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปสำหรับบัลลังก์จักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์ แต่เพียงว่าข่าวนี้ถูกเก็บเป็นความลับ ส่งผลให้องค์ชายหลายคน
เช่นซือถูชวนยังคงไม่รู้ และพยายามต่อสู้อย่างไม่มีความหมายในการ
กลายเป็นองค์รัชทายาท ไม่มีใครรู้ว่าซือถูเหยาเยว่ได้รับตำแหน่งผู้สืบ
ทอดมานานแล้ว
“เจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าใน
รอบ 1000 ปีที่ผ่านมา และเป็นเพียงรุ่นเยาว์เท่านั้นขณะที่ได้มาถึงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 7 เรียบร้อยแล้ว น่าเสียดาย หลังจากผ่านไปถึงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 7 ข้าก็จำต้องหยุดการปิดด่านในช่วงต้นและดึงเจ้า
ออกมาก่อนที่การบ่มเพาะของเจ้าจะมั่นคง มันเหมือนกับการทำให้เจ้า
ล่าช้าในการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรไปอีกหนึ่งหรือสองปี แต่… เรื่องนี้
สำคัญกว่า หลินหลานเจี้ยนมีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ในร่างของเขา เขาเป็น
บุตรชายที่ภาคภูมิแห่งสวรรค์อย่างแท้จริง การเอาชนะเขาได้นั้น ก็จะได้
สืบทอดโชคชะตาของเขา และหากพ่ายแพ้ก็จะเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดที่เจ้าเคยมี!”
“รับทราบ ฝ่าบาท!” ซือถูเหยาเยว่กล่าวตอบรับอย่างราบรื่น นางมอง
ไปทางทิศทางของวิหารผู้อาวุโสอย่างสงบและกล่าวอย่างแน่วแน่ว่า “ข้า
จะต้องชนะ!”
“ดี! เมื่อข้าเห็นด้วยกับการต่อสู้ของหลินหลานเจี้ยน ข้าก็ได้ตัดสินใจ
ที่จะเปิดเผยตัวตนของเจ้าแล้ว เฉพาะตันเถียนบูรพาพยัคฆ์ของเจ้าเท่านั้น
ที่สามารถยับยั้งโชคชะตาจักรพรรดิของเขาได้ ไม่เพียงแต่เจ้าต้องชนะ
เท่านั้น แต่เจ้าต้องชนะด้วยพลังและความสง่างาม เพื่อที่เจ้าจะสามารถปู
เส้นทางจักรพรรดิที่ไร้เปรียบของตนเองได้!”
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามองไปยังซือถูเหยาเยว่ด้วยแสงที่ซับซ้อน
ในดวงตาของเขา เมื่อผ่านการสันดาปของโลหิตและการต่อสู้ มันจึงจะ
สามารถปกครองทั่วโลกได้อย่างแท้จริง!
เวลาผ่านไป นักสู้เริ่มตระหนักว่าคืนนี้จะเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อหลินหมิง
เริ่มสร้างกายจิตวิญญาณของเขา!
แม้ตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะไม่ต้องการเปิดเผยข่าวนี้ แต่เรื่องนี้ก็ไม่
สามารถปกปิดได้ เนื่องจากเมื่อนักสู้ทะลวงขั้นทำลายชีวิต พวกเขา
จะต้องดูดซับพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีจำนวนมาก เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น
พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีทั้งหมดจะเกิดวังวนขึ้นบนท้องฟ้าเหนือ
วิหารผู้อาวุโส
และในขณะที่ค่ายกลตรึงนภาที่เป็นทั้งค่ายป้องกันและโจมตี แต่ก็มัน
ก็ยังไม่สามารถยับยั้งพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่บริสุทธิ์ของโลกนี้ได้
เรื่องนี้จะเป็นที่รู้จักกันโดยกันไม่ช้าก็เร็ว
มันเพียงแต่ว่ามีผู้เชี่ยวชาญบางคนค้นพบเรื่องนี้ก่อนคนอื่นๆ อย่าง
รวดเร็ว ข่าวที่ว่าหลินหมิงจะสร้างกายจิตวิญญาณของเขาก็ได้กระจาย
ออกไปเหมือนไฟป่า จาก1 เป็น 10 คน จาก 10 เป็น 100 เหล่าวีรบุรุษก็
เริ่มมีการชุมนุมรอบๆวิหารผู้อาวุโสมากขึ้นเรื่อยๆ
จากท้องฟ้า ดูเหมือนทั่วทั้งวิหารผู้อาวุโสล้อมรอบด้วยกลุ่มนักสู้
มากมาย
“ข้าได้ยินมาว่าองค์รัชทายาทเก้าเตาหลอมเทวะได้มาเพื่อดูหลิน
หลานเจี้ยนด้วยตนเอง และเขายังได้ให้สองโอสถเทวะผันแปรกับหลินหมิ
งอีกด้วย ข้าไม่รู้เลยนี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่”
“ไร้สาระ แน่นอนว่ามันเป็นความจริง! เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับอีก
ต่อไปแล้ว มันเป็นสองโอสถเทวะผันแปรอย่างแน่นอน! แต่ไม่ใช่ว่าเป็น
เพียงการใช้สมบัติสวรรค์ฟุ่มเฟือยหรอกหรือ? เพราะเพียงแค่ทะลวงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 1 ข้าเองยังสงสัยว่าเขาจะทะลวงขั้นเทพสมุทรด้วยซ้ำ
ด้วยปริมาณสมบัติถึงเพียงนั้น!”
นักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 กล่าวด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย เขาถือ
ได้ว่าว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงในนิกายระดับ 5 และสำหรับเขานั้น
สองโอสถเทวะผันแปรย่อมไม่มีอันใดไปมากกว่าตำนาน
โอสถชนิดนี้มีมูลค่ามากกว่า 300,000 หินลมปราณจิตวิญญาณ
สำหรับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตทั่วไป นี่เป็นความฟุ่มเฟือยที่ไม่อาจเอื้อม
ถึงแม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในประกาศิตชะตาฟ้า 200 อันดับแรก พวกเขา
จะพบว่าตัวเองต้องเจ็บปวดมากที่ได้ใช้โอสถเทวะผันแปรในแต่ละครั้ง
ตอนนี้หลินหมิงกับใช้มันถึงสองอันเพื่อทะลวงเพียงขั้นทำลายชีวิต
แน่นอนว่านักสู้ผู้นี้อิจฉา ในสายตาของเขา นี่เป็นเพียงความสิ้นเปลือง
อย่างแท้จริง
“ฮ่าฮ่า บางทีการบ่มเพาะของหลินหลานเจี้ยนคงขาดไป และเขาก็
ต้องพึ่งพาโอสถเทวะผันแปร เพื่อเพิ่มพลังให้กับตันเถียนของเขาจนกว่า
มันจะเพียงพอที่จะสลายร่างของเขา ดังนั้น หลินหลานเจี้ยนอาจจะไม่ได้
ใช้สมบัติฟุ่มเฟือยเช่นนี้ จากบรรดาผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดที่บ่มเพาะจนถึง
การทะลวงขั้นทำลายชีวิต มันมีผู้ใดบางที่ทำได้อย่างง่ายดาย? สำหรับการ
ใช้โอสถเทวะผันแปรเพื่อทำเช่นนั้นเมื่อการบ่มเพาะไม่เพียงพอ มันก็จะ
ทำร้ายพวกเขาได้ และไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าหลินหลานเจี้ยนต้อง
การใช้สองโอสถเทวะผันแปร มันก็ยอมต้องมีเหตุผลอย่างอื่นที่จะทำให้
เขาทำเช่นนั้น!”
“อืม… ข้าก็คิดว่ามันแปลกเช่นกัน ข้าจำได้ว่าหลินหลานเจี้ยนได้ข
โมยโอสถเทวะผันแปรจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่
การบ่มเพาะของเขาก็ยังคงไม่เพิ่มขึ้น ข้าคาดว่าหลินหลานเจี้ยนจะต้อง
ถูกบังคับโดยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า และเนื่องจากเขาไม่เชื่อว่าตนมี
โอกาสมากเกินไป เขาจึงจะใช้สามโอสถเทวะผันแปรเพื่อที่จะทะลวงขั้น
ทำลายชีวิต! อย่าลืมว่าหลินหลานเจี้ยนไม่ได้อายุมาก และเขาคงเพิ่ง
ทะลวงเข้าสู่หลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายได้ไม่นาน แม้แต่อัจฉริยะก็ไม่
สามารถข้ามจากขั้นหลอมรวมแก่นแท้ไปสู่ ขั้นทำลายชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
นัก”
“มันเป็นไปไม่ได้ หากการบ่มเพาะของเขาขาดไปแล้วและเขายัง
ต้องการที่จะพึ่งพาพลังภายนอกในการทะลวงขั้นทำลายชีวิตแล้วนั้น ไม่
เพียงแต่มันจะมีความเสี่ยงสูง แต่จะทำให้รากฐานของเขาไม่มั่นคงอีกด้วย
นั่นคือฝันร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอด!”
“หึ มีรากฐานที่ไม่มั่นคงยังคงดีกว่าการสูญเสียชีวิตของเขา เพราะ
จากนี้ หลินหลานเจี้ยนจะต้องสู้กับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าทั้งหมด!”