Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 85 มู่หลงชี กับ ไบชิงหยุน
“การจัดอันดับกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการจัดอันดับ
จะต้องมัดจำหินหลังปราณ 1ก้อน ก่อนที่จะเข้าไปในอาคมหมื่นอสูร
สังหารด้วย”
ก่อนที่ศิษย์พี่ที่คุมอาคมหมื่นอสูรสังหารจะกล่าวจบ หวังหยานเฟิงก็
กระโดดขึ้นมาไปบนแท่นอาคม
“หวังหยานเฟิงช่างใจสู้เสียจริง ข้าคิดว่าเขาหดหู่จากความพ่ายแพ้
หลายต่อหลายครั้งเสียอีก”
“ข้าอยากจะรู้นักว่าในครั้งนี้เขาจะทำได้อันดับที่เท่าไหร่?”
ผู้ชมข้างล่างต่างพากันพูดคุยเกี่ยวกับการทดสอบครั้งก่อนของหวังห
ยานเฟิง ครั้งก่อนเขาได้อันดับที่ 168 และหลังจากที่เขาทดสอบเสร็จก็มี
บางคนที่แซงหน้าเขาไป ทำให้อันดับของเขาตกลงมาเป็น172
หวังหยานเฟิงกำลังสงบอารมณ์ด้วยการทำสมาธิบนแท่นอาคมหมื่น
อสูรสังหาร ตอนนี้เขารู้แก่ใจดีแล้วว่า นี่ยังไม่ถึงเวลาของเขา แม้จะผ่าน
ไปอีก1หรือ2ปีก็ยังไม่ใช่ ที่เขาต้องทำคือทำตอนนี้ให้ดีที่สุดและรอโอกาส
ของเขาเท่านั้น
แสงแดดสาดลงบนยังเวที หวังหยานเฟิงเริ่มการต่อสู่ของเขาพร้อม
กับศิษย์คนอื่นๆอีก11คนที่อยู่บนแท่นอาคม ส่วนใหญ่พวกเขาจะมีอันดับ
แถวๆ 120 และในที่สุดการทดสอบของพวกเขาก็จบลง หวังหยานเฟิงได้
อันดับที่ 145
“หวังหยานเฟิงได้อันดับสูงกว่า 150 เสียอีก”
“เขาทำได้ดีทีเดียว น่าชื่นชมจริงๆ”
แม้หวังหยานเฟิงจะมีพรสวรรค์ที่สูง แต่ถึงอย่างนั้นหลินหมิงก็ยังโดด
เด่นกว่าเขา เพราะงั้นตอนนี้จึงไม่ค่อยมีใครสนใจเขามากเท่าไร
“รอบต่อไป ศิษย์คนใดต้องการทดสอบขึ้นมาได้เลย ”ศิษย์พี่ผู้คุม
กล่าวขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่ยังมีที่ว่างอยู่ครบทั้ง 12 ที่ หญิงสาวในชุดสีม่วงก็ขึ้นมาบนเวที
นางเป็นที่สนใจจากฝูงชนอย่างมาก นางคือมู่หลงชี
“พี่ชิงยุน รีบๆจบการทดสอบนี่เร็วๆเถอะค่ะ”
“แน่นอน” ไบชิงหยุนตามขึ้นมาบนแท่นอาคมอย่างรวดเร็ว
ฝูงชนเริ่มฮือฮากัน หญิงสาวสองคนนั้นอายุเพียง17-18ปีเท่านั้น ซึ่ง
ระดับของพวกนางทั้งคู่สามารถเรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในสิบของอาณาจักร
เลยก็ว่าได้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางทั้งสองยังมาจากตระกูลที่มีฐานะดีอีก
ด้วย ชายหนุ่มหลายๆต่างต้องถอดใจที่จะไคว่คว้าหญิงสาวที่สูงส่งเช่นนี้
มู่หลงชีเข้ามาในสำนักเจ็ดแก่นแท้เป็นเวลาสองปีแล้ว และอันดับ
ของนางคือ 36 ส่วนไบชิงหยุนนางอยู่ในสำนักแห่งนี้มา3ปีแล้ว นางเป็น
อันดับที่ 26 ในครั้งก่อน ซึ่งอันดับของมู่หลงชีนั้นก็พอๆกับจูเอี๋ยนเลย
ทีเดียว
เมื่อมีหญิงงามขึ้นมายังแท่นอาคม มันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะเป็นที่ดึงดูด
สายตาของคนอื่นๆโดยเฉพาะพวกสายลับ เช่นผู้รับใช้ที่แอบมาสอดแนม
แม้กระทั้งองค์ชายที่สิบก็ยังต้องการจะแต่งงานกับพวกนางทั้งสอง
เมื่อเทียบกับพวกนางทั้ง แม้ฉินซิงเซวียนจะงดงามกว่า แต่ใครๆก็รู้
ว่าหลายจอมพลอย่างนางไม่ได้สนใจเรื่องแต่งงาน นางสนใจเพียงแค่การ
ฝึกฝนให้ไปถึงขั้นปราณปลายฟ้าเท่านั้น ไม่มีชายใดที่จะอาจเอื้อมแตะ
ต้องนางได้ ความคิดที่จะแต่งงานกับฉินซิงเซวียนนั้นเป็นได้เพียงเรื่องเพ้อ
ฝันเท่านั้น เพราะแบบนั้นมู่หลงชีและไบชิงหยุน จึงเป็นที่สนใจของเหล่า
ชายหนุ่มมากกว่า
ถ้าได้แต่งงานกับพวกนางจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่จะได้เป็นสามีที่มี
ความสุขที่สุดเท่านั้น พวกเขายังจะมีฐานะที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากอีกด้วย
ใครล่ะจะไม่สนใจ
ยิ่งหากใครได้แต่งานกับพวกนางทั้งสองพร้อมๆกัน เขาคงจะเป็นชาย
ที่มีความสุขที่สุดในอาณาจักร แม้แต่เหล่าองค์ชายก็ยังไม่กล้าฝันเช่นนั้น
การทดสอบของสองสาวได้เริ่มขึ้น ศิษย์จากห้องมนุษย์ต่างจ้องไปยัง
สองสาวตาไม่กระพริบเหมือนกับว่ากำลังดูนางอาบน้ำก็ไม่ปาน
เมื่อได้เห็นเช่นนั้น หลินหมิงก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงเมื่อเขาได้มาเห็น
หญิงสาวทั้งสอง มันก็เป็นเรื่องปกติที่จะสนใจหญิงสาวที่งดงามเช่นนี้
เวลาผ่านไปแล้วถึง 6 ก้านธูป มู่หลงชี ไอออกมาเล็กน้อย และ
ออกมาจากการต่อสู้พร้อมกับเดินลงมาจากแท่นอาคม ซึ่งมันทำให้เหล่า
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างล่างแทบทุกคนแสดงสีหน้าเป็นห่วงออกมาอย่างเห็นได้
ชัด หากพวกเขาสามารถเจ็บแทนนางได้ พวกเขาก็คงยินดี
สุดท้าย มู่หลงชีก็ได้อันดับ 28 มาครอง
หญิงสาวทั้งสองคนนี้ช่างน่าประทับใจจริงๆ นี่ถ้าปีหน้า นางมา
ทดสอบอีกครั้งละก็ ไม่แน่ว่าพวกนางอาจจะได้เป็น10อันดับแรกก็เป็นได้
พวกสายลับต่างรีบส่งข่าวไปยังเจ้านายทันที มันน่าจะเพียงพอที่จะ
ทำให้เจ้านายของเขาสนใจขึ้นมาบ้าง
หญิงสาวสองคนนี้ถือเป็นหญิงชั้นยอด แม้เหล่าองค์ชายจะต้องการ
พวกนางเพียงไร แต่ก็ไม่อาจฝืนใจพวกนางได้ พวกเขาต่างก็กลัวพลังที่อยู่
ข้างหลังของนาง ไม่มีองค์ชายคนไหนที่กล้าขัดกฎของสำนักเจ็ดแนแท้ ถ้า
หากพวกเขาคิดจะขัดละก็ มันก็จะถือเป็นการไม่ให้เกียรติกับทางหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ ซึ่งต่างก็รู้กันดีว่าแม้แต่จักรพรรดิก็ยังต้องก้มหัวให้กับความ
น่ากลัวของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“รอบที่สามจะเริ่มขึ้นแล้ว ใครต้องการทดสอบก็ขึ้นมา” ผู้คุม
ประกาศอีกครั้ง
ในตอนนี้จูเอี๋ยนเหลือบมองไปยังหลินหมิงเล็กน้อย แล้วก็ขึ้นไปยัง
แท่นอาคม
“จูเอี๋ยนขึ้นมาแล้ววว!!”
ด้วยพรสวรรค์ของจูเอี๋ยน เขาอาจจะไม่ได้เป็นหนึ่งในสิบของยุคนี้
แต่พลังของเขาก็คงไม่ด่อยไปกว่าพวกนั้นซักเท่าไร เขายังอายุแค่ 17ปี
และด้วยพรสวรรค์ระดับสี่ เขาอยู่ในสำนักเจ็ดแก่นแท้มา2ปี และอันดับ
ของเขาอยู่ที่ 39 ซึ่งต่ำกว่ามู่หลงชีเล็กน้อย
แต่ถึงอย่างนั้นจูเอี๋ยนก็ใช้เวลาในการฝึกฝนมากกว่ามู่หลงชีเสียอีก
ด้วยพลังของจูเอี๋ยนในตอนนี้ เขาได้เป็นที่สนใจจากพวกผู้มีอิทธิพล
อื่นๆด้วยเช่นกัน
ตระกูลจู้มีลูกสาวคนหนึ่ง ซึ่งก็คือน้าของจูเอี๋ยน นางได้แต่งงานกับ
พวกเชื้อพระวงศ์ และต่อมาก็ได้เป็นนางสนม นางก็คือแม่บังเกิดเกล้าของ
องค์ชายที่สิบนั่นเอง
เพราะงั้นจูเอี๋ยนจึงน่ากลัวก็ตรงนี้
ตามกฎของอาณาจักรลิขิฟ้า ลูกของสนมมิอาจเป็นรัชทายาทได้ ถึง
แบบนั้นกษัตริย์ก็ไม่ใช่หนุ่มๆแล้ว แถมราชีนีก็ไม่มีลูกอีก ตามกฎ ลูกของ
สนมคนแรกก็จะได้เป็นทายาท และองค์ชายที่สาม หรือ รัชทายาทคน
ปัจจุบัน ก็มีการฝึกฝนเพียงขั้นที่สอง ถึงเขาจะมีจิตใจที่ดีและมีคุณธรรม
แต่นั้นก็ไม่พอที่จะทำให้เขาปกครองบัลลังก์ได้หรอก
แต่องค์ชายที่สิบ ซึ่งมีการฝึกฝนสูงที่สูงที่สุดในบรรดาองค์ชาย
ทั้งหมด เขามีประสบการณ์ในการบัญชาการรบมาหลายครั้ง ทั้งยังมีได้รับ
ชัยชนะแทบทุกครั้ง จึงมีชื่อเสียงโด่งดัง
ถ้าคาดเดาจากอำนาจแล้วละก็ องค์ชายที่สิบเหนือกว่าคนอื่นๆอย่าง
เห็นได้ชัด
ทันทีที่องค์ชายที่สิบได้ขึ้นครองบัลลังก์ จูเอี๋ยนก็จะกลายเป็นญาติกับ
ถึงแม้สายเลือดจะห่างไปหน่อย แต่ด้วยพลังของจูเอี๋ยนเอง เขาจะต้อง
เป็นบุคคลสำคัญที่เป็นที่ไว้วางใจของกษัตริย์องค์ใหม่แน่ๆ
“เริ่มการทดสอบได้”
หลังจากที่จูเอี๋ยนได้ขึ้นมาบนแท่นอาคมหมื่นอสูรสังหาร ผู้คนต่างก็
จับจ้องไปที่ก้านธูปเพื่อดูเวลาที่ผ่านไป
เมื่อก้านธูปที่ห้าไหม้ไปครึ่งก้าน จูเอี๋ยนก็ออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ดู
อ่อนเพลีย
เขาได้อันดับที่ 32
หลินหมิงได้มองที่อันดับนั่นอย่างเงียบๆ และไม่คิดว่ามันแปลกเท่าไร
จูเอี๋ยนอยู่ในห้องสวรรค์มานานกว่าครึ่งปีแล้ว ไม่แปลกที่จะพัฒนาได้แบบ
ก้าวกระโดดแบบนี้
“32 วันก่อนข้ามีอันดับ 126 ” หลินหมิงชักหอกทะลวงสายรุ้ง
ออกมา “มาดูกันหน่อยสิว่า ช่องว่างระหว่างข้ากับจูเอี๋ยนจะเหลืออีกแค่
ไหน”