Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 84 การรวมตัวของยอดยุทธ
หลังจากที่พูดคำพูดนั้นออกมาไม่กี่อึดใจ หลินหมิงก็ปรากฏอยู่ที่มุม
หนึ่งของดงไผ่ คนพวกนั้นมองหลินหมิงราวกับเหยี่ยวที่กำลังล่าเหยื่อ
“ช่างดูเด็กเสียจริงๆ อายุก็ยังไม่ถึง 16 ด้วยซ้ำ หน้าตาก็ยังไร้เดียงสาอยู่
เลย แต่หากมองให้ดีๆแล้วละก็ ข้าสัมผัสได้ถึงออร่าอันแหลมคมที่แผ่
ออกมาเด็กคนนั้น เขาต้องไม่ใช่เด็กธรรมดาๆอย่างแน่แน่นอน”
“นั้นคือหอกขนาด 820 จินที่ชื่อว่าหอกทะลวงสายรุ้ง เมื่อวานข้าไป
ที่หออาวุธศักดิ์สิทธิ์เพื่อถามเจ้าของร้านถึงอาวุธของเด็กคนนั้น เด็กนั้น
บ้าบิ่นและกล้าหาญไม่ใช่น้อยเลย”
“ถ้าวันใดที่องค์ชายที่สิบคิดจะแย่งชิงราชบัลลังหรือก่อกบฏ หลินห
มิงก็คงจะสามารถปกป้ององค์จักรพรรดิ์ไว้ได้ด้วยหอกเล่มนั้น หอกนั่นนะ
สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้มากมายภายในคราเดียว”
เมื่อหลินหมิงมาถึงพร้อมกับ หอกทะลวงสายรุ้ง เขาก็เป็นที่สนใจ
จากสายตาของทุกๆคน บางคนถึงกับจ้องเขาตาไม่กระพริบ
หลังจากที่หลินหมิงได้ฝึกฝน ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ การรับรู้ของเขา
ก็สูงขึ้นจนน่าเหลือเชื่อ เขาสามารถสัมผัสได้ถึง ชายชุดคลุมที่แอบจับตาดู
เขาอยู่
ชายชุดคลุมรู้สึกลังเลเล็กน้อย “เด็กนั่นรู้ถึงการมีอยู่ของเรางั้นรึ?!”
ที่ๆพวกเขาอยู่ นั้นห่างไกลจากหลินหมิงมาก มันเป็นไปไม่ได้เลยที่
หลินหมิงจะสัมผัสได้
“มันมีสัมผัสพิเศษหรือไง ช่างคาดเดาได้ยากจริงๆ พลังวิญญาณของ
มันก็เหนือกว่าคนทั่วๆไปอีก” ชายชุดคลุมพูดขณะบันทึกข้อมูลของ
หลินหมิงเอาไว้ เขาจะต้องรายงานให้องค์ชายสามได้รับรู้
หลังจากที่หลินหมิงมาถึง เขาก็เลือกที่นั่งและวางหอกของเขาไว้บน
ตัก เขาหลับตาเพื่อทำสมาธิ
ศิษย์หลายๆคนในสำนักก็มองไปที่เขาตาไม่กระพริบ แม้แต่ศิษย์จาก
ห้องสวรรค์ ก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นต่อการพัฒนาอันรวดเร็วของเขา ถึงตอนนี้
พวกเขาจะยังเก่งกว่าก็ตาม แต่หลินหมิงอาจจะไล่ตามพวกเขาทันใน
ช่วงเวลาสั้นๆก็เป็นได้
ตามกฎของสำนักเจ็ดแก่นแท้ หากว่าศิษย์จากห้องพสุธามีอันดับ 80
ขึ้นไป พวกเขาจะสามารถท้าประลองกับศิษย์ในห้องสวรรค์ได้ และหาก
ศิษย์จากห้องพสุธาชนะ เขาก็จะได้เข้ามาอยู่ในห้องสวรรค์แทนศิษย์คน
ก่อน และศิษย์คนก่อนจะถูกขับไล่ออกจากสำนัก
จำนวนของศิษย์ในห้องสวรรค์นั้นมีอยู่ 72 คน และจะมีการ
เปลี่ยนแปลงทุกๆเดือน ทุกๆครั้งก็จะมีประมาณ2-3คนที่ได้เขามาในห้อง
สวรรค์
ศิษย์จากห้องพสุธาต่างก็พยายามที่จะแย่งชิงตำแหน่งของศิษย์ใน
ห้องสวรรค์อยู่ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั่น ช่องว่างระหว่างพวกเขาก็มาก
เกินไป แต่ทันทีที่มีคนได้เข้าไปแทนที่ เขาจะได้รางวัลก้อนโตเลยทีเดียว
อย่างน้อยก็มียาโอสถล้ำค่า หินลมปราณ15ก้อน และเวลาในการเข้าฝึก
ในเจ็ดสภานที่ฝึกฝนของสำนักอีก 30ชั่วโมง
ซักวันหลินหมิงจะต้องมีอันดัยสูงกว่า 80 อยู่แล้ว และเขาก็คงจะท้า
ประลองกับใครซักคนอย่างแน่นอน
จะไม่ให้เป็นกังวลได้อย่างไร ไม่มีใครอยากถูกไล่ออกจากสำนักหรอก
ไม่ใช่แค่เสียตำแหน่งเท่านั้นนะ แต่ยังชื่อเสียงอีกด้วย
ในตอนนี้ฝูงชนกำลังอยู่ในความวุ่นวาย
“ลียัน วู่เหว่ยเดา จูเอี๋ยน 3 ตัวเต็งจาก50อันดับแรกโผล่มาแล้ว”
“การจัดอันดับในครั้งนี้มีแต่พวกเก่งๆเต็มไปหมด”
ขณะที่ฝูงชนกำลังพูดคุยกันอยู่ หลินหมิงก็ได้มองไปยังจูเอี๋ยน
แน่นอนว่าเขามากับหลานอวิ๋นเยว่
หลานอวิ๋นเยว่ พอมาถึงสถานที่ทดสอบ นางก็ไปหลบหลังดงไผ่
แน่นอนว่านางไม่ต้องการพบกับหลินหมิง มันคงจะเป็นเหตุการณ์ที่
กระอักกระอ่วนใจไม่น้อย
“สุดท้ายเจ้าก็โผล่หน้ามาเสียทีนะจูเอี๋ยน ตั้งแต่ข้าได้เข้ามาอยู่ใร
สำนักเจ็ดแก่น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เจอเจ้า”
จูเอี๋ยนมองไปยังหลินหมิง น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสองคนนี้มีเรื่องอะไร
กัน ซึ่งก็ไม่ได้มีใครสนใจมากนักเพราะ ลียัน กับ วู่เหว่ยเดา มาในวันนี้
ด้วย พวกเขาก็เป็นที่สนใจของฝูงชนเหมือนกัน อย่างน้อยพวกเขาก็
แข็งแกร่งพอๆกัยหลินหมิง
จูเอี๋ยนมองไปที่หลินหมิงราวกับไม่รู้จักเขามาก่อน สักครู่จูเอี๋ยนก็หัน
หลังกลับไป
แต่ในตอนนั้น หลินหมิงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากจูเอี๋ยนได้อย่าง
ชัดเจน
การต่อสู้ระหว่างพวกเขาเริ่มมาจาก หลานอวิ๋นเยว่ แต่ในตอนนี้มัน
ไม่เกี่ยวอะไรกับนางอีกแล้ว ตอนนี้หลินหมิงมองจูเอี๋ยนเป็นอุปสรรคที่
ต้องก้าวข้ามให้ได้เท่านั้น
แต่คงเป็นเพราะการพ่ายแพ้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก จูเอี๋ยนจึงมองหลินหมิง
เป็นหนามยอกอกที่ต้องถูกกำจัด ไม่งั้นหัวใจเขาไม่มีวันเป็นสุขแน่ๆ
เพราะงั้นทั้งสองฝ่ายในตอนนี้จึงไม่มีที่ว่างให้กับความพ่ายแพ้อีกแล้ว
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายอยากที่จะทำลายอีกฝ่ายให้ได้ จูเอี๋ยนเองก็วางแผนจะ
ฆ่าหลินหมิงไว้แล้วเช่นกัน
“ดูนั่น ไบชิงหยุน กับ มู่หลงชี ที่อยู่50อันดับแรกก็มาด้วย ”
“มีพวกเก่งๆเข้ามาเรื่อยๆเลยแฮะ การทดสอบครั้งนี้ เหมือนกับเป็น
การรวมตัวของเหล่ามังกรไม่มีผิด”
การมาเยือนของ ไบชิงหยุน กับ มูหลงชี ได้ดึงดูดสายตาของทุกๆคน
ไว้ พวกนางดูโดดเด่นกว่าหลินหมิงเสียอีก หลินหมิงนั้นเป็นที่สนใจของ
ทุกๆคนก็จริง แต่พวกนางสองคนนี้สามารถทำให้ชายทุกคนต้องรู้สึก
ตื่นเต้น เพราะนอกจากจะเก่งมากแล้ว พวกนางยังงดงามมากอีกด้วย
สำนักเจ็ดแก่นแท้มีศิษย์หญิงไม่มากนัก ซึ่งไบชิงหยุนและมู่หลงชี ถือ
เป็นสุดยอดศิษย์หญิงเลยก็ว่าได้ ทั้งอาณาจักรแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่
จะหาแบบนี้ได้ที่ไหนอีก
นางสองคนนี้ถูกขนานนามให้เป็น ‘สองสาวแห่งความภาคภูมิใจ’
พวกนางงดงามกว่าหญิงใดในอาณาจักร เหล่าชายหนุ่มจากตระกูลชั้นสูง
ทั้งหลายต่างก็หวังที่จะได้สัมผัสไรผมของนาง ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีชาย
ใดสมหวัง
พวกนางสวย สง่างาม และดื้อรั้นเกินกว่าจะแต่งงานเป็นศรีภรรยาได้
หรือต่อให้อยากแต่งพวกนางก็ต้องเลือกมังกรในหมู่คนอยู่แล้ว ถ้าฐานะ
และชื่อเสียงไม่สูงพอ อย่างน้อยก็ต้องแข็งแกร่งและมีคุณธรรม
จูเอี๋ยนและคนอื่นๆที่มีฐานะระดับเดียวกับเขา ก็ยังไม่น่าสนใจพอ
สำหรับพวกนางทั้งสอง หรือแม้กระทั่งกับเหล่าองค์ชายก็ยังไม่สามารถขอ
แต่งงานกับพวกนางได้สำเร็จ
หลังจากที่หญิงสาวทั้งสองมาถึง ไบชิงหยุน ก็มองไปที่หลินหมิงและ
นั่งลงบนพื้นหญ้านิ่มๆ เช่นเดียวกับมู่หลงชี พวกนางคุยกันตามประสา
ผู้หญิงเล็กน้อย และไม่ได้สนใจสายตาของศิษย์คนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย
ฝูงชนต่างจับจ้องไปที่พวกนางทั้งสอง จนกระทั้งมีเสียงของศิษย์คน
หนึ่งดังขึ้นมา
“หลิงเซ็น! ต้ากู่! ให้ตายเถอะ พวกเขาก็มาด้วยอย่างนั้นหรือ ?! ”
สำหรับหลิงเซ็นและต้ากู่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องมาทดสอบอีกแล้ว
เพราะอันดับของพวกเขานั่นไม่มีทางที่จะถูกสั่นคลอนได้ แต่พวกเขาก็ยัง
มา
“พวกเขาไม่จำเป็นต้องจัดอันดับแล้วนี่ พวกเขาคงจะมาดูเฉยๆ”
“อืม… ก็เป็นไปได้ ครั้งนี้มีพวกเก่งๆมาทดสอบมากมาย อย่างเช่น
หลินหมิงดาวรุ่งในตอนนี้ ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะมาดู”
หลินหมิงมองไปยังหลิงเซ็น ถึงนี่จะเป็นครั้งที่สามแล้วก็ตาม ในครั้ง
แรกนั้นหลินหมิงไม่ได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของหลิงเซ็นเลย แต่ในตอนนี้
เขาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของหลิงเซ็นได้อย่างชัดเจน
ถึงพลังของหลิงเซ็นจะพอๆกับฉินซิงเซวียน แต่หลินหมิงก็รู้ว่าฉินซิง
เซวียนคงไม่ใช่คู่มือของเขาแน่ หลิงเซ็นในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักร
สังหารโดยสมบูรณ์แบบ เขามันปีศาจชัดๆ
ในสถานที่แห่งนี้ พวกศิษย์เก่งๆต่างก็มารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่การทดสอบกำลังจะเริ่มขึ้น 9ตัวเต็งที่อยู่ใน50อันดับแรกต่างก็
มาถึงกันหมด ซึ่ง9คนถือว่าเยอะมากทีเดียว ในหนึ่งปีที่ผ่านมาก็มีครั้งนี้นี่
แหละ ที่จะได้เห็นพวกตัวเต็งๆอันดับสูงๆมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้