Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 854 ยอมรับความพ่ายแพ้
บนยอดเขาที่พังลงมา ซือถูหลัวซาคุกเข่าลงบนพื้น ร่างกายของเขา
ถูกปกคลุมไปด้วยโลหิตและแทบไม่สามารถพยุงตัวเองด้วยหอกสีดำได้
เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองอย่างเดือดดาลไปยังหลินหมิง
ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง แต่ดวงตาของเขายังคงลุก
โชนด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันโชติช่วง และไม่ยอมที่จะจำนน
หรือบางที อาจเป็นเพราะการยอมจำนนก็ยงไม่มีนัยสำคัญอีกต่อไป
เพราะ… นี่คือ การต่อสู้เป็นตาย!
หลินหมิงชี้ไปยังหน้าผากของซือถูหลัวซา แม้ว่าเขาจะมีความรู้สึกที่ดี
กับซือถูหลัวซา และพวกเขาไม่มีความเป็นปฏิปักษ์กันมาก่อน แต่หลินห
มิงไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจหรือเมตตาต่อศัตรูของเขา
ซือถูหลัวซาเป็นนักสู้แห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า เขาจึงเป็นศัตรู
ของเขาอยู่แล้ว การแสดงความเมตตาต่อศัตรูจะมีผลเสียต่อตัวเอง ถ้าซือ
ถูหลัวซาได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ หลินหมิงเองก็จะต้องเผชิญกับ
ชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย
หอกแสงเจิดจ้าขึ้น ร่องรอยของสายฟ้าทองอ่อนเกิดขึ้นบนปลาย
หอกของหลินหมิง
ซือถูหลัวซาลุกขึ้นยืน เบื้องหลังเขา กว่า 30% ของผนึกดูดกลืน
โลหิตแตกออก เข้าครอบคลุมทั่วทั้งร่างของเขาในหมอกโลหิตอีกครั้ง
นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองจะปะทะกัน แต่ผู้ชนะของการประลอง
นี้เห็นได้ชัดเจนแล้ว!
“ซือถูหลัวซาย่อมพ่ายแพ้อย่างแน่นอน”
“บ้าน่า! ความแตกต่างมีมากเกินไป!”
เมื่อการต่อสู้มาถึงจุดนี้ แม้กระทั่งนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าก็ยัง
สามารถมองเห็นทิศทางของการต่อสู้ครั้งนี้ได้ เห็นได้ชัดว่าหลินหมิงเขายัง
มีพลังเหลืออยู่มาก แต่ขณะนี้ ซือถูหลัวซาก็ได้เหมือนธนูไม่มีลูกศรอีก
ต่อไป ด้วยสิ่งนี้ มันก็มีช่องว่างที่เห็นได้ชัด
“หยุด!”
ขณะที่ซือถูหลัวซา กำลังเตรียมพร้อมที่ผลาญปราณโลหิตเหยี่ยว
ทมิฬโบราณและเสี่ยงชีวิตของเขาอีกครั้ง แต่เสียงที่เย็นยะเยือกของซือถู
ฮ่าวเทียนก็ได้ดังออกมาก่อน
เสียงตะโกนนี้เป็นเหมือนเสียงฟ้าฟาด นักสู้บางคนที่ลอยอยู่ใน
อากาศเกือบหมดสติจากการช็อก
“เรายอมรับความพ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้! หลัวซาถอนตัว!” ด้วย
การบิดเบี้ยวของแสงสีดำ ซือถูฮ่าวเทียนในชุดคลุมสีดำได้ปรากฏบน
ท้องฟ้าเหนือสนามประลอง แววตาที่สงบและไม่แยแสของเขามองข้าม
การต่อสู้ที่รุนแรงระหว่างหลินหมิงและซือถูหลัวซาโดยไร้อารมณ์
แต่จากสายตาของเขา ผู้หนึ่งสามารถรู้สึกได้ถึงศักดิ์ศรีที่ไม่อาจ
บรรยายได้ มันเหมือนดั่งคำบัญชาจากสวรรค์
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่รู้สึกกดดันแม้แต่น้อยต่อหน้าดวงตาคู่นี้
กลับกัน ปากของเขาโค้งด้วยความเย้ยหยัน “ถอนตัว? นี่เป็นการต่อสู้เป็น
ตาย สำหรับคนที่อยู่บนเวที มีเพียงคนเดียวที่จะได้รับอนุญาตให้ออกไป
อย่างมีชีวิต และตอนนี้เมื่อซือถูหลัวซาได้พ่ายแพ้กลับสามารถถอนตัวได้
แต่ถ้าข้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ข้าต้องยอมให้เจ้าทำทุกสิ่งที่พอใจเช่นนั้นหรือ?
นี่มันเรื่องไร้สาระอันใดกัน?”
เมื่อเผชิญกับแรงกดดันของซือถูฮ่าวเทียน หลินหมิงก็ยังคงสามารถ
ตอบโต้เขาที่เป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรได้ ความกล้าหาญนี้ทำให้
บรรดารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นทั้งหลายละอายใจในความด้อยกว่าของตน เรื่อง
นี้ไม่ได้เป็นเรื่องของความกลัวทางจิตวิทยา ปัญหาสำคัญคือผู้อาวุโสสูงสุด
ขั้นเทพสมุทรมีออร่าในร่างของพวกเขาซึ่งก่อให้เกิดสนามพลังนี้ และ
เพียงแค่มองไปยังพวกเขาก็อาจทำให้เกิดความหวาดกลัวได้แล้ว!
วูซ!
เงาสีขาวได้โผล่มาปรากฏขึ้นทันทีในท้องฟ้าตรงข้ามกับซือถูฮ่า
วเทียน
นี่คือซื่อไป๋
“ในเมื่อมันเป็นการต่อสู้เป็นตาย เจ้าจะต้องเข้าใจกฎของมันด้วย ถ้า
เจ้าต้องการที่จะเปลี่ยนความคิดของตนเองตอนนี้แล้ว และบอกว่านี่เป็น
การขอร้อง เช่นนั้นก็จะไม่เป็นอันใด! และน้องชายหลินจะไม่ฆ่าคนของ
เจ้า แต่เจ้าก็อย่าได้ยุ่งกับน้องชายหลินอีกเช่นกัน!
ซื่อไป๋กังวลเรื่องพื้นหลังของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า แม้ว่าหลินห
มิงดูเหมือนจะมีพลังมากในขณะนี้ แต่เขาก็ยังไม่กล้าที่จะมั่นใจ 100% ว่า
หลินหมิงจะเป็นคนสุดท้ายที่จะได้รับชัยชนะหากยังดำเนินการต่อสู้ไป
เรื่อยๆเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงได้เสนอเงื่อนไขเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าจะเกิด
ความปลอดภัยต่อหลินหมิงอย่างแท้จริง
แต่ซือถูฮ่าวเทียนจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของซื่อไป๋ได้อย่างไร ถ้าเขา
ยกเลิกการประลองเป็นตายครั้งนี้แล้ว นั่นหมายความว่าเขาได้ยอมรับ
ความพ่ายแพ้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้ทำมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดก็จะไร้
ประโยชน์
“หนึ่งล้านหินลมปราณจิตวิญญาณหรือวัสดุสวรรค์ที่เท่าเทียมกัน!”
ซือถูฮ่าวเทียนได้กล่าวถึงราคาสูงเทียมฟ้าออกมา แต่ความตั้งใจของ
เขาก็ชัดเจน เขาตั้งใจที่จะใช้มันเพื่อแลกกับชีวิตของซือถูหลัวซา
“ฝ่าบาท…” หัวใจของซือถูหลัวซาบีบรัด ในขณะนี้เขาไม่รู้สึกอะไร
นอกจากความอับอายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา ในฐานะที่เป็นขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 6 เขากลับถูกกำราบอย่างสมบูรณ์โดยเพียงนักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 1 และยังเยาว์กว่าเขาอีกด้วย! แม้แต่หลังจากผลาญ
ปราณโลหิตของเขาไปแล้วก็ตาม เขาก็ยังไม่สามารถทำร้ายคู่ต่อสู้ได้! ใน
ที่สุด เขาต้องพึ่งพาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และไถ่ชีวิตด้วยหินลมปราณจิต
วิญญาณ
ซือถูหลัวซาไม่เคยรู้สึกไร้ความสามารถเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
สำหรับคนที่หยิ่งยโสเช่นเขานั้น มันก็ย่อมมิต้องสงสัยเลยว่าเรื่องนี้จะ
ส่งผลอย่างมากต่อเส้นทางแห่งสู้ในอนาคตของเขา
“หนึ่งล้านหินลมปราณจิตวิญญาณเพื่อซื้อชีวิตผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรในอนาคต แผนการของเจ้าค่อนข้างดี!” ซื่อไป๋ล้อเลียน
ย้อนกลับไปเมื่อตอนเผชิญหน้ากันในห้องโถงหลักหัวใจแห่งดินแดน,
ซื่อไป๋กลัวว่าซือถูฮ่าวเทียน จะกลายเป็นคนบ้าและสูญเสียเหตุผลทั้งหมด
ไป แต่ตอนนี้ ซื่อไป๋ไม่ได้กลัวซือถูฮ่าวเทียนเลย ในช่วงสองสามวันที่ผ่าน
มานี้ มีขุมกำลังมากมายพยายามจะเอาชนะใจหลินหมิงรวมทั้งอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะและอีกหลาย
ตระกูล พวกเขาต่างมอบของขวัญมามากมาย
แน่นอน ซื่อไป๋ไม่ได้คาดหวังว่าขุมกำลังเหล่านี้จะช่วยตระกูลเทพเจ้า
พิโรธถ้าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าทำสงครามกับพวกเขา แต่สิ่งที่ซื่อไป๋
สามารถยืนยันได้คือ พวกเขาจะไม่เข้าร่วมฝ่ายอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
ในสงคราม นอกจากนี้ คำสาปเคียวมัจจุราชที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
เคยใช้กับหลินหมิงก็ถูกกำจัดออกจากร่างกายของเขาไปแล้ว ถึงแม้จะมี
สงครามใหญ่เกิดขึ้น แต่พวกเขาก็ย่อมมิอาจฆ่าหลินหมิงได้อย่างง่ายดาย
ขุมกำลังเหล่านี้จะไม่ทำสิ่งใดที่จะเป็นความผิดทางอาญาต่อตัวตนสูงสุด
ภายใต้สวรรค์ในอนาคตแน่
ตราบเท่าที่ขุมกำลังอื่นๆเหล่านี้ไม่ได้ช่วยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
จากนั้นโดยการพึ่งพาการป้องกันที่แข็งแกร่งของดินแดนมิตินี้ อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะต้องชั่งน้ำหนักถึงความพยายามที่จะบุกรุกว่ามันจะคุ้ม
จริงหรือไม่ ไม่ว่าอย่างไร เพราะพวกเขาก็ไม่มีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดเช่น
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ
“1.5 ล้านคือสิ่งที่ข้าให้ได้!” ในที่สุดซือถูฮ่าวเทียนก็กล่าวออกมา สี
หน้าของมืดมนอย่างมาก
“และถ้าเราไม่เห็นด้วยเล่า?” ซื่อไป๋ถามกลับ
“เช่นนั้นก็จงใช้หอกของเจ้าเสีย!” ซือถูฮ่าวเทียนกล่าวอย่างเย็นชา
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร แม้ว่ามูลค่าของผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรจะเกินกว่า 1.5 ล้านหินลมปราณจิตวิญญาณ แต่เขายังคงเป็น
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่ภาคภูมิและสูงส่ง เพียงเพราะเขายินดีที่จะยอมให้
ครั้งหนึ่งมันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมถูกบังคับตลอดไป
“ดี ข้าเห็นด้วย!” ผู้ที่กล่าวออกมาคือหลินหมิง เพราะจักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ยอมถอยหนึ่งก้าว และก็ยังยอมยกผลประโยชน์
มหาศาลให้ ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม การฆ่าซือถูหลัวซาและทำให้จักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์โกรธจนถึงจุดที่เขาอาจทำอะไรบ้าคลั่งและทำสิ่งที่ไม่นึกถึง
ประโยชน์ของตนมันก็ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี
นอกจากนี้ ท่าทีและทัศนคติของซือถูหลัวซาก็ไม่เลวร้ายนัก หลินหมิ
งเองก็ไม่มีความแค้นและไม่เป็นปฏิปักษ์กับซือถูหลัวซามาก่อน และที่
สำคัญที่สุด ซือถูหลัวซาด้อยกว่าหลินหมิง ในอนาคตมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่
จะกลายมาเป็นคู่มือของหลินหมิง
และมูลค่าของ 1.5 ล้านหินลมปราณจิตวิญญาณก็เพียงพอที่จะ
กระตุ้นหัวใจของหลินหมิง อาจเรียกว่าเป็นสมบัติที่ตกลงมาจากฟากฟ้า
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ยอมถอยบ้างแล้ว…”
“ย๊ากกก สำหรับซือถูฮ่าวเทียน การตะโกนต่อหน้าต่อตาของทุกคน
ที่นี่เลวร้ายยิ่งกว่าการจ่ายเงิน 1.5 ล้านหินลมปราณจิตวิญญาณ นี่คือผู้
อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรที่ยอมถอยต่อรุ่นเยาว์ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 สิ่ง
นี้อาจไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 10,000 ปีรวมถึงในประวัติศาสตร์ของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า!”
“หลินหลานเจี้ยนผู้นี้น่าหวาดกลัวเกินไป! เมื่อเขาเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
ได้ในอนาคต เขาก็จะเหมือนมังกรที่ทะยานขึ้นสู่สวรรค์! เขาจะปกครอง
ทวีปนภารินไหลทั้งหมดเป็นเวลา 10,000 ปี!”
“นี่ มันไม่เป็นความจริงเสมอไป ตัวตนเช่นนี้อาจขึ้นไปข้างบน
เช่นเดียวกับจักรพรรดิซื่อในอดีต”
มันไม่เป็นที่รู้จักว่าผู้ใดกล่าวคำเหล่านี้ออกมา แต่รุ่นเยาว์ที่โดดเด่น
ได้กลายเป็นตื่นเต้น สำหรับพวกเขา แดนเทวะเต็มไปด้วยความดึงดูด
อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกคนอยากจะไปยังแดนเทวะในตำนานที่อธิบายไว้ใน
ตำราโบราณเพื่อขยายขอบเขตวิสัยทัศน์ของพวกเขา แต่นั่นเป็นไปไม่ได้
สำหรับพวกเขา การขึ้นไปสู่แดนเทวะนั้นยากลำบากเกินไป
การประลองครั้งที่ 22 ได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของหลินหมิงอีกครั้ง!
แต่ครั้งนี้ ซือถูหลัวซาก็มิใช่ไม่ประสบความสำเร็จ เขาบังคับให้หลินห
มิงใช้พลังของเขตแดนสายฟ้าในที่นี่ถึงสองครั้งและเขายังใช้รูปแบบหลัก
ของจิตวิญญาณสายฟ้าเก้าสวรรค์รวมทั้งสุริยันล่าสังหาร ในการต่อสู้ที่
เข้มข้นเช่นนี้ มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่หลินหมิงจะใช้พลังงานไปบ้าง
“ช่างเป็นต้นกล้าที่ดียิ่ง การระเบิดของกฏแห่งสายฟ้าและพลังเพลิง
ทั้งสองวิถีได้รับการผสมผสานกันอย่างลงตัว นั่นควรจะเป็นทักษะการ
ต่อสู้ที่เขาสร้างขึ้นเอง” ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยกย่องโดยไม่ลังเล
โดยปกติแล้ว นักสู้มีเพียงกายธาตุจำเพาะเพียงหนึ่งในห้าธาตุ มัน
เป็นเรื่องยากมากที่จะได้เห็นกายธาตุจำเพาะคู่เช่นนี้ และสำหรับใครบาง
คนเช่นหลินหมิงผู้ซึ่งมีพรสวรรค์สูงมากทั้งสองด้านของสายฟ้าและเพลิง
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้เห็น
“เพลิงและสายฟ้า…สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งในขอบเขตที่ข้าถนัด” ผู้
อาวุโสจ้าวฮั่วลูบเคราของเขาและส่ายหัวเล็กน้อย
“โอ้? หัวใจของเทพธิดาวายุหิมะสะท้านขณะที่นางได้ยินเรื่องนี้ “ฟัง
จากความหมายของผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ท่านวางแผนที่จะรับเขาเป็นศิษย์ใช่
หรือไม่? แม้ว่าผู้อาวุโสอาจไม่เชี่ยวชาญในวิถีแห่งเพลิงและสายฟ้า แต่
ท่านก็เข้าใจวิถีแห่งมิติและเวลา เพียงสิ่งนี้อย่างเดียว ท่านก็เป็นอันดับ
หนึ่งในทวีปนภารินไหลแล้ว! และหลินหลานเจี้ยนเองก็ยังมีความสำเร็จที่
ยอดเยี่ยมในวิถีแห่งมิติและเวลาเช่นกัน ถ้าเขาสามารถได้แนวทางจาก
ท่าน นั่นน่าจะเป็นโอกาสอันน่าอัศจรรย์!”
สำหรับชื่อแซ่ที่แท้จริงของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วและสถานที่เกิดของเขา
อาจจะไม่มีใครรู้นอกจากเขาเอง ผู้คนรู้เพียงชื่อฉายาของเขา ในความเชื่อ
ในความโชคดีของโลก เขามักจะเป็นตัวแทนเต๋าอันยิ่งใหญ่ เป็นตัวแทน
ของจักรวาลอันไร้สิ้นสุด
ทั้งแกนแห่งมิติ, และยังมีอนุภาคอยู่มานับตั้งแต่สมัยโบราณ จักรวาล
คือการรวมกันของมิติและเวลา มันมีการกล่าวว่าฉายาของ ‘บุรุษแห่ง
โชคชะตา’ ได้มาจากสิ่งนี้ ในแง่ของวิถีแห่งมิติและเวลาแล้ว ไม่มีใคร
สามารถเทียบเขาได้
เป็นเพราะความเข้าใจอันลึกซึ้งของเขาต่อวิถีลึกลับและเข้าใจยาก
เหล่านี้ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ใกล้เคียงกับการเป็น
ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ ข่าวลือบอกว่าเขาเคยต่อสู้กับจักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะอย่างดุเดือดจนทั้งคู่หมดแรง
ถึงแม้ว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะจะไม่มีความ
แข็งแกร่งสูงสุดภายใต้สวรรค์ แต่จริงๆแล้วเขาอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้
ที่มีอำนาจมากที่สุดภายใต้สวรรค์นี้ เขาได้รับการสนับสนุนอย่างไม่จำกัด
จากทั้งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของตน และเขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะผู้
อาวุโสจ้าวฮั่วได้ ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้มาจากนิกายใด จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว
มันก็สามารถมองเห็นได้ว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วทรงพลังถึงเพียงใด
“ยอมรับเขาเป็นศิษย์หรือ? ฮ่าๆ…”ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วหัวเราะเบาๆ
ขณะที่เขาส่ายหัวและกล่าวว่า” อายุของข้านั้นลงโลงไปครึ่งก้าวแล้ว
เช่นนั้นข้าจะไปสอนผู้มีพรสวรรค์หายากนิรันดร์ได้อย่างไร? เมื่อเขาก้าว
เข้าสู่ขั้นเทพสมุทร หรือบางทีก่อนหน้านั้น ความแข็งแกร่งของเขาก็คงจะ
เกินกว่าข้าไปแล้ว! แล้วข้าจะใช้สิ่งใดไปสอนเขากัน?”
“แข็งแกร่งเกินท่านผู้อาวุโสทั้งที่ยังมิได้เข้าสู่ขั้นเทพสมุทร? เป็นไป
ไม่ได้!” ดวงตาของเทพธิดาวายุหิมะเบิกกว้างขึ้นอย่างมาก นางไม่ได้จะ
บอกว่ามิได้ไม่ให้ความเคารพต่อผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว แต่เพราะนางเชื่อในคำพูด
ของนาง ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วคือผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรและมีความสำเร็จใน
วิถีแห่งมิติและเวลา เขาอาจเรียกได้ว่าเป็นคู่ต่อสู้หาใครเปรียบมิได้ในโลก
นี้!
เทพธิดาวายุหิมะก็แทบจะไม่อาจยอมรับได้ว่าหลินหมิงจะกลายเป็น
ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์หลังจากผ่านไปสู่ขั้นเทพสมุทร แต่สำหรับก่อน
หน้านั้น แม้แต่นางก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นการคุยโวเกินไป!
“ความแตกต่างระหว่างขั้นทำลายชีวิตและขั้นเทพสมุทรนั้นยิ่งใหญ่
เกินไป คำพูดของท่านผู้อาวุโสจ้าวฮั่วเกินจริงไปหรือไม่?” ถ้าไม่ใช่คำกล่าว
เหล่านี้มาจากผู้อาวุโสจ้าวฮั่วแล้ว เทพธิดาวายุหิมะก็คงจะเค้นเสียงด้วย
ความดูถูกเท่านั้น
“มันมิได้เป็นการพูดเกินจริงเลย หิมะน้อย เจ้าต้องอย่าลืมว่าผู้ทรง
พลังระดับจักรพรรดิ ไม่เหมือนกับผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร นักสู้ขั้นเทพ
สมุทรเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ แต่ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิไม่
จำเป็นต้องเป็นนักสู้ขั้นเทพสมุทร…”