Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 855 เหยาเยว่ปรากฏตัว
ในทวีปนภารินไหล ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิเป็นเพียงสมญานาม
ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของขั้นพลังการบ่มเพาะ เมื่อนักสู้มีความแข็งแกร่งระดับ
หนึ่งแล้ว พวกเขาก็จะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันมากระหว่างขั้นทำลายชีวิตกับขั้นเทพสมุทร
แต่ก็ยังมีบางคนที่มีพรสวรรค์จนสามารถต่อสู้กับผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
ทั้งที่อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตได้
บุคคลดังกล่าวจะได้รับสมญานามผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิอย่าง
เท่าเทียมกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ตัวตนเหล่านี้
เป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หายากและมีความแข็งแกร่งเกินกว่านักสู้คนอื่นๆ
ทั้งหมดในระดับของพวกเขา หลังจากทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8
พวกเขาอาจจะมีพลังมากกว่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรช่วงต้นเสียอีก
“อาวุโสจ้าวฮั่ว ท่านจะบอกว่าหลินหลานเจี้ยนสามารถข้ามผ่านไปถึง
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เลยเช่นนั้นหรือ?” คิดถึงเรื่องนี้ การที่หลินหมิงจะ
สามารถข้ามผ่านขั้นทำลายชีวิตถึงระดับ 8 มันก็สมเหตุสมผล นับตั้งแต่
สมัยโบราณนั้น มันมีน้อยกว่าหยิบมือของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่จะ
สามารถข้ามผ่านไปถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เรื่องนี้ทำให้เทพธิดาวายุ
หิมะรู้สึกราวกับว่าทุกอย่างลวงตาและเป็นเหมือนความฝัน
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะ ลุงใหญ่จักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา และแม้แต่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วเองก็ยังข้ามผ่านไปถึงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 7 เท่านั้น ในช่วง 100,000 ปีที่ผ่านมา บรรดาผู้อาวุโส
สูงสุดขั้นเทพสมุทรที่มาจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ต่างได้กลายมาเป็น
ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ อย่างไรก็ตาม ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ไม่ได้
เป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่มาจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เสมอไป
ตัวอย่างเช่น ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ล่าสุดคือจักรพรรดิซื่อ ซึ่งเคย
ข้ามผ่านไปถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7
พลังของจักรพรรดิซื่อมาจากความเข้าใจ 7 เจตจำนงแห่งนักสู้ที่
แตกต่างกัน และจากนั้นก็หลอมรวม 7 เจตจำนงแห่งนักสู้ที่แตกต่างเข้า
ด้วยกัน ด้วย 7 เจตจำนงแห่งนักสู้และขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เขาจึงได้รับ
การรู้แจ้งภายใต้ต้นโพธิ์และในที่สุดก็ทะลวงผ่านโลกหล้า
ในแง่ของพลังกายจิตวิญญาณ, จักรพรรดิซื่อได้เหนือยิ่งกว่าแปดวิบัติ
จักรพรรดิอัสนี
โดยปกติแล้ว การมีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิในหนึ่งหรือสองด้านก็
เพียงพอที่จะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของทวีปได้แล้ว และผู้ที่มีพรสวรรค์ในสาม
หรือสี่ด้านก็อาจเรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากที่สุดในโลก ซึ่งจะ
กลายเป็นตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์
และหลินหมิงก็เป็นกรณีนี้อย่างแน่นอน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหา
ข้อบกพร่องของเขาได้ เขามีทั้งความทนทาน, ความแข็งแกร่งที่น่า
สะพรึงกลัว, ความเร็วสุดขีด, รากฐานที่มั่นคงอย่างเหลือเชื่อ รวมถึงความ
เข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวิถีและกฎอีกด้วย ตราบเท่าที่หลินหมิงสามารถ
ข้ามผ่านไปถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ได้แล้ว เขาจะเป็นผู้ไร้เปรียบของ
โลกนี้!
ในเวลานี้ นาวาจิตวิญญาณเทวะของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ซือถู
ฮ่าวเทียนยืนอยู่เฉยๆ ที่ด้านหน้าของเขา ซือถูหลัวซากำลังคุกเข่าอยู่
“เจ้าไปได้แล้ว…” ซือถูฮ่าวเทียนโบกมือให้เขาแล้วสูดลมหายใจเข้า
ลึกๆ สถานการณ์ได้กลายเป็นเลวร้ายอย่างที่สุดแล้ว
ตอนนี้เขามีไพ่เพียงใบเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่
นั่นคือ ซือถูเหยาเยว่
เขาช่วยไม่ได้นอกจากจะต้องยอมรับว่า 22 ผู้เชี่ยวชาญที่เขาส่งไป
ต่อสู้นั้น นอกเหนือจากซือถูหลัวซา คนอื่นๆก็ได้ตกตายอย่างไร้ประโยชน์
“หลัวซา นี่จะเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในชีวิตของเจ้า หากผ่านไปได้
เจ้าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร แต่หากล้มเหลว เจ้าจะได้รับการติดอยู่
เช่นนี้ตลอดไป!”
โอกาสที่ดีที่สุดสำหรับนักสู้ที่จะทะลวงขั้นเทพสมุทรคือก่อนที่พวก
เขาจะมีอายุ 100 ปี ถ้าพวกเขาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ โอกาสที่
จะประสบความสำเร็จจะลดลงเรื่อยๆทุกปี หลังจากอายุครบ 200 ปีแล้ว
มันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะมีความหวังอีก
จากนั้น ถ้าพวกเขายังอยากจะก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร โอกาสเดียว
ของพวกเขาก็คือการออกไปผจญภัยเพื่อค้นหาโชคดีของตัวเองและใช้โชค
ดีนั้นเพื่อทะลวงขั้นพลัง
โชคเช่นนี้ล้วนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาพบ ตั้งแต่สมัยโบราณ มีผู้ทรง
พลังขั้นทำลายชีวิตนับไม่ถ้วนในทวีปนภารินไหล และบางคนก็สามารถ
ค้นพบโชคดีของตัวเองได้ ตราบเท่าที่มีโชคดีพอสมควรเพียงขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 4-5 ก็ยังสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้อีกด้วย
ในความเป็นจริง ทวีปนภารินไหลไม่มีขั้นเทพสมุทรจากขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 4-5 เพราะอย่างน้อยมักจะอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 6
แน่นอน ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน
อย่างสิ้นเชิง
ซือถูหลัวซายังคงมี 20-30 ปีในการทะลวงขั้นพลัง สำหรับหลินหมิง
ที่สามารถเอาชนะเขาได้ที่นี่ มันก็ถือเป็นความปราชัยอย่างมากต่อเขา ถ้า
เขาล้มเหลวในการเอาชนะหัวใจปีศาจที่มาจากหลินหมิง เขาก็จะล้มเหลว
ในการทะลวงขั้นพลังของตน แต่ถ้าเขาสามารถเอาชนะหัวใจปีศาจได้แล้ว
เขาอาจจะได้สัมผัสกับนิพพานของจิตวิญญาณ และก้าวไปไกลยิ่งขึ้นใน
เส้นทางแห่งนักสู้
ซือถูหลัวซากำหมัดของเขาแน่นและถอนตัวออกไปอย่างเงียบๆ
จากนั้น หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะสีดำและมีขาเรียวยาวก้าว
เดินออกมาข้างหน้าช้าๆ นางคุกเข่าลงต่อหน้าซือถูฮ่าวเทียนและขอร้อง
“ฝ่าบาท โปรดให้เหยาเยว่ได้ต่อสู้!”
เมื่อมองไปยังซือถูเหยาเยว่ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็ส่ายหัวอย่าง
ช่วยไม่ได้ เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะถอนหายใจพูดว่า “ข้าไม่เคยคิดว่า
ข้าจะต้องวางความหวังทั้งหมดไว้ที่เจ้าเช่นนี้ ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่
ข้าทำมาก่อนนี้จะไร้ความหมาย…”
ถ้าจะมีสิ่งใดที่เขาได้ค้นพบอยู่บ้างนั้น มันก็อาจเป็นความทนทานที่
ผิดปกติของหลินหมิง
อย่างน้อยมันก็ควรจะเป็นคำแนะนำที่ดีแก่ซือถูเหยาเยว่
“เหยาเยว่ เจ้าต้องจำไว้ว่าอย่าให้เกิดการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ ความทนทาน
ของเจ้าต่ำกว่าเขา!”
ซือถูฮ่าวเทียนเห็นอย่างชัดเจนว่าถ้าเหยาเยว่ได้ต่อสู้กับ 22 คนที่เขา
ส่งขึ้นไปแล้ว แม้ว่านางจะชนะ แต่ก็ย่อมผลาญพลังงานไปอย่างมาก ใน
แง่มุมนี้เพียงอย่างเดียว นางไม่มีทางเปรียบเทียบกับหลินหมิงได้
“เหยาเยว่เข้าใจแล้ว!”
ด้านบนเวที หลินหมิงยังคงอยู่ที่ตำแหน่งเดิม เขาลอยอยู่บนอากาศ
เผยให้เห็นถึงรัศมีความรุ่งโรจน์ที่ราวกับว่าเขาได้กำลังท้าทายสวรรค์ ใน
เวลานี้ เขาดูเหมือนจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก
หลังจากที่เอาชนะซือถูหลัวซาได้ด้วยพลังที่เหนือกว่านักสู้ทั้งหมด
เริ่มมองเขาด้วยความกลัวในสายตา
นี่คือพรสวรรค์ที่ไร้เปรียบ! ในอนาคต มันก็มีโอกาสมากที่เขาจะ
กลายเป็นผู้ปกครองทั่วทั้งทวีปนภารินไหล!
“แม้แต่ซือถูหลัวซายังพ่ายแพ้! เขาเป็นหนึ่งผู้มีอันดับสูงสุดใน
ประกาศิตชะตาฟ้า และไม่เคยใช้สายเลือดเหยี่ยวทมิฬโบราณของเขามา
ก่อนจนถึงตอนนี้ ประกาศิตชะตาฟ้าไม่เคยให้อันดับเขาอย่างถูกต้อง แต่
ข้าคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งของซือถูหลัวซา เขาอาจจะอยู่อันดับที่ 7-8
ในประกาศิตชะตาฟ้า!”
“เพียงภูมิหลังของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่านั้นยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังไม่
สามารถเอาชนะสัตว์ประหลาดอัจฉริยะเช่นหลินหลานเจี้ยนได้!”
หุ่นเชิดสังหารที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเตรียมไว้ย่อมเป็นหนึ่งใน
ไพ่ตาย แม้แต่ 10 อันดับแรกในประกาศิตชะตาฟ้าก็จะพบว่าตัวเอง
เหนื่อยล้าในการต่อสู้หมุนเวียนเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ผลกับหลินห
มิง
“อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ากำลังตกอยู่ในอันตราย มันดูเหมือนว่า
พวกเขาจะแพ้สงครามครั้งนี้อย่างมาก แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาไม่มี
ไพ่ตายอื่นอีกแล้ว!”
ด้วยเหตุการณ์ที่มาถึงขั้นนี้ ผู้คนจำนวนมากก็ได้ชื่นชอบหลินหมิ
งมากขึ้น หลังจากเอาชนะซือถูหลัวซาด้วยความเหนือกว่าอย่างท้วมท้น
หลินหมิงย่อมมีคุณสมบัติที่จะอยู่ใน 3 อันดับแรกของประกาศิตชะตาฟ้า
ขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่ หญิงสาวคนหนึ่งลอยออกมาจาก
นาวาจิตวิญญาณเทวะ
หญิงสาวผู้นี้ตัวสูงมาก พอๆกับหลินหมิงเลย นางสวมชุดเกราะสีดำ
มันงดงามอย่างยิ่ง มันห่อหุ้มรอบอกและเอวของนาง เผยให้เห็นไหล่และ
เอว และต้นขา
ผู้หญิงคนนี้ลอยมาจนกระทั่งนางอยู่ห่างจากหลินหมิงเพียง 200 ก้าว
ก่อนที่จะหยุดลง เส้นผมสีดำขลับสยายไปในอากาศ ผิวพรรณที่สมบูรณ์
แบบของนางดูเหมือนราวกับว่ามันถูกแกะสลักมาจากหยก และแววตาที่
สดใสของนางเป็นสีแดงซีด ราวกับเป็นดวงจันทร์แฝดสีโลหิต ริมฝีปากสี
แดงสดใสของนางโค้งขึ้น เผยให้เห็นเสน่ห์ที่ชั่วร้าย นางงดงามและน่า
หลงใหล ทำให้คนอื่นๆดูด้อยกว่า
หญิงสาวผู้นี้…
ขณะที่เหล่านักสู้ได้เห็นซือถูเหยาเยว่ พวกเขาก็ประหลาดใจ ในการ
มองครั้งแรก ซือถูเหยาเยว่ ดูเหมือนนางฟ้าจากสวรรค์ แต่เมื่อมองอย่าง
ใกล้ชิด นางคล้ายกับปีศาจอมตะอันยั่วยวนที่หนีมาจากเก้าเอวจี รอยยิ้ม
ของนางเผยจิตสังหารที่ชั่วร้าย ราวกับว่าการจ้องมองของนางสามารถฆ่า
คนได้!
“ผู้หญิงคนนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่ง!”
นักสู้รุ่นเยาว์หลายคนช่วยไม่ได้ที่จะหวาดกลัว โดยปกติแล้ว ความ
งามอันน่าทึ่งเช่นนี้สามารถนำความล่มสลายมาสู่อาณาจักรและทำให้ผู้
กล้าทั้งหลายจินตนาการถึงนางในใจ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับซือถูเหยาเยว่
พวกเขากลับไม่มีความคิดเช่นนั้นเลย มันเหมือนกับว่าพวกเขากลัวว่านาง
จะมองเห็นความคิดของพวกเขาและนำหายนะมาสู่ตัวเอง
“การบ่มเพาะของนางคือระดับใด? ข้าไม่อาจเห็นมันได้!”
นักสู้ขั้นทำลายชีวิตผู้หนึ่งกล่าวออกมาอย่างสับสน เขาเป็นนักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 1 แต่กลับไม่สามารถมองเห็นการบ่มเพาะของซือถู
เหยาเยว่ได้ แล้วเขาจะไม่รู้สึกประหลาดใจได้อย่างไร?
“ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7…”
ข้างๆเขา ผู้อาวุโสผู้หนึ่งถอนหายใจลึก รุ่นเยาว์ในยุคนี้ช่างน่า
สะพรึงกลัวยิ่งนัก ด้วยขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ของนาง ในอนาคตนางก็
ย่อมทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้อย่างแน่นอน บางทีนางอาจจะกลายเป็น
ตัวตนที่ใกล้เคียงกับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะ! เมื่อ
เทียบกับตัวตนตัวเช่นนี้ เขาก็เหมือนกับแสงเทียนที่อยู่ต่อหน้าแสงจันทร์
มันไม่อาจเปรียบเทียบกันได้
“ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7, สวรรค์!” ชายหนุ่มที่กล่าวถามออกมาก่อน
หน้านี้ช่วยไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความตกตะลึง
ผู้อาวุโสขั้นเทพสมุทรของทวีปนภารินไหลอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ
5-6 มาก่อนเท่านั้น มีเพียง 7-8 คนที่รู้กันว่าอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7
มาก่อน เกือบครึ่งหนึ่งของพวกเขานั้นล้วนเกือบจะเป็นตัวตนสูงสุดภายใต้
สวรรค์ และอีกครึ่งหนึ่งก็เป็นเพราะการบ่มเพาะของพวกเขาขาดไป แต่
เมื่อการบ่มเพาะของพวกเขาเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย พวกเขาก็น่าจะ
กลายเป็นตัวตนระดับเดียวกับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเท
วะ
ในความเป็นจริง ในประกาศิตชะตาฟ้าที่ออกโดยองค์กรคว้าชะตา
นั้น 3 อันดับแรกก็เป็นนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ทั้งหมด แต่ทั้ง 3 คนนี้
มีสถานการณ์พิเศษ – พวกเขามีอายุมากกว่า 1000 ปีแล้ว เดิมทีพวกเขา
เคยเป็นนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ล้มเหลวในการเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
และได้ออกไปค้นหาโชคดีของตนเอง ในที่สุดพวกเขาก็ไม่สามารถเข้าไป
ในขั้นเทพสมุทรได้ แต่กลับประสบความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 7 แทน สำหรับพวกเขา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เป็นเพราะ
วัสดุสวรรค์ที่พวกเขาเจอสามารถช่วยทะลวงขั้นเทพสมุทรได้เพียงครั้ง
เดียว การใช้มันเป็นครั้งที่สองก็เกือบจะไม่มีผลอันใดอีก
สำหรับบรรดานักสู้ที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ด้วยตัวเอง
นั้น เหล่าคนรุ่นเยาว์ในปัจจุบันก็ไม่เคยได้ยินเลย แน่นอน อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภาและอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะก็มีนักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 7 ของตนเช่นกัน แต่บุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนอย่าง
ลับๆ และไม่มีใครเคยถูกเปิดเผยตัวออกมา ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้จักพวกเขา
ณ ตอนนี้ ซือถูเหยาเยว่เป็นคนแรกที่เปิดเผยตัวเองออกมา นางเป็น
ผู้มีพรสวรรค์สูงสุดที่พึ่งพาพลังของตัวเองก้าวเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7
นางน่าจะทรงพลังมากกว่าสามอันดับแรกในประกาศิตชะตาฟ้า!
ทุกคนรู้ดีว่าภูมิหลังของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าน่าสะพรึงกลัว
และพวกเขาได้ซ่อนเร้นผู้เชี่ยวชาญเอาไว้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าระดับความ
แข็งแกร่งของตัวตนเหล่านั้นเป็นเช่นไร พวกเขาทำได้เพียงคาดเดาเท่านั้น
พวกเขาทั้งหมดคิดว่าหลินหมิงได้รับชัยชนะเสียมากกว่า แต่ตอนนี้ดู
เหมือนว่าหลินหมิงจะเป็นคนที่ตกอยู่ในอันตรายแทนแล้ว!
“ทุกคนที่สามารถประสบความสำเร็จในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 จะมี
พรสวรรค์ชั้นยอด และยังห่างจากหลินหลานเจี้ยนถึง 6 ระดับ ความ
เหลื่อมล้ำนี้มีมากเกินไป!”
การต่อสู้ข้ามระดับไม่ใช่เรื่องใหม่หรือน่าสะพรึงกลัว นับตั้งแต่สมัย
โบราณ ผู้มีพรสวรรค์ในขั้นทำลายชีวิตสามารถต่อสู้กับผู้ทรงขั้นเทพสมุทร
ได้ แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวก็คือเมื่อพวกเขาเป็นอัจฉริยะที่อยู่ระดับใกล้เคียง
กัน!
ดังนั้น มันจะมีโอกาสที่หลินหมิงจะชนะได้หรือไม่?
เหล่านักสู้ต่างช่วยไม่ได้ที่จะมีข้อสงสัยเช่นนี้ สำหรับพวกเขา ซือถู
เหยาเยว่เปรียบเสมือนภูเขาที่ไม่สามารถไปถึงยอด ไม่สามารถเอาชนะได้!
ซื่อไป๋เองก็ยังรู้สึกว่าฝ่ามือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาไม่เคยคิดเลยว่า
ไพ่ตายใบสุดท้ายของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียง
นี้
หลินหมิงอยู่ในภาวะวิกฤต!
“แม้ว่าเจ้าจะเพิ่งต่อสู้กับหลัวซา และยังต้องมาต่อสู้กับข้าในทันทีนั้น
อาจจะไม่เป็นธรรมสักเล็กน้อย แต่ข้าจะไม่ออมมือให้เพราะเรื่องนั้น”
รอยยิ้มชั่วร้ายแขวนอยู่บนใบหน้าของซือถูเหยาเยว่ ขณะที่นางกล่าว
น้ำเสียงของนางก็ลึกลับและน่าหลงใหล มันเหมือนเสียงไซเรนในตำนาน
ที่อาจทำให้ลูกเรือตกอยู่ในภาพลวงตา
“ข้าเองก็ไม่จำเป็นต้องให้สตรีออมมือแก่ข้า” หลินหมิงตอบอย่างสงบ
น้ำเสียงของเขาห้าวหาญ
“อ่า! น่าสนใจยิ่ง!”