Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 856 ตันเถียนบูรพาพยัคฆ์, ปีศาจจันทราเจิดจรัสบนฟากฟ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 856 ตันเถียนบูรพาพยัคฆ์, ปีศาจจันทราเจิดจรัสบนฟากฟ้า
ในบริเวณกว้าง 100 ลี้ หลินหมิงและซือถูเหยาเยว่ยืนห่างกันเพียง
200 ก้าวในอากาศ สำหรับผู้เชี่ยวชาญระดับสูงแล้ว ระยะทางเช่นนี้ย่อม
ไม่ได้แม้แต่จะใช้เวลาถึงพริบตาเพื่อข้ามไปถึง
เมื่อทั้งสองต่อสู้กันแล้ว มันก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนโลก!
“ถอยไป ทุกคนถอยกลับไป! ถอยให้ห่างหลายสิบลี้หรือไม่เจ้าอาจจะ
ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้!” ผู้อาวุโสของนิกายเริ่มสั่งให้รุ่นเยาว์ของเขา
ถอยห่างออกไป
แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดหวังที่จะได้ใกล้ชิดกับการต่อสู้ แต่พวกเขาก็รู้
ว่าความรุนแรงของสถานการณ์เป็นอย่างไรและพวกเขาทั้งหมดจึงยอม
ถอยห่าง พวกเขายืนอยู่ที่นั่น ลมหายใจลดลง สายตาของพวกเขาจดจ่อ
อย่างสมบูรณ์ในการเคลื่อนไหวของทั้งสองที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้
การต่อสู้ครั้งนี้ย่อมน่าตื่นเต้นอย่างมาก มันจะเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดในทวีปนภารินไหลในช่วง 1000 ปี และจะดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่า
การต่อสู้ระหว่างผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร
แต๊งงง!
เสียงระฆังใหญ่ดังกังวาน หลินหมิงและซือถูเหยาเยว่ยังคงไม่ขยับ
พวกเขาเว้นระยะห่าง 200 ก้าวและยังคงจ้องมองกัน
ชุดเกราะของซือถูเหยาเยว่ปกคลุมด้วยลวดลายที่ละเอียดมาก
หลินหมิงผู้ซึ่งมีความเข้าใจอย่างสูงเกี่ยวกับอักขระจารึกและค่ายกล
สามารถเห็นได้ว่าชุดเกราะนี้เป็นสมบัติระดับสวรรค์ชั้นสูง
สมบัติป้องกันระดับสวรรค์ชั้นสูงล้ำค่ายิ่งกว่าสมบัติโจมตีระดับ
สวรรค์ชั้นสูงหลายเท่า มีผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรจำนวนมากที่ไม่ได้มี
มัน อย่างไรก็ตาม ซือถูเหยาเยว่กลับมีมัน จากเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว มัน
อาจจะเห็นได้ชัดว่าเป็นมรดกอันล้ำลึกของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
คนทั้งสองจ้องมองกันอยู่ไม่กี่สิบลมหายใจ จากนั้น ซือถูเหยาเยว่ยิ้ม
ซึ่งมันอาจทำให้อาณาจักรหนึ่งพังพินาศได้ นางกล่าวด้วยเสียงต่ำว่า “นาม
ของข้าคือซือถูเหยาเยว่, จำเอาไว้ให้ดี!”
ขณะที่นางยิ้มนั้น ดวงดาวนับไม่ถ้วนดูเหมือนจะจืดจางลง ราวกับว่า
พวกมันถูกบดบังโดยรอยยิ้มของนาง
‘แสงดาวถูกกลืนกิน?’
หลินหมิงมองไปยังท้องฟ้า และมีร่องรอยแห่งความสนใจอยู่บน
ใบหน้า รอยยิ้มเพียงอย่างเดียวก็สามารถกลืนกินแสงดาวได้ นี่คือกฎแห่ง
ความมืดใช่หรือไม่?
“ท้องฟ้ามืดลงได้อย่างไร…?”
นักสู้ทุกคนกำลังจับจ้องไปยังหลินหมิงและซือถูเหยาเยว่อย่าง
สมบูรณ์ พวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อใด แต่ดวงจันทร์ที่สว่างไสวบนท้องฟ้าเริ่มสลัว
จนแสงจันทร์และแสงดาวหายไปอย่างสมบูรณ์ มันปกคลุมไปด้วยความ
มืดอย่างช้าๆราวกับว่าสัตว์อสูรดุร้ายโบราณที่มองไม่เห็นได้กลืนกิน
ท้องฟ้า!
“มันเกิดอะไรขึ้น?”
นักสู้ในปัจจุบันต่างหน้าซีด วิสัยทัศน์ของพวกเขาไม่เคยได้รับ
ผลกระทบจากความมืด แต่ความมืดอย่างฉับพลันทำให้ทุกคนรู้สึกถึง
ความกลัว
“มองดูที่เบื้องหลังผู้หญิงคนนั้น!”
นักสู้ผู้หนึ่งตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ทุกคนจึงได้มองตาม และ
เห็นว่าด้านหลังซือถูเหยาเยว่, ความมืดทั้งหมดดูเหมือนจะรวมเข้าด้วยกัน
สร้างเป็นทะเลบริสุทธิ์แห่งความมืดที่โกลาหล
ทะเลพลุ่งพล่าน คลื่นสีดำอันน่าเกรงขามสั่นสะเทือน ลึกลงไปใน
ทะเลนี้ ดวงจันทร์ปีศาจสีเลือดค่อยๆโผล่ขึ้นมา รอบดวงจันทร์ปีศาจสี
เลือด มีประกายแสงสีม่วงเจิดจ้าขึ้น!
ฉากที่แปลกประหลาดนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง!
“นั่นมันอันใดกัน?” นั่นเป็นการโจมตีภาพมายาจากหญิงคนนั้น
หรือไม่?”
“นี่ไม่ใช่ภาพมายา…” ชายชราจากแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งได้หายใจเข้า
ลึกขณะที่เขาเห็นแสงสีม่วงสาดประกายอยู่ในทะเลแห่งความโกลาหลสี
ดำ “นั่นคือตันเถียนบูรพาพยัคฆ์… ตันเถียนบูรพาพยัคฆ์สามารถกลายเป็น
ทะเลม่วง เป็นลักษณะเฉพาะที่มีมาแต่กำเนิด ตันเถียนไม่จำเป็นต้องสร้าง
แก่นแท้หมุนวนเพื่อกักเก็บปราณแท้ สำหรับปรากฏการณ์ดวงจันทร์
ปีศาจที่อยู่เบื้องหลังผู้หญิงคนนั้น นั่นคือรูปลักษณ์ของตันเถียนบูรพา
พยัคฆ์ในโลกภายนอก นั่นคือเขตแดน!
“ตันเถียนบูรพาพยัคฆ์? เขตแดน?”
นั่นคือรูปแบบตันเถียนที่ผู้อาวุโสในสมัยโบราณจะพึงมีเท่านั้น กล่าว
กันว่า 20,000-30,000 พันปีก่อน ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ในเวลา
นั้นเองก็มีตันเถียนบูรพาพยัคฆ์!
เมื่อนักสู้ทั่วไปได้ฝึกฝนตันเถียนของพวกเขา นอกเหนือจากบริเวณที่
อยู่นอกแก่นแท้หมุนวนแล้ว ส่วนอื่นๆของพื้นที่ส่วนใหญ่จะว่างเปล่า จะมี
หมอกปราณแท้ที่ลอยอยู่ แต่สำหรับนักสู้ที่มีตันเถียนบูรพาพยัคฆ์ พื้นที่
ส่วนนั้นจะเต็มไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘ทะเลม่วง’ ทะเลม่วงเป็นพลังงานเหลว
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ นักสู้ที่มีตันเถียนบูรพาพยัคฆ์จะมีปริมาณปราณแท้
มากกว่าหลายเท่าของนักสู้ทั่วไป!
“นั่นแหละคือตันเถียนบูรพาพยัคฆ์… ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดนาง
จึงสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ได้!” เหล่ารุ่นเยาว์ที่โดดเด่น
ต่างมีอารมณ์ที่ซับซ้อนเกิดขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา บางคนอิจฉา บาง
คนไม่พอใจและบางคนก็กลัว
โดยปกติ นักสู้ที่สามารถเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 จะต้องมี
ลักษณะพิเศษบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตา
หลอมเทวะที่เกิดมาพร้อมกายศักดิ์สิทธิ์จิตวิญญาณต่อสู้ และลุงใหญ่จัก
พรรดิกลั่นนภาเองก็มีเส้นชีพจรราชามังกร
ด้วยเพียงความโดดเด่นด้านนี้เพียงอย่างเดียว มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้
ที่ผู้หนึ่งจะกลายเป็นตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ มันจะต้องมีหลายอย่างจึง
จะทำให้เหนือกว่าคนอื่นๆได้
ไม่ว่าอย่างไร ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์จะกำเนิดในทุกๆ 8000-
9000 ปี!
“อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าไม่สามารถมองข้ามได้ โดยไม่มีร่องรอย
หรือควันใดๆ จู่ๆพวกเขาก็สามารถให้กำเนิดผู้มีพรสวรรค์ไร้เปรียบซึ่งมี
ตันเถียนบูรพาพยัคฆ์ และพวกเขาก็ปกปิดความลับนั้นจนมาถึงตอนนี้ ข้า
สงสัยว่าหลินหลานเจี้ยนจะสามารถหยุดนางได้อย่างไร”
ใกล้เคียงกับทางด้านของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา สีหน้าของโอว
เหย่ชิงเฟิงค่อนข้างแปลกใจ แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
มีนักพรตมากมายที่ปกปิดตัวตนอยู่ แต่เขาไม่แน่ใจว่าซือถูเหยาเยว่จะทรง
พลังมากเพียงใด ถ้านางสามารถรักษาพรสวรรค์ของตนเองไว้ได้เรื่อยๆ
เช่นนี้แล้ว นางก็จะมีโอกาสกลายเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับตัวตนสูงสุดภายใต้
สวรรค์ ในเวลานั้น นางสามารถที่จะเป็นผู้นำอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
เพื่อที่พวกเขาจะสามารถยืนเคียงข้างกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภาได้
นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา
“หลินหลานเจี้ยนกำลังตกอยู่ในอันตราย นอกจากรากฐานของเขาที่
แข็งแกร่งอย่างมากแล้ว เขาดูเหมือนจะไม่ได้มีกายศักดิ์สิทธิ์ใดๆเลย…”
สำหรับนักสู้หลายคน หลินหมิงเป็นสัตว์ประหลาด เพราะไม่ว่าจะ
เป็นความแข็งแกร่ง, ความทนทาน, จิตวิญญาณต่อสู้, ความเร็วหรือความ
เข้าใจในวิถี เขาต่างก็ได้เหนือกว่านักสู้คนอื่นๆในระดับของเขาทั้งหมด
แต่หลินหมิงดูเหมือนราวกับว่าเขาพลาดอะไรบางอย่างที่ ‘พิเศษ’
เช่นกายศักดิ์สิทธิ์, สายเลือดศักดิ์สิทธิ์ หรือตันเถียนผันแปร เนื่องจากใน
สมัยโบราณ มันมีผู้อาวุโสจำนวนมากที่มีร่างกายที่คล้ายคลึงกันกับกาย
ศักดิ์สิทธิ์หรือตันเถียนผันแปรที่พวกเขาเคยใช้ปกครองทวีปนภารินไหล
ตราบใดที่มีกายศักดิ์สิทธิ์หรือตันเถียนผันแปร พวกเขาก็จะมีเหตุผลและ
สาธารณชนก็จะเชื่อว่าพวกเขาสามารถประสบความสำเร็จที่น่าทึ่งได้
ตรงกันข้าม หากปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เช่นนั้นก็ต้องกล่าวถึง
รากฐานที่แข็งแกร่ง, ทักษะ, เคล็ดบ่มเพาะหรือการทำความเข้าใจวิถี
ต่างๆ
นี่จะทำให้ผู้คนช่วยไม่ได้ที่จะสงสัยว่าสิ่งที่หลินหมิงพึ่งพาจนก้าวเข้า
ไปสู่ 3 อันดับแรกของประกาศิตชะตาฟ้าทั้งที่อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 1 คือสิ่งใด รากฐาน, การรับรู้หรือจิตวิญญาณต่อสู้?
“หลินหลานเจี้ยน เจ้าได้ฆ่านักสู้ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าไป
จำนวน 21 คนก่อนหน้านี้ และตอนนี้ ข้าจะเป็นคนเก็บหนี้เลือดของพวก
เขา ให้ข้าได้เห็น ว่าเจ้าจะป้องกันการโจมตีของข้าได้อย่างไร!”
ขณะที่ซือถูเหยาเยว่กล่าว นางก็ได้ดึงเอาหอกยาว 9 ก้าวจากแหวน
มิติ ด้ามหอกเป็นสีดำและคมหอกเป็นสีแดง นี่เองก็เป็นสมบัติระดับ
สวรรค์ชั้นสูง!
เกือบทั้งหมดของนักสู้ในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าต่างใช้หอก ซือถู
เหยาเยว่ก็เช่นกัน
หญิงสาวผู้ไร้เปรียบ ดูราวกับว่านางมีอายุเพียง 18-19 ปีและมี
ร่างกายเพรียวบางพร้อมกับความงามที่อาจทำให้อาณาจักรล่มสลาย และ
นางก็ยังใช้อาวุธที่รู้จักกันในนามของราชันแห่งอาวุธ
หลินหมิงเองก็ยกหอกขึ้น สายฟ้าไหลเวียนที่คมหอก
ด้านหนึ่งเป็นความสง่างาม และอีกด้านหนึ่งคือความเหล่อเหล่าที่
ได้รับเลือกจากสวรรค์ ทั้งสองคนต่อสู้ด้วยหอก นี่คือการต่อสู้ระหว่าง
ราชัน!
ในเวลานี้ หลินหมิงได้เรียกจิตวิญญาณสายฟ้าเก้าสวรรค์ออกมา
โดยตรง ซึ่งก่อให้เกิดเส้นสายฟ้าสีทองอ่อนไหลเวียนที่หอกของเขา
เมื่อเห็นหลินหมิงได้เรียกสายฟ้าออกมาอีกครั้งหนึ่ง ซือถูเหยาเยว่ก็
หัวเราะออกมาดังๆ “นี่เป็นการโจมตีของเขตแดนสายฟ้า? ช่างน่าเสียดาย
เขตแดนสายฟ้าของเจ้าจะไร้ประโยชน์กับข้า!”
“คำกล่าวนั้นไร้ประโยชน์ มาทดสอบมันด้วยตัวเจ้าเอง!”
หลินหมิงก้าวไปข้างหน้าอย่างฉับพลันและพลังแห่งสายฟ้าปะทุ
ออกมาจากหอก ท้องฟ้าทั้งหมดเริ่มปกคลุมด้วยเขตแดนสายฟ้าสีทอง
อ่อน เส้นสายฟ้าผ่ากระจายออกดั่งอสรพิษ, ทำลายล้างทุกอย่าง!
สายฟ้าล่าสังหาร!
ด้วยการพุ่งหอกออกไป เขตแดนสายฟ้ากว้าง 10 ลี้ก็ครอบคลุม
ท้องฟ้าไว้ มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลบหลีกได้!
ริมฝีปากของซือถูเหยาเยว่โค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มอันยั่วยวน นางยกมือ
ขึ้นทั้งสองข้างและทะเลแห่งความโกลาหลสีดำที่อยู่เบื้องหลังนางก็ระเบิด
ขึ้นสู่สวรรค์ ดวงจันทร์ปีศาจสีเลือดเริ่มที่จะส่องสว่างมากขึ้น!
เขตแดนบูรพาพยัคฆ์, ทะเลกลืนสวรรค์!
ทะเลม่วงที่มีประกายระยิบระยับทะลักออกมา ก่อตัวเป็นน้ำหลาก
สูงถึงสวรรค์ และไร้สิ้นสุด ซือถูเหยาเยว่ยืนอยู่เหนือกระแสน้ำหลากนี้
ราวกับว่านางเป็นไซเรนสาวในตำนาน
ปัง!
ทะเลม่วงและเขตแดนสายฟ้าสีทองอ่อนปะทะกันและกัน ในขณะ
นั้น ท้องฟ้าแยกออกเป็นสองฝั่งอย่างเห็นได้ชัด ฝั่งหลินหมิงเป็นแสงสีทอง
ที่เปล่งประกายประดุจแสงศักดิ์สิทธิ์ ราวกับว่าดวงอาทิตย์กำลังลอยตัว
อยู่ข้างๆเขา ส่วนฝั่งซือถูเหยาเยว่นั้น มันเป็นความมืดที่หนาและหนืดจาก
ดวงจันทร์ปีศาจสีเลือดบนทะเลม่วง
หนึ่งแสงสว่างหนึ่งความมืด การต่อสู้ของทั้งสองพลังงานดูเหมือน
ราวกับว่ามันจะแยกแผ่นฟ้าออกจากกัน!
“นี่มันช่างหวาดกลัวอย่างยิ่ง… ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่านี่จะเป็นเพียง
การต่อสู้ระหว่างผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต” เหล่านักสู้ต่างหน้าซีด
ตันเถียนบูรพาพยัคฆ์สมกับชื่อเสียงของมันอย่างแท้จริง แต่หลินหลานเจี้ย
นเองก็ลึกลับมากเช่นกัน เขาสามารถเอาชนะความแตกต่างในขอบเขต
การบ่มเพาะและต่อสู้กับนางได้จริงๆ!
“จิตวิญญาณสายฟ้าเก้าสวรรค์!”
หลินหมิงเหยียดมือออกไป และจิตวิญญาณสายฟ้าระดับสวรรค์ชั้น
ยอดที่ซ่อนอยู่ภายในต้นอ่อนเทพทรราชก็ระเบิดออกมา กลายเป็นรูปร่าง
ของอสรพิษสีทอง ในขณะที่อสรพิษสีทองปรากฏขึ้น มันก็ได้พุ่งไปยัง
ทะเลม่วง และต้องการที่จะฉีกทะเลนี้ออกจากกัน!
สีหน้าของซือถูเหยาเยว่เย็นชาขณะที่นางแทงหอกออกไป
กฎแห่งความมืด, พายุแห่งการทำลายล้าง!
พร้อมกับหอกนี้ มันเกิดเสาน้ำสีดำนับสิบพุ่งขึ้นมาจากทะเลม่วง
สร้างพายุสีดำอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาในอากาศ จิตวิญญาณสายฟ้าเก้า
สวรรค์กู่ร้องอย่างน่าสังเวชขณะที่โดนเสาน้ำพุ่งเข้าโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ พายุเสาน้ำสีดำนี้มีความสามารถในการกลืน
พลังงานของจิตวิญญาณสายฟ้าระดับสวรรค์ชั้นยอดได้เช่นนั้นหรือ?
“กลับมา!”
หลินหมิงเรียกจิตวิญญาณสายฟ้าเก้าสวรรค์ด้วยการโบกมือ เขาเอง
ก็ถอยไปข้างหลังด้วยในระหว่างนี้
บึมมม!
เขตแดนสายฟ้าถูกบดขยี้อย่างสิ้นเชิง แสงสีทองทั้งหมดกลืนไปใน
ความมืด จากนั้นทะเลม่วงถอยกลับไปข้างหลังซือถูเหยาเยว่
“ข้าได้บอกแล้วว่าเขตแดนสายฟ้านั้นเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ต่อหน้าข้า”
ริมฝีปากของซือถูเหยาเยว่โค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยุ เขตแดนบูรพา
พยัคฆ์เป็นประเภทของสนามพลังที่มีความสามารถในการกลืนกินทุกสิ่ง
มันกลืนกินพลังงานการโจมตี ซือถูเหยาเยว่ยังได้ผสานกับกฎแห่งความ
มืดเข้าไปด้วย คุณลักษณะการกลืนกินของมันจึงได้เพิ่มขึ้นได้ถึงขีดสุด
แต่น่าเสียดาย ซือถูเหยาเยว่ไม่สามารถใช้พลังงานที่กลืนกินเข้าไปได้
นี่เป็นเพราะคุณสมบัติของพลังงานนี้ไม่ตรงกับของตัวนางเอง การกลืนกิน
พลังงานเข้าไปในร่างกายจะทำให้พลังงานของตัวนางเองกลายเป็น
ปนเปื้อนเช่นเดียวกับการกลืนกินโอสถ
“หลินหลานเจี้ยนด้อยกว่าเพียงเล็กน้อย แม้ว่าจะเป็นเพียงการลอง
เชิงก็ตาม นั่นก็เพียงพอที่จะแยกออกได้ว่าฝ่ายใดด้อยกว่า นี่เป็นการต่อสู้
เป็นตาย หลินหลานเจี้ยนกำลังตกอยู่ในอันตราย…”
“ยอดเยี่ยม! ตันเถียนบูรพาพยัคฆ์สมกับชื่อเสียงของมันอย่าง
แท้จริง!”
เหล่านักสู้ต่างสูดลมหายใจและจ้องมองไปยังทั้งสองร่างบนท้องฟ้า
เพราะกลัวว่าตนจะพลาดฉากที่ยอดเยี่ยม