Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 860 ง้าวโลหิตล้างผลาญ
สิ่งที่เรียกว่ากายจิตวิญญาณสายฟ้า กายจิตวิญญาณเพลิง และกาย
จิตวิญญาณน้ำ สิ่งเหล่านี้หาใช่กายพิเศษ แต่เป็นสิ่งที่ใช้เรียกอัจฉริยะบาง
คนเมื่อพวกเขามีพรสวรรค์สูงมากของในหนึ่งในห้าธาตุ ในแง่ของ
กายภาพ พวกเขาไม่ได้แตกต่างจากนักสู้ทั่วไป
สำหรับร่างนักบุญฟีนิกซ์โบราณนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
นั่นคือกายศักดิ์สิทธิ์ที่เคยมีอยู่ในทวีปนภารินไหลในสมัยโบราณ
ถึงแม้ว่าประวัติศาสตร์ของทวีปนภารินไหลจาก 100,000 ปีก่อน
และก่อนหน้านั้นจะหายสาบสูญไป แต่บางตระกูลที่รุ่งโรจน์ซึ่งมีมรดกอัน
ยาวนานก็ได้รับแผ่นหยกหรือแผ่นหินสลักสมัยโบราณมา ดังนั้นจึงมีความ
เข้าใจในสถานการณ์เมื่อตอนนั้นบ้าง
ตามบันทึกที่มีอยู่ในทวีปนภารินไหลเมื่อ 100,000 ปีก่อน นั่นคือ
ตอนที่จ้าวสงครามและคู่แข่งทั้งหมดรุ่งโรจน์ขึ้นพร้อมกัน มันเต็มไปด้วย
วีรบุรุษที่ไร้เปรียบนับไม่ถ้วนทั่วดินแดน สิ่งที่เรียกว่าร่างนักบุญฟีนิกซ์
โบราณ เป็นร่างกายที่มาจากเผ่าตระกูลพิเศษ ในแง่ของการทำความ
เข้าใจกฎแห่งเพลิงนั้น พวกเขาเชี่ยวชาญว่ากว่าทุกคนในทวีป พวกเขา
เองก็ยังสามารถเรียกเปลวเพลิงฟีนิกซ์และปาฏิหาริย์อื่นๆเช่นที่หลินหมิง
กำลังแสดงอยู่ในขณะนี้ออกมาได้
แน่นอน มันไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นความจริง
หรือเท็จ และมีเพียงคนจำนวนน้อยในปัจจุบันที่ได้ยินตำนานเหล่านี้ ไม่มี
ใครสามารถยืนยันได้ว่าร่างกายของหลินหมิงคือร่างนักบุญฟีนิกซ์โบราณ
หรือไม่
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันมีอะไรบางอย่างที่พิเศษเกี่ยวกับร่างกายของ
หลินหมิง มิเช่นนั้นมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะแสดงพลังอันน่า
หวาดกลัวนี้ออกมาได้
เดิมไม่มีใครคิดว่าหลินหมิงมีกายศักดิ์สิทธิ์หรือสายเลือดศักดิ์สิทธิ์
และเขาก็มักจะถูกมองว่าด้อยกว่าเพราะเหตุนี้ แต่ตอนนี้ มันดูเหมือนว่า
ไม่เพียงแต่หลินหมิงจะมีกายศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังพิเศษยิ่งกว่าตันเถียนบูรพา
พยัคฆ์มากหลายเท่านัก! มิเช่นนั้น ด้วยการบ่มเพาะของหลินหมิงและซือ
ถูเหยาเยว่ที่ห่างกันหลายระดับแล้ว กรงแห่งความมืดของนางจะถูก
ทำลายโดยหลินหมิงได้อย่างไร?
นี่คือจุดเด่นของความแตกต่างทางกายภาพ
เหล่านักสู้รุ่นเยาว์ต่างช่วยไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบทางอารมณ์จาก
สิ่งนี้ ทั้งพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด โชคดีที่ท้าทายสวรรค์ และตอนนี้
เขาก็มีกายศักดิ์สิทธิ์อีก!
รุ่นเยาว์ในยุคนี้ยังจะสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์เมื่ออยู่
ต่อหน้าเขาได้อย่างไร?
……………
ลาวาสั่นสะเทือนและสาดกระเซ็นไปบนท้องฟ้า ภายในทะเลสาบ
ลาวา มันยังคงมีก้อนหินที่ยังไม่ละลาย หินเหล่านี้มีแร่ธาตุบางชนิดที่ทำ
ให้มันมีอุณหภูมิหลอมละลายสูงขึ้นมาก
หลินหมิงยืนอยู่บนก้อนหินที่ไหม้เกรียม และพยุงตัวด้วยหอก เพราะ
ตอนนี้เขาได้ผลาญโลหิตฟีนิกซ์โบราณและผลาญพลังงานไปจำนวน
มหาศาล ถึงแม้จะมีความทนทานและพลังงานที่มาก แต่เขาก็ยังรู้สึกว่า
มันยากเล็กน้อยที่จะทนต่อไปได้
บึมมม!
ห้าลี้ที่ด้านหน้าหลินหมิง ทะเลสาบลาวาระเบิดขึ้น ซือถูเหยาเยว่หนี
ออกไป ดูสภาพยุ่งเหยิงอย่างมาก ในการเผชิญหน้าเมื่อครู่ นางได้
เผชิญหน้ากับเปลวเพลิงฟีนิกซ์ที่พุ่งออกมาจากร่างกายหลินหมิง และนาง
ต้องใช้ปราณโลหิตจำนวนหนึ่งเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ – จันทรา
ปีศาจสวรรค์สูงสุด ถึงกระนั้นก็ตาม นางก็ยังได้รับบาดเจ็บจากคลื่น
กระแทกของพลังงาน เมื่อรวมกับผลกระทบที่เกิดจากการพังทลายของ
กรงแห่งความมืดแล้ว มันก็ทำให้นางต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมาก และ
ตอนนี้อาการบาดเจ็บของนางกลายเป็นเลวร้ายลงเรื่อยๆ เมื่อตอนที่นาง
ได้หล่นลงไปในลาวา ปราณแท้ปกป้องร่างจึงเหมือนกับเปลวเทียนในสาย
ลมที่เกือบดับไปแล้ว เส้นผมและเสื้อผ้าของนางถูกลาวาและเพลิงเผาไหม้
ถ้ามิใช่เพราะนางใช้วิถีแห่งความมืดเพื่อสร้างเสื้อผ้าใหม่ขึ้นปกคลุมให้กับ
ตัวเองแล้ว นางก็เกรงว่าครึ่งหนึ่งของร่างกายนางจะต้องถูกเปิดเผยต่อ
สาธารณชนในขณะนี้
“หลินหลานเจี้ยน!” ซือถูเหยาเยว่จ้องมองไปยังหลินหมิง ดวงตาของ
นางเจิดจ้าขึ้น ตั้งแต่นางเกิดมา นางก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้ที่
ยากลำบากเช่นนี้มาก่อน เขตแดนบูรพาพยัคฆ์และกรงแห่งความมืดของ
นางถูกทำลาย และนางก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในแง่ของจิตวิญญาณต่อสู้และความเร็วนั้น นางก็ด้อยกว่ามาตั้งแต่
แรกอยู่แล้ว สิ่งที่นางรู้สึกภาคภูมิใจคือความเข้าใจในวิถีแห่งความมืด
รวมทั้งเขตแดนบูรพาพยัคฆ์
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับหลินหมิง วิถีแห่งความมืดของนางถูกก็ยังถูก
ทำลายโดยวิถีแห่งเพลิงของเขา และเขตแดนบูรพาพยัคฆ์ก็ด้อยกว่า 2
สนามพลังของหลินหมิงอีกด้วย ถึงแม้ว่านางจะมีตันเถียนไร้ลักษณ์ แต่
หลินหมิงก็มีร่างกายที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่า
ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบด้านอื่นๆของพวกเขาอีก
ทุกสิ่งที่นางชำนาญได้ถูกทำลายไปทีละอย่างภายใต้น้ำมือของหลินห
มิง ความเย่อหยิ่งของนางได้สูญหายไปหมดแล้ว
ซือถูเหยาเยว่ กัดฟันและชี้หอกของนางไปยังหน้าผากของหลินหมิง
ในเมื่อการต่อสู้ได้ถึงจุดนี้ นางจึงไม่สามารถถอยกลับได้อีกแล้ว นางเองก็
ได้เห็นว่าหลินหมิงใช้พลังงานไปจำนวนมหาศาลเมื่อครู่ก่อนเช่นกัน เขาใช้
ทักษะลับบางอย่างจากกายศักดิ์สิทธิ์ของตน หากพวกเขายังคงสู้กันต่อไป
มันก็ยังไม่แน่ใจว่าผู้ใดจะชนะและผู้ใดจะพ่ายแพ้!
วูซ!
ทันใดนั้น แสงโลหิตที่น่าหวาดกลัวและรุนแรงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ลาวาที่
ไหลอยู่ใต้เท้าของซือถูเหยาเยว่ถูกแช่แข็ง มันกลายเป็นหินภูเขาไฟแข็งสี
ดำ
พลังงานนรกกระจายไปในอากาศ ทำให้นักสู้ทั้งหมดรู้สึกว่าหัวใจเต้น
รัวด้วยความกลัว กระทั่งบางคนก็พบว่ามันยากที่จะหายใจ ตอนนี้มัน
เหมือนกับว่าซือถูเหยาเยว่ได้เปิดกล่องผนึกปีศาจโบราณ และปลดปล่อย
จิตวิญญาณแห่งปีศาจโบราณออกมา!
“นั่นมัน…”
ม่านตาของหลินหมิงหดลง
ในมือของซือถูเหยาเยว่ มันมีง้าวสงครามสีโลหิต!
ง้าวนี้มีความยาว 10 ก้าวและเพลาก็หนาพอๆกับแขน มีอักขระ
มากมายถูกจารึกไว้ บนคมมีดของง้าวนี้นั้น มันมีภาพสลักปีศาจที่
โหดเหี้ยมอยู่ สีหน้าของมันดุร้ายและน่าเกลียด เหมือนจริงจนถึงจุดที่ดู
เหมือนว่ามันจะกระโดดออกมาได้ ทุกคนจึงมองไปยังมันอย่างช่วยไม่ได้
แต่พวกเขาก็ต้องรู้สึกว่าจิตวิญญาณสั่นสะท้านด้วยความกลัว
ด้วยร่างที่บอบบางของซือถูเหยาเยว่เมื่อใช้ง้าวที่หนาและมีขนาด
ใหญ่เช่นนี้ มันจึงทำให้ภาพลักษณ์ที่มีส่งผลกระทบอย่างมากต่อนักสู้ที่นี่
‘ถ้าข้าคิดไม่ผิด นั่นก็คือ…ง้าวโลหิตล้างผลาญ!’ นั่นคืออาวุธที่
จักรพรรดิปีศาจเคยใช้!
มันถูกครอบครองอย่างไม่คาดคิดโดยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า!
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อคิดเรื่องนี้ดีแล้ว มันก็ไม่น่าแปลกใจ
เกินไป อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีมรดก 10,000 ปี
พื้นหลังของพวกเขาลึกซึ้งอย่างมาก เนื่องจากพวกเขามีกระจกป้องกัน
หัวใจปีศาจอยู่แล้ว มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาอาจได้รับง้าวโลหิต
ล้างผลาญมาด้วย
หลินหมิงคุ้นเคยกับง้าวโลหิตล้างผลาญดี ย้อนกลับไปยังงานเลี้ยงวัน
เกิดของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เทียนกวาง หลินหมิงได้ต่อสู้กับเหล่ยมู่ไป่
และอาวุธที่เขาใช้เป็นง้าวโลหิตล้างผลาญจำลอง หลังจากนั้น เหล่ยมู่ไป่ก็
ได้ตกตายภายใต้น้ำมือของหลินหมิง และง้าวจำลองนั้นก็กลายเป็นของ
หลินหมิง
จากนั้นหลินหมิงก็ไปยังสมรภูมิทางใต้เพื่อฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าว
โลหิตล้างผลาญ’ และเคยใช้ง้าวนี้มาเป็นเวลานาน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม
เขาถึงพยายามเดินบนเส้นทางการสังหาร แต่หลังจากนั้น เขาก็ได้ค้นพบ
ว่าเขาไม่มีพรสวรรค์ในเส้นทางแห่งการสังหาร เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ใช้
ง้าวนี้อีกและเปลี่ยนกลับไปใช้หอกดังเดิม
ง้าวและหอกเป็นอาวุธประเภทที่คล้ายกัน หลินหมิงเคยฝึกฝนบน
เส้นทางแห่งนักสู้มาหลายปี และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในอาวุธสอง
ประเภทนี้ ขณะที่เขามองไปยังง้าวโลหิตล้างผลาญในมือของซือถูเหยาเยว่
เขาก็สามารถรู้สึกถึงพลังงานปีศาจที่แผ่ออกมาจากมัน นั่นเป็นอาวุธแห่ง
เส้นทางสังหารอย่างแท้จริง!
‘สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ… และง้าวโลหิตล้างผลาญก็ยังมีพลังงาน
ปีศาจที่ทำให้มันเหนือกว่าสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญปกติ!’ หลินหมิงได้
ตัดสินใจทันที
ง้าวโลหิตล้างผลาญย่อมเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายที่ซือถูเหยาเยว่ซ่อน
เอาไว้
“ในที่สุด… นางก็ยังคงต้องใช้มัน…”
นาวาจิตวิญญาณเทวะ ซือถูฮ่าวเทียนเริ่มส่ายหัวของเขาอย่างช้าๆ
เมื่อเขาได้มอบง้าวโลหิตล้างผลาญให้กับซือถูเหยาเยว่นั้น เขาได้ย้ำกับนาง
ครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าห้ามใช้มันจนกว่านางจะถูกบังคับอย่างที่สุด และ
ตอนนี้ เวลาเช่นนั้นก็ได้มาถึง
ง้าวโลหิตล้างผลาญเป็นสมบัติที่อันตรายและเต็มไปด้วยความโชค
ร้าย หลังจากจักรพรรดิปีศาจทะยานขึ้นสู่แดนเทวะเมื่อหมื่นปีก่อน ง้าว
โลหิตล้างผลาญ ได้เปลี่ยนมือหลายครั้ง มันทำให้ผู้ใช้มันกลายเป็นตัวตน
ที่สั่นสะเทือนโลกมาหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในบันทึกโบราณ มันแสดงให้เห็นว่าผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิที่ใช้ง้าวโลหิตล้างผลาญต่างก็ได้ตกตายลงอย่างน่าหวาดกลัว
อย่างผิดธรรมชาติ แม้ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรก็เช่นกัน พวกเขาอาจ
กล่าวได้ว่ามีโชคชะตาไม่เพียงพอและถูกฆ่าโดยคำสาปเคราะห์ร้ายที่มีอยู่
ในง้าวโลหิตล้างผลาญนี้
แม้กระทั่งเมื่อพันปีก่อนนี้ก็เช่นกัน มหาจักรพรรดิอเวจีได้รับ
ครอบครองง้าวโลหิตล้างผลาญ และในที่สุดเขาก็ต้องตกตายอย่างน่า
สยดสยองเมื่อผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิหลายคนได้เข้าร่วมกองกำลังเพื่อ
กำจัดเขา
ในขณะนั้น ซือถูฮ่าวเทียนได้เข้าร่วมในการบุกเมืองจักรพรรดิปีศาจ
แห่งความเงียบงันด้วยและง้าวโลหิตล้างผลาญก็ได้ถูกครอบครองโดย
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า สำหรับง้าวโลหิตล้างผลาญนี้ อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ยอมสละสมบัติสิ่งอื่นๆเพื่อให้ได้มันมา
หลังจากซือถูฮ่าวเทียนได้รับง้าวโลหิตล้างผลาญมา แต่เขาก็ไม่ได้ใช้
มัน กลับกัน เขาได้ผนึกมันไว้ ลึกลงไปในดินแดนมิติของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ง้าวโลหิตล้างผลาญเต็มไปด้วยประวัติที่เป็นลางไม่ดีใน
บันทึกโบราณ แม้กระทั่งผู้ทรงพลังที่ใกล้เคียงกับตัวตนสูงสุดภายใต้
สวรรค์เช่นมหาจักรพรรดิอเวจีก็ยังคงตกตายเพราะคำสาปของมัน ซือถู
ฮ่าวเทียนย่อมไม่คิดแน่นอนว่าตนเองแข็งแกร่งกว่ามหาจักรพรรดิอเวจี
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใช้อาวุธนี้เป็นเวลานับพันปี
แม้กระทั่งตอนที่เขาได้ให้ง้าวนี้กับซือถูเหยาเยว่ เขาก็ยังผนึกพลัง
ของง้าวโลหิตล้างผลาญไว้ด้วย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ซือถูฮ่าวเทียนได้บอก
นางครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าต้องจนตรอกอย่างแท้จริงจึงจะใช้มันออกมา
“เช่นนั้น มันก็เป็นง้าวโลหิตล้างผลาญนี่เอง อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชู
ร่าทุ่มทุกอย่างในการต่อสู้อย่างแท้จริง!”
ฮ่าๆ ซือถูฮ่าวเทียนไม่ใช่คนโง่เขลา เขามักจะระมัดระวังอย่างมาก
ความแข็งแกร่งส่วนใหญ่ของง้าวได้รับการปิดผนึกไว้ ซือถูเหยาเยว่ยังคง
สามารถทนต่อมันได้ ถึงแม้หญิงสาวผู้นี้จะไม่ตกตายลงเพราะคำสาป แต่
โชคชะตาของนางจะได้รับผลกระทบจากมันอย่างแน่นอน นี่ไม่ใช่พร
สำหรับนาง”
บนนาวาจิตวิญญาณ สองผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรกำลังสนทนา
กัน
ง้าวโลหิตล้างผลาญมีชื่อเสียงอย่างมาก ผู้อาวุโสจากนิกายใหญ่หลาย
คนย่อมรู้จักมันดี เป็นเวลาหลายหมื่นปีที่มันดื่มโลหิตมา และแม้แต่โลหิต
ของผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรด้วยเช่นกัน!
ตำนานกล่าวว่าง้าวนี้หนักอย่างมาก หากปล่อยมันตกลงไปก็เพียง
พอที่จะทำลายขุนเขาได้แล้ว มันย่อมไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริงเลยที่จะ
บอกว่านี่เป็นอาวุธที่เป็นลางร้ายที่สุดในโลก!
“นี่เป็นง้าวโลหิตล้างผลาญที่แท้จริง ในการต่อสู้ระหว่างสองผู้ทรง
พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในขั้นทำลายชีวิตครั้งนี้นั้น มันได้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาด
ฝันและน่าตกใจเกิดขึ้นเรื่อยๆ ข้าคิดว่าหลินหลานเจี้ยนมีความได้เปรียบ
แต่ตอนนี้เมื่อซือถูเหยาเยว่ได้นำง้าวโลหิตล้างผลาญ ออกมาแล้ว ข้าก็ไม่
อาจรู้ได้ว่าจะมีอันใดเกิดขึ้นบ้าง!”
“หลินหลานเจี้ยนกำลังตกอยู่ในอันตราย ง้าวนั่นมันหนักเท่าขุนเขา
เพียงรอยขีดข่วนหรือกระแทกเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะบดขยี้ผู้หนึ่งได้แล้ว
ถ้ามันตกจากมือของนาง มันจะทำให้ขุนเขาพังทลาย ดังนั้นจึงมิต้อง
กล่าวถึงการถ่ายเทพลังงานเข้าไปว่ามันจะยิ่งน่าหวาดกลัวเพียงใด ข้า
สงสัยว่าหลินหลานเจี้ยนจะป้องกันมันได้อย่างไร?”
“เขาอาจจะสามารถหลบมันและเอาชนะด้วยความเร็ว ความเร็วของ
หลินหลานเจี้ยนเรียกได้ว่าสูงสุดภายใต้ขั้นเทพสมุทร เขายังสามารถต่อสู้
ได้” ผู้อาวุโสจากนิกายหนึ่งกล่าวออกมา
ซือถูเหยาเยว่ถือง้าวโลหิตล้างผลาญและยืนอยู่อย่างภาคภูมิเหนือหิน
สีดำในทะเลลาวา “หลินหลานเจี้ยน นี่เป็นอาวุธที่เป็นอันตรายที่สุดในโลก
วันนี้ ข้าจะสังเวยโลหิตของเจ้าให้กับมัน!”
ขณะที่กล่าว นางก็ได้พุ่งไปข้างหน้า กวัดแกว่งง้าวดั่งหิมะถล่ม!
ใบหน้าของหลินหมิงเย็นชา เขาได้ยกหอกของตนขึ้นและเย้ยหยัน
“ง้าวโลหิตล้างผลาญอาจเรียกได้ว่าเป็นอาวุธที่น่าหวาดกลัวที่สุดในโลก
แต่เจ้าจะสามารถแสดงพลังของมันออกมาได้มากสักเพียงใดกัน?
“หึ! เช่นนั้นเจ้าก็ลองลิ้มรสมันดูเอาเอง! รับการโจมตีของข้าไปซะ!”
ซือถูเหยาเยว่ตะโกนขณะที่ฟาดง้าวลงมายังหลินหมิง ง้าวโลหิตล้างผลาญ
นั้นหนักอย่างมาก ซือถูเหยาเยว่ต้องทุ่มเทปราณแท้ของนางทั้งหมด
เพื่อที่จะเคลื่อนไหวมันได้ จนไม่เหลือพลังในการใช้ทักษะการต่อสู้ใดๆอีก
เลย
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญ เพียงพลังของมันอย่างเดียวก็สามารถทำลาย
ทักษะทั้งหมดลงได้ เพียงอาศัยน้ำหนักของง้าวโลหิตล้างผลาญก็ถือได้ว่า
มันเป็นทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของนางแล้ว!
ในขณะนี้ มันก็เหมือนขุนเขากำลังถล่มลงมายังเขา!
ม่านตาของหลินหมิงหดลง 8 ประตูภายในเปิดออก, ปราณเทพ
ทรราชคลั่งปะทุขึ้น!
เขากางนิ้วเท้าของเขาออกกว้างและย่อตัวลง ส่งพลังผ่านกระดูกสัน
หลังของเขา ด้วยการสนับสนุนของประตูแห่งขีดจำกัด, พลัง 1.5 ล้านจิน
ถ่ายเทเข้าไปหอกสีแดง!
การเผชิญหน้าของหอกและง้าวเช่นนี้ เหล่านักสู้ต่างจ้องมองด้วย
ดวงตาที่เบิกกว้างในสิ่งที่พวกเขาเห็น แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรก็
ยังตกใจ
หลินหลานเจี้ยนต้องการที่จะเผชิญหน้าง้าวโลหิตล้างผลาญโดยตรง
เช่นนั้นหรือ!?
เคล้งงงงงงงง!
หอกและง้าวปะทะกัน เสียงระเบิดได้แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าและ
บดขยี้หิน เหมือนเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นในหูของทุกคนและทำให้หัวใจของพวก
เขารู้สึกบีบรัด หินสีแดงใต้เท้าของหลินหมิงแตกเป็นเสี่ยงๆและคลื่น
กระแทกที่ยิ่งใหญ่ได้ทำให้ลาวาที่อยู่ข้างใต้เขาพุ่งขึ้นสู่อากาศ ก่อตัวเป็น
คลื่นสึนามิของลาวาสูงหลายร้อยก้าว!
หลินหมิงกุมหอกไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เนื่องจากแรงกดดันอันยิ่งใหญ่
ด้ามหอกจึงโค้งเหมือนจันทร์เสี้ยว
อย่างไรก็ตาม เขาสามารถป้องกันการโจมตีของง้าวโลหิตล้างผลาญ
ได้อย่างแท้จริง!
ในอีกด้านหนึ่ง ใบหน้าที่งดงามของซือถูเหยาเยว่บิดเบี้ยว ดวงตา
ของนางเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่ออย่างสิ้นเชิง!