Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 861 กำราบเหยาเยว่
“เจ้า…”
ริมฝีปากสีแดงของซือถูเหยาเยว่ปริแตกเล็กน้อย เสียงของนางสั่น
ระริก
นางไม่รู้ว่าจะกล่าวสิ่งใด!
ถ้าง้าวโลหิตล้างผลาญถูกใช้โดยผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรแล้ว เช่นนั้น
ด้วยน้ำหนักที่น่าสะพรึงกลัวของมันรวมกับปราณแท้ที่จะถูกถ่ายเทลงไป
ก็อาจกล่าวได้ว่ามันทรงพลังอย่างที่สุด
ตอนนี้มันอยู่ในมือของซือถูเหยาเยว่ แม้ว่ามันจะไม่สามารถแสดง
พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ แต่นางก็ยังสามารถใช้พลังของตนในการเคลื่อนย้าย
มัน ถึงกระนั้น เพียงแค่พลังจากการตกของมันก็น่าตกตะลึงมากแล้ว!
ง้าวโลหิตล้างผลาญเป็นอาวุธที่สามารถทำลายขุนเขาได้หากถูก
ปล่อยตกลงมา! ตอนนี้ ซือถูเหยาเยว่ยังใช้พลังงานของตนด้วย!
และการโจมตีนี้กลับสามารถถูกป้องกันโดยตรงโดยจากหลินหมิง!
กึกก กึก กึกก!
หอกสีแดงในมือของหลินหมิงโค้งงออย่างมาก นี่คืออาวุธบริการ
มาตรฐานของเมืองฟีนิกซ์โบราณ แม้ว่าจะเป็นเพียงอาวุธระดับสวรรค์ชั้น
กลางก็ตาม แต่ในแง่ของความยืดหยุน มันก็ได้เหนือกว่าสมบัติระดับ
สวรรค์ชั้นสูง และด้วยจิตวิญญาณต่อสู้ระดับเงินของหลินหมิงที่ผสานอยู่
มันก็สามารถต้านทานง้าวโลหิตล้างผลาญโดยไม่แตกหักลงได้
“ย๊ากกก!”
หลินหมิงตะโกนเสียงดัง กล้ามเนื้อแขนของเขาก็พองโตขึ้นอย่าง
ฉับพลัน เส้นโลหิตดำบิดตัวเหมือนหนอน เขาใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมด
ผลักดันไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน ฟื้นคืนหอกสีแดงให้เป็นรูปทรงดังเดิม
ซือถูเหยาเยว่รู้สึกถึงพลังที่ท้วมท้นผลักดันนางจนถอยหลัง นางไถลไปใน
อากาศหลายลี้ โลหิตภายในร่างกายของนางปั่นป่วน อวัยวะภายใน
ทั้งหมดของนางเหมือนถูกบิด
หลังจากที่ถูกป้องกันการโจมตีด้วยง้าวโลหิตล้างผลาญไว้ได้ นางกลับ
ถูกพลักถอยกลับอย่างรวดเร็วโดยหลินหมิง!
อะไรกัน!?!?
ซือถูเหยาเยว่ไม่กล้าที่จะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง ถ้าหลินหมิงใช้ทักษะ
การต่อสู้เพื่อโจมตีแล้ว เช่นนั้นซือถูเหยาเยว่จะไม่กลัวเลย ง้าวโลหิตล้าง
ผลาญมีคุณลักษณะของการทำลายทุกสิ่งด้วยพลังที่ท้วมท้น นางสามารถ
พึ่งพาศักยภาพในการทำลายพลังงานทั้งหมด
แต่สิ่งที่นางไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ก็ได้เกิดขึ้น หลินหมิงเผชิญหน้า
กับนางโดยตรงและป้องกันการโจมตีของนางได้! พลังนี้มาจากไหน? เขา
ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่? มันเหมือนกับว่าเขาเป็นมังกรโบราณ!
มันเป็นที่รู้กันดีว่าซือถูเหยาเยว่เป็นผู้ครอบครองง้าวโลหิตล้างผลาญ
แม้ว่านางจะไม่มีพลังทางกายภาพที่จะเคลื่อนไหวมันได้ แต่ก็ยังสามารถ
เคลื่อนไหวมันได้ด้วยพลังงานของนางและใช้มันเพื่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม
แต่หลินหมิงเป็นศัตรูของนาง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะถ่ายเท
พลังงานใดๆลงไปในง้าวโลหิตล้างผลาญของนาง นั่นหมายความว่า เขา
จะต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งทางกายภาพของตัวเองเท่านั้นในการป้องกัน
ง้าวโลหิตล้างผลาญ!
โดยปกติแล้ว นักสู้จะฝึกฝนกายผันแปร 6 ขั้นเท่านั้น ในช่วงเวลานี้
ความแข็งแกร่งของร่างกายจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากผ่านไปถึงขั้น
ผสานชีพจรแล้ว ความแข็งแกร่งเติบโตขึ้นอย่างช้าๆเท่านั้น
นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของผู้หนึ่งจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งระหว่างชำระ
ล้างไขกระดูกในขั้นปราณปลายฟ้า และอีกครั้งเมื่อร่างกายได้รับการ
ปฏิรูปในระหว่างขั้นทำลายชีวิต อัจฉริยะส่วนมากจะมีพลังกายเพิ่มขึ้น
50,000-60,000 จิน และบางคนที่เกิดมาพร้อมพละกำลังศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคง
ไม่เกิน 70,000-80,000 จินเลย ไม่ว่าอย่างไร นักสู้ก็จะไม่ใช้พละกำลัง
ตนเองต่อสู้ นักสู้เพื่อขั้นทำลายชีวิตสามารถใช้พลังต้นกำเนิดสวรรค์และ
ปฐพีเพื่อสร้างกระบี่แสงและตัดขุนเขาได้ง่าย ดังนั้นเหตุใดพวกเขาถึงจะ
สนใจเกี่ยวกับพละกำลังเพียงไม่กี่หมื่นจินเล่า?
แต่ตอนนี้ หลินหมิงได้ล้มล้างความเข้าใจทั้งหมดของซือถูเหยาเยว่!
ไม่ได้มีเพียงแค่ซือถูเหยาเยว่ แต่นักสู้อื่นๆที่เฝ้าดูการต่อสู้ยังคงตะลึง
เช่นกัน และรวมทั้งผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร!
เมื่อมองภาพลักษณ์ที่หล่อเหลาของหลินหมิง เขาก็ไม่ได้เป็นเหมือนผู้
ที่สามารถมีพลังกายที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้
ช่างเป็นพละกำลังที่เหนือธรรมชาติยิ่งนัก นี่อาจเป็นประเภทหนึ่ง
ของกายศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่?
ในพื้นที่ภาคกลางของทวีปนภารินไหล กายศักดิ์สิทธิ์ สายเลือด
ศักดิ์สิทธิ์และตันเถียนไร้ลักษณ์คือความคิดที่ฝังลึกอยู่ในใจของทุกคน
สำหรับพวกเขา สิ่งใดที่สามารถเพิ่มความสามารถทางด้านการต่อสู้หรือ
ความแข็งแกร่งจะถูกเรียกว่ากายศักดิ์สิทธิ์ไว้ก่อน ตัวอย่างเช่น สายโลหิต
ฟีนิกซ์โบราณของหลินหมิง
“บางทีมันอาจมิใช่กายศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นทักษะเสริมสร้างความ
แข็งแกร่งของร่างกายที่อาศัยปราณแท้” บนนาวาจิตวิญญาณ ชายชราชุด
ฟ้ากล่าวความคิดเห็นออกมา ชื่อของเขาคือฉางเยว่เทียน และการบ่ม
เพาะของเขาอยู่ที่ขั้นเทพสมุทรช่วงต้น เขาเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของแดน
ศักดิ์สิทธิ์เผ่าตระกูลฉาง เผ่าตระกูลฉางเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา และทุกคนในยุคก่อนหน้าของพวกเขาได้รับการปฏิบัติ
อย่างดีจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น มิเช่นนั้น การมีสองกายศักดิ์สิทธิ์พร้อมกันจะ
เป็นที่น่ากลัวเกินไป!” ด้านข้างฉางเยว่เทียน ชายวัยกลางคนผมสีดำผู้หนึ่ง
แสดงความเห็นออกมาบ้าง การบ่มเพาะของเขาอยู่ที่ขั้นเทพสมุทรเช่นกัน
และยังอยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงกลางอีกด้วย เขาเป็นคนของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ
แม้ว่าทั้งสองผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรจะมีประสบการณ์มากมาย
แต่พวกเขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับทักษะกายผันแปรเช่น 8 ประตูเร้นลับ
ภายในหรือ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า ซึ่งแม้จะมีผู้คนนับล้านหรือแม้แต่
พันล้าน มันก็เกินกว่าทุกอย่างที่พวกเขารู้ มิต้องกล่าวถึงเรื่องนี้ แต่
แม้กระทั่ง 100,000 ปีก่อนก็ยังเกือบจะไม่มีนักสู้ที่รู้จักทักษะกายผันแปร
ในทวีปนภารินไหล เนื่องจากทวีปนภารินไหลไม่ได้มีทรัพยากรเพียงพอ
สำหรับการใช้จ่ายอย่างอิสระเพื่อฝึกฝน
“ทักษะลับนี้ยากที่จะพบเห็นยิ่งนัก… แต่ไม่ว่าพลังกายของผู้หนึ่งจะ
แข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็มีข้อจำกัดที่จะเปลี่ยนมันมาเป็นพลังโจมตีได้…”
ฉางเยว่เทียนคิดออกมาดังๆ นักสู้ของทวีปนภารินไหลไม่ค่อยใส่
ใจความแข็งแกร่งของร่างกายมากนัก นี่เป็นเหมือนวิธีที่มนุษย์ใช้อาวุธดิน
ปืนย่อมจะดูถูกพวกอาวุธกระบี่
ซือถูเหยาเยว่สงบลงหลังจากตกตะลึงไปช่วงสั้นๆ นางเชื่อว่าหลินห
มิงต้องมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยการใช้ทักษะพิเศษบางอย่าง อย่างไรก็
ตาม ทักษะเช่นนี้ย่อมมีข้อจำกัด มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคงอยู่เป็นระยะ
เวลานาน
“ให้ข้าดูหน่อยเถอะว่าเจ้าจะสามารถป้องกันได้สักกี่กระบวนท่า!”
ซือถูเหยาเยว่ตะโกนและพุ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง นางยกง้าวโลหิตล้าง
ผลาญขึ้นและฟาดลงไปยังหลินหมิงอีกครั้ง
เคล้งงงง!
ง้าวโลหิตล้างผลาญกับหอกของหลินหมิงปะทะกันอีกครั้ง!
ในการปะทะกันทุกครั้ง หอกสีแดงในมือของหลินหมิงจะเสียรูปอย่าง
รุนแรง มันจะโค้งงอเป็นจันทร์เสี้ยว แขนสองข้างของหลินหมิงยังคงมี
ความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง หลังจากโค้งงอ หอกสีแดงก็จะกลับมาตรง
เช่นเดิมได้ตลอด
เคล้ง! เคล้ง! เคล้ง!
มันเป็นเหมือนเสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์ที่ถูกลั่นขึ้นครั้งแล้วครั้ง
เล่า เสียงที่น่าสะพรึงกลัวสะท้อนไปทั่วโลก ทะลุผ่านสวรรค์และทะลวงลง
สู่อเวจี
การโจมตีที่มีประสิทธิภาพนี้ก่อให้เกิดพายุที่รุนแรงของพลังงาน
กวาดออกไปในทุกทิศทาง ลาวาและก้อนหินกระเด็นขึ้นไปในอากาศ
ทั้งสองต่อสู้เหนือทะเลลาวาและเคลื่อนไปยังยอดเขาอื่นๆ และจาก
ยอดเขาลงไปจนถึงหุบเขาลึก ที่ใดก็ตามที่พวกเขาต่อสู้กัน ขุนเขาจะ
พังทลายลง ทุกย่างก้าวของหลินหมิงจะทำให้เกิดพายุจากหินบดลอยขึ้น
ไปในอากาศ!
วิธีการต่อสู้ดังกล่าวทำให้บรรดานักสู้ในปัจจุบันรู้สึกหวาดกลัว และ
จิตวิญญาณของพวกเขาสั่นสะท้าน เรื่องนี้ไม่ได้ดูเหมือนเป็นการต่อสู้
ระหว่างนักสู้ มันดูเหมือนสองสัตว์อสูรโบราณกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด!
ปัง!
ซือถูเหยาเยว่กระเด็นออกไปหลายพันก้าวโดยหอกของหลินหมิง
นางใช้ง้าวโลหิตล้างผลาญปักลงกับพื้นดินเพื่อชะลอตัวจากการไถล ทำให้
เกิดรอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นดิน ซือถูเหยาเยว่ ลุกขึ้นยืนด้วยความ
ยากลำบาก โลหิตภายในร่างปั่นป่วน และหน้าอกของนางพองขึ้นลงด้วย
ความเหนื่อยหอบ มือของนางได้กลายเป็นด้านชา!
เมื่อถึงจุดนี้ ซือถูเหยาเยว่ไม่สามารถใช้ง้าวโลหิตล้างผลาญได้อย่าง
มั่นคงอีกแล้ว แขนสองข้างของนางสั่นสะเทือน ราวกับว่านางเป็นหญิง
ชราที่ชีวิตกำลังจะสิ้นสุดลง!
นางมองไปยังหลินหมิงที่เดินเข้ามาใกล้ มีความตื่นตระหนกและ
ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามของนาง หลินหมิงไม่ได้ดู
เหมือนว่าเขามีความเหนื่อยล้าอันใดเลย ความแข็งแกร่งของเขายังคง
เติบโตขึ้นเรื่อยๆขณะที่สงครามยืดเยื้อออกไป นี่ทำให้นางรู้สึกถึงความ
กลัวที่เบ่งบานขึ้นในหัวใจของนาง นางกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดของตนแล้ว
แม้ว่าทั้งสองคนเคยปะทะกันอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บ
โดยตรง แต่ภายใต้การควบคุมพลังของง้าวหนึ่งล้านจิน พร้อมทั้งเข้า
ปะทะหลายครั้งด้วยแล้วนั้น มันก็เหมือนกับต้องต้านทานพลังของ
อุกกาบาตที่ตกลงมาโดยตรง แรงการสั่นสะเทือนแผ่ขยายมาถึงนาง แม้
จะมีอาวุธเป็นตัวรับ แต่แรงสั่นสะเทือนนี้ก็ยังคงผ่านเข้าไปในอวัยวะของ
นาง หากความเสียหายนี้สะสมอยู่ต่อไปแล้วละก็ มันจะทำให้โลหิตคั่ง
ภายในตัว และถ้ามันเพียงพอแล้ว แม้แต่อวัยวะภายในก็จะฉีกขาดได้!
หลังจากการโจมตีหลายต่อหลายครั้งนี้ ซือถูเหยาเยว่ก็รู้สึกว่ากระดูก
ของนางจะแตก
สำหรับหลินหมิงนั้น ยิ่งเขาต่อสู้มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งดูรุนแรงขึ้น
เท่านั้น!
“เจ้า…”
ขณะที่ซือถูเหยาเยว่กล่าว โลหิตไหลออกมาจากมุมปากของนางด้วย
ขณะที่นางกำลังจะกล่าวต่อไป หลินหมิงก็ได้ก้าวเข้ามาถึงและโจมตีแล้ว!
วูซ!
หลินหมิงยกหอกยาวขึ้นไปในอากาศ พลังอันท่วมท้นของหอกฟาด
ลงมาพร้อมแรงดันที่ราวกับขุนเขาตกลงมาจากฟากฟ้า ซือถูเหยาเยว่
ยับยั้งความเจ็บปวดที่แขนและยกง้าวโลหิตล้างผลาญขึ้นเพื่อป้องกันการ
โจมตีนี้
ปังงงงงง!
ขาของซือถูเหยาเยว่ยุบลงไปในพื้นดิน ทักษะของนางก็ไม่สามารถ
ทนต่อแรงกระแทกดังกล่าวได้ ครึ่งหนึ่งของร่างกายของนางจมลงไปใน
ก้อนหินโดยตรงแล้วตอนนี้ การปะทะกันของอาวุธทำให้หลอดเลือดใน
แขนของนางฉีกขาดในที่สุด!
บาดแผลสะสมเหล่านี้ได้เกินขีดจำกัดของร่างกายนาง!
เส้นโลหิตและเส้นชีพจรที่แขนของนางฉีกขาดจนยุ่งเหยิง เส้นเอ็น
และเอ็นยึดเกือบขาดออกตามไปด้วย ซือถูเหยาเยว่แทบจะไม่สามารถถือ
ง้าวโลหิตล้างผลาญไว้ได้อีกต่อไป จิตใจของนางว่างเปล่าและนางต้องการ
ที่จะถอยหนี แต่ในเวลานี้ หลินหมิงใช้หอกที่มีพลังอันท้วมท้นฟาดลงมา
อีกครั้ง!
ปังงงงงง!
ร่างกายของซือถูเหยาเยว่สั่นสะเทือนและแขนที่ขาวดั่งหยกของนาง
ก็ถูกปกคลุมด้วยโลหิตเรียบร้อยแล้ว กระดูกของนางหลายชิ้นแตกหัก
นางกระอักโลหิตจากพลังที่กระแทกเข้ามายังร่าง ด้วยมีซือถูเหยาเยว่เป็น
ศูนย์กลาง พื้นที่โดยรอบในรัศมีกว้างหลายร้อยก้าวเกือบทรุดตัวลงอย่าง
สมบูรณ์ สำหรับซือถูเหยาเยว่ เอวและช่วงท้องของนางจมลงไปในหิน
แล้ว!
“เจ้า!!”
ใบหน้าของซือถูเหยาเยว่เต็มไปด้วยความอับอายและความโกรธ
เกรี้ยว นางอยากจะยับยั้งความเจ็บปวดในอวัยวะทั้งหมด และหนีออก
จากที่นี่ แต่หลินหมิงไม่ได้ให้โอกาสนางได้ทำเช่นนั้น หอกของเขาเริ่มฟาด
ลงมาอีกครั้ง!
ปังงงงงง!
ซือถูเหยาเยว่ไม่สามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้อีกต่อไป กระดูกใน
แขนทั้งสองข้างของนางแตกเป็นชิ้นๆและโลหิตไหลออกมาจากหัวของ
นาง ในขณะนั้น นางรู้สึกว่าโลกพลิกคว่ำลง จิตใจของนางตื่นตระหนก
และเหมือนมีฟ้าผ่าดังก้องอยู่ในหู ซือถูเหยาเยว่ถูกทุบจมลงบนพื้นจน
เหลือเพียงหัวที่โผล่ออกมา!
ความเย่อหยิ่งของซือถูเหยาเยว่ที่คล้ายคลึงกับเทพธิดาอมตะได้ตก
อยู่ในสภาพที่น่าสังเวชอย่างแท้จริง
นักสู้ทั้งหมดอ้าปากค้างและคอของพวกเขากระตุกอย่างรุนแรง แม้
ว่าซือถูเหยาเยว่จะไปถึงขั้นเทพสมุทรในอนาคตได้ แต่นางก็จะไม่สามารถ
ลบล้างความอัปยศอดสูในวันนี้ได้อย่างแน่นอน ภายใต้สายตาของทุกคน
ได้เห็นนางถูกทุบจมลงไปในดินโดยหลินหมิง ราวกับว่านางมิได้เป็นอันใด
ไปมากกว่าเสาเข็ม
หลังจากการต่อสู้มาถึงขึ้นนี้แล้ว ชัยชนะและความพ่ายแพ้ก็แทบจะ
ถูกตัดสิน แต่หลินหมิงก็ไม่มีเจตนาที่จะแสดงความเมตตา เขาถ่ายเท
พลังงานเข้าไปในหอก และฟาดลงไปอีกครั้ง!
ปังงงงงง!
ก้อนหินที่ถูกบดบนพื้นดินได้ระเบิดขึ้นเหมือนน้ำพุ ซือถูเหยาเยว่ร้อง
ออกมาอย่างน่าสังเวชขณะที่ร่างกายกระเด็นออกจากพื้นที่พังลง นาง
สำลักโลหิตคำโต
นางหยุดลงและลอยอยู่ในอากาศ นางไม่ได้มีความแข็งแกร่งเหลืออยู่
แม้แต่น้อยอีกต่อไป ตอนนี้เมื่อนางได้เสียพลังควบคุมง้าวโลหิตล้างผลาญ
ไปแล้ว มันจึงตกลงไปบนพื้น
บึมม!
ง้าวยาวประมาณ 10 ก้าวตกกระแทกลงบนพื้น ทำให้เกิดหลุมกว้าง
200 ก้าวขนาดใหญ่ขึ้น หินโดยรอบแตกออกนับไม่ถ้วน!
ทั้งร่างของซือถูเหยาเยว่ถูกปกคลุมไปด้วยโลหิต นางดูราวกับ
กระสอบของเนื้อที่ไม่มีกระดูกภายใน ไม่ไหวติงราวกับจะตกตายลงไป
แล้ว
เมื่อเห็นผลดังกล่าว นักสู้ทุกคนที่เฝ้าดูการต่อสู้จึงย่อมพูดไม่ออก
ขณะที่พวกเขามองไปยังหลินหมิงผู้ที่ถูกอาบไปด้วยโลหิต คำกล่าวว่า
โหดร้าย โหดเหี้ยมทารุณ นั้นดูเหมือนจะอ่อนแอเกินกว่าที่จะอธิบายถึง
เขาได้!
โดยการใช้พละกำลังกายอันทรงพลังในการเอาชนะซือถูเหยาเยว่จน
นางต้องกระดูกแตกภายในได้นั้น ฉากนี้น่าตกใจมากกว่าการต่อสู้อัน
งดงามด้วยพลังปราณแท้! นอกจากนี้ สิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดก็คืออาวุธที่ซือถู
เหยาเยว่ใช้คือง้าวโลหิตล้างผลาญที่สามารถบดขยี้ขุนเขาอีกด้วย!