Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 905 ออกเดินทาง, สนามพลังจักรพรรดิสูงสุด
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 905 ออกเดินทาง, สนามพลังจักรพรรดิสูงสุด
“เจ้าต้องการที่จะออกไปแล้วหรือ? หลินหมิง เจ้าไม่ต้องการที่จะไป
ตามเส้นทางแห่งจักรพรรดิแผ่นศิลา?”
มารเจิดจรัสตกตะลึง หลินหมิงยังไม่ได้เดินไปตามเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิแผ่นศิลา เพราะเส้นทางนี้ดูเหมือนจะง่ายกว่าเส้นทางแสง
เจตจำนงมาก ผู้ที่ผ่านเส้นทางแห่งจักรพรรดิก็น่าจะผ่านเส้นทางอื่นได้
หลินหมิงได้เลือกเดินไปบนเส้นทางแสงเจตจำนงจนถึงจุดสิ้นสุด ถ้า
เขาต้องการ เขาก็สามารถกลับมาและเดินลงไปตามเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิแผ่นศิลาได้ภายหลัง เมื่อถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางทั้งสองแล้ว
การบ่มเพาะของหลินหมิงจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน แม้มารเจิดจรัส
เองก็ไม่สามารถจินตนาการว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงใดในเวลานั้น
“ไปเถอะ ข้ายังไม่รีบร้อน ข้าจะเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิแผ่นศิลา
อีกครั้งในคราวหน้า ข้าได้ฝึกฝนเป็นเวลา 2 ปีและ 3 เดือน และข้าได้รู้
แจ้งถึงหลายสิ่งมากเกินไป ข้าจะไม่สามารถประมวลผลทั้งหมดนี้ได้หาก
ไม่ต่อสู้ ถ้าข้ายังคงทำเช่นนี้ต่อไป มันก็จะไม่ดีถ้าไม่สามารถย่อยข้อมูลได้
ทั้งหมด!
ขณะที่หลินหมิงกล่าวเช่นนี้ มารเจิดจรัสเองก็พยักหน้าเห็นด้วย ชีวิต
ของนักสู้คือการต่อสู้ ในทางทฤษฎี ถ้านักสู้มีโอสถที่เพียงพอ หินลมปราณ
จิตวิญญาณระดับสูงสุด รากฐานการบ่มเพาะที่มั่นคงเพียงพอ มันไม่ควร
จะมีปัญหาคอขวด และแม้กระทั่งได้คำแนะนำของเหล่าผู้ที่มีชื่อเสียงแล้ว
พวกเขาก็จะสามารถฝึกฝนต่อไปได้
แม้กระทั่งในมหาแดนศักดิ์สิทธิ์ของแดนเทวะ มันก็ยังไม่เคยมี
อัจฉริยะที่ได้ปิดด่านในระหว่างขั้นปราณปลายฟ้าหรือหลอมรวมแก่นแท้
จนไปถึงขั้นเทพสมุทรในครั้งเดียวได้เลย
ถ้านักสู้ถูกเปรียบเทียบกับแม่ทัพและผู้บัญชาการของโลกปุถุชนแล้ว
เช่นนั้น กฎ ความเข้าใจและการฝึกฝนก็เหมือนกับยุทธวิธีทางทหาร และ
การต่อสู้ที่แท้จริงคือการต่อสู้ในสนามรบจริง ถ้าผู้ใดไม่เคยร่วมรบจริงใน
ชีวิตจริง พวกเขาจะไม่อาจก้าวหน้าได้ไกล ไม่ว่าพวกเขาจะเข้าใจเท่าไหร่
หรืออาจารย์ของพวกเขาจะดีเพียงใด พวกเขาทั้งหมดก็ยังจะไร้ประโยชน์
นั่นเป็นเพราะพวกเขาจะเข้าใจผิดในสถานการณ์ คิดว่าตัวเองถูกต้องและ
ไร้เทียมทาน ทำให้ตกลงสู่ความหายนะ
มีแม่ทัพหลายคนที่ไม่พ่ายแพ้ในการวางแผนบนโต๊ะ แต่กลับพ่ายแพ้
ในสนามรบจริง ผู้ที่บ่มเพาะในเส้นทางแห่งนักสู้ก็เป็นเช่นนั้นเดียวกัน
“ดี เจ้าได้ดำเนินการบ่มเพาะมาเป็นเวลา 2 ปีและ 3 เดือนแล้ว เจ้า
ไม่ได้ต่อสู้จริงมานานแล้ว การกลับมายังเส้นทางแห่งจักรพรรดิแผ่นศิลา
ในอีก 1-2 ปีก็จะมิใช่ว่าไม่เป็นความคิดที่ไม่ดี
“อืม ไม่เพียงแค่เส้นทางแห่งจักรพรรดิแผ่นศิลา แต่ก็ยังมีแสง
เจตจำนงสุดท้ายด้วย ข้าจะกลับมาเยี่ยมเยียนโลกแห่งความโกลาหลที่
ราชันสวรรค์บรรพกาลสร้างขึ้นอีกครั้ง นี่เป็นสถานที่มหัศจรรย์อย่าง
แท้จริง การเก็บเกี่ยวที่ข้าได้รับที่นี่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด!”
หลินหมิงและมารเจิดจรัสแสดงความคิดเห็นของพวกเขา หลินหมิง
ยังคงไม่ได้สร้างกายหยาบของเขาขึ้นมา แก่นแท้หมุนวนยังคงลอยอยู่ใน
อากาศ ซ่อนตัวในบางครั้งและปรากฏในบางครั้ง มารเจิดจรัสไม่รู้ว่ากำลัง
เกิดอะไรขึ้น แต่หลินหมิงตระหนักดีว่าในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ มันมี
ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘หลุมดำ’ ซึ่งเป็นสิ่งที่คล้ายกับพลังงานอนุภาคแรก
กำเนิด ความจริงก็คือหลุมดำไม่ใช่สีดำ แต่มัน ‘มองไม่เห็น’ หลุมดำมี
ความสามารถในการกลืนสสารและพลังงานทั้งหมด แม้กระทั่งผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ในแดนเทวะจะพินาศถ้าพวกเขาไปเจอกับมันโดยบังเอิญ ถ้ามี
แสงสว่างถูกฉายไปยังมัน แสงนั้นก็จะถูกกลืนหายไป และเนื่องจากสนาม
พลังของมันทรงพลังมากเกินไป จึงทำให้แสงสว่างที่ส่องไปยังมันต้อง
บิดเบือนซ่อนตัวอยู่ในแสงที่บิดเบี้ยวจนมองไม่เห็น
นักสู้สามารถใช้กฎแห่งการบิดเบือนของมิติที่คล้ายคลึงกันเพื่อซ่อน
ตัวได้ แต่หลุมดำมีระดับที่สูงกว่าและมีความซับซ้อนมากกว่าหลายเท่านัก
มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจจับด้วยสัมผัสรับรู้ของนักสู้ เพราะสัมผัส
รับรู้เป็นชนิดของพลังงาน แม้บางอย่างเช่นสัมผัสรับรู้ก็ยังจะถูกดูดเข้าไป
โดยหลุมดำและหายไปตลอดกาล
หลินหมิงรู้เรื่องทั้งหมดนี้เพราะเขาได้เข้าฌานในมิติโกลาหล หลุมดำ
เกี่ยวข้องกับกฎแห่งความโกลาหล มิติและเวลาระดับสูง เมื่อหลินหมิงได้
ยินที่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วกล่าวถึงระดับของกฎมิติที่แตกต่างกัน ซึ่งมีอยู่ 10
ระดับ และพวกมันคือ: บิดเบือนมิติ, กั้นสวรรค์, มิติสะบั้น, กระชากมิติ,
มิติปฐมกาล, พายุมิติ, วังวนหลุมดำ, สิบมิติอวกาศ, ทำลายโลกและสร้าง
โลก!
กฎหลุมดำครอบครองพื้นที่ของมิติระดับที่ 7 , วังวนหลุมดำ!
นี่คือกฎระดับที่ 7 มันสูงจนหลินหมิงไม่สามารถมองเห็นได้แม้ว่าจะ
ต้องการ แต่เขาได้ค้นพบมันเพียงบางส่วนของมันในมิติโกลาหล
ในช่วง 3 เดือนที่เขาได้ทำลายและปฏิรูปแก่นแท้หมุนวน สัมผัสรับรู้
ของหลินหมิงได้เข้าสู่สถานะที่ไม่เหมือนใคร เหมือนกับว่าเขายืนอยู่ที่หน้า
ผาเดียวกับผู้อาวุโสสูงสุดในแดนเทวะ ซึ่งสามารถเห็นหลายสิ่งที่เขาไม่เคย
คาดคิดมาก่อน สิ่งนี้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติในสมัยโบราณ
ของจักรวาล
นี่ยังรวมถึงการก่อตัวของหลุมดำ! ถึงแม้ว่าสิ่งนี้ไม่สามารถปรับปรุง
ความแข็งแกร่งของเขาได้โดยตรง แต่ก็ยังสามารถขยายขอบเขตอันไกล
โพ้นให้หลินหมิงได้ เป็นประสบการณ์ที่หายากมากสำหรับวิญญาณและ
จิตใจที่จะใช้เมื่อเขาพยายามรับรู้ถึงแหล่งกำเนิดของเต๋าอันยิ่งใหญ่ใน
อนาคต แม้กระทั่งการเก็บเกี่ยวในปัจจุบันของหลินหมิงจากมิติโกลาหลก็
ยังเหนือกว่าการเก็บเกี่ยวและโชคที่เขาได้รับจากแดนเร้นลับที่มีค่าเช่น
เมืองฟีนิกซ์โบราณและแม้แต่วิหารแห่งความพิศวง
การเก็บเกี่ยวอื่นๆส่วนใหญ่ได้รับเป็นวัสดุสวรรค์ซึ่งช่วยลดเวลาการ
บ่มเพาะของหลินหมิง ถ้าเขามีเวลามากพอแล้ว เขาจะสามารถทำทุก
อย่างได้ แต่ประสบการณ์ในมิติโกลาหลสามารถที่จะเปลี่ยนความคิดหลัก
ของหลินหมิงได้
เมื่อหลินหมิงใช้พลังงานจากอนุภาคแรกกำเนิดเพื่อปฏิรูปแก่นแท้
หมุนวนหลุมดำ มันทำให้เกิดพายุพลังงานที่เปล่งแสงและความร้อน
เหมือนดวงอาทิตย์ มันขยายตัวและยุบตัวลงครั้งแล้วครั้งเล่าขณะที่สร้าง
ใจกลางแก่นแท้หมุนวนหลุมดำ เพื่อจำลองการก่อตัวของหลุมดำใน
จักรวาลตามธรรมชาติ
หลุมดำถูกสร้างขึ้นจากพายุของสสาร ค่อยๆก่อตัวเป็นรูปทรงขนาด
ใหญ่ จากนั้น มันก็จะเผาผลาญทุกธาตุและกลายเป็นดวงดาว ดวงดาวนี้
จะค่อยๆสลายตัวไปเรื่อยๆจนถึงช่วงที่มันยุบตัวลงภายใต้แรงโน้มถ่วงของ
มันเอง และมันจะกลายเป็นหลุมดำ
ถ้าหลินหมิงไม่ได้เห็นกระบวนการนี้ เช่นนั้นเขาก็จะไม่สามารถ
ควบแน่นแก่นแท้หมุนวนของเขาไปได้ในระดับที่จะก่อให้เกิด
ปรากฏการณ์คล้ายคลึงกับหลุมดำที่แท้จริงได้ มันสามารถกระทั่งกลืนกิน
แสงได้เป็นระยะเวลาหนึ่งและกลายเป็น ‘มองไม่เห็น’
ผ่านกฎมากมาย ร่างมนุษย์อาจถูกอธิบายว่าเป็นจักรวาลขนาดเล็ก
ในตัวเองได้ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ควบคุมดวงดาวในจักรวาลอาจ
สะท้อนให้เห็นในร่างกายมนุษย์ หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
เกี่ยวกับลักษณะของมนุษย์และจักรวาลที่พวกมันเชื่อมต่อกันอย่างน่า
เหลือเชื่อ
แน่นอน แก่นแท้หมุนวนของหลินหมิงในปัจจุบันสามารถนับได้ว่า
เป็นหลุมดำพลังขนาดเล็ก ความแตกต่างจากหลุมดำที่แท้จริงไม่สามารถ
แม้แต่จะอธิบายด้วยการเปรียบเทียบของเมฆและโคลนตมด้วยซ้ำ ถ้าเขา
สามารถสร้างหลุมดำที่ดูดกลืนสสารและพลังงานได้จริงๆแล้ว มันก็ย่อม
ยากที่จะจินตนาการได้ ในเวลานั้น ถ้ามีคนฆ่าหลินหมิงเอาแก่นแท้หมุน
วนของเขาออกและโยนมันลงไปในดวงดาวแล้ว แกนหมุนจะกลืนสิ่งที่อยู่
ภายในดวงดาวนี้ไปจนกว่าดาวดวงนั้นจะถูกทำลาย!
มันคือการทลายจันทร์และดับดาราอย่างแท้จริง!
“เริ่มกันเถอะ!”
เสียงของหลินหมิงจางหายไป เขากลายเป็นอนุภาคนับไม่ถ้วน เริ่ม
ก่อร่างขึ้นโดยมีแก่นแท้หมุนวนเป็นศูนย์กลาง ในพายุพลังงาน โครง
กระดูกก่อตัวขึ้นแล้ว กล้ามเนื้อ ผิว ใบหน้าและเส้นผมเกิดขึ้นตามมา
ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่สถานะก่อนหน้า!
เมื่อเทียบกับตอนที่เขาทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 แล้ว รูปลักษณ์
ของหลินหมิงก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก มันเป็นเพียงกลิ่นอายของเขาถูก
ยับยั้งมากขึ้น และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบพลังงานอันน่ากลัวใดๆ
ที่พรั่งพรูออกมาจากเขา แต่ถ้ามีการสำรวจอย่างรอบคอบด้วยสัมผัสรับรู้
ผู้หนึ่งจะได้เห็นว่าเหมือนจะมีจักรวาลอื่นผนึกอยู่ภายในร่างกายของเขา
ลึกซึ้งและไร้สิ้นสุด!
ในเวลานี้ หลินหมิงคล้ายกับบัณฑิตหนุ่มที่สง่างาม แต่จริงๆแล้ว มัน
มีมังกรมหึมาหลับใหลอยู่ภายในร่างกายของเขา เมื่อมันตื่นขึ้น ชั้นฟ้า
ทั้งหลายและแผ่นดินจะสั่นสะเทือน!
วูป!
ที่จุดสิ้นสุดของเส้นทางแห่งแสงเจตจำนง มันมีห้วงมิติมืดมิดอยู่
ศูนย์กลางของห้วงมิตินี้ พลังงานที่มองไม่เห็นซึ่งได้รวบรวมไว้ สร้างเป็น
พายุสนามที่น่าสะพรึงกลัวจนสามารถยับยั้งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ วิญญาณและ
สัมผัสรับรู้ได้ ในขณะที่มารเจิดจรัสมองไปยังห้วงมิตินี้ เขาก็กลัวจน
ต้องการหลบหนี เขาไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าผ่านเขาห้วงมิตินี้ไปเขาจะต้อง
ตายอย่างแน่นอน!
“ผู้ใดสร้างมันขึ้นมากัน? แล้วผู้ใดบ้างจะกล้าผ่านห้วงมิตินี้ไป… ข้า
กลัวว่าแม้แต่ข้าเองก็จะพินาศแม้จะอยู่ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเจ้าก็
ตาม!”
ขณะที่หลินหมิงเห็นสิ่งนี้ เขาก็ยิ้ม เขากล่าวอย่างพอใจว่า “นี่เป็น
รางวัลสุดท้ายจากเส้นทางแห่งจักรพรรดิ – สนามพลังจักรพรรดิสูงสุด!”
ราชันสวรรค์บรรพกาลเป็นราชันสวรรค์ที่สมควรได้รับการเคารพ
อย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่เขาได้รับความก้าวหน้าในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
จนไปถึงอีกระดับเท่านั้น แต่หลินหมิงก็สามารถได้รับสนามพลังนี้เป็น
รางวัลอีกด้วย!
……………
หอคอยแยกนภาเมฆาสวรรค์
ที่ด้านนอกเส้นทางแห่งจักรพรรดิ มีผู้ชุมนุมกว่าสิบคนทุกคนคำนับ
หรือทักทายกัน
แม้เจ้าแห่งที่ราบก็ยังได้ยับยั้งออร่าของตน มันมีแม้แต่ความเคารพ
เล็กน้อยในพฤติกรรมของเขา มีไม่กี่คนในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เจ้า
แห่งที่ราบแสดงออกเช่นนี้ได้ นี่เป็นเพราะหลังจากถอนตัวจากที่ราบโลหิต
สังหารแล้ว มันไม่มีอะไรที่ผู้อื่นทำต่อเขาได้ที่นี่
ส่วนคนที่เข้าสู่ที่ราบโลหิตสังหาร มันก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะเขา
ได้ และคนที่สามารถเอาชนะเขาไม่สามารถเข้ามาในที่ราบโลหิตสังหารได้
แต่ก็ย่อมมีข้อยกเว้นอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น แปดวิบัติจักรพรรดิ
สงคราม หรือบุคคลนี้ที่อยู่ข้างหน้าในเกี้ยวตอนนี้
ด้านหน้าเจ้าแห่งที่ราบ มันมีหญิงเฟย์ที่งดงามอย่างน่าอัศจรรย์ 4
คน ทุกคนมีการบ่มเพาะในขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้น และร่างของพวก
นางสูงและได้รูป ทั้งหมดดูเหมือนจะแกะสลักจากแม่พิมพ์เดียวกัน ทั้ง 4
คนเป็นแฝดสี่ สำหรับแฝดสี่ที่ทุกคนมีการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ช่วงต้นได้นั้น มันเป็นเหตุการณ์ที่หายากมาก
อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิต้องการที่จะเลี้ยงดูพวก
เขาอย่างดีแล้ว มันก็จะไม่เป็นเรื่องยากนักตราบเท่าที่พรสวรรค์ของพวก
เขาไม่ได้เลวร้ายเกินไป ผู้หญิงทั้ง 4 คนแต่งตัวด้วยชุดไหมที่บางที่สุด เผย
ให้เห็นทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิอันอุดมสมบูรณ์ของเรือนร่างพวกนาง สาวใช้
คนหนึ่งยืนอยู่ใกล้เกี้ยวค่อยๆยกม่านหนาขึ้น เผยให้เห็นว่ามีผู้อาวุโสสูง 5
ฟุตภายใน
อิมป์ชราผู้นี้ถือไม้เท้าขณะที่เขาค่อยๆก้าวลงจากเกี้ยว เขามองดู
เหมือนชายชราที่ใกล้ปากเหวแห่งความตาย แต่เจ้าแห่งที่ราบก็ไม่กล้า
แสดงออกถึงการดูถูกเขาแม้แต่น้อย นี่เป็นเพราะอิมป์ชราผู้นี้ยังได้สำเร็จ
เป็นปีศาจสวรรค์ 12 ปีกและเขาเองก็เคยได้รับสมญานาม ‘เจ้าแห่งที่
ราบ’!
ผู้อาวุโสอิมป์ผู้นี้ได้ปกครองที่ราบโลหิตสังหารมาเกือบ 2000 ปี
หลังจากนั้น เขาได้ล้มเหลวอย่างต่อเนื่องในการทะลวงระดับต่อไป ดังนั้น
เขาจึงปล่อยให้เจ้าแห่งที่ราบคนปัจจุบันรับตำแหน่งแทน และเขาได้ใช้
เวลาไปแสวงโชคและปิดด่านบ่มเพาะแทน
แม้ว่าเขาจะมีชีวิตที่เหลืออยู่ไม่ถึง 1,000 ปี และความแข็งแกร่งของ
เขาเริ่มหายไปในการบ่มเพาะของเขา แต่เขายังคงอยู่ระดับจักรพรรดิ
ปีศาจ 3 ดาว นั่นเท่ากับขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย แต่ไม่มีน้อยกว่าผู้ที่
ทะลวงขึ้นมาจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 กระนั้นก็ตาม อูฐที่หิวโหยยังคง
มีขนาดใหญ่กว่าม้า และเผ่าอิมป์ก็ยังมีความสามารถในการโจมตีทางจิต
วิญญาณ เผ่าอิมป์นั้นมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติในด้านพลังจิตวิญญาณ
และเจตจำนง ทั้งสองเป็นสิ่งที่ไม่อ่อนแอลงไปตามอายุขัย ดังนั้นในการ
ต่อสู้จริง เจ้าแห่งที่ราบคนปัจจุบันต้องยอมรับว่าเขาจะไม่ใช่คู่มือของเจ้า
แห่งที่ราบคนก่อน
หนึ่งปีหลังจากหลินหมิงได้เข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิอย่างเป็น
ทางการแล้ว เจ้าแห่งที่ราบก็เริ่มรู้สึกแปลกๆในใจ แม้กระทั่งด้วยรูปแบบ
ค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณที่วางไว้และตัวเขาเองที่สั่งการ เขาก็ยังไม่
รู้สึกโล่งใจ มีความรู้สึกอยู่ในใจตลอดเวลาว่าเขาพลาดอะไรบางอย่างไป
เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะไม่สามารถฆ่าหลินหมิงได้ แต่เขากลัวว่าหลินหมิง
จะสามารถหลบหนีไปได้ ถ้าหลินหมิงหลบหนีไปได้ เจ้าแห่งที่ราบก็จะเสีย
สติอย่างแน่นอน
นอกจากแปดวิบัติจักรพรรดิสงคราม มันยังมีผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิสวรรค์ที่มีปีศาจสวรรค์ 12 ปีกอีกหลายคน พวกเขาเป็นผู้ทรง
พลังทั้งหมดของปีศาจยักษ์ เฟย์ อิมป์และเผ่าคนยักษ์ แต่บุคคลเหล่านี้มี
สถานะที่น่ากลัว และเกือบทั้งหมดของพวกเขาได้กลับไปยังดินแดนของ
ตนเอง ในความเป็นจริง ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ เจ้าแห่งที่ราบได้จ่าย
ไปอย่างมากเพื่อให้ชายชราอิมป์ผู้นี้ยอมลงมือ
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรับประกันว่าหลินหมิงจะไม่หนีไปได้!
ด้วยรูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณ ชายชราอิมป์และตัวเขา
เอง เจ้าแห่งที่ราบก็เชื่อว่าหลินหมิงไม่มีทางที่จะสามารถหลบหนีไปได้
และที่นี่คือหลุมฝั่งศพของหลินหมิง!