Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 906 ถ้าเจ้าเป็นความโกลาหล แล้วข้าจะเป็นสิ่งใด?
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 906 ถ้าเจ้าเป็นความโกลาหล แล้วข้าจะเป็นสิ่งใด?
เจ้าแห่งที่ราบไม่คิดว่าหลินหมิงเป็นคนโง่เขลา ตั้งแต่ที่เขากล้า
ปรากฏตัวสู่สาธารณชน เขาก็ย่อมต้องมีวิธีการลับบางอย่างในการ
หลบหนี เจ้าแห่งที่ราบได้เชิญอิมป์ชรามาที่นี่เพื่อเพิ่มตัวแปรที่ไม่รู้จักเข้า
ไป ถ้าหลินหมิงไม่ได้คาดคิดถึงตัวแปรใหม่นี้ เขาก็จะตายอย่างน่าสังเวช
“หลินหมิง? ฮ่าๆ, เจ้าหนูหลัวซา, เจ้าช่างน่าสงสารยิ่งนัก ศัตรูเป็น
ผู้เยาว์มนุษย์อายุ 25 ปี อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิต กลับทำให้เจ้าต้องเข้าร่วม
การต่อสู้ และเจ้ายังได้ใช้รูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณและยัง
เรียกข้ามาอีกด้วย เตรียมยุทธศาสตร์ยิ่งใหญ่เช่นนี้แล้ว เจ้าไม่คิดว่ามันจะ
ทำให้แดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆหัวเราะที่ราบโลหิตสังหารของเราหรอกหรือ?”
อิมป์ชราเรียกเจ้าแห่งที่ราบว่า ‘ เจ้าหนูหลัวซา’ ยิ่งไปกว่านั้นคำพูด
ของเขาเต็มไปด้วยคำตำหนิติเตียน ทำให้บรรดาผู้ดูแลที่อยู่ในวิหารโลหิต
สังหารศักดิ์สิทธิ์รู้สึกหนาวสั่น พวกเขาไม่ได้พูดแม้แต่ครึ่งคำเพราะกลัวว่า
หลัวซาจะโกรธ
แต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าหลัวซาจะไม่โกรธ เขาเริ่มอธิบาย
สถานการณ์อย่างอดทน ในอดีต เหตุผลที่หลัวซาสามารถกลายเป็นปีศาจ
สวรรค์ 12 ปีกได้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขามีพรสวรรค์และความ
ทะเยอทะยาน แต่เขาก็ได้อิมป์ชราผู้นี้คอยสนับสนุนเขาจากเบื้องหลัง
ไม่ใช่ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิทุกคนจะมีลูกหลานเป็นผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดิเสมอไป นี่เป็นความล้มเหลวของอิมป์ชรา แม้ว่าเขาจะ
เป็นคนที่มีไหวพริบและเป็นบิดาของเด็กนับไม่ถ้วน แต่ลูกหลานของเขา
ทุกคนก็เป็นคนที่สิ้นเปลืองและไร้ค่า เขาจึงต้องส่งผ่านตำแหน่งเจ้าแห่งที่
ราบไปยังผู้อื่น มิเช่นนั้น ถ้าเขาส่งผ่านตำแหน่งไปยังลูกหลาน พวกเขาจะ
ไม่สามารถรักษาสภาพที่เป็นอยู่ดั่งเดิมได้และในที่สุดก็จะถูกกำจัดทิ้ง
ดังนั้น หลัวซาจึงได้เคารพต่ออิมป์ชราผู้นี้เสมอไป แม้แต่การถูก
ตำหนิเล็กน้อยก็ไม่ใช่ใหญ่เกินไป
“ท่านไม่รู้หรอกว่าพรสวรรค์ของหลินหมิงนั้นเป็นอย่างไร เขาเป็น
อัจฉริยะที่เหนือกว่าทุกคนในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ที่เคยได้เห็นมา และต้น
กำเนิดของเขาก็แปลกมากเช่นกัน บุตรชายที่มีพรสวรรค์และพิเศษที่สุด
ของข้าก็ยังตกตายภายใต้น้ำมือของเขา และก่อนที่ข้าจะทันได้ตอบสนอง
เขาก็สามารถหลบหนีจากที่ราบโลหิตสังหารไปได้แล้ว ในขณะนั้น การบ่ม
เพาะของเขาอยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ แต่เขาก็ยังสามารถต่อสู้กับกลุ่ม
ผู้ปกครองระดับราชาปีศาจ 3 ดาวที่ร่วมมือกันและฆ่าพวกเขาได้เกือบ
หมด จากนั้น เขาก็กลายเป็นปีศาจสวรรค์ 12 ปีกและสามารถหลบหนีไป
ได้ เด็กที่ฉลาดแกมโกงดังกล่าวจะต้องมีวิธีรักษาชีวิตของตนไว้อย่าง
แน่นอน และหลังจากที่เขาเดินเข้าไปในเส้นทางแห่งจักรพรรดิแล้ว ความ
แข็งแกร่งของเขาต้องเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ข้าไม่กลัวว่าเขาจะคุกคามข้าได้ แต่
สิ่งที่ข้ากลัวก็คือเขาจะใช้วิธีแปลกๆเพื่อหลบหนีจากที่นี่ นั่นคือเหตุผลที่
ข้าขอให้ผู้อาวุโสมาที่นี่และใช้การโจมตีจิตวิญญาณเพื่อปิดกั้นทะเลแห่ง
จิตวิญญาณของเขา ไม่ให้เขาสามารถทำสิ่งใดได้เลย!”
หลังจากประสบความสูญเสียอย่างมาก เจ้าแห่งที่ราบก็ได้เรียนรู้จาก
ความผิดพลาดของเขา เขาจะไม่ประมาทหลินหมิงอีกต่อไป แต่อิมป์ชรา
ตรงหน้านี้ไม่เคยได้พบกับหลินหมิงมาก่อน ไม่ว่าคนอื่นๆจะอธิบายถึง
หลินหมิงอย่างไรเขาก็ไม่อาจเชื่อได้ว่าเด็กที่อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตเพียง
คนเดียวจะสามารถทำให้เกิดความโกลาหลที่ไม่สามารถจัดการได้เช่นนี้
จะไม่เป็นเช่นเดียวกับการยอมรับว่าผู้เชี่ยวชาญอายุ 7000-8000 ปีเช่น
เขาด้อยกว่าเด็กทารกนั้นหรอกหรือ?
“เพียงชายหนุ่มอายุ 25 ปี ชายชราคนนี้ถึงกับต้องเดินทางมายาวไกล
ในเมื่อเจ้าได้ให้ข้าออกมาจากการปิดด่านในครั้งนี้ เช่นนั้นก็ให้ข้าลองดู
หน่อยเถอะว่าเด็กนี่จะเป็นดั่งที่เจ้าว่าหรือไม่ เมื่อเจ้าจับเขาได้ ข้าจะดูด
วิญญาณของเขาและกลั่นมัน ข้าอยากจะเห็นว่าโชคอันใดกันที่เขาได้
ประสบและสิ่งใดที่เป็นความลับของเขา!
“พรสวรรค์เช่นนี้ย่อมต้องมีโชคชะตาที่น่าอัศจรรย์บางอย่างใน
ร่างกายของเขาเช่นเดียวกับสมบัติจำนวนมาก สำหรับข้าแล้ว เขาก็ไม่มี
อะไรนอกจากเด็กที่กำลังวิ่งเอาของขวัญมาให้ ข้าจะแสดงให้เขาเห็นถึง
ความแตกต่างระหว่างจักรพรรดิปีศาจ 3 ดาวกับนักสู้ขั้นทำลายชีวิต
ระดับต่ำว่าเป็นเช่นไร”
อิมป์ชรากล่าวอย่างเย้ยหยัน แน่นอน ไม่ว่าจะมีการดูถูกในเสียงของ
เขาเท่าไหร่ก็ตาม แต่เขาก็ยังเข้าไปในรูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืน
วิญญาณและเริ่มเข้าฌาน รอหลินหมิงโผล่ออกมา
และราวกับสวรรค์กำลังวางแผนที่จะทดสอบการเย้ยหยันนั้น ในวันที่
3 หลังจากที่เขามาถึงหอคอยเมฆาสวรรค์ ที่ทางออกของเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ ท้องฟ้าเหนือแท่นบูชาโลหิตก็เริ่มผันผวน
“ฮ่าๆ เด็กคนนี้ตัดสินใจที่จะออกมาแล้ว 1 ปี 3 เดือน ข้าต้องการจะ
เห็นยิ่งนักว่าเขาจะเติบโตขึ้นเพียงใดภายในนั้น!”
ปัง ปัง ปัง!
แท่นบูชาโลหิตเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาคารหอคอย
เมฆาสวรรค์ที่เชื่อมต่อกันก็เริ่มสั่นไหว เหนือแท่นบูชาโลหิต วังวนสีดำ
ปรากฏออกมาในอากาศ และมีออร่าที่ทรงพลังไหลออกมาจากมัน ทำให้
เหล่าผู้ปกครองและผู้ดูแลหน้าซีดลง ถ้าไม่ใช่เพราะมี 2 ผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิยืนอยู่ที่นี่แล้ว พวกเขาก็จะหนีไปทันที
รอยยิ้มของชายชราอิมป์แข็งค้างบนใบหน้า หืม? เด็กคนนี้ผ่านไปจน
สุดของเส้นทางแห่งจักรพรรดิแล้วเช่นนั้นหรือ?
ขณะที่ความคิดนี้แล่นผ่านจิตใจของเขา วังวนสีดำก็ได้หายไปจาก
สายตา จากนั้น ชายหนุ่มชุดขาวก็ได้บินออกมา ลอยสูงเหนือแท่นบูชา
โลหิต หลังจาก 1 ปี 3 เดือนเส้นผมของเขายาวห้อยลงมาจนถึงเอว
“หลินหมิง!
ขณะที่หลินหมิงก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ดวงตาของเจ้าแห่งที่
ราบหลัวซาก็เริ่มลุกโชนด้วยความเกลียดชังที่เห็นได้ชัด
ในฐานะที่เป็นเจ้าแห่งที่ราบ เขาหวังอย่างแน่นอนว่าเขาจะสามารถ
ส่งผ่านตำแหน่งนี้ให้ลูกหลานของเขาเอง แต่หลินหมิงได้ฆ่าบุตรชายที่โดด
เด่นที่สุดของเขาไป – เจ้าหอคอยดาวเหนือ และสำหรับเขาที่เลี้ยง
ลูกหลานอีกคนที่สามารถเข้าสู่ระดับจักรพรรดิปีศาจได้นั้น มันก็ไม่เป็น
เรื่องง่ายเลย?
“รูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณ, เปิด!”
ด้วยเสียงตะโกนจากเจ้าแห่งที่ราบ 360 ธวัชชัยค่ายกลจากทั่วทุกมุม
เริ่มสั่นอย่างรุนแรง หลินหมิงได้ค้นพบว่าแท่นบูชาโลหิตของเส้นทาง
จักรพรรดิถูกล้อมรอบด้วยรูปแบบค่ายกลสีเทา
ฮือ ฮือ ฮือ –
ภูติผีนับหมื่นกู่ร้องออกมา ภูติผีและวิญญาณมากมายเต็มอยู่ในพื้นที่
นี้ พลังงานแห่งความตายครอบคลุมทุกสิ่ง!
“ผู้อาวุโส!”
“ข้าเข้าใจแล้ว หึ, ขั้นทำลายชีวิตระดับ 4 แม้ว่าเจ้าจะมีพลังของขั้น
เทพสมุทรช่วงต้น มันก็ไม่สำคัญแต่อย่างใด” เสื้อคลุมของอิมป์เริ่มกระพือ
ขึ้นโดยปราศจากลมรอบตัวเขา ด้านหลังเขาปรากฏวิญญาณปีศาจโบราณ
ขนาดใหญ่ที่มีหกแขน วิญญาณปีศาจโบราณมีสามเขาที่ชี้ไปข้างหน้า
ใบหน้าของมันดุร้ายและมีฟันสีฟ้า มือทั้งหกถือเครื่องมือวิเศษ มีทั้งกลอง
ต่อสู้, กระดิ่งทองแดง, ประคำ, เข็มเหล็ก, ค้อนและกระจกโบราณ
หกอาวุธเหล่านี้ไม่ใช่อาวุธทั่วไป มันแปลกประหลาดอย่างมาก และ
รอบวิญญาณปีศาจโบราณหกแขนนี้ มันมีชีวิตนับไม่ถ้วน มีมนุษย์ ปีศาจ
เฟย์และสัตว์อสูรต่างๆ ทั้งหมดคุกเข่าในการบูชา มีความกลัวและความ
เคารพบนใบหน้าของพวกเขา
แม้กระทั่งผู้ปกครองและเจ้าหอคอยที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังไม่
สามารถทนต่อแรงกดดันของวิญญาณปีศาจโบราณหกแขนนี้ได้ พวกเขา
ถูกบังคับให้คุกเข่าลงบนพื้น สนามพลังโดยรอบพวกเขาเป็นเหมือนพายุ
วิญญาณ มันน่ากลัวเกินไป!
“เคล็ดปีศาจความโกลาหลสูงสุด! ผู้อาวุโส ท่านได้บ่มเพาะร่างอวตาร
ของเคล็ดปีศาจความโกลาหลสูงสุดสำเร็จแล้วเช่นนั้นหรือ?” เจ้าแห่งที่
ราบรู้สึกตกตะลึง นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ สำหรับเผ่าอิมป์ นี่เป็นหนึ่งในอำนาจ
สูงสุดพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ผู้หนึ่งต้องมีพลังจิตวิญญาณและ
เจตจำนงที่สูงอย่างยิ่ง เมื่อประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะทักษะนี้
พวกเขาสามารถใช้วิญญาณปีศาจโบราณหกแขนทำลายทะเลแห่งจิต
วิญญาณของฝ่ายตรงข้ามได้ พลังแห่งการโจมตีนี้ไร้สิ้นสุด!
“ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดผู้อาวุโสถึงมั่นใจ – มันเป็นเพราะท่านได้บ่ม
เพาะร่างอวตารของเคล็ดปีศาจความโกลาหลสูงสุดได้แล้ว หากปีศาจหก
แขนตัวจริงปรากฏขึ้น แม้แต่ตัวตนอมตะก็ต้องถูกกำจัดสิ้น!” ความเชื่อมั่น
ของเจ้าแห่งที่ราบได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แค่ร่างอวตารนี้ควรจะเพียงพอ
แล้ว
“เจ้าหนู เจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้ตกตายภายใต้ร่างอวตารของ
เคล็ดปีศาจความโกลาหลสูงสุดของข้า!” อิมป์ชราหัวเราะและวิญญาณ
ปีศาจโบราณที่อยู่เบื้องหลังเขาก็พุ่งออกไปข้างหน้า! “ข้าคิดว่าพลังจิต
วิญญาณของเจ้าก็ไม่เลวเกินไป เป็นเด็กดีและเป็นอาหารสำหรับร่าง
อวตารของเคล็ดปีศาจความโกลาหลสูงสุดซะดีๆ การได้กลืนกินเจ้าคงจะ
เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชั้นยอด!”
วิญญาณปีศาจโบราณใช้อาวุธทั้ง 6 พร้อมกัน กระดิ่งทองแดงดังขึ้น
ด้วยเสียงอึกทึก, กลองต่อสู้ชนะตีเป็นจังหวะที่ครอบงำ ทำนองเสียงปีศาจ
ตามมาจากด้านบน มุ่งไปยังหลินหมิง
“วิญญาณปีศาจโกลาหล?” ริมฝีปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยความ
เย้ยหยัน “ข้าเพิ่งกลับจากมิติโกลาหล และกระทั่งอยู่ที่นั่น 8 เดือน ข้ายัง
เพียงกล้าที่จะใช้จำนวนเล็กน้อยของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดเพื่อเสริม
ร่างกายองข้า เมื่อใดกันที่ความโกลาหลสามารถเข้าใจได้ง่ายเช่นนี้? เป็น
เพียงวิญญาณภูติผีต้อยต่ำเท่านั้นกลับกล้าเรียกตัวเองเป็นความโกลาหล?
ถ้าเจ้าเป็นความโกลาหล แล้วข้าจะเป็นสิ่งใด?”
ในขณะที่หลินหมิงกล่าว หอกจิตวิญญาณต่อสู้ในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของเขาก็พุ่งออกมา กู่ร้องในสายลม
หลังจากที่ได้รับการเสริมพลังมาเป็นเวลาครึ่งปีในมิติโกลาหล จิต
วิญญาณต่อสู้ของหลินหมิงได้ประสบความสำเร็จระดับเงินขั้นใหญ่ แต่
พลังของมันไม่ได้จำกัดเพียงแค่นี้!
วูซ!
หอกจิตวิญญาณต่อสู้กลายเป็นสีเงินเทาหลังจากที่ถูกเสริมใน
พลังงานอนุภาคแรกกำเนิด แม้ว่ามันดูเรียบง่ายและเบา แต่แท้จริงแล้ว
มันกลับหนักอย่างมาก
เสี้ยวพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดสามารถทำลายดวงดาวได้ โลกแห่ง
ความโกลาหลที่ราชันสวรรค์บรรพกาลสร้างขึ้นเป็นมิติที่มีเสถียรภาพมาก
มันแน่นอนสามารถที่จะปิดผนึกพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดภายในได้
แต่โลกในมิติของจักรวาลไร้สิ้นสุดจะสามารถทนต่ออำนาจเช่นนี้ได้
อย่างไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการโจมตีเต็มรูปแบบของจิตวิญญาณต่อสู้
ที่ใดก็ตามที่มันไป มิติจะยุบลง เศษมิติขนาดใหญ่ไม่สามารถทนต่อพลัง
ของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดจึงได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ โดยตรง!
เรื่องนี้ทำให้เหล่าผู้ดูแลเจ้าหอคอยตื่นตระหนกเกินที่จะควบคุมได้
พวกเขาเห็นการโจมตีที่สามารถทำลายมิติได้ และเพียงใช้จิตวิญญาณ
ต่อสู้? มันเป็นไปได้จริงหรือ? จิตวิญญาณต่อสู้คือการประจักษ์ของ
เจตจำนง เสมือนจริงและไร้ตัวตน กล่าวในอีกนัยหนึ่งคือ มันเทียบเท่า
การที่หลินหมิงใช้เพียงความคิดก็สามารถทำลายมิติได้!
“อะไรกัน!? นั่นคือจิตวิญญาณต่อสู้ระดับบรอนซ์ขั้นสมบูรณ์… ไม่สิ
นั่นคือจิตวิญญาณต่อสู้เงิน!?!”
นัยน์ตาของชายชราอิมป์เบิกกว้างขึ้นเหมือนดวงจันทร์คู่ นี่เป็นครั้ง
แรกที่เขาเห็นจิตวิญญาณต่อสู้ระดับเงินที่เป็นสีเงินเทา! จิตวิญญาณต่อสู้
ระดับบรอนซ์เป็นสีเทาอมเขียว แต่จิตวิญญาณต่อสู้ระดับเงินเป็นสีเงิน
ขาว เขาไม่เคยได้ยินเรื่องที่ว่าจิตวิญญาณต่อสู้เป็นสีเงินเทาเลย และที่
สำคัญที่สุดคือ จิตวิญญาณต่อสู้ของหลินหมิงสามารถทำลายมิติได้
อย่างไร?
การโจมตีด้วยหอกจิตวิญญาณต่อสู้รวดเร็วเกินไป แม้ว่าชายชราอิมป์
จะตระหนักดีว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่เขาก็ยังไม่มีเวลาพอที่จะ
ตอบสนอง ด้วยเสียง ‘ปึก’ หอกจิตวิญญาณต่อสู้ได้ปะทะกับวิญญาณ
ปีศาจหกแขน ทำให้วิญญาณปีศาจหกแขนแตกสลายเหมือนแก้วในทันที!
เศษพลังงานมากมายกระจัดกระจายไปมาเหมือนกลีบดอกไม้ที่โปรย
ไปในสายลม ส่วนใหญ่ของชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกดึงไปสู่หอกจิตวิญญาณต่อสู้!
พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ และยิ่งมันหนามาก
ขึ้นมันก็ยิ่งมีแรงโน้มถ่วงมากขึ้นเท่านั้น จิตวิญญาณต่อสู้นี้มีลักษณะคล้าย
กับหลุมดำไปด้วยแล้ว
หอกจิตวิญญาณต่อสู้ของหลินหมิงดูดเจตจำนงส่วนหนึ่งของชาย
ชราอิมป์เข้าไปและทำลายมันจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะดูดซับพลังงานเจตจำนงของผู้อื่นโดยตรง แต่จะ
ใช้เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงก็จะไม่เป็นปัญหา ตัวอย่างเช่น ในขณะที่มันเป็นไป
ไม่ได้ที่จะเปลี่ยนความแข็งแกร่งของเสือเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังคงเป็นไป
ได้ที่จะปรุงเสือเป็นอาหาร ทำซุปกระดูกกินเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้
แข็งแกร่งแทน
พัฟ!
วิญญาณปีศาจหกแขนได้เชื่อมต่อกับทะเลแห่งจิตวิญญาณของชาย
ชราอิมป์ และเมื่อวิญญาณปีศาจหกแขนจู่ๆก็ถูกทำลายจนแตกสลายโดย
หลินหมิง ชายชราอิมป์จึงได้กระอักโลหิต และใบหน้าของเขาก็ซีดขาวยิ่ง
กว่ากระดาษ!
การโจมตีของหลินหมิงทำลายพลังเหนือธรรมชาติที่ชายชราอิมป์ได้
บ่มเพาะมาเป็นเวลานาน! ในเวลาเดียวกัน มันก็ทำให้วิญญาณและ
เจตจำนงของเขาเสียหายอย่างมากไปด้วย ทำให้หมอกในทะเลแห่งจิต
วิญญาณที่ซึ่งจิตวิญญาณต่อสู้ระดับบรอนซ์ขั้นสมบูรณ์ของเขาอยู่หายไป
จำนวนมาก แสงสว่างจากจิตวิญญาณต่อสู้ของชายชราอิมป์จึงลดลง มัน
ได้ถดถอยอย่างรุนแรงจนเหลือเพียงขั้นเล็ก!
สำหรับจิตวิญญาณต่อสู้ของเขาที่ลดลงอย่างรวดเร็วสองระดับเล็กๆ
พลังจิตวิญญาณของเขาแตก และรอยแตกมากมายจะปรากฏในทะเล
แห่งจิตวิญญาณ ชายชราอิมป์พบว่ายากที่จะเชื่อในขณะที่เขาเห็นเช่นนี้!
ในความเป็นจริง ถ้าเป็นผู้ทรงพลังของปีศาจยักษ์ขั้นเทพสมุทรมาที่นี่
พวกเขาจะไม่ได้รับความเสียหายเช่นนี้โดยหลินหมิง แต่ปัญหาหลักคือ
นักสู้อิมป์เชี่ยวชาญในเจตจำนงและพลังจิตวิญญาณ การเผชิญหน้ากับ
หลินหมิงในการต่อสู้ของวิญญาณและเจตจำนงแล้วนั้น มันก็เหมือนกับวิ่ง
ชนไปหาปลายหอก นี่สามารถอธิบายได้โดย 4 คำ…
รนหาที่ตาย!