Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 941 เข้าใจถึงจุดอ่อน
“แผนภาพโลหิตกลั่นอเวจี จับเขา!”
เหยียงอวิ๋นชี้มือของเขาไปยังหลินหมิงและแผนภาพโลหิตกลั่นอเวจี
ได้ขยายตัวกลายเป็นเหมือนโลกที่ไร้สิ้นสุดที่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตได้นับ
ไม่ถ้วน มีอำนาจการกลืนกินอันน่าสะพรึงไหลออกมา ต้องการที่จะกลืน
กินหลินหมิงโดยตรง
แผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีได้ขยายออกมาและทั้งโลกสั่นสะเทือน ออ
ร่าแห่งความเกรี้ยวกราด โหดร้ายและเจ็บปวดได้กระจัดกระจายออกไป
นอกแผนภาพโลหิตกลั่นอเวจี กลายไปเป็นความคิด ความคิดเหล่านี้ถูก
ซ่อนอยู่ในแผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีกลายเป็นความเชื่อที่ทนทุกข์ทรมาน
ซึ่งมันได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว ในที่สุดจนกลายเป็นพลังในกระแสโลหิต
สีแดงที่ไหลเข้าสู่หลินหมิง
ความสามารถของเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีนี้ได้โจมตีทั้งร่างกายและ
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เป็นช่วงเวลาหนึ่ง สายลมหนาวพัดผ่านโลก สวรรค์
และปฐพีถูกย้อมด้วยสีแดงเข้มจากพลังงานโลหิตที่มีศักยภาพ!
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรจำนวน 50 คนได้รีบถอยกลับอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นสิ่งนี้ หลินหมิงได้จับง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติแน่น ดวงตาของเขา
สาดประกายด้วยแสงที่เฉียบคม เพียงกระบวนท่าเดียว เขาก็สามารถเห็น
ได้ว่าเหยียงอวิ๋นนั้นฝึกฝนเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีสำเร็จไปถึง 99% แล้ว
แผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีจึงถูกสร้างขึ้นได้ สิ่งที่เขาต้องทำคือหลอมรวม
มันเข้ากับร่าง
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงกระบวนท่าเดียว แต่ความแตกต่างระหว่างทั้ง
สองก็เหมือนกับเมฆและโคลนตม ในท้ายที่สุด เคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีก็เป็น
เคล็ดบ่มเพาะของแดนเทวะที่มีประโยชน์เฉพาะกับขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
เท่านั้น มันก็เปรียบได้กับเคล็ดบ่มเพาะง้าวแห่งภัยพิบัติ หลังจากหลินห
มิงประสบความสำเร็จในทักษะต่อสู้ระดับสูงมามากมาย เขาก็ย่อมไม่ได้
เห็นเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีอยู่ในสายตา
“มูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วง, ทำลายมันให้ข้าซะ!”
เมื่อความคิดของหลินหมิงได้สัมผัสกับต้นอ่อนเทพทรราช มูลฐาน
อัสนีราชสีห์ม่วงได้ส่งเสียงคำราม พุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง!
ในขณะเดียวกันหลินหมิงได้สัมผัสแหวนมิติของเขาและหอกสายฟ้าสี
ม่วงกระโจนออกมาอยู่ในมือ นี่เป็นอาวุธที่เจียงจื่อจี๋ทิ้งไว้ในแหวนม่วง
พยัคฆ์ การใช้หอกนี้กับเคล็ดบ่มเพาะธาตุจำเพาะสายฟ้าจะมีผลอันน่า
อัศจรรย์กว่าการใช้ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ หลินหมิงยกหอกขึ้น, ผสานมัน
เข้ากับมูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วง
พลังของสายฟ้าเป็นศัตรูโดยธรรมชาติต่อภูตผีและพลังงานโลหิต
การใช้มันเพื่อต่อต้านแผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
มูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วงและหอกสายฟ้าได้ผสานเข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง
เปลี่ยนเป็นอัสนีราชสีห์ยาว 10,000 ฟุต อัสนีราชสีห์ได้ส่งเสียงคำราม
ออกมาขณะที่มันพุ่งไปยังแผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีที่อยู่ไกลออกไปสิบไมล์
ดวงตาของเหยียงอวิ๋นสาดประกายด้วยแสงที่รุนแรง “นั่นคือพลังของ
มูลฐานอัสนี! นักสู้ขั้นทำลายชีวิตเช่นเจ้ากลับสามารถควบคุมอัสนีราชสีห์
ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสายฟ้าได้!”
“โชคชะตาของเจ้าไม่อาจคาดเดาได้อย่างแท้จริง! อย่างไรก็ตาม เจ้า
คิดว่าตนเองสามารถพึ่งพาพลังของมูลฐานอัสนีนี้เพื่อต่อต้านเคล็ดโลหิต
กลั่นอเวจีของข้าได้หรือ? ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก! เคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีเป็น
เคล็ดบ่มเพาะที่สัมผัสกับกฎต้นกำเนิดโลหิต! มันเป็นตัวแทนของจุดสูงสุด
ของวิถีแห่งโลหิต! หลังจากที่ใช้ มันก็จะสร้างเขตแดนโลหิต สร้างมิติของ
ตัวเองซึ่งสามารถอยู่เหนือกฎของโลกได้ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกันที่มัน
จะถูกทำลายโดยมูลฐานอัสนี? ตอนนี้ ข้าจะกลืนกินมูลฐานอัสนีของเจ้า
และใช้มันเพื่อเสริมพลังแผนภาพโลหิตของข้า! ”
เหยียงอวิ๋นกู่ร้อง และอัสนีราชสีห์ยาว 10,000 ฟุตได้ถูกล้อมรอบ
ด้วยเขตแดนแผนภาพโลหิต! อัสนีราชสีห์เกรี้ยวโกรธ แต่มิติโดยรอบมัน
ยังคงเปลี่ยนเป็นสีแดงอันน่ากลัว เขตแดนโลหิตคือการสร้างมิติแยกของ
ตนเอง แต่เมื่อเทียบกับมิติอนุภาคแรกกำเนิดของหลินหมิงแล้ว มันก็
เหมือนกับแสงอันเบาบางของดวงดาวกับแสงของดวงจันทร์เต็มดวง แต่
การบ่มเพาะของเหยียงอวิ๋นก็ยังคงอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นเทพสมุทรช่วงต้น
ห่างเพียงไม่กี่ก้าวสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง เมื่อเขาใช้เขตแดนโลหิตนี้
ออกมา มันก็สามารถที่จะปกคลุมเมฆและบดบังดวงอาทิตย์!
เขตแดนโลหิตต้องการที่จะดูดพลังของมูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วงและ
กลั่นมัน สายฟ้าเป็นพลังแห่งความตาย แต่ก็ยังเป็นพลังแห่งชีวิตเช่นกัน
ถ้าถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง มันก็สามารถนำมาใช้เพื่อเสริมเนื้อหนังและ
โลหิตให้แข็งแกร่งขึ้นได้ ถ้าเหยียงอวิ๋นสามารถผสานมูลฐานอัสนีราชสีห์
ม่วงเข้ากับแผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีแล้ว เขาจะสามารถเพิ่มโลหิต
แผนภาพนี้ขึ้นไปได้อีก
ในขณะที่มูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วงตกอยู่ภายในเขตแดนโลหิต มันก็
คลุ้มคลั่ง แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายออกมาได้
ในขณะนี้ หลินหมิงหัวเราะ “จุดสูงสุดของวิถีแห่งโลหิตเช่นนั้นหรือ?
เมื่อคำว่า ‘จุดสูงสุด’ ออกมาจากริมฝีปากของเจ้า มันก็ช่างมีราคาแสนถูก
มากอย่างยิ่ง ยิ่งกว่านั้นเจ้าก็ยังไม่อาจทำให้มันเสร็จสมบูรณ์ได้ ให้ข้า
แสดงให้เจ้าเห็นว่าข้าจะทำลายมันอย่างไร!”
หลินหมิงตะโกนออกมาและพลังงานก็ปะทุขึ้นจากภายในต้นอ่อน
เทพทรราช 4 ประตูแรกของ 8 ประตูเร้นลับภายในได้ถูกเปิดออกและ
ขณะที่เงาสายฟ้าเร้นลับถูกเปิดใช้งานทั่วร่าง ความเร็วของหลินหมิงจึง
เพิ่มขึ้นถึงขีดจำกัด
ขณะที่หลินหมิงใช้ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม เขาก็หายตัวไปทันที
เขาพุ่งผ่านห้วงมิติและปรากฏตัวที่ด้านหน้าเขตแดนโลหิต ชุดขาวของเขา
เหมือนหิมะ สะบัดไปในสายลมแรง หลังจากเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 5
และสลักแผนภาพเต๋าลงไปในแก่นแท้หมุนวนแล้ว ออร่าของเขาก็
แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ความแข็งแกร่งของเขาได้พุ่งขึ้นไปอีกระดับ
หนึ่ง
“สายฟ้าล่าสังหาร!”
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยแสงเย็นยะเยือก ง้าวกวาด
ออกไปและง้าวแสงหนาร้อยฟุตที่พุ่งออกมาพร้อมกับสายฟ้าสีแดงไร้
สิ้นสุด ง้าวแสงได้ติดตามความผันผวนของพลังงานในเขตแดนโลหิตไปยัง
จุดที่แข็งแกร่งที่สุด
ปัง!
ด้วยเสียงแตก จุดนี้ได้แตกออกโดยตรงจากหลินหมิง อย่างไรก็ตาม
เขาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ในเวลาเพียงเสี้ยวพริบตา เขาได้โจมตีออกไปอีก
ถึง 12 ครั้ง!
การโจมตี 12 ครั้งนี้ได้ถูกฟาดลงในจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของแผนภาพ
โลหิต ทำลายพวกมัน สร้างเป็นรอยแตกรวมกันในเขตแดน
เพล้ง เพล้ง เพล้ง เพล้ง!
ด้วยเสียงเหมือนดั่งแก้วแตก, เขตแดนโลหิตที่เกิดรอยแตก 12 จุดจึง
แตกออกอย่างสมบูรณ์ พลังมหาศาลของโลหิตทะลักออกมาจากรอยแตก
ทำให้มิติใกล้เคียงเกิดรูพรุน ส่วนแผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีที่รวบรวมโลหิต
ชีวิตที่ถูกทรมานนับไม่ถ้วนก็ได้ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีดู
เหมือนจะมีชีวิตของตัวเอง หลังจากที่มันถูกฉีกขาดออก โลหิตจำนวน
มากทะลักออกมาเหมือนเขื่อนพัง!
“อะไรกัน!? เจ้าทำลายเขตแดนโลหิตของข้าได้อย่างไร!?”
ดวงตาของเหยียงอวิ๋นเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและไม่
อยากจะเชื่อ
แผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีได้ถูกฉีกขาดออกจากกันโดยหลินหมิงและ
แม้แต่เขตแดนโลหิตก็ยังพังทลายลงด้วย!
เขตแดนโลหิตมีส่วนเกี่ยวข้องกับปราณชีวิตของเหยียงอวิ๋น แม้ว่ามัน
จะปฏิรูปขึ้นใหม่ได้หลังจากแตกสลายก็ตาม แต่มันก็จะทำลายเพลิงแห่ง
ชีวิตของเขา ทำให้เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายเดือนเพื่อฟื้นฟู
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหยียงอวิ๋นตอนนี้ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้วจนต้องใช้
ทักษะเร้นลับ ในการยับยั้งอาการบาดเจ็บ ซึ่งเขาใช้จ่ายไปด้วยอายุขัย
หลายร้อยปี เขาก็ไม่สามารถที่จะได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีกต่อไป
สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลินหมิงยังไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงใน
การทำลายแผนภาพโลหิตกลั่นอเวจี และหลินหมิงก็ไม่น่ามีความแกร่งถึง
ระดับนั้น ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือ หลินหมิงเข้าใจจุดอ่อนของ
เขตแดนโลหิตอย่างสมบูรณ์ ในการโจมตี 12 ครั้งที่เกิดขึ้นในเสี้ยวพริบตา
นั้นได้โจมตีจุดอ่อนที่สำคัญที่สุด 12 จุดของเขตแดนโลหิต เมื่อเขตแดน
โลหิตสูญเสียการสนับสนุนของพลังงาน มันก็ย่อมต้องพังทลายลง!
“มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!?”
เหยียงอวิ๋นปฏิเสธที่จะยอมรับเรื่องนี้! เขาปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง! พลัง
เหนือธรรมชาติของเขาได้รับการบ่มเพาะมาเป็นเวลาหลายปี และเพื่อให้
บรรลุเป้าหมายนี้ เขาต้องยอมรับความเกลียดชังจำนวนมากของทุกชีวิตที่
ได้สังหารไป และเขายังได้สังหารผู้ทรงพลังที่มีสายเลือดพิเศษอีกด้วย แต่
ทั้งหมดนั้นกลับถูกหลินหมิงมองออกถึงจุดอ่อนได้ในทันที!
ถ้าเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีบรรลุขั้นสมบูรณ์ จุดอ่อนนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่
เหยียงอวิ๋นยังไม่สามารถที่จะบรรลุขั้นสมบูรณ์ได้ แม้กระนั้นก็ตาม มันก็
เป็นไปไม่ได้ที่ผู้อื่นจะทำลายมันในช่วงเวลาสั้นๆเช่นนี้ นี่มันเกินกว่าสามัญ
สำนึกใดๆ!
มันเหมือนกับว่าหลินหมิงได้บ่มเพาะเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีและได้
เข้าใจถึงโครงสร้างพลังงานทั้งหมดอย่างชัดเจน
“หรือว่าจะเป็น…”
ความคิดได้แล่นผ่านจิตใจของเหยียงอวิ๋นอย่างฉับพลัน คำอธิบายที่
เป็นไปได้ก็คือ หลินหมิงได้กลืนกิน 2 ใน 3 ของวิญญาณปีศาจโบราณ
ดังนั้นหลินหมิงจึงสามารถมองเห็นจุดอ่อนของเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีและ
ทำลายมันได้ เป็นเพราะเขารู้เรื่องทั้งหมดมาตั้งเริ่มต้น!
“ปีศาจโบราณพยายามที่จะยึดร่างของเจ้า แต่เจ้ากลับกลืนวิญญาณ
ของเขาแทนหรือ!?” ดวงตาของเหยียงอวิ๋นสาดประกายด้วยความตกใจ
“ด้วยเพียงการบ่มเพาะขั้นการทำลายชีวิต เจ้ากลับกล้ากลืนกินเสี้ยว
วิญญาณโดยไม่ลบเครื่องหมายวิญญาณของปีศาจโบราณ? เจ้าช่างบ้าบิ่น
อย่างแท้จริง!”
เหยียงอวิ๋นได้กลืนวิญญาณของปีศาจโบราณเพราะเขาถูกบังคับให้
เข้าสู่ปากเหวแห่งความตาย ปีศาจโบราณอาศัยอยู่ในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของเขาเพื่อใช้ประโยชน์ ถ้าเหยียงอวิ๋นไม่ลงมือก่อนแล้ว มันก็
เป็นไปได้ว่าปีศาจโบราณจะกลืนกินเขาแทน เขายังต้องการความทรงจำ
ของปีศาจโบราณ แต่สำหรับหลินหมิงเขามีโชคอันยิ่งใหญ่ในร่างกายและ
กลับมิได้รับอันตรายจากการกลืนกินวิญญาณของปีศาจโบราณหรือ
สูญเสียบุคลิกภาพ?
ในเสี้ยววินาทีนั้น เหยียงอวิ๋นไม่ได้มีเวลาพอที่จะพิจารณาถึงสิ่งที่
เกิดขึ้น หลินหมิงกำลังพุ่งมายังเขา!
หลินหมิงมีสีหน้าเย็นชาและไร้ความรู้สึก เขากล่าวออกมาอย่างไม่
แยแสว่า “เหยียงอวิ๋น ช่างบังเอิญยิ่งนัก ข้าก็มีความสามารถด้านเขตแดน
เช่นกัน ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าเขตแดนที่แท้จริงคือสิ่งใด และสิ่งใดคือ
จุดสูงสุดของกฎ!”
เบื้องหลังหลินหมิง ดอกบัวสีแดงเบ่งบานออกอย่างช้าๆ นี่คือบัวบาน
จักรพรรดิสูงสุด เมื่อบัวบานจักรพรรดิสูงสุดปรากฏ มันก็ดูเหมือนจะ
ครอบคลุมท้องฟ้าทั้งหมด พื้นที่ทั้งหมดภายในระยะ 10 ไมล์ถูกปกคลุม
ไปด้วยพลังงานโกลาหลไร้สิ้นสุดการ แยกกฎและพลังงานทั้งหมด
สนามพลังปีศาจสวรรค์ – มิติอนุภาคแรกกำเนิด!
มิติอนุภาคแรกกำเนิดของหลินหมิงลึกซึ้งกว่าเขตแดนโลหิตนับไม่
ถ้วน ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 แต่พลังมันก็ยังคงน่า
สะพรึงกลัวมากกว่าเขตแดนโลหิต!
“ดี! ทำได้ดีหลินหมิง! เพื่อที่จะยับยั้งข้าและเข้าใจจุดอ่อนของข้า เจ้า
ได้เมินเฉยต่ออันตรายจากการสูญเสียตัวตนเพื่อกลืนวิญญาณของปีศาจ
โบราณ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะทำอะไรเช่นนั้น ข้าสงสัยว่าเจ้าเห็นได้
อย่างไรว่าข้ากำลังบาดเจ็บและใช้ทักษะเร้นลับยับยั้งมันและวิธีที่เจ้า
สามารถทะลวงผ่านค่ายกลตรึงนภาปีศาจโลหิตที่ข้าวางไว้ในอาณาจักร
ลิขิตฟ้า มันดูเหมือนว่าแม้ว่าเจ้าจะไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะของข้า
หรือรูปแบบค่ายกล แต่เจ้าก็ยังมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อมันได้!”
หลินหมิงกล่าวอย่างเย้ยหยันว่า “เหยียงอวิ๋น เจ้านั้นประเมินตัวเอง
สูงเกินไป ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเป็นคู่แข่งของข้า เจ้าเป็นเพียงแค่หินรองเท้าที่
จะช่วยให้ข้าเติบโตขึ้นเท่านั้น ไม่มีทางที่ข้าจะทำสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อ
ความสำเร็จในอนาคตของข้าเพียงเพื่อจะเอาชนะเจ้า มิติอนุภาคแรก
กำเนิด, ครอบคลุมเขา!”
เหยียงอวิ๋นได้ถูกปกคลุมอยู่ในมิติอนุภาคแรกกำเนิด พลังปราณ
ภายในร่าง เนื้อ, โลหิตและวิญญาณของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้แรง
กดดันมหาศาลของมิติอนุภาคแรกกำเนิดในทันที ถ้าเขาไม่โคจรปราณแท้
มาป้องกันร่างเพื่อขัดขวางมันแล้ว เขาจะกลายเป็นเถ้าถ่าน
เหยียงอวิ๋นกล่าวอย่างเย้ยหยัน “เจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิด! หึ!
ปีศาจขาวกล่าวได้ถูกต้อง – เจ้าได้ความเข้าใจเจตจำนงแห่งนักสู้แรก
กำเนิดมาจริงๆ อย่างไรก็ตาม ช่างน่าเสียดายนัก เจตจำนงแห่งนักสู้แรก
กำเนิดต้องใช้ตัวตนขั้นราชันสวรรค์หรืออย่างน้อยที่สุดในขั้นราชันพิภพ
เพื่อที่จะแสดงพลังที่น่าสะพรึงกลัวของมันออกมาได้อย่างแท้จริง สำหรับ
เจ้าแล้ว เจ้าจะสามารถแสดงความสามารถของเจตจำนงแห่งนักสู้แรก
กำเนิดได้เพียงหนึ่งในล้านเท่านั้น เจ้าคิดว่าเคล็ดบ่มเพาะนี้สูงส่งและ
ยิ่งใหญ่เพียงใด? ถ้าเจ้าไม่สามารถแสดงพลังของมันเต็มรูปแบบได้แล้ว
มันก็ไร้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นความสามารถระดับสูงแค่ไหนก็ตาม! เคล็ด
โลหิตกลั่นอเวจีแตกต่างจากสิ่งที่เจ้ารู้ มันเป็นเคล็ดบ่มเพาะที่เหมาะสม
กับขั้นพลังปัจจุบันของข้า! ในเมื่อเจ้ากลืนความทรงจำของปีศาจโบราณ
เจ้าก็ควรจะรู้ด้วยว่าภายในเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจี มีความสามารถในการ
ลบล้างทุกสิ่ง เจ้าได้บังคับให้ข้าต้องใช้มัน!”
เคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีได้กลั่นปราณโลหิตของสิ่งมีชีวิตมากมายที่
หลอมรวมเข้าไปในร่างกาย แผนภาพโลหิตกลั่นอเวจีที่เหยียงอวิ๋นสร้าง
ขึ้นก็มาจากปราณโลหิตของสิ่งมีชีวิตมากมาย พลังนี้มาจากปราณโลหิต
ของสิ่งมีชีวิตที่มากมายและไม่ใช่ความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดของเคล็ด
โลหิตกลั่นอเวจี ด้านที่แข็งแกร่งที่สุดของเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีนั่นขึ้นอยู่
กับตัวนักสู้เอง
หรืออีกนัยหนึ่ง, มันมีไว้เพื่อให้นักสู้ผลาญพลังของโลหิตและเนื้อเพื่อ
เพิ่มพลังในการต่อสู้