Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 942 เตาหลอมเทวะเทพสงคราม
สีหน้าของเหยียงอวิ๋นมืดมน หลังจากผสานกับวิญญาณของปีศาจ
โบราณแล้ว เขาก็ไม่ได้เป็นคนที่เยือกเย็นและสุขุมเช่นเดิมอีกต่อไป เขาได้
กลายเป็นปีศาจร้ายอย่างแท้จริง
มีเสียงตะโกนดังขึ้นและเขาแทงนิ้วออกไป เขาเล็งไปที่ระหว่างคิ้ว
ของตนเอง!
ระหว่างคิ้วเหยียงอวิ๋นคือตาที่สามของเขา เนตรบัญญัติโลหิตแต่
ตอนนี้เหยียงอวิ๋นได้บดขยี้ดวงตานี้ด้วยนิ้วของเขาเอง!
เพล้งงง!
เนตรบัญญัติโลหิตที่ถูกห่อด้วยชั้นผลึกได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ปราณ
โลหิตซึมออกมา ไหลเป็นทางด้วยสีแดงข้น
การเจาะดวงตาของตัวเองนั้นต้องใช้ความไร้ความปรานี ใบหน้าเหยี
ยงอวิ๋นบิดเบี้ยวและออร่าของเขาพลิกผันในทันที
หลังจากเนตรบัญญัติโลหิต ถูกทำลาย พลังงานปราณโลหิตที่หลั่ง
ออกมาจากมันจึงถูกกลืนกินเข้าไปอย่างสมบูรณ์ ร่างกายของเขาเริ่มมี
การเปลี่ยนแปลง ใหญ่ขึ้นและหนาขึ้น กล้ามเนื้อเหมือนมังกรพันอยู่
รอบตัว จากด้านหลังของเขา หนวดสีแดงปะทุออกมา สะบัดไปมาใน
อากาศอย่างน่าขนลุก โครงกระดูกและกล้ามเนื้อของเขาถูกย้อมด้วยแสง
สีแดงขณะที่หนวดสีแดงพุ่งขึ้นไปนับพันฟุตในท้องฟ้าก่อนที่จะจมกลับเข้า
สู่ร่างอย่างสมบูรณ์
การบ่มเพาะของเหยียงอวิ๋นได้เข้ามาใกล้ขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง
อย่างประหลาด อาจกล่าวได้ว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่ช่วงกลางได้ในชั่ว
ระยะเวลาสั้นๆ
เขาต้องทำลายเนตรบัญญัติโลหิต และสลายพลังเหนือธรรมชาติที่
เขาได้บ่มเพาะเป็นเวลาหลายปี เขาจึงก็สามารถปะทุพลังของเคล็ดโลหิต
กลั่นอเวจีได้อย่างเต็มที่ บังคับให้เคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีบรรลุขั้นสมบูรณ์!
ถ้าเหยียงอวิ๋นได้บ่มเพาะเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีให้อยู่ในระดับสูงสุดมา
ก่อนหน้านี้แล้ว เขาก็จะไม่ถูกบังคับให้ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่เขา
ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและยังได้ยับยั้งอาการบาดเจ็บนั้นด้วยทักษะ
เร้นลับ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหลินหมิงได้เข้าใจจุดอ่อนทั้งหมดของเขาอย่าง
ละเอียด นอกจากนี้เขายังถูกปกคลุมอยู่ในมิติอนุภาคแรกกำเนิด เหยี
ยงอวิ๋นได้ตกอยู่ในสถานะที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าเขาไม่ได้
ต่อสู้กับหลินหมิงด้วยทุกอย่างที่เขามี เขาก็จะต้องจบสิ้นลงที่นี่อย่าง
แน่นอน
“ข้าทำลายเนตรบัญญัติโลหิตของตัวเอง ทำลาย 3 ปีของการบ่ม
เพาะอย่างหนักของข้าเพียงเพื่อให้พลังโลหิตในร่างกายทะยานถึงขีดสุด
แต่ถ้าข้าสามารถฆ่าเจ้าได้ ทุกอย่างที่ข้าได้ทำก็จะคุ้มค่า!
การฆ่าหลินหมิงและได้รับความลับของเขานั้นเป็นโอกาสเดียวของเห
ยียงอวิ๋นที่จะทะลวงผ่านขั้นเทพสมุทร จากนั้นเป็นขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
และกลายเป็นผู้ทรงอำนาจของแดนเทวะ พรสวรรค์ของเหยียงอวิ๋นเองก็
ย่อมไม่มีอันใดเมื่อเปรียบเทียบกับในจักรวาลที่ไร้สิ้นสุดนี้ มีคนนับไม่ถ้วน
เช่นเขา และมีมากกว่าเม็ดทรายในทะเลทรายเสียอีก และพวกเขาจำนวน
มากก็ยังได้ตกตายไปบนเส้นทางแห่งนักสู้ของตน สำหรับพวกเขา การ
เข้าถึงจุดสูงสุดของนักสู้เป็นเพียงความฝัน
เหยียงอวิ๋นค่อยๆกัดลงบนลิ้นและพ่นโลหิตไปในอากาศ โลหิตนี้
กลายเป็นฝนโลหิตที่ตกลงมา
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยสายฝนโลหิต เสียงโหยหวนเต็มไปในอากาศ ราว
กับว่าภูติผีล้านตนกำลังร่ำไห้ไปทั่วสวรรค์และปฐพี
“ฝนโลหิตสังหารปีศาจ! นั่นเป็นทักษะการต่อสู้ที่ชั่วร้ายและ
โหดเหี้ยมภายในเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจี เมื่อต้องการใช้ทักษะนี้ มันก็จะต้อง
ผลาญทั้งปราณโลหิตและพลังชีวิตของตนเอง ซึ่งก็คืออายุขัยร้อยปี!”
ความคิดของหลินหมิงจดจ่อ เขารู้ทุกทักษะของเหยียงอวิ๋นตั้งแต่ต้น
จนจบ ชีวิตนั้นมีค่าอย่างมากสำหรับนักสู้ พวกเขาจะใช้ความสามารถที่
ต้องจ่ายด้วยชีวิตในช่วงเวลาที่หมดหวังมากที่สุดเท่านั้น และตอนนี้ เหยี
ยงอวิ๋นใช้ทักษะนี้กับหลินหมิง
ทุกหยดของโลหิตฝนมีวิญญาณ มันเป็นสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนที่เหยี
ยงอวิ๋นได้สังหารเพื่อฝึกฝนเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีและมันมีความไม่พอใจ
อันไร้สิ้นสุด ถ้าฝนโลหิตที่ตกลงมาบุกเข้าไปในวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ มันก็จะ
ทำให้คนผู้หนึ่งกลายเป็นคนวิกลจริตไปจนตาย
ฝนโลหิตตกหนักเหมือนพายุ กระหน่ำเข้าสู่มิติอนุภาคแรกกำเนิด
มิติอนุภาคแรกกำเนิดสามารถสลายพลังงานและทำลายกฎของ
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้ มันรวมถึงพลังโลหิตด้วย
ด้วยเสียงน้ำระเหิด หยดโลหิตที่ตกลงมาได้ถูกเผาไหม้ขณะที่ตวามไม่
พอใจอันไร้ที่สิ้นสุดถูกสลายไปด้วยกัน! อย่างไรก็ตาม มิติอนุภาคแรก
กำเนิดไม่ได้ไร้เทียมทาน เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของการทำลายล้าง มัน
ก็ได้ผลาญพลังงานของหลินหมิงไปมากเช่นกัน
เมื่อเหยียงอวิ๋นเห็นฝนโลหิตของตนถูกกลืนกิน เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บปวด
เลย เขากัดลงบนลิ้นและพ่นปราณโลหิตออกไปอีก 3 ครั้ง แต่ละครั้งคือ
อายุขัย 100 ปีที่สูญเสียไป เมื่อรวมกับฝนโลหิตที่ผ่านมา เหยียงอวิ๋นได้
ผลาญอายุขัยของตนไปแล้ว 400 ปี
ฝนโลหิตตกลงมามากขึ้นทุกวินาที ในที่สุดก็กลายเป็นเหมือนน้ำตกที่
ไหลลงมาจากฟากฟ้าแทน!
ในขณะที่มีฝนตกในมิติอนุภาคแรกกำเนิดมากขึ้น มิติอนุภาคแรก
กำเนิดก็เริ่มหดตัวมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับหลินหมิง เขารู้สึกว่าพลังงาน
หมดไปจากร่างกายของตนอย่างรวดเร็ว!
มิติอนุภาคแรกกำเนิดนั้นทรงพลัง แต่การผลาญพลังงานก็น่ากลัว
เช่นกัน ถ้าไม่ใช่หลินหมิงและเป็นนักสู้ทั่วไป มิต้องกล่าวถึงการสังหารหมู่
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร การพยายามจะกระตุ้นมิติอนุภาคแรกกำเนิดให้
คงอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างกายไร้ซึ่งพลังงาน
เมื่อมิติอนุภาคแรกกำเนิดถูกยับยั้ง เหยียงอวิ๋นก็รู้สึกถึงพลังของ
ตัวเองกลับมา ในเวลานี้ หลังจากใช้ทักษะเร้นลับโดยไม่สนใจเกี่ยวกับ
ค่าใช้จ่าย ในที่สุดเขาก็ได้เรียกคืนความแข็งแกร่งในการต่อสู้ดังเดิม
กลับมา
“ฮ่าๆๆ! นี่คือความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้า! ตอนนี้ ข้าจะ
แสดงให้เจ้าเห็นว่าข้าแข็งแกร่งถึงเพียงใด! ถ้ามันไม่ได้เพราะแผนการชั่ว
ร้ายของเจ้าที่ทำลายเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีของข้าจากการบรรลุขั้นสมบูรณ์
อย่างแท้จริงแล้วนั้น ข้าคงจะได้ต่อสู้กับเจ้าในสภาพดังกล่าวในเวลาอีก
เพียงไม่กี่เดือน! แต่ตอนนี้ ข้าได้ใช้อายุขัยทั้งหมด 1000 ปีเพื่อที่จะเข้าสู่
สถานะเช่นนั้นแทน!”
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรช่วงกลางจะมีชีวิต 4000-7000 ปี แต่เมื่อเห
ยียงอวิ๋นยังเด็กอยู่ และเพื่อที่จะเพิ่มพลังให้กับตนเองอย่างรวดเร็ว เขาใช้
ทักษะเร้นลับภายใต้การแนะนำของปีศาจโบราณ ซึ่งต้องจ่ายด้วยอายุขัย
2,000 ปี ตอนนี้ เขาได้ใช้ไปอีก 1000 ปีแล้ว เพลิงแห่งชีวิตของเขาเริ่มหรี่
ลงแล้ว มันเท่ากับเขามาถึงวัยกลางคนก่อนกำหนด ถ้าเขาไม่สามารถฆ่า
หลินหมิงและหาวิธีที่จะฟื้นฟูพลังชีวิตได้ เช่นนั้นศักยภาพของเขาจะ
ค่อยๆเลือนหายไป และเขาจะไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าในการบ่ม
เพาะได้อีก
อาจกล่าวได้ว่าเหยียงอวิ๋นได้เผาผลาญทุกเส้นทางในการหนี
เรียบร้อยแล้ว
เหยียงอวิ๋นได้โคจรพลังของตนจนถึงขีดจำกัด ปะทุขึ้นด้วยความ
แข็งแกร่งของนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางขณะที่ฟันกระบี่ออกไป ด้วยขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 8 เป็นพื้นฐานนอกเหนือจากนั้นยังมีแหล่งทรัพยากร
ของ ปีศาจโบราณตลอดจนเคล็ดบ่มเพาะจากแดนเทวะ นักสู้ในทวีปนภา
รินไหลยากที่จะเทียบกับเขาได้ เขากระทั่งเหนือกว่าแปดวิบัติจักรพรรดิ
อัสนีจากเมื่อหมื่นปีก่อน
ขณะนี้ด้วยการโจมตีที่มีความสมบูรณ์ของเขา สวรรค์และปฐพีดู
เหมือนจะสูญเสียความหมาย สายลมและเมฆหายไป และบ่อโลหิตจาก
นรกอาชูร่าไร้สิ้นสุดดูเหมือนจะปรากฏขึ้นในโลก
เผชิญหน้ากับการโจมตีครั้งนี้ หลินหมิงตะโกนออกมาว่า “เหยียงอวิ๋น
แม้ว่าเจ้าจะผลาญพลังชีวิตทั้งหมดของตนเองไป แต่สิ่งที่เจ้าได้เรียนรู้ก็
เป็นเพียงเคล็ดบ่มเพาะชั้นสองจากแดนเทวะเท่านั้น ดังนั้นแล้วเจ้าจะ
แสดงความแข็งแกร่งออกมาได้สักเพียงใด? สำหรับข้า ข้ามีสองพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ ข้าบ่มเพาะกายผันแปรและพลังปราณ และข้ายังมีจิต
วิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดด้วย! พื้นหลัง วิถี เจตจำนง ทุกอย่างที่ข้า
มีอยู่ห่างไกลจากคนเช่นเจ้าจะสามารถเปรียบเทียบได้ เจ้าทำทุกอย่างที่
ทำได้เพื่อเอาชนะข้า แต่ก็เพียงทำให้โลหิตของข้าเดือดพล่านด้วยความ
ตื่นเต้นเท่านั้น!”
“จงเผาผลาญเพื่อข้า, โลหิตของฟีนิกซ์โบราณ!”
แสงสีแดงสาดส่องออกมาจากระหว่างคิ้วของหลินหมิง เผาผลาญ
สวรรค์และปฐพี! เบื้องหลังเขา ร่างเงาฟีนิกซ์โบราณปรากฏตัวและ
ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
หลินหมิงคว้าง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติและพุ่งมันออกไป ถึงแม้พลังงาน
โลหิตบนง้าวจะถูกสลายไปก็ตาม!
ปัง!
เมื่อการระเบิดที่สั่นสะเทือนโลกหล้าปรากฏขึ้น กระบี่แสงของเหยี
ยงอวิ๋นก็ได้ถูกทำลายโดยง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ แต่ในเวลานี้ เหยียงอวิ๋น
ได้หยิบเตาหลอมสามขาออกมาจากแหวนมิติของเขา เตาหลอมนี้ถูกสลัก
ไว้ด้วย 4
ภาพ และภาพเหล่านี้ได้แก่ มังกรคราม วิหคเพลิง พยัคฆ์ขาวและ
เต่าทมิฬ เหล่านี้คือ 4 สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ๋ เตาหลอมโบราณนี้ถูก
ย้อมด้วยโลหิตราวกับว่ามันผ่านมานานมากแล้ว!
เมื่อหลินหมิงเห็นเตาหลอมเทวะ เขาก็ไม่สามารถค้นหาในความทรง
จำเกี่ยวกับมันพบ แต่ 50 ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรโดยรอบต่างสีหน้า
เปลี่ยนไป
“นั่นคือเตาหลอมเทวะเทพสงคราม! อาวุธศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งขอ
ทวีปนภารินไหล!”
“ใช่แล้ว นั่นคือเตาหลอมเทวะเทพสงครามซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญที่ใช้ในการรักษาเสถียรภาพชะตากรรมของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้า
เตาหลอมเทวะ มีดียิ่งกว่าง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติและเกราะจักรพรรดิ
ปีศาจที่สมบูรณ์แบบ เดิมทีอยู่ในความครอบครองของเหยียงลั่วเทียน แต่
หลังจากที่เขาเสียชีวิตเตาหลอมเทวะเทพสงครามก็ตกอยู่ในมือของเหยี
ยงอวิ๋น”
“ข้าเคยได้ยินข่าวลือว่าสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญนี้มีน้ำหนัก 2.16
ล้านจิน นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็น มันจะถูกต้องมากกว่าที่จะกล่าวว่าเตา
หลอมเทวะนี้ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นในโลกถึง 5000 ปีแล้ว เพราะมันไม่เคยมี
เหตุการณ์ที่น่ากลัวพอสำหรับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะที่จะ
นำมันออกมาใช้”
ขณะที่เตาหลอมเทวะเทพสงครามปรากฏขึ้น เหยียงอวิ๋นก็ใช้พลัง
แห่งโลหิตห่อหุ้มเตาหลอมและนำมันพุ่งเข้าปะทะกับหลินหมิง!
ที่ 2.16 ล้านจิน เตาหลอมนี้เกือบหนัก 4 เท่าของของง้าวโลหิตแห่ง
ภัยพิบัติ และเนื่องจากเป้นของเหยียงอวิ๋น เขาจึงสามารถควบคุมมันได้
อย่างอิสระด้วยความคิด และโดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมากเกินไป
การโจมตีครั้งนี้คล้ายคลึงกับอุกกาบาตโบราณที่กระแทกลงสู่โลก ถ้านักสู้
ขั้นเทพสมุทรถูกโจมตี ร่างกายของพวกเขาก็จะแหลกสลายอย่างแน่นอน!
ม่านตาของหลินหมิงหรี่ลง เขาเปิด 4 ประตูของ 8 ประตูเร้นลับ
ภายในอย่างสมบูรณ์ หลังจากเปิดทั้ง 4 ประตูแล้ว ความแข็งแกร่งของ
เขายังคงอยู่ที่ 2 ล้านจิน มันไม่เพียงพอที่จะตอบโต้เตาหลอมเทวะเทพ
สงครามได้
แต่เขายังคงมีปราณแท้และจิตวิญญาณต่อสู้
“จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิด, ผสาน!”
หอกจิตวิญญาณการต่อสู้หอกสีเงินเทาพุ่งออกมาจากทะเลแห่งจิต
วิญญาณของเขาและรวมกับง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ หลินหมิงกู่ร้องยกมือ
ขึ้นและขว้างง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติออกไป!
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
ขณะที่ง้าวพุ่งออกไป มิติสั่นสะเทือน เหมือนมีฟ้าผ่านับหมื่นเกิดขึ้น
พร้อมกัน
ด้านหนึ่งเป็นเตาหลอมหนัก 2.16 ล้านจิน ส่วนอีกด้านหนึ่งคือง้าว
โลหิตแห่งภัยพิบัติที่หนัก 8 แสนจิน ด้วยอาวุธทั้งสองที่พุ่งไปด้วย
ความเร็วเหนือเสียง แล้วหากการปะทะกันเกิดขึ้นมันจะน่าสะพรึงกลัวถึง
เพียงใด
เคล้งงงง!
ง้าวปะทะกับเตาหลอมเทวะ เสียงฟ้าผ่าและกลองศึกสะท้อนเต็มไป
ในอากาศ มิติพังทลายลงหลายไมล์
เตาหลอมเทวะเทพสงครามสั่นสะเทือนขณะที่มันถูกตีกลับไป ง้าว
โลหิตแห่งภัยพิบัติเองก็กระดอนกลับมา ผู้หนึ่งจะได้เห็นว่าเกิดรอยบุบลึก
ปรากฏบนพื้นผิวของเตาหลอมเทวะเทพสงคราม เห็นได้ชัดว่าถูกทิ้งไว้
โดยง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ!
สำหรับง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ มันไม่ได้รับความเสียหายมากเกินไป นี่
เป็นเพราะมีพลังของจิตวิญญาณต่อสู้ระดับเงิน! ด้วยจิตวิญญาณต่อสู้
อนุภาคแรกกำเนิดที่สนับสนุน ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติก็อาจเรียกได้ว่าไม่
อาจถูกทำลาย!
เตาหลอมเทวะเทพสงครามเกิดความเสียหาย!?”
“ใช้ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติที่หนักเพียง 8 แสนจินเพื่อต่อต้านเตา
หลอมเทวะเทพสงครามที่หนัก 2.16 ล้านจิน และฝ่ายที่ได้รับความ
เสียหายกลับเป็นเตาหลอมเทวะเทพสงครามอีกด้วย!”
ขณะที่ทุกคนเห็นรอยบุบลึกนี้ พวกเขารู้สึกราวกับกำลังฝันไป มันน่า
เหลือเชื่ออย่างยิ่ง สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญอันดับหนึ่งของทวีปนภาริน
ไหลซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ สมบัติ
ศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เสถียรภาพชะตากรรมของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลับได้รับ
ความเสียหายเช่นนี้? พลังของการปะทะมันรุนแรงถึงเพียงใดกัน
ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่มีใครสามารถตอบสนองได้ หลังจากที่เหยียงอวิ๋
นขว้างเตาหลอมเทวะเทพสงครามออกไปแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก
ต่อไป เขาคว้ากระบี่โลหิตของตนและโผล่ไปปรากฏอยู่ด้านหน้าหลินหมิง
แทงกระบี่ไปยังลำคอของหลินหมิงดั่งอสรพิษฉก
แต่กระบี่นี้ทะลุผ่านเพียงความว่างเปล่า และความเร็วของมันก็ถึงขีด
สุดแล้ว หลินหมิงเย้ยหยันและถอยหลังด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ด้วยการ
สะบัดมือขวา บอลสายฟ้าสีขาวปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
นี่เป็นสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่หลินหมิงเอามาจากเขตแดนสายฟ้าระยะ
100 ไมล์