Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 956 กฎของการได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 956 กฎของการได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ทั้งสองคนพูดคุยกันโดยใช้กระแสเสียงปราณแท้ พวกเขามองดูศิษย์
ชายแบบเดียวกับที่คนชั้นสูงมองคนขอทาน
หวงเยว่หงยังคงยิ้ม ความรังเกียจถูกซ่อนไว้ลึกเข้าไปในดวงตาของ
เขา สำหรับศิษย์ชายสองคนนั้นก็ไม่อาจสังเกตถึงมันได้เลย พวกเขาไม่รู้
เลยว่าเหตุผลเดียวที่หวงเยว่หงแสดงให้เห็นถึงความสง่างามดังกล่าวก็
เนื่องมาจากการปรากฏตัวของจุนเยว่ มิเช่นนั้นเขาคงจะบอกให้ใสหัวไป
แล้ว
หวงเยว่หงมั่งคั่ง แต่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญก็ไม่ได้ตกจากฟากฟ้า
เอง ยังคงมีสามงามมากมายที่เขาต้องให้สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญอีกด้วย
ดังนั้นเขาจะให้มันกับขยะเหล่านี้ได้อย่างไร?
“ข้าต้องบอกว่า สาวน้อยจุนผู้นี้ถูกล่อลวงโดยท่านแล้ว ฮ่าฮ่า และ
ใครจะตำหนินางได้? นายน้อยนั้นหล่อเหล่ามาก และยังให้ของขวัญที่มีค่า
เช่นนี้ในการพบกันครั้งแรก ผู้หญิงคนใดบ้างจะไม่ถูกล่อลวง? มันเป็นเรื่อง
ที่น่าแปลกใจที่นางยังไม่ได้คลานเข้ามายังเตียงของนายน้อย!”
“ฮ่าฮ่า พรสวรรค์ของจุนเยว่นั้นไม่เลว ถ้านายน้อยสามารถดูดซับ
พลังงานหยินของนางได้ มันก็จะเป็นประโยชน์ต่อเคล็ดบ่มเพาะของนาย
น้อยอย่างยิ่ง นอกจากนี้ รูปร่างของนางก็น่าดูชม ข้าแน่ใจว่านางต้องมี
รสชาติที่ดีแน่ หากรวมศิษย์หญิงอีกสองนั้นด้วยแล้ว มันก็จะดียิ่งกว่า!”
คำพูดของชายหนุ่มทั้งสองคนนั้นเต็มไปด้วยความหยาบคาย หวงเยว่
หงรักษาความสงบของเขาไว้และกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับจุน
เยว่ผู้นี้เพียงเพราะข้าต้องการนางเท่านั้น ปัจจัยสำคัญคือ ข้าให้
ความสำคัญกับศักยภาพของนาง นางมีโอกาสมากกว่า 70% ที่จะก้าวเข้า
สู่โถงฟีนิกซ์และกลายเป็นศิษย์หลักในอนาคต เมื่อการบ่มเพาะของนาง
สูงขึ้น นางจะสามารถเป็นผู้ช่วยที่เป็นประโยชน์ต่อข้าได้ ข้ามีความเข้าใจ
ที่สมบูรณ์ในพฤติกรรมของผู้หญิงเช่นนาง เมื่อข้าได้ร่างกายและจิตใจของ
นาง นางจะตามข้าด้วยหัวใจทั้งหมดของนาง นอกจากนี้ นางยังเป็นหนึ่ง
ในคนของเทพธิดาเฟิงอีกด้วย ถ้าข้าปกปิดความสัมพันธ์ของข้ากับนาง
และปล่อยให้นางเป็นสายลับกับเทพธิดาเฟิง มันก็จะยิ่งยอดเยี่ยม”
หวงเยว่หงโบกพัด สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขามี
ประสบการณ์มากมายในการไล่ตามผู้หญิง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขา
ประสบความสำเร็จในการได้รับหัวใจของผู้หญิงนับไม่ถ้วน นอกจากนี้
พวกนางไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไปด้วย พวกนางเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น เป็น
บุตรสาวที่ภาคภูมิของสวรรค์
“หลักแหลมยิ่งนัก! วิธีการของนายน้อยช่างน่าอัศจรรย์มาก!” ทั้งสอง
คนนี้สรรเสริญหวงเยว่หงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าพวกเขา
มีฝีมือในการประจบสอพลอ
“ข้าคิดว่านายน้อยเพียงต้องการครอบครองร่างกายนาง แต่ข้าไม่เคย
คิดว่านายน้อยจะวางแผนในอนาคตที่ล้ำลึกถึงเพียงนี้ นี่คือการยิงธนูนัด
เดียวได้นกสองตัว ไม่เพียงแต่นายน้อยจะสามารถสนุกกับผู้หญิงคนนี้ได้
แต่นางก็จะเป็นทาสของนายน้อย!”
การสนทนาของพวกหวงเยว่หงเพียงชั่วครู่เท่านั้น จุนเยว่เห็นได้ชัด
ว่าไม่ตระหนักถึงมันเลย นางกัดริมฝีปาก และมองไปยังกำไลอันงดงาม
และมีประโยชน์ในข้อมือของนาง จากนั้นนางถอดมันออกและพูดว่า
“ศิษย์พี่หวง ของขวัญนี้เป็นของที่มีค่ามากเกินไปสำหรับเรา ข้าไม่สามารถ
รับมันได้”
ถึงแม้ว่ากำไลจะดี แต่จุนเยว่ก็ไม่ใช่คนโง่เขลา การให้ของขวัญกับ
นางในการพบปะที่เรียบง่ายนี้เห็นได้ชัดว่าหวงเยว่หงต้องการบางอย่าง
จากนางอยู่
การรับของขวัญนี้ก็จะเท่ากับความยินยอมโดยปริยาย ถ้าเป็นเช่นนั้น
ไม่ช้าก็เร็วนางจะถูกควบคุมโดยเขา ปัญหาสำคัญคือ หวงเยว่หงเป็นคน
ของปราชญ์จู้หยางในขณะที่นางเป็นคนของเทพธิดาเฟิง ทั้งสองคนจะมี
อนาคตร่วมกันได้อย่างไร?
ถึงแม้ว่าจุนเยว่จะต้องการกำไลนี้อย่างมาก แต่นางก็ไม่มีทางเลือก
อื่นนอกเหนือจากการคืนมันไป
เมื่อจุนเยว่คืนกำไล หลินจวินจื่อและศิษย์หญิงคนอื่นๆก็ลังเลที่จะส่ง
กระบี่คืน พวกเขาตระหนักดีถึงสถานการณ์ที่บิดเบี้ยวเพื่อรับของขวัญ
เหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าหวงเยว่หงกำหนดเป้าหมายเป็นจุนเยว่คนเดียว ใน
เมื่อจุนเยว่คืนของขวัญ มันจะน่าอับอายถ้าพวกนางไม่คืนมันเช่นเดียวกัน
“ศิษย์น้องจุน นี่เป็นเพียงของขวัญเล็กน้อย มันไม่มีความหมายอะไร
กับข้าดังนั้นโปรดอย่าปฏิเสธมันเลย”
“ข้าไม่สามารถรับสิ่งนี้ได้ ข้าต้องขอบใจความหวังดีของศิษย์พี่หวง
หวงเยว่หงยิ้มขณะที่เขาเห็นจุนเยว่หนักแน่นในการคืนของขวัญและ
เขาตอบว่า “ไม่เป็นไร ดูเหมือนว่าข้าไม่ค่อยมีไหวพริบในการนำเสนอ
ของขวัญนี้และทำให้สาวงามต้องขุ่นเคือง ไม่ว่าศิษย์น้องจุนจะปฏิเสธ
ของขวัญนี้หรือไม่ แต่หลังจากที่เราเสร็จสิ้นการค้นหาสมบัติของเราที่หอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญแล้ว เราจะร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยกัน
ได้หรือไม่?
หวงเยว่หงรู้ว่าเมื่อไรควรหยุด เห็นได้ชัดว่าจุนเยว่ถูกล่อลวงในครั้งนี้
แล้ว ตราบใดที่นางถูกล่อลวง มันก็จะมีความหวังเสมอ ถ้าเขาสามารถ
เริ่มต้นการรุกเช่นนี้อีกครั้งในอนาคต นางก็จะเป็นของเขาในไม่ช้าก็เร็ว
เฉพาะผู้หญิงที่จะจัดการเช่นนี้จึงจะคุ้มค่าและคุ้มกับความพยายาม
ของเขา หากเพียงแค่การโบกมือและมีสาวมาขึ้นเตียงกับเขาโดยง่ายก็จะ
ก็ไม่มีความหมายอันใด
“ข้ายังคงมีเรื่องที่จะจัดการในภายหลัง ข้าเกรงว่าข้าจะไม่สามารถ
ตอบรับคำเชิญของศิษย์พี่หวงได้” สีหน้าและโทนเสียงของจุนเยว่อ่อนลง
แม้ว่านางกับหวงเยว่หงจะอยู่ในแผนกที่แตกต่างกัน แต่ต่อหน้า
สุภาพบุรุษผู้แข็งแกร่งและมาจากตระกูลที่โดดเด่น และยังปฏิบัติอย่าง
สุภาพกับนางด้วยเช่นกัน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่านางไม่ได้รู้สึก
ประทับใจในตัวเขา
“ไม่เป็นไร เราจะมีโอกาสอีกมากในอนาคต ใช่แล้ว ศิษย์น้องจุนกำลัง
จะเข้าสู่หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ? พวกเจ้าจะเข้าไปกันกี่คน?” หวงเยว่
หงไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีกต่อไป เขาเปลี่ยนหัวข้อแทน
“สามคน ข้า, ศิษย์น้องสาวหลิน และศิษย์น้องชายหลินที่เพิ่งเข้าร่วม”
จุนเยว่ระบุถึงหลินหมิงตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ นางก็ยังไม่รู้จักหลินหมิงแน่
ชัด ด้วยการบ่มเพาะและพื้นหลังของเขา มันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับคน
อื่นๆที่จะคิดว่าเขาเป็นผู้เข้าทดสอบทั่วไป ในสายตาของหวงเยว่หง ผู้เข้า
ทดสอบเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากมด เขาไม่ได้แม้แต่จะรำคาญกับคนเหล่านี้ด้วย
ซ้ำ
“โอ้? สามคน? แต่เมื่อข้าอยู่ในเรือจิตวิญญาณ ข้าดูเหมือนจะเห็น
ศิษย์น้องจุนเอาตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานออกมามากกว่า 3000 มิใช่
หรือ และดูเหมือนว่าจะมากถึง 9000?
สายตาของหวงเยว่หงดีเป็นพิเศษ เขาเห็นได้ถึงจำนวนที่ชัดเจนของ
ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานที่จุนเยว่ได้นำออกมา ซ่งไป่เฟิงตื่นตระหนก
ขณะที่เขาได้ยินเรื่องนี้ เขารีบตอบว่า “ท่านหวง ผู้รับใช้คนนี้ควรตาย ผู้รับ
ใช้คนนี้สับสนเรื่องจำนวนไปครู่หนึ่ง…”
ซ่งไป่เฟิงเครียดมาก การเป็นผู้คุ้มกันหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญนั้น
เป็นบทบาทที่เขาต้องการอย่างมากเพราะมันมีข้อดีหลายประการ
สำหรับเขาที่จะมาถึงจุดนี้ด้วยสถานะพลเรือนศิษย์สามัญนั้น ก็เป็นเพราะ
เขาสามารถทำนายอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นได้ เขารู้ว่าใครควรที่ต้องยั่ว
ยุและใครคือคนที่เขาต้องประจบสอพลอเอาไว้ สำหรับใครบางคนเช่น
หวงเยว่หงที่มีภูมิหลังล้ำลึกนั้น เขาสามารถสั่งสิ่งใดก็ได้ที่เขาต้องการ
แม้ว่าจะให้เขาไปเป็นผู้คุ้มกันหลุมฝังศพก็ตาม ความแตกต่างระหว่างพวก
เขาก็เหมือนกับสวรรค์และปฐพี
เขาจะไม่ตื่นตระหนกได้อย่างไร?
ความจริงก็คือ หวงเยว่หงได้เข้าใจสถานการณ์นี้แล้วเมื่อเขาถาม
คำถามนี้ เขาเพียงแต่ถามคำถามหัวหน้าผู้คุ้มกันเพื่อแสดงพลังของเขา
เขาขุ่นเคืองแสร้งทำเป็นว่าโกรธ “ซ่งไป่เฟิง เจ้าเป็นเพียงผู้คุ้มกันของหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ และยังมีความกล้าที่จะรีดไถศิษย์น้องจุน?”
“นายท่านหวง โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ข้าจะไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก
แล้ว ผู้รับใช้คนนี้มีตาหามีแววไม่ คนรับใช้คนนี้ไม่เคยรู้มาก่อนว่าศิษย์น้อง
จุนจะเป็นสหายที่ดีกับท่านหวง ถ้าข้ารู้เรื่องนี้ก่อนหน้าแล้ว ข้าจะอนุญาต
ให้นางเข้าสู่หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้อย่างอิสระ
คำพูดของซ่งไป่เฟิงได้รับการคัดสรรมาอย่างดี หวงเยว่หงยินดีเป็น
อย่างยิ่งที่ได้ฟัง เขาหวังว่าเขาจะตบไหล่ซ่งไป่เฟิงและพูดว่า ‘ทำได้ดี!’
“อืม, จะดีกว่าถ้าไม่มีครั้งต่อไป ในฐานะที่เป็นผู้คุ้มกันหอสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญ เจ้าควรปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆในการจัดการเรื่อง
ทั้งหมด หนึ่งพันตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานสำหรับคนคนหนึ่งข้าจะจ่าย
ให้เอง!”
หวงเยว่หง ยกมือขึ้นและเอาตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานออกมา
4000 ชิ้น จุนเยว่อยากจะหยุดเขา แต่นางก็ต้องกัดริมฝีปากโดยไม่ได้พูด
อะไร
สำหรับซ่งไป่เฟิง เขาส่ายหัวเหมือนไม่เต็มใจที่จะรับพวกมัน เขาให้
หวงเยว่หวงและคนอื่นๆเข้าไปโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
การปฏิบัติเช่นนี้จะทำให้หวงเยว่หงพอใจ ซ่งไป่เฟิงเป็นคนฉลาด เขา
ได้ไว้หน้าอีกฝ่ายอย่างมาก แต่หวงเยว่หงก็บอกกับลูกน้องคนหนึ่งของเขา
ด้วยกระแสเสียงปราณแท้ “ให้ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวาน 15,000 ตรา
ประทับ ในภายหลังเพื่อชดเชยการสูญเสียของเขาในวันนี้ มิเช่นนั้นจะถือ
ว่าเป็นการเข้าไปฟรีและเขาจะเสียหน้า ในความเป็นจริง เขาจะต้องนำ
ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานออกมาจากกระเป๋าของตัวเองเพื่อจ่ายแทน
ด้วยซ้ำ แม้ว่าตัวตนเล็กๆนี้จะไม่ค่อยควรค่าแก่การกล่าวถึง แต่เขาก็ยังไม่
ควรประสบความสูญเสียเนื่องจากเราต้องเอาชนะใจเขาไว้ด้วย”
หวงเยว่หงได้คิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกเรื่อง ลูกน้องจึงสรรเสริญ
เขาอีกครั้ง “นายน้อยได้พิจารณาทุกมุมอย่างแท้จริง ผู้รับใช้คนนี้จะ
จัดการเรื่องนี้ในภายหลัง”
หวงเยว่หงยิ้ม “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะไม่เกรงใจละนะ ศิษย์น้องจุน
ไปกันเถอะ”
หวงเยว่หงชี้ชวน จุนเยว่หน้าแดง นางโบกมือให้หลินหมิงและคน
อื่นๆ “ไปกันเถอะ ขอขอบคุณศิษย์พี่หวง”
ซ่งไป่เฟิงนำทางด้วยรอยยิ้มสดใส ทัศนคติของเขาต่อจุนเยว่พลิก
กลับ 180 องศาอย่างสมบูรณ์ และทั้งหมดนี้เป็นเพราะหวงเยว่หง
“ศิษย์พี่หวงเป็นคนกล้าหาญอย่างยิ่ง”
เหล่าศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังจุนเยว่เริ่มพูดกันด้วยกระแสเสียงปราณแท้
ศิษย์หญิงแก้มแดงระเรื่อขึ้น
“ใช่แล้ว เมื่อมองไปยังซ่งไป่เฟิง เขาเป็นเหมือนสุนัขที่เห็นนายของ
ตนเองยังไงยังงั้น”
“เขาหล่อเหล่าและใจดีมากด้วย เจ้าจะพบสามีที่เยี่ยมยอดเช่นนี้ได้ที่
ใดบ้าง? ศิษย์พี่จุนสามารถปฏิเสธเขาได้อย่างไร?”
ศิษย์หญิงสองคนยังนึกถึงกระบี่ที่หวงเยว่หงให้มา พวกนางรู้สึก
เสียดายที่ต้องคืนพวกมันกลับไป ในขณะที่หลินหมิงอยู่ในกลุ่มนี้ เขาก็ได้
ยินกระแสเสียงปราณแท้เหล่านี้ด้วย แต่เขาเพียงแอบส่ายหัวเท่านั้น
ความคิดในการชนะใจใครบางคนเช่นหวงเยว่หงได้นั้นมิใช่ว่าไร้เดียงสา
เกินไปหรอกหรือ?
ขณะที่พวกศิษย์อยู่ในระหว่างการสนทนากัน พวกเขาก็เข้าสู่ทางเข้า
หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญแล้ว
ซ่งไป่เฟิงนำเสนออย่างฉะฉานว่า “สำหรับการได้รับสมบัติของหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญนั้น มันมีขั้นตอนอยู่ แต่มีศิษย์น้องใหม่ที่อาจไม่รู้
เพราะฉะนั้นข้าจะบอกเรื่องนี้สักหน่อย”
“ตัวหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเองก็เป็นเครื่องมือวิเศษที่มีสติปัญญา
ของตัวเอง เพื่อให้ได้สมบัตินั้น ประการแรกต้องได้รับการอนุมัติจากหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ”
“สำหรับปัจจัยที่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญจะพิจารณาก็มีหลายเรื่อง
ตัวอย่างเช่น ชะตากรรม สายเลือด การรับรู้ ความเข้าใจในกฎ และ
แม้กระทั่งตัวเจ้าเอง แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องรอง ความจริงก็คือ สอง
อย่างที่สำคัญที่สุดที่หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญจะพิจารณาก็คือ
พรสวรรค์และศักยภาพ!”
พรสวรรค์ของนักสู้มีความคล้ายคลึงกับศักยภาพของพวกเขา แต่ก็มี
ความแตกต่างเล็กน้อย
พรสวรรค์คือความสามารถในการต่อสู้ที่แท้จริงของนักสู้นักต่อสู้เมื่อ
เปรียบเทียบกับอายุของพวกเขา ในรุ่นเดียวกัน คนที่แข็งแกร่งกว่าก็จะมี
พรสวรรค์มากกว่า ความแข็งแกร่งก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่อายุน้อยกว่าจะมี
พรสวรรค์มากกว่า
แต่มีการวัดศักยภาพการเติบโตในอนาคตของนักสู้อยู่ คนที่มี
พรสวรรค์ไม่ได้หมายความว่าจะมีศักยภาพสูง ด้วยเหตุผลหลายประการ
มันก็มีขั้นเทพสมุทรจำนวนมากจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ที่สามารถ
เหนือกว่าขั้นเทพสมุทรจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ได้ในด้านความ
แข็งแกร่ง แต่ในแง่ของศักยภาพ พวกเขายังขาดไปในบางจุด
เพื่อที่จะได้สมบัติในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ ประการแรกต้อง
ได้รับการยอมรับจากหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ สำหรับคุณภาพของ
สมบัตินั้น มันจะขึ้นอยู่กับศักยภาพและพรสวรรค์ ในขณะที่คนหนึ่ง
จะต้องจ่ายตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานด้วย ซึ่งเป็นของที่มีราคาถูกกว่า
ราคาของสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่แท้จริงนับร้อยเท่า แต่ความจริงก็คือ
ศิษย์ที่เข้ามาในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญส่วนใหญ่มักจะกลับไปมือ
เปล่าด้วย