Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 955 หวงเยว่หง
คนของปราชญ์จู้หยางล้วนอยู่ในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน นั่น
หมายความว่าทุกคนที่กล้าที่จะเป็นศัตรูกับเขาจะถูกผลักใส!
ถ้าเทพธิดาเฟิงอยู่ที่นี่ในวันนี้ ซ่งไป่เฟิงคงจะไม่กล้าพูดคำหยาบคาย
แม้แต่คำเดียว มิเช่นนั้น มันจะเป็นการล่วงเกินรองเจ้าตำหนักและ
เทพธิดาเฟิงก็มีอำนาจลงโทษเขาในที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม จุนเยว่และกลุ่มของนางไม่มีทางเลือกอื่น
นอกเหนือจากการกล้ำกลืนการดูถูกนี้ ท้ายที่สุดนางก็อ่อนแอเกินไป การ
บ่มเพาะของนางอยู่เพียงขั้นเทพสมุทรช่วงต้น แม้ว่าพรสวรรค์ของนางจะ
เหนือกว่าซ่งไป่เฟิงที่ด้านหน้า แต่นางก็ยังไม่อาจเป็นคู่มือของเขาได้ใน
ขณะนี้
สำหรับศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังจุนเยว่ พวกเขาก็อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 7-8 หรือกึ่งขั้นเทพสมุทร พวกเขาไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย พวกเขาจะ
ถูกจัดการในทันทีโดยซ่งไป่เฟิง
หลินหมิงก็ไม่ได้ดีกว่ากัน การบ่มเพาะของเขาอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 5 ขณะที่ซ่งไป่เฟิงอยู่ในขั้นเทพสมุทรที่ทะลวงมาจากขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 8 ซึ่งเหนือกว่าเหยียงอวิ๋นในขั้นเทพสมุทรช่วงต้นมาก
คนที่อ่อนแอย่อมถูกกดขี่ได้ทุกหนทุกแห่ง
“ซ่งไป่เฟิง ข้าจะจำเรื่องนี้ไว้” จุนเยว่หยิบหนังสือหยกจากแหวนมิติ
ของนาง หลังจากเปิดหนังสือเล่มนี้แล้ว ผู้หนึ่งจะเห็นหน้าที่ถูกปกคลุม
ด้วยแถวของตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานสิ่งเหล่านี้เป็นตราประทับฟีนิกซ์กู่
กังวาน เป็นรูปแบบการให้คะแนนที่ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานบันทึกไว้
สำหรับศิษย์ของพวกเขา ทุกแต้มเป็นตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานอันเดียว
และพวกเขาสามารถโอนหรือแลกกับผู้อื่นได้ เนื่องจากทรัพยากรมากมาย
ที่ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน จะต้องใช้ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานเพื่อซื้อหรือ
เข้าถึงพวกมัน มันได้รับการยอมรับจากเหล่าศิษย์มากยิ่งกว่าหินตะวัน
ม่วง ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ต้องการมากว่า
จุนเยว่ได้โบกมือ และเครื่องหมายประทับตราแดงหลายพันลอย
ออกไปจากสมุดหยก ในขณะนี้ เสียงหนึ่งดังออกมา “นั่นมิใช่ศิษย์น้องจุน
เยว่หรอกหรือ?”
ทุกคนหันไปเห็นเรือจิตวิญญาณที่กำลังบินมาทางพวกเขา เรือจิต
วิญญาณนี้ถูกแกะสลักจากหยกล้ำค่า และถูกลากโดยอีกาทองคำ 9 ตัว ที่
หัวเรือของเรือจิตวิญญาณนี้ ชายหนุ่มที่สง่างามในชุดลายปักบินลงมา
อย่างช้าๆพร้อมกับอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังเขา ซึ่งทั้งสองคนนี้มีการบ่ม
เพาะขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย
ชายหนุ่มที่สง่างามถือพัดอยู่ในมือ ย่างก้าวของเขาเหยียบลงบนเมฆ
คลื่นแสงกระเพื่อมลอยอยู่รอบตัวเขา ราวกับว่าเขาเป็นตัวตนอมตะที่ถูก
เนรเทศจากสวรรค์
การบ่มเพาะของชายหนุ่มผู้นี้ลึกล้ำเหมือนทะเล และรูปร่างหน้าตา
ของเขาดูหล่อเหล่ามาก เขาปลดปล่อยบรรยากาศเช่นราชันตั้งแต่หัวจรด
เท้า ทำให้ผู้หนึ่งรู้สึกตื่นตระหนกเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
ถ้าบุคคลคนนี้ถูกอธิบายภายในโลกของปุถุชนแล้ว เขาจะเป็นดั่ง
ลักษณะของผู้เป็นจักรพรรดิตั้งแต่ถือกำเกิด ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ ออ
ร่าหรือลักษณะภายนอก ทุกอย่างล้วนโดดเด่น
“หวงเยว่หง, ศิษย์พี่หวง!”
เมื่อซ่งไป่เฟิงและผู้คุ้มกันคนอื่นๆของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้
เห็นชายหนุ่มที่สง่างามเหล่านี้ พวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจชั่วครู่ก่อนที่จะ
เปิดเผยรอยยิ้มที่ประจบสอพลอ พวกเขารีบมาต้อนรับทันที
การรีบมาทักทายเช่นนี้เป็นสีหน้าถึงความเคารพ มิเช่นนั้นก็จะทำให้
รู้สึกผิดๆได้ เมื่อซ่งไป่เฟิงเผชิญหน้ากับจุนเยว่และคนอื่นๆ เขาก็ไม่ได้
ทักทายด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ เขารีบมาทักทายและยังคารวะอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่าบุคคลนี้มีสถานะอันสูงส่ง
“นั่นใครกัน?” หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะถามด้วยกระแสเสียงปราณแท้
แม้เขาจะรู้สึกว่าชายหนุ่มที่สง่างามนี้มีการบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรช่วงต้น
แต่เขารู้สึกได้ว่าออร่าของคนผู้นี้แตกต่างจากคนอื่นมาก กล่าวได้ว่า เขา
เป็นบุคคลที่น่าสะพรึงกลัว
จุนเยว่สูดลมหายใจลึกและกล่าวว่า “นั่นคือศิษย์โถงฟีนิกซ์หวงเยว่หง
เขาผ่านขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 และเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงต้น! อย่ามอง
ว่าเขาอยู่เพียงขั้นเทพสมุทรช่วงต้น ในการต่อสู้ที่แท้จริง ความแข็งแกร่ง
ของเขายิ่งกว่าซ่งไป่เฟิงเสียอีก รากฐานของเขาแข็งแกร่งอย่างแน่นอน
และในอนาคตเขาก็ยังมีความหวังที่จะกลายเป็นตัวตนในระดับผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์! ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ไปถึงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ โลก
ภายในที่เขาสร้างจะยิ่งใหญ่กว่าผู้อื่น มันสามารถบรรจุภูเขา แม่น้ำ ทะเล
และแม้แต่ดวงดาวได้”
“โอ้? โถงฟีนิกซ์? ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9!”
ความคิดของหลินหมิงสะท้าน โถงฟีนิกซ์เป็นอันดับสูงสุดของเหล่า
ศิษย์ เทียบเท่ากับศิษย์หลัก
เขาจ้องมองไปยังหวงเยว่หง นอกจากเทพธิดาเฟิงและอีกสองสาม
คนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ผู้ทรง
พลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 น่าสะพรึงกลัวมากกว่านักสู้ขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 8!
จุนเยว่กล่าวต่อว่า “หวงเยว่หงไม่เพียงแต่แข็งแกร่ง แต่พื้นหลังของ
เขาก็ยังเป็นตระกูลหวง ตระกูลหวงเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณของเราพร้อมกับตระกูลฮั่วและตระกูลเซี่ยว! ภายในตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวาน คนที่ไม่สามารถยั่วยุได้คือบุคคลประเภทนี้ ผู้ที่มีความ
แข็งแกร่งมากและยังมาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงด้วย นั่นคือเหตุผลที่ซ่งไป่
เฟิงประจบสอพลอเช่นนี้”
“เป็นเช่นนี้เอง…” หลินหมิง ตระหนักได้ในทันที บุคคลประเภทนี้
แข็งแกร่งและมีพื้นหลังที่ล้ำลึก การยั่วยุพวกเขามักจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่า
สังเวช เฉพาะพวกเขาเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เหยียบย้ำบนคนอื่น ไม่มี
ใครกล้าที่จะต่อสู้กับพวกเขา
“เขาอยู่ในกลุ่มของปราชญ์จู้หยางด้วยหรือไม่?”
จุนเยว่กล่าว “ตระกูลฮั่ว, ตระกูลเซี่ยวและตระกูลหวงแข่งขันกัน
อย่างเข้มข้น แต่ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ พวกเขาเชื่อมต่อกันผ่าน
ผลประโยชน์ต่างๆ แน่นอนพวกเขาจะสนับสนุนรุ่นเยาว์ของสามตระกูล
ยิ่งใหญ่มากกว่าผู้อื่น ในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ตระกูลหวงจะสนับสนุน
ตระกูลเซี่ยว และในตำหนักอื่นๆ ตระกูลเซี่ยวจะสนับสนุนตระกูลหวง
เช่นกัน หวงเยว่หงผู้นี้เป็นหนึ่งในคนของปราชญ์จู้หยาง ตอนนี้เขายังไม่
เติบโตมากเกินไป แต่ในอนาคตเมื่อเขาก้าวมาถึงขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์หรือ
แม้กระทั่งขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์เขาก็จะกลายเป็นเสาหลักแก่ปราชญ์จู้ห
ยางได้!”
หลินหมิงเข้าใจถึงสถานการณ์โดยประมาณเกี่ยวกับหวงเยว่หงใน
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังเยาว์วัยอยู่แล้ว แต่เขาก็
ย่อมจะเจิดจ้าในอนาคต
หวงเยว่หงไม่ลงมาบนพื้น เขายังลอยอยู่ในอากาศ ในขณะที่เขา
มองดูจุนเยว่และคนอื่นๆ สีหน้าและดวงตาของเขาก็เหมือนกับราชันที่
มองดูผู้คนของเขา ศิษย์คนอื่นๆที่อยู่เบื้องหลังหลินหมิงถอยกลับไปหลาย
ก้าว กับตัวตนดังกล่าว พวกเขาขาดพลังงานที่จะทนต่อแรงกดดันได้
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็มาจากต้นกำเนิดที่ต่ำต้อยและเป็นคนธรรมดา
เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่มาจากตระกูลหวง ตระกูลเก่าแก่ของเผ่าฟีนิกซ์
โบราณแล้ว พวกเขาจึงรู้สึกกลัวโดยธรรมชาติ
“คนที่ขึ้นมาจากแดนเบื้องล่าง” หวงเยว่หงค้นพบหลินหมิง และ
ดวงตาของเขาจับจ้องในทันที หลินหมิงรู้สึกถึงสัมผัสรับรู้กวาดผ่านร่าง
ของเขาเหมือนแม้น้ำใหญ่ที่ไหลทะลัก ราวกับว่าความลับของเขาถูก
เปิดเผย
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนี้อยู่เพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น หลังจากนั้น
หวงหวู่หยางก็ไม่สนใจหลินหมิง ราวกับว่าเขาไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่อีกเลย
กลับกัน เขายิ้มสดใสให้กับจุนเยว่และศิษย์หญิงอีก 2 คน
“ศิษย์น้องจุน, เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? เจ้ามาที่นี่เพื่อหาสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญใช่หรือไม่? ถ้าศิษย์น้องจุนต้องการสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
เจ้าเพียงแค่บอกข้าก็พอ เพราะข้าเพิ่งได้สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญอย่างดีที่
เหมาะสำหรับผู้หญิงอยู่ มันจะดีกว่าถ้าอยู่ในมือของศิษย์น้องจุน”
หวงเยว่หงสะบัดมือและกำไลข้อมือลอยไปทางจุนเยว่ กำไลนี้ดูราว
กับว่ามันถูกหลอมมาจากแสงดาว ในทันทีทันใด มันเข้าสวมที่มือของนาง
โดยไม่มีโอกาสได้ตอบสนอง นี่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของ
ความแข็งแกร่งระหว่างหวงเยว่หงกับจุนเยว่”
กำไลสีเงินแวววาวถูกสวมใส่บนแขนสีขาวของจุนเยว่ มันดูงดงาม
มาก
“นี่คือนักประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นต่ำ?” คิ้วของจุนเยว่ตั้งขึ้น ขณะที่
นางมองไปยังมือของตนเอง มันก็เต็มไปด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออยู่บน
ใบหน้า นางต้องการที่จะปฏิเสธมัน แต่นางก็ลังเล
“ใช่แล้ว นั่นคือสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นต่ำที่เรียกว่า โซ่แห่ง
ดวงดาว ถ้าเจ้าสวมใส่ มันก็จะมีผลต่อการหล่อเลี้ยงวิญญาณของเจ้า
นอกจากนี้ เมื่อเจ้าโคจรปราณแท้มันก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งของเจ้าขึ้น
10%” หวงเยว่หงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญมีค่ามากและศิษย์ของโถงวิหคเพลิงหลาย
คนก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญประเภทอุปกรณ์เสริมมีค่า
มากกว่าสิ่งประดิษฐ์อย่างอื่นๆหลายเท่า กำไลสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้น
ต่ำเหนือกว่าสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญระดับกลางทั่วไปเสียอีก
ยกตัวอย่างเช่น สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญของหลินหมิงก็สามารถเพิ่ม
สัมผัสรับรู้ของเขาได้เช่นกัน มันมีบทบาทสนับสนุนอย่างมากเมื่อเขาทำ
ความเข้าใจกฎ นี่เป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่เขาได้รับจากวิหารแห่งความ
พิศวง
กำไลเช่นนี้กลับถูกหวงเยว่หงโยนให้ผู้อื่นอย่างไม่ใสใจ และมันไม่ได้
ด้อยกว่าของที่หลินหมิงมีด้วยซ้ำ มันเป็นการยากที่จุนเยว่จะปฏิเสธ
ของขวัญนี้ นางชอบกำไลนี้มากจริงๆ นอกจากนี้ การใช้กำไลยังให้ผลอัน
น่าอัศจรรย์ด้วย ความแข็งแกร่งของจุนเยว่จะเพิ่มมากขึ้น และนางจะ
สามารถเข้าสู่โถงฟีนิกซ์และกลายเป็นศิษย์หลักได้เร็วขึ้น
หวงเยว่หงหัวเราะ “ศิษย์น้องจุน, กำไลนี้ดูงดงามเมื่ออยู่กับเจ้า ราว
กับว่ามันออกแบบมาสำหรับข้อมือของเจ้าโดยเฉพาะ”
รูปลักษณ์ของจุนเยว่ค่อนข้างน่าหลงไหล หน้าอกของนางเต็มไปด้วย
เสน่ห์ ขาที่ยาวและเรียบเนียน ก้นและต้นขาของนางโค้งขึ้นอย่างน่า
อัศจรรย์ และสีหน้าของนางมักจะเคร่งครึมอย่างน่าดูชม เนื่องจากความ
งามและความน่าหลงใหล ด้วยเหตุนี้ จุนเยว่จึงเป็นจุดสนใจที่โดดเด่นเป็น
อย่างยิ่งแม้แต่ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณที่เต็มไปด้วยสาวงามเช่นจำนวนเมฆบน
ท้องฟ้าก็ตาม นางดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มหลายคน
นอกจากนี้ จุนเยว่ยังได้รับความชื่นชอบจากเทพธิดาเฟิงและ
พรสวรรค์ของนางก็ไม่ธรรมดา แม้ว่านางจะอยู่ในโถงอีกาทองคำ แต่นาง
ก็สามารถเข้าสู่โถงวิหคเพลิงได้ทุกเมื่อที่นางพอใจมันจะไม่เป็นปัญหา
สำหรับนางที่จะเข้าสู่โถงฟีนิกซ์ในอนาคตด้วย อนาคตของนางสดใสและ
เจิดจรัส
การกระทำของหวงเยว่หงที่ส่งกำไลมาให้ครั้งนี้มีความหมายชัดเจน
ด้านหลังจุนเยว่, หลินจวินจื่อและศิษย์หญิงคนอื่นๆมองด้วยความอิจฉา
เมื่อหวงเยว่หงเห็นการตอบสนองของหญิงสาวสองคน เขาก็ยิ้มและ
กล่าวว่า “ถึงแม้ว่านี่เป็นครั้งแรกของข้าที่ได้พบกับศิษย์น้องทั้งสองคน แต่
การได้พบกันของเราก็อาจถือว่าเป็นจังหวะของโชคชะตา เช่นนั้นก็ขอให้
กระบี่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญสองเล่มนี้ถือว่าเป็นของขวัญในการพบกัน
ของเรา”
หวงเยว่หงโบกมือและกระบี่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญสองเล่มลอย
ออกไป ทั้งสองกระบี่สว่างไสวด้วยแสงสว่างจ้าและเย็นยะเยือก ผู้หนึ่ง
สามารถเห็นได้ว่าพวกมันเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยม!
ขณะที่หลินหมิงเห็นกระบี่ทั้งสองเล่มนี้ เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องถือว่า
หวงเยว่หงผู้นี้มั่งคั่งอย่างยิ่ง จากกระบี่ทั้งหมดที่เขาได้เห็นมาตลอดชีวิต
นอกเหนือจากกระบี่เงินขาวที่มีขนาดใหญ่กว่ากระบี่ทั้งสองเล่มนี้ กระบี่
อื่นๆทั้งหมดก็เป็นเหมือนเศษโลหะเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับมัน
“นี่, นี่มัน…!”
เมื่อหลินจวินจื่อได้รับกระบี่เล่มนี้ หน้าตาน่ารักของนางก็แดงระเรื่อ
นางไม่เคยคิดว่าหวงเยว่หงจะให้ของขวัญที่มีค่าในการพบกันครั้งแรกของ
พวกเขาเช่นนี้ นางมาจากพื้นหลังของปุถุชนที่ต่ำต้อย ดังนั้นนางจะ
สามารถหาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเช่นนี้ได้จากที่ใด? และตอนนี้ กลับมี
คนให้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นี้กับนาง แล้วนางจะไม่ตกตะลึงได้อย่างไร?
ด้านหลังหลินจวินจื่อ ศิษย์ชายอื่นๆก็มีสีหน้าที่อิจฉา พวกเขาเลียริม
ฝีปากขณะที่มองไปยังหวงเยว่หง หวังว่าเขาจะให้ของขวัญแก่ตนเองบ้าง
ขณะที่หลินหมิงมองเห็นสายตาเหล่านั้น เขาก็ส่ายหัว
สำหรับหวงเยว่หง ดวงตาของเขาสาดประกายด้วยความรังเกียจ เขา
เก็บมือเข้าแขนเสื้อ ไม่มีคิดจะให้สิ่งใดอีก
ด้านหลังหวงเยว่หง หนึ่งในสองผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาหัวเราะและ
พุดคุยกันเอง “เจ้าตัวผู้สองคนนั่นคิดว่าตนเองมีดีอันใด? นายน้อยได้มอบ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญให้กับศิษย์น้องหญิงก็เพราะเขาให้ความโปรด
ปรานแก่พวกนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุนเยว่ นางเป็นผู้หญิงที่มีคุณภาพดี
อย่างยิ่ง เจ้าโง่สองคนนั่นมิได้มีอันใด พวกมันไม่เคยส่องกระจกบ้างหรือ
อย่างไร?”
ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆกล่าวเสริมว่า “เรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้ หยานเฟิง
เซียนมาจากต้นกำเนิดที่คล้ายพวกเขา ดังนั้นศิษย์ที่นางรวบรวมมาส่วน
ใหญ่ก็จะมาจากต้นกำเนิดคล้ายกัน คนยากจนเหล่านี้ เพียงแค่
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญธรรมดาก็สามารถทำให้ดวงตาของพวกมันก่ำ
แดงด้วยความอิจฉาได้แล้ว!”