Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 959 มุ่งสู่หอกโลหิตฟีนิกซ์
“ท่านหวง ท่านลองเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงแทนดีหรือไม่?
หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงหลายชิ้นที่มี
คุณภาพสูงมาก แม้ว่าพวกมันจะไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอดทั้ง 9 แต่ก็ยังดีมาก ด้วยความแข็งแกร่งของท่านหวง
การเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงก็น่าจะไม่มีปัญหาเลย!” ซ่งไป่เฟิง
ทำท่าให้คำแนะนำเล็กน้อยเพื่อช่วยกู้หน้า
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงและสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด
แตกต่างกันในแง่ของมูลค่าหลายร้อยเท่า พวกมันอยู่ในระดับที่แตกต่าง
กันอย่างสิ้นเชิง หวงเยว่หงไม่ต้องการเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง
อีกแล้ว สิ่งที่หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้ทดสอบคือพรสวรรค์และ
ศักยภาพ ทั้งสองปัจจัยปกติจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักไม่ว่าการบ่มเพาะ
ของนักสู้จะเพิ่มขึ้นเพียงไร ถ้าไม่มีโชคแล้ว แม้ว่าหวงเยว่หงจะบ่มเพาะถึง
ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์และกลับมาเพื่อพยายามที่จะเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญอีกครั้งนั้น ผลที่ได้ก็จะเป็นเช่นเดิม
เขาคิดถึงเรื่องนี้ จากนั้นก็จ้องมองไปยังจุนเยว่ เขาลุกขึ้นยืนและพูด
ว่า “เอาล่ะ ในฐานะที่ข้าเป็นศิษย์โถงฟีนิกซ์ ข้าสามารถมีสองสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญจากหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้ เนื่องจากข้ายังไม่ได้จาก
ที่นี่มาก่อน ดังนั้นข้าจึงสามารถใช้สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงเป็นดาบ
เล่มแรกไปก่อนและดาบผ่าสุริยันจะเป็นอันดับสองของข้าทีหลังแทน!”
เนื่องจากตอนนี้ยังยากไปในการจะได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้น
ยอด ดังนั้นเขาจึงจะใช้สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงเพื่อกู้หน้าที่เขา
สูญเสียไปได้ที่นี่แทนก่อน มิเช่นนั้น ความภาคภูมิใจของเขาต่อศิษย์หญิง
จะมลายหายไปจนสิ้น หลังจากล้มเหลวในการได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นยอดแล้ว หากกลับไปมือเปล่าก็จะน่าอดสูเกินไป
เขาตัดสินใจที่จะลองเป็นครั้งที่สอง ในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ความพยายามทุกครั้งคือต้องจ่าย 1000 ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวาน
แน่นอน ซ่งไป่เฟิงไม่ใส่ใจมันมากนัก เพราะอย่างไรตัวตนเช่นหวงเยว่หงก็
สามารถจ่ายได้อยู่แล้ว
หวงเยว่หงมองไปยังสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญจำนวนมากในท้องฟ้า
และกล่าวว่า “ในสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง ข้ามีดาบ ชุดคลุมและ
แหวนอยู่แล้ว สิ่งที่ข้ายังขาดอยู่คือเตาหลอมโอสถ!”
เขาตั้งเป้าไปยังดวงดาวที่ฉายแสงดั่งจันทร์เต็มดวง จากนั้นก็พุ่งขึ้น
ไปและจมเข้าสู่แสงสว่างนั้น!
เพียงแค่ความสว่างของแสงก็สามารถอนุมานได้ว่าเตาหลอมโอสถที่
หวงเยว่หงต้องการนั้นย่อมเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง ในบรรดา
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง มันมีความแตกต่างกันมากระหว่างชิ้นที่ดี
ที่สุดและด้อยที่สุด ถ้าเขาสามารถได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงสุด
แล้ว มันก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาขึ้นมาก
“ตามที่ศิษย์พี่หวงคาดไว้ เขากล้าเลือกสมบัติที่ร้ายกาจเช่นนี้ ข้าไม่
อยากเชื่อเลยว่าเขาจะกล้าเลือกดาบผ่าสุริยันในก่อนหน้า”
“ถูกต้อง นี่เป็นขอบเขตที่เราไม่สามารถจินตนาการได้”
เหล่าศิษย์ที่อยู่ข้างจุนเยว่รู้สึกอับอายที่ตัวเองอ่อนแอ พวกเขาแทบ
จะไม่สามารถได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นต่ำได้ด้วยซ้ำ
หลังจากที่หวงเยว่หงจมเข้าในดวงดาว แสงก็เริ่มกระเพื่อมขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งมันเริ่มเปล่งแสงสีทองที่ดูเหมือนว่าทะลวงผ่านทุกสิ่งได้
หลังจากหนึ่งชั่วธูปผ่านไป หวงเยว่หงก็ลอยออกมาอย่างสงบ เขา
เหยียดมือออกและแสงส่องสว่างก็เริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็วจนมันตกลง
มาในฝ่ามือของเขาขณะที่มันหมุนไปรอบๆ
หลังจากเวลาผ่านไปหลายลมหายใจ แสงสว่างที่สุกใสก็หดเล็กลง
กลายเป็นเตาหลอมทองแดง
“เขาทำมันได้!”
“น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก! สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงถูกเอามาได้ใน
เวลาเพียงห้านาที ศิษย์พี่หวงร้ายกาจยิ่ง!”
สิ่งนี้ทำให้ศิษย์ทุกคนตกใจ จุนเยว่มีความแข็งแกร่งมากแล้ว แต่
ถึงแม้จะเป็นนางเองก็ยังพบว่ามันยากที่จะได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ชั้นกลาง
หวงเยว่หงได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงมาได้เรียบง่ายเช่นนี้
ในแง่ของศักยภาพและพรสวรรค์ พวกเขาอยู่ในระดับที่แตกต่างกันอย่าง
สิ้นเชิง
“นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อยิ่งนัก ศิษย์พี่หวงน่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้แต่กลับ
ยังไม่สามารถเอาดาบผ่าสุริยันมาได้ ดาบผ่าสุริยันมันจะแข็งแกร่งถึง
เพียงใดกันแน่?”
“อืม มันยังมีอีกหลายสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด ข้าสงสัยเพียง
ว่าตัวตนสัตว์ประหลาดเช่นใดที่จะสามารถได้รับพวกมัน”
“มันดีมากแล้วถ้าข้าสามารถไปถึงระดับเดียวกับศิษย์พี่หวงได้ ไม่มี
ทางที่ข้าจะเทียบได้เลย!”
ศิษย์หลายคนร้องตะโกนดังขึ้น จากการฟังคำชมเชยของพวกเขา
ใบหน้าของหวงเยว่หงก็ดีขึ้นบ้างแล้ว
เขาโยนเตาหลอมให้กับลูกน้องของเขาและจงใจพูดด้วยน้ำเสียง
ราบเรียบว่า “เก็บมันไว้ให้ข้า ข้าควรจะได้ใช้ประโยชน์บางอย่างเมื่อข้าฝึก
การเล่นแร่แปรธาตุในภายหลัง มันจะเป็นเตาหลอมสำรองที่ดีสำหรับข้า”
สำรอง?
ขณะที่ศิษย์หลายคนได้ยินคำนี้ พวกเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก เตาหลอม
โอสถแบบพิเศษเช่นนี้ก็เป็นเพียงเครื่องมือสำรองสำหรับผู้อื่น
ซ่งไป่เฟิงหัวเราะว่า “สมกับเป็นเป็นท่านหวงอย่างยิ่ง นี่เป็น
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง ถึงแม้ว่าเตาหลอมนี้จะไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอด แต่ก็ไม่ห่างไกลเกินไป!”
ซ่งไป่เฟิงประจบครั้งแล้วครั้งเล่า หวงเยว่หงเพียงหัวเราะชอบใจ
เท่านั้น เนื่องจากคนอื่นกำลังยุ่งอยู่กับการกู้ชื่อเสียงของเขาด้วยทองคำ
เขาจึงไม่สามารถหยุดยั้งพวกเขาได้
“ไม่เป็นไร แม้ว่าตอนนี้ข้าไม่สามารถเอาดาบผ่าสุริยันมาได้ แต่ก็ยัง
สามารถใช้เตาหลอมนี้ได้มันเพียงพอแล้ว ศิษย์น้องจุน เจ้าวางแผนที่จะ
ออกไปตอนนี้หรือไม่? เอาเป็นว่าเราออกไปด้วยกันเป็นอย่างไร?” หวงเยว่
หงรู้สึกราวกับว่าเขาได้กู้หน้ากลับมาแล้ว และตอนนี้คำพูดของเขาก็กล้า
หาญมากขึ้นกว่าเดิม เขาเชิญจุนเยว่อีกครั้ง
จุนเยว่เพียงยิ้มเล็กน้อย “ศิษย์พี่หวง เราสามารถออกไปด้วยกันได้
แต่ข้านำศิษย์น้องชายหลินมาที่นี่และเขายังไม่ได้เริ่มทดสอบเลย”
“โอ้? ศิษย์น้องชายหลิน?” หวงเยว่หงจำขึ้นมาได้หลินหมิงยังไม่ได้รับ
สมบัติใดๆ ความทรงจำของนักสู้ของขั้นเทพสมุทรนั้นโดดเด่น พวกเขาจะ
ไม่ลืมสิ่งที่พวกเขาต้องการจดจำ แต่เหตุผลเดียวที่หวงเยว่หงลืมเกี่ยวกับ
เรื่องนี้ก็เพราะเขาไม่สนใจนั่นเอง
“ไม่มีปัญหา ข้ารอได้” หวงเยว่หงชำเลืองมองไปยังหลินหมิงและก
ล่าวว่า “ศิษย์น้องชาย รีบหน่อยก็ดี”
ขณะที่หวงเยว่หงกล่าว ทุกคนก็หันไปหาหลินหมิง หลินหมิงเมินเฉย
ต่อหวงเยว่หงขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า ดวงตาของเขา
กวาดผ่านสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดทั้ง 9 ชิ้น เขาถามซ่งไป่เฟิงว่า
“ศิษย์พี่ซ่ง ข้อจำกัดสำหรับการได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญขึ้นอยู่กับว่า
เราอยู่ห้องโถงใดหรือไม่? หรือเราสามารถเลือกสิ่งที่ต้องการได้”
“แน่นอน เจ้าสามารถเลือกสิ่งที่เจ้าต้องการได้ตราบเท่าที่เจ้ามี
ความสามารถในการทำเช่นนั้น เจ้าต้องการกลับไปยังทางเข้าหรือไม่?
สิ่งประดิษฐ์ที่ด้อยที่สุดของที่นี่คือสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นกลางเท่านั้น
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นต่ำอยู่ตรงทางเข้า” ซ่งไป่เฟิงพูดอย่างไม่เป็น
ทางการในขณะที่เขามองไปยังหลินหมิง
“ไม่จำเป็น” หลินหมิงยิ้มจางๆ “ที่นี่ดีแล้ว”
“โอ้? เจ้าค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง เจ้าขึ้นมาจากแดนเบื้องล่างสินะ?
นักสู้ที่ก้าวขึ้นมาจากแดนเบื้องล่างปกติแล้วมักจะมั่นใจมากเกินไป เจ้าจะ
ค่อยๆเข้าใจถึงความน่ากลัวของแดนเทวะ และความพยายามทุกอย่างที่นี่
จะเสียค่าใช้จ่าย 1000 ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวาน ดังนั้นอย่าตำหนิและ
หาว่าข้าไม่ได้เตือนเจ้าล่ะ ซ่งไป่เฟิงมองหลินหมิงขึ้นลง รอให้เขายอมแพ้
ศิษย์ที่มาจากแดนเบื้องล่างมักจะเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกที่ยิ่งใหญ่
ของตน แต่เมื่อเทียบกับอัจฉริยะแห่งแดนเทวะแล้ว พวกเขาก็ยังจะไม่
สามารถเปรียบเทียบกันได้
“ศิษย์พี่จุน มันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับศิษย์พี่หลินในการเอา
สมบัติจากที่นี่” หลินจวินจื่อกระซิบกับจุนเยว่ นางได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญมาแล้ว นางจึงรู้ว่าการทดสอบทำได้ยากเพียงใด
“มันไม่ควรเป็นปัญหา อย่าลืมว่าศิษย์น้องหลินเป็นคนที่ท่านอาจารย์
ประเมินค่าไว้สูงมาก การรับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นกลางไม่ควรเป็น
ปัญหากับเขาเลย” จุนเยว่เชื่อในหลินหมิง หรือจะถูกกว่าที่จะบอกว่านาง
เชื่อในการตัดสินของเทพธิดาเฟิง นางหันไปหาหลินหมิงและกล่าวว่า
“ศิษย์น้องชายหลิน ไม่ต้องกังวลใจมากเกินไป มันจะดี
ถ้าเจ้าสามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ้าออกมา เลือกสิ่ง
ที่เจ้าชอบเลย”
“ขอบคุณศิษย์พี่จุน ข้าคิดว่าข้าเลือกได้แล้ว”
หลินหมิงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาใช้ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม การ
เคลื่อนไหวของเขาลวงตาดั่งภูตผีขณะที่เคลื่อนผ่านสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นกลางจำนวนมาก และได้มาถึงสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง!
ที่นี่ สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นกลางลอยอยู่ที่ตำแหน่งต่ำสุดใน
ท้องฟ้า สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงจะอยู่เหนือพวกมัน และสูง
ยิ่งกว่านั้นคือสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด
“ศิษย์น้องหลิน เขาวางแผนที่จะเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงใช่
หรือไม่?” หลินจวินจื่อเบิกตากว้างขึ้น ก่อนที่นางจะทันได้หายตกใจ
หลินหมิงก็ได้ผ่านขึ้นไปถึงความสูงของสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงไป
แล้ว และขึ้นไปยังจุดสูงสุดของพื้นที่นี้!
นั่นคือความสูงที่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดอยู่!
“อะไรกัน!?”
“เขากำลังวางแผนอะไรอยู่?”
ไม่ใช่แค่เพียงแค่หลินจวินจื่อที่รู้สึกประหลาดใจ แต่แม้แต่จุนเยว่ที่
กำลังเฝ้ามองก็ยังต้องดวงตาเบิกกว้างขึ้น นางจ้องมองอย่างว่างเปล่า
ขณะที่หลินหมิงบินตรงไปยัง 9 สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด
และเป้าหมายของเขาคือ หอกโลหิตฟีนิกซ์!
แสงของหอกโลหิตฟีนิกซ์สว่างยิ่งกว่าดาบผ่าสุริยัน มันเป็นตัวตน
สูงสุดท่ามกลางสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดทั้ง 9 ใกล้เคียงกับ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเทวะ!
หลินหมิงเลือกหอกโลหิตฟีนิกซ์จริงหรือ?
หรือบางทีเขาแค่อยากรู้อยากเห็นจึงเข้าไปมองใกล้ๆ?
หลินหมิงพุ่งไปอย่างรวดเร็วมาก จุนเยว่ยังไม่มีเวลาที่จะทัน
ตอบสนองก่อนที่หลินหมิงจะพุ่งไปยังดวงอาทิตย์อันเจิดจ้าของหอกโลหิต
ฟีนิกซ์เสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขาดูเหมือนจะไม่ชะลอความเร็วลงเลย เขา
ไม่ได้คิดจะหยุดเพื่อดูใกล้ๆเท่านั้น!
จุนเยว่, หลินจวินจื่อและคนอื่นๆต่างก็สับสน แม้กระทั่งซ่งไป่เฟิง
และหวงเยว่หงก็ตะลึงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ สีหน้าของพวกเขาดูโง่งม
ในขณะที่เฝ้าดูหลินหมิง
“เขาบ้าไปแล้วหรือ?” หวงเยว่หงหัวเราะ หลินหมิงผู้นี้บ้าบิ่นยิ่งนัก
แม้ว่าการทดสอบจะไม่คุกคามถึงชีวิต แต่ถ้าความเหลื่อมล้ำนั้นใหญ่
เกินไปแล้ว มันก็อาจส่งผลเสียต่อจิตวิญญาณของเขาได้ ไม่เพียงแต่จะไม่
สามารถได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดนี้ แต่เขายังจะกลายเป็นตัว
ตลกอีกด้วย เขาไม่เคยส่องกระจกดูตัวเองบ้างเลยหรืออย่างไร?
“มันช่างเหลือเชื่อ ข้ารู้ว่านักสู้ที่ก้าวขึ้นมาจากแดนเบื้องล่างเป็นคน
บ้าบิ่น แต่ข้าไม่เคยเห็นใครบ้าบิ่นเช่นนี้มาก่อนเลย” ซ่งไป่เฟิงพูดไม่ออก
นักสู้ที่ขึ้นมาจากแดนล่างมักจะบ้าบิ่นในตอนเริ่มต้น ไม่ว่าพวกเขาจะ
บ้าบิ่นเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังมีความฉลาดอยู่บ้าง แต่สำหรับหลินหมิงผู้นี้
เหมือนกับว่าสมองของเขาตายไปแล้ว
พัฟ!
หลินหมิงจมเข้าไปในแสงเจิดจ้า
ทุกคนที่อยู่ด้านล่างต่างก็ตกตะลึงในสิ่งนี้ พวกเขาไม่เคยคิดว่าฉาก
เช่นนี้จะเกิดขึ้น
หวงเยว่หงยิ้มอย่างแปลกประหลาด “ศิษย์น้องจุน ศิษย์น้องผู้นั้นของ
เจ้า… ค่อนข้างพิเศษมาก”
หวงเยว่หงย้ำคำสุดท้าย ต่อหน้าจุนเยว่ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของ
เขา เขาจะไม่กล่าวคำพูดใดที่ทำให้นางลำบากใจ เพราะนางเป็นคนที่นำ
หลินหมิงมาที่นี่
อย่างไรก็ตาม ซ่งไป่เฟิงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เขาหัวเราะและพูด
ว่า “ท่านหวงสุภาพมากเกินไป ในคำพูดของเรานั้นเรียกสิ่งนี้ว่า ‘แกว่งเท้า
หาเสี้ยน’ คนที่เป็นคนบ้าอย่างแท้จริงจะไม่สนใจผลกระทบต่างๆ ฮ่าฮ่า
นั่นมันเหมาะกับเขามากเกินไป”
หวงเยว่หงยิ้มให้กับคำพูดของซ่งไป่เฟิง เขาโบกพัดอย่างพอใจหลาย
ครั้ง
ส่วนจุนเยว่ นางหน้าแดงอย่างมาก ศิษย์คนอื่นๆก็รู้สึกไม่ต่างกัน
หลินหมิงไม่ได้บอกกล่าวใดๆ และรีบตรงไปยังหอกโลหิตฟีนิกซ์เลย นี่เป็น
สิ่งที่เกินความคาดหมายของพวกเขาเกินไป