Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 960 การทดสอบ
จากสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด 9 ชิ้น หอกโลหิตฟีนิกซ์, ดาบ
ผ่าสุริยันและธนูทะลวงสุริยันต่างมีคุณภาพสูงที่สุด หอกโลหิตฟีนิกซ์
เหนือกว่าดาบผ่าสุริยันเล็กน้อย มันอาจจะถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่นี่
สำหรับแหวน สร้อยคอ ชุดคลุมและอื่นๆ โดยทั่วไปอุปกรณ์เสริม
หรือป้องกันจะมีค่าสูง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าคุณภาพ
ของพวกมันด้อยกว่าหอกโลหิตฟีนิกซ์มาก จึงไม่มีวิธีเปรียบเทียบค่าที่
แท้จริง
ในความพยายามครั้งแรกของหลินหมิง เขาพุ่งไปยังไปยังสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอดที่มีค่าที่สุดเป็นอันดับแรกเลย การกระทำเช่นนี้จะไม่
ทำให้ดวงตาของทุกคนต้องเบิกกว้างได้อย่างไร?
“ช่างโง่เขลายิ่งนัก, ข้าว่าเขาจะต้องอยู่ภายในได้อย่างมากเพียง 10
ลมหายใจเท่านั้น” ลูกน้องหัวเราะเสียงดังจากเบื้องหลังหวงเยว่หง
“10 ลมหายใจก็ถือว่ามากเกินไปสำหรับเขาด้วยซ้ำ ส่วนข้าคิดว่า 5
ลมหายใจก็เป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว และวิญญาณของเขาก็จะได้รับความ
เสียหายในการทดสอบนี้ มันอาจมีผลต่อการบ่มเพาะในอนาคตของเขา
ด้วย” อีกคนหนึ่งหัวเราะชอบใจ ต่อหน้าพวกเขา หวงเยว่หงโบกพัดของ
เขา ยิ้มออกมาโดยปราศจากการกล่าวสิ่งใด
“ถ้าการบ่มเพาะของเขาได้รับผลกระทบ ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ไม้ที่
เน่าเปื่อยก็มักจะไม่สามารถนำมาแกะสลักให้งดงามได้”
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากันและกัน ในไม่นาน 5 ลมหายใจก็ได้
ผ่านไปแล้ว ไม่นานหลังจากนั้น 7-8 ลมหายใจก็ได้ผ่านไปอีกเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แสงดวงดาวของหอกโลหิตฟีนิกซ์เริ่มมีความสว่างขึ้น และ
ไม่แสดงอาการว่าแสงจะสลัวลงเลย
“เกิน 5 ลมหายใจไปแล้ว” จุนเยว่กล่าวออกมาอย่างเย็นชา ถึงนางจะ
คิดว่าหลินหมิงนั้นหุนหันพลันแล่นเล็กน้อยที่ตรงไปยังหอกโลหิตฟีนิกซ์
เลย แต่นางก็จะไม่ยอมปล่อยให้พวกลูกน้องของหวงเยว่หงดูหมิ่นหลินหมิ
งต่อไปเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไร หลินหมิงก็เป็นคนที่เทพธิดาเฟิงประเมินค่าไว้
สูง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดนี้มาก็ตาม แต่
การเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นกลางมาก็ไม่ควรจะเป็นปัญหาสำหรับ
เขา และยังมีโอกาสที่จะได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงมาด้วยซ้ำ
สำหรับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด มันก็คงจะไม่เลวร้ายนักตราบใด
ที่เขาสามารถทนอยู่ในการทดสอบได้นานพอสมควร
“ฮ่าๆ ดูเหมือนว่าข้าคาดผิดไปเล็กน้อย ศิษย์น้องหลินผู้นี้ดูเหมือนว่า
เขาจะอยู่ได้นานถึง 10 ลมหายใจได้” พวกลูกน้องเหล่านั้นที่เคยกล่าวว่า
หลินหมิงจะอยู่ได้นานเพียง 5 ลมหายใจเท่านั้น แต่ในขณะที่พูดคุยกัน
ต่อไป อีก 2 ลมหายใจก็ได้ผ่านไปแล้ว ทั้งหมด 10 ลมหายใจได้ผ่านไป
แล้วในตอนนี้
พวกลูกน้องคิ้วขมวด คำพูดที่พวกเขาเพิ่งพูดไปนั้นถูกปากลับมาใส่
ใบหน้าของพวกเขาแล้ว และสีหน้าของพวกเขาก็ดูน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม มันยังดำเนินต่อไป
11 ลมหายใจ
12 ลมหายใจ
13 ลมหายใจ…
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาทั้งสองก็ยิ่งดูน่า
เกลียดมากขึ้น คนที่สามารถอยู่ในแสงอันเจิดจ้าของสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นยอดได้นั้นแน่นอนต้องเป็นตัวตนชั้นนำ พวกเขาจะสามารถเข้า
สู่โถงวิหคเพลิงได้ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าพรสวรรค์ของหลินหมิงเหนือกว่า
พวกเขาทั้งสอง
แน่นอนเมื่อเปรียบเทียบกับคนเช่นหวงเยว่หงผู้ซึ่งมีอันดับสูงในโถง
ฟีนิกซ์แล้ว พรสวรรค์เช่นนี้ยังคงห่างไกลจะเทียบได้อยู่มาก หวงเยว่หง
โบกพัดของเขาและยิ้ม “พวกเจ้าก็มองข้ามผู้อื่นมากเกินไป ศิษย์น้องผู้นี้ที่
ศิษย์น้องจุนนำมาค่อนข้างดี หลังจากเลี้ยงดูเขาอีกเล็กน้อยแล้ว มันก็เป็น
เพียงเรื่องของเวลาเท่านั่นที่เขาจะสามารถเข้าสู่โถงวิหคเพลิง เขายังมี
ความหวังที่จะเข้าสู่โถงฟีนิกซ์ได้อีกด้วย ในเวลานั้น เขาจะได้รับการ
พิจารณาให้ศิษย์น้องของข้าอย่างแท้จริง ข้าจะช่วยเขาเพื่อที่เขาจะไม่ต้อง
ดิ้นรนมากเกินไป สำหรับคนที่ขึ้นมาจากแดนเบื้องล่าง วิสัยทัศน์ มรดก
และวิถีของพวกเขาจะยังขาดไป”
หวงเยว่หงยิ้มอย่างสุภาพในบทบาทศิษย์พี่ต่อศิษย์น้อง เขาเปิดใจ
กว้างราวกับว่าเขาเป็นศิษย์พี่ผู้ใจดี
จุนเยว่กล่าวว่า “เช่นนั้นแล้วข้าขอบใจศิษย์พี่หวงอย่างมาก”
ศิษย์แซ่ฉางเร่งรีบกล่าวเสริมว่า “ศิษย์น้องหลินช่างโชคดียิ่งนัก ด้วย
ศิษย์พี่หวงช่วยชี้แนะเช่นนี้ การบ่มเพาะของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”
“ฮ่าๆ ไม่จำเป็นต้องพูดเยินยอเช่นนี้” หวงเยว่หงยิ้มแย้มแจ่มใส
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน 20 ลมหายใจก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว
20 ลมหายใจนั้นเกินกว่าการคาดการของพวกเขาไปแล้ว
แต่มันไม่ได้จบเพียงเท่านี้
มันตามมาด้วย
30 ลมหายใจ
35 ลมหายใจ…
หวงเยว่หงเงยหน้าขึ้นมองไปยังหอกโลหิตฟีนิกซ์บนท้องฟ้าด้วย
ดวงตาที่สาดประกายด้วยความประหลาดใจ นักสู้จากแดนเบื้องล่างนี้
สามารถทนอยู่ในการทดสอบได้นานถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
สำหรับทั้งสองคนที่เคยล้อเลียนหลินหมิงนั้น พวกเขาต่างก็ตะลึงจน
พูดไม่ออก ซ่งไป่เฟิงเองก็ยังตกตะลึง เขาเฝ้าหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
เป็นเวลาหลายปี และเข้าใจอย่างชัดเจนว่า 35 ลมหายใจหมายความว่า
อย่างไร
ตัวหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ มัน
สามารถเปลี่ยนการไหลของเวลาในโลกภายในลงได้ถึง 10:1 หรือกระทั่ง
100:1 หลินหมิงอยู่ในในการทดสอบเป็นเวลา 35 ลมหายใจแล้ว แต่
ความจริงก็คือเขาอยู่ในการทดสอบมาแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง
แม้แต่ศิษย์โถงฟีนิกซ์ทั่วไปก็ยังสนับสนุนตัวเองให้อยู่ภายในได้
ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าหลังจากที่ไปถึงขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์แล้ว หลินหมิงจะเข้าสู่โถงฟีนิกซ์และกลายเป็นศิษย์หลักที่
แท้จริงได้!
ถ้าหลินหมิงสามารถทนอยู่ต่อไปได้นานอีก นั่นหมายความว่าเขาจะ
มีโอกาสได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ชั้นสูงย่อมไม่ธรรมดา! ซ่งไป่เฟิงได้เฝ้าหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเป็น
เวลาหลายปี สะสมความมั่งคั่งมากมายจากการขู่กรรโชก แต่เขายังไม่มี
อะไรที่หรูหราเช่นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูงในครอบครองอยู่ดี
เด็กใหม่ผู้นี้ที่เพิ่งมากลับรีบพุ่งไปยังหอกโลหิตฟีนิกซ์โดยปราศจาก
คำพูดใดๆ เขาเคยคิดว่าหลินหมิงที่เพิ่งขึ้นมาจากแดนเบื้องล่างคือผู้ที่
เลือดร้อนเกินไปตามประสาผู้มาใหม่เท่านั้น แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะ
เก่งกาจถึงเพียงนี้
“ศิษย์น้องแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้?” เหล่าศิษย์รอบๆจุนเยว่ชำเลือง
มองตากัน เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดท่านอาจารย์ถึงได้ให้ความสำคัญกับเขา
อย่างมาก แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ขึ้นมาจากแดนเบื้องล่าง แต่เขาก็ยังทรง
พลังมากกว่าที่เราเป็นอยู่”
“ใช่แล้ว มันถึง 40 ลมหายใจแล้วด้วย แม้ว่าศิษย์น้องหลินจะ
ล้มเหลวตอนนี้ แต่ก็ยังคงเป็นผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจ” หลินจวินจื่อกล่าว
ดวงตากว้างของนางเต็มไปด้วยความอิจฉาขณะที่พวกมันเจิดจ้าเหมือน
ดวงดาวบนท้องฟ้าด้วย
“ไม่เลว ไม่เลวจริงๆ เขาค่อนข้างดีไม่น้อย” หวงเยว่หงโบกพัด เขายิ้ม
ไม่เต็มใจบนใบหน้า เขายังคงสามารถเก็บซ่อนความสงบไว้ได้ ไม่ว่า
อย่างไร เขาก็ใช้เวลาอยู่กับดาบผ่าสุริยันเป็นเวลา 15 นาที มันห่างไกล
จากที่ 40 ลมหายใจของหลินหมิงจะสามารถเทียบเขาได้
ขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่นี้ หลินหมิงก็ได้เข้าสู่โลกสีขาวอัน
กว้างใหญ่แล้ว
หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเป็นโลกที่มีโลกภายในมากมาย จาก
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ 9999 ชิ้นภายในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ แต่
ละชิ้นต่างมีโลกภายในของตัวเอง ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชั้นของ
พวกมัน
โลกของหอกโลหิตฟีนิกซ์ที่หลินหมิงอยู่ที่นั่นคือโลกที่มีขนาดใหญ่
โดยเฉพาะ นี่เป็นขนาดพอๆกับของดินแดนมิติในตระกูลเทพเจ้าพิโรธ
บนท้องฟ้าเหนือโลกนี้มีใบหน้าขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น เมฆบนท้องฟ้า
หลายร้อยไมล์รวมกันเพื่อสร้างเป็นใบหน้านี้ขึ้น หลินหมิงรู้สึกได้ถึงออร่า
มหาศาลจากมันจนทำให้เขาต้องตกใจ
เขาเคยรู้สึกถึงบรรยากาศเช่นนี้มาจากเทพธิดาเฟิงเท่านั้น อย่างไรก็
ตาม ออร่าของเทพธิดาเฟิงน่าเกรงขามมากกว่าใบหน้าขนาดใหญ่ที่ลอย
อยู่บนท้องฟ้า
ขณะนี้ใบหน้าขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ ก็เปิดปากของเขาและเสียงที่ไร้
สิ้นสุดดังออกมาเหมือนดั่งฟ้าผ่า อายุโครงกระดูก 27 ปี การบ่มเพาะที่
จุดสูงสุดขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 หากเทียบกับบรรดาศิษย์หลายร้อยล้าน
คนและสถานะของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานแล้ว การบ่มเพาะนี้ไม่สามารถ
พิจารณาได้ว่าอยู่จุดสูงสุด อย่างไรก็ตาม มันยังคงเป็นชั้นหนึ่ง ควบคู่ไป
กับความแข็งแกร่งที่ไม่รู้จักซึ่งอาศัยอยู่ในร่างกายของเจ้า เจ้าจึงมี
คุณสมบัติที่จะให้ข้าต้องทดสอบเจ้าด้วยตนเอง”
“ท่านคือจิตวิญญาณตำหนักหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญใช่หรือไม่?”
ความคิดของหลินหมิงสะท้านเมื่อเขาถามเช่นนี้ออกไป คำพูดของจิต
วิญญาณตำหนักนี้ทำให้หลินหมิงมีความเข้าใจใหม่ในตำหนักฟีนิกซ์กู่
กังวาน การสามารถอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 ในด้วยอายุ 27 ปียังไม่
สามารถพิจารณาได้ว่าอยู่จุดสูงสุด นั่นหมายความว่ามีคนที่อายุเดียวกับ
เขาระดับมีการบ่มเพาะที่สูงกว่าอีก!
มันเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานเป็นเพียงหนึ่งใน 72
ตำหนักของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ภายในแดนเทวะ, ทั้งเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
รวมกันก็ยังเป็นเพียงเม็ดทรายในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ไม่มีค่าในการ
กล่าวถึง จากมุมมองของสิ่งต่างๆ ความเร็วในการบ่มเพาะของตัวเขาก็
ไม่ใช่เรื่องพิเศษเลย แต่ความเร็วของการบ่มเพาะไม่ได้แสดงถึงพรสวรรค์
ของผู้หนึ่งได้ทั้งหมด
หลินหมิงเป็นผู้บ่มเพาะพลังปราณและกายผันแปร และเขายังมี
เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชและ กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าภายในร่างอีก
ด้วย รากฐานของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรก
กำเนิดของเขาก็เกือบจะถึงระดับเงินขั้นสมบูรณ์ และเขายังมีส่วนหนึ่ง
ของเจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิดอีกด้วย ทั้งหมดนี้รวมกัน มันทำให้เขา
เป็นคนที่อัจฉริยะทั่วไปของแดนเทวะไม่สามารถเปรียบเทียบได้ด้วยซ้ำ
แม้กระทั่งเผชิญกับแดนเทวะอันกว้างใหญ่ที่มีรุ่นเยาว์นับไม่ถ้วน
หลินหมิงก็ไม่กลัวคู่แข่งใดๆเลย!
“เด็กน้อย เจ้าค่อนข้างฉลาดมาก ใช่แล้ว ข้าคือจิตวิญญาณตำหนัก
ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ หรือจะกล่าวให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้นก็คือ
ข้าเป็นจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเป็น
สิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณและข้าเป็นจิตวิญญาณของสิ่งประดิษฐ์ เจ้า
นั้นไม่เลวเลย ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีคุณสมบัติจนทำให้ข้าปรากฏตัวได้ แต่เจ้า
มีคุณสมบัตินั้น ข้าจะดูแลการทดสอบของเจ้าและสร้างแบบทดสอบที่
เหมาะสมกับอายุโครงกระดูกของเจ้าด้วยตนเอง ถ้าเจ้าผ่านมันไปได้ เจ้า
จะได้รับหอกโลหิตฟีนิกซ์”
ขณะที่ใบหน้าขนาดใหญ่นี้กล่าวออกมา หลินหมิงก็รู้สึกว่า
สภาพแวดล้อมของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขามาโผล่ที่ทะเลเพลิงอัน
ไร้สิ้นสุด เปลวเพลิงไร้สิ้นสุดขยายไปสู่ขอบเขตอันไกลโพ้น พื้นดินเป็น
มหาสมุทรลาวา และในท้องฟ้ามีอุกกาบาตสีแดงทั้งขนาดใหญ่และเล็กอยู่
อุกกาบาตสีแดงกำเนิดจากพลังงานปราณอัคคีเผาผลาญ พวกมันเติบโต
ขึ้นอย่างต่อเนื่องบนท้องฟ้า และเมื่อพวกมันมีขนาดและความแข็งแกร่ง
พอแล้ว พวกมันก็จะตกลงมา สร้างเป็นทางยาวของหางเปลวเพลิง เมื่อ
พวกมันตกถึงพื้น พวกมันก็จะฉีกแผ่นดินออกจากกัน สร้างเป็นพายุที่ไร้
ขีดจำกัดของเพลิงทำลายล้าง!
ฉากนี้ค่อนข้างคุ้นเคยสำหรับเขา
“นี่คือโลกที่สองของกระจกเทวะผันแปร – มิติแห่งการทำลายล้าง
โลกนี้ประกอบด้วยวิถีที่สองของเก้าวิถีในกฎแห่งเพลิง – วิถีแห่งการ
ทำลายล้าง
“ดี ดูเหมือนว่าเจ้าจะเคยเข้าสู่โลกที่สองของกระจกเทวะผันแปรมา
ก่อน เจ้าคงมีประสบการณ์จากในระหว่างด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์
โบราณที่สองมาแล้ว อย่างไรก็ตาม มิติแห่งการทำลายล้างที่นี่น่ากลัวกว่า
สิ่งที่เจ้าพบในด่านทดสอบหล่อหลอมที่สอง เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ
การทนต่อพลังสันดาปของกฎแห่งการทำลายล้าง”
ขณะที่เป็นจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์กล่าวจบ ใบหน้าขนาดใหญ่ก็
ค่อยๆจางหายไป อุกกาบาตกว้างหลายไมล์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าก็ได้
พุ่งตกลงมาทันที
ครึน ครึน ครึน!
มิติสั่นสะเทือน ถ้าอุกกาบาตขนาดกว้างหลายไมล์นี้ตกลงมายังทวีป
นภารินไหล มันก็จะเพียงพอที่จะทำลายหัวเมืองและนำภัยพิบัติมาสู่ทั้ง
อาณาจักรได้ แต่ตอนนี้ ตรงหน้าหลินหมิงมันกลับเป็นเพียงการโจมตีครั้ง
แรกเท่านั้น!
หลินหมิงคว้าง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติและชี้ไปยังท้องฟ้า ภายในม่าน
ตาของเขา ภาพของเปลวเพลิงเริ่มสะบัด ลุกไหม้และเผาผลาญ
เมื่อหลินหมิงอยู่ที่เมืองฟีนิกซ์โบราณ เขาได้ศึกษาวิถีแห่งเพลิงบน
พื้นผิวเสาหินเพลิงผลาญสวรรค์มาก่อน ตอนนี้ภาพบนพื้นผิวเหล่านั้นได้
ปรากฏขึ้นอีกครั้งภายในใจของเขาทีละภาพๆ ร่องรอยของวิถีลึกลับเริ่ม
ปรากฏขึ้นราวกับว่าเขากำลังได้รับข้อมูลเชิงลึกและเริ่มตระหนักถึงบางสิ่ง
บางอย่าง
กฎแห่งการทำลายล้าง, โซ่แห่งดวงดาว!
หลินหมิงกู่ร้องและลาวากลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
สูง 1000 ฟุต ง้าวในมือของหลินหมิงเปรียบเสมือนมังกรศักดิ์สิทธิ์สีแดงที่
ทะยานสู่สวรรค์
ลำแสงสีแดงเข้มยาว 10,000 ฟุตได้พุ่งเข้าปะทะอุกกาบาตสีแดง มัน
ทะลวงผ่านอุกกาบาตและบดมันจนแตกออกเป็นหลายส่วน!
บึมม บึมม บึมม!
อุกกาบาตขนาดกว้างหลายไมล์ถูกแบ่งออกเป็น 7 – 8 ส่วน ทั้งหมด
พังลงสู่พื้นดิน แม้ว่ามันจะเหลือพลังอยู่ แต่เพียงพลังระดับนี้ก็ไม่สามารถ
ทำอันตรายต่อหลินหมิงได้