Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 961 ทำลายโลกมิติอีกครั้ง
เมื่ออุกกาบาตตกลงสู่พื้นดิน ลาวาก็พุ่งสูงสู่ท้องฟ้า แต่ในความ
โกลาหลนี้ หลินหมิงกลับเป็นเหมือนปลาในน้ำ
หลังจากที่อุกกาบาตแรกระเบิดขึ้น อุกกาบาตลูกที่สองตามมาทันที
หลังจากนั้น ลูกที่สามและสี่ก็ตามมาอีกเช่นกัน…
อุกกาบาตตกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทั่วโลก พวกมันเป็นลำแสงปกคลุม
ท้องฟ้า เมื่อหลินหมิงอยู่ภายในกระจกเทวะผันแปรในเมืองฟีนิกซ์โบราณ
อุกกาบาตก็ตกลงไปทีละหนึ่งลูก แต่ตอนนี้ อุกกาบาตนับสิบตกลงไป
ด้วยกันราวกับวันโลกาวินาศได้มาถึงแล้ว!
ท่ามกลางอุกกาบาตเหล่านี้ นอกจากอุกกาบาตขนาดใหญ่นับไมล์
แล้ว มันยังมีลูกที่ขนาดเท่ากำปั้นเท่านั้นด้วย โดยทั่วไปแล้วอุกกาบาต
ขนาดเล็กๆเหล่านี้ไม่ควรเป็นภัยคุกคามต่อหลินหมิง แต่ความจริงกลับ
ตรงกันข้าม อุกกาบาตขนาดเล็กเหล่านี้เป็นอันตรายต่อหลินหมิงมากยิ่ง
กว่า
อุกกาบาตขนาดเล็กเหล่านี้เร็วกว่าอุกกาบาตขนาดใหญ่ถึงร้อยเท่า
นอกจากนี้มันยังมีพลังทำลายล้างที่ไม่สามารถเทียบได้ และยังมีกฎแห่ง
การทำลายล้างของเพลิงบริสุทธิ์อีกด้วย อุกกาบาตเล็กๆทุกลูกก็
เหมือนกับขีปนาวุธมิผิด ทุกครั้งที่ลูกหนึ่งตกลงบนพื้นดิน จะเกิดการ
ระเบิดอันรุนแรงอย่างยิ่งขึ้น!
บึมมม!
อุกกาบาตขนาดกำปั้นตกลงห่างจากหลินหมิงเพียง 100 ฟุต ปราณ
แท้ปกป้องร่างของหลินหมิงถูกกระแทกด้วยคลื่นของอุกกาบาต ด้วยเสียง
แตกราว รอยแตกเริ่มปรากฎขึ้นในปราณแท้ปกป้องร่างแล้ว!
ในขณะนี้มีอุกกาบาต 3 ลูกตกลงมาจากทุกด้าน ขนาดเท่าชามข้าว
ทั้ง 3 อุกกาบาตเร็วเกินไป พวกมันปิดกั้นเส้นทางทั้งหมดไม่ให้หลินหมิง
หลบหนี
“ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม!”
ความคิดของหลินหมิงถึงกลับสะท้าน เขาต้องการใช้มิติบิดเบือน แต่
เขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อพบว่ามิติที่นี่มีเสถียรภาพมากเกินไป ใน
แดนเบื้องล่าง หลินหมิงสามารถข้ามผ่านไปได้หลายไมล์ในก้าวเดียว แต่
ตอนนี้ การข้ามไปเพียงนับสิบฟุตก็เป็นเรื่องยากแล้ว
“เงาสายฟ้าเร้นลับ!”
ในช่วงเวลาที่สำคัญ อักขระหลบหนีสายฟ้าทั้ง 12 ภายในร่างกาย
หลินหมิงปะทุขึ้นด้วยแสงที่โชติช่วง เขาเร่งขึ้นด้วยความเร็วสูงสุดของ
สายฟ้า อย่างไรก็ตาม ความเร็วนี้ปราศจากการการสนับสนุนของมิติ
บิดเบือน ความเร็วของเขาจึงไม่อาจเปรียบกับอุกกาบาตขนาดเท่าชามได้
อุกกาบาตระเบิดใกล้กับพื้นที่ของหลินหมิง
บึมมม!
หลินหมิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรงขณะที่ปราณแท้ปกป้องร่างแตก
ออก พลังเพลิงอันเกรี้ยวกราดทะลักเข้ามาในร่างของเขา มันฉีกชุดของ
เขาออกจากกันโดยตรง ซึ่งชุดนี้เกิดจากไหมสายฟ้า และเริ่มที่จะทำ
ลายเส้นชีพจรของเขา!
พลังงานเพลิงนี้เต็มไปด้วยออร่าอันน่าสะพรึงกลัวของกฎแห่งการ
ทำลายล้าง สีหน้าของหลินหมิงซีดลงและเกือบจะกระอักโลหิต
แม้กระทั่งต้นอ่อนเทพทรราชก็ไม่สามารถระงับความสามารถนี้ได้
ทันทีทันใด มันต้องใช้เวลาในการทำเช่นนั้น พลังของอุกกาบาตรุนแรง
เกินไป มันทำให้หลินหมิงได้รับความเสียหายเล็กน้อยในเส้นชีพจรของเขา
ในดินแดนที่เหมือนนรกนี้ มันไม่มีอะไรนอกจากฉากการทำลายล้าง!
ด้านบนของหลินหมิงเป็นม่านพลังของอุกกาบาตและข้างล่างเขามีเปลว
เพลิงที่ไร้สิ้นสุด หลินหมิงไม่สามารถบิดเบื้อนมิติได้ ไม่มีที่ไหนที่เขาจะ
หลบหนี!
ในขณะที่หลินหมิงกำลังจมอยู่ในเพลิงโหมกระหน่ำนี้ เขาก็ตะโกน
ออกมาและดอกบัวสีแดงได้โผล่ออกมาจากด้านหลังเขา
เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ – มิติอนุภาคแรกกำเนิด!
อนุภาคแรกกำเนิดนั้นเป็นอนันต์ อนันต์ก่อให้เกิดบรรพกาลกลียุค
และบรรพกาลกลียุคครั้งใหญ่ได้เปลี่ยนเป็นหยินและหยาง เริ่มแรกมีเพียง
อนุภาคแรกกำเนิด แล้วจึงมีบรรพกาลกลียุค หลังจากบรรพกาลกลียุคก็
กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของหยินและหยาง และในที่สุดก็มีการก่อตัวของห้า
ธาตุขึ้น กฎแห่งเพลิงเป็นหนึ่งในห้าธาตุเหล่านี้ ภายในมิติอนุภาคแรก
กำเนิดจึงย่อมสามารถยับยั้งกฎได้!
ซี่!
ภายใต้การครอบคลุมของมิติอนุภาคแรกกำเนิด, เปลวเพลิงสลายไป
อย่างรวดเร็ว!
“ย๊ากกก!”
หลินหมิงใช้โอกาสนี้และเหวี่ยงง้าวออกไป ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติที่
หนัก 800,000 จินได้บรรจุพลังเต็มรูปแบบของหลินหมิงและผ่าลงมา
เหมือนหิมะถล่มจากสวรรค์
คลื่นของเปลวเพลิงที่สูงเท่าภูเขาได้ถูกแยกออกจากกันโดยง้าว!
“โลหิตฟีนิกซ์โบราณ, เผาผลาญ!”
หลังจากที่ฝ่าเพลิงเหล่านี้ได้แล้ว คลื่นแสงสีทองเริ่มส่องออกมาจาก
ระหว่างคิ้วของหลินหมิง ซึ่งเปล่งประกายแสงอันงดงามและน่าเกรงขาม
ฟีนิกซ์สีทองก่อตัวขึ้นเบื้องหลังเขา มันปรากฎตัวราวกับว่าจะหลอม
รวมเข้ากับโลกนี้
กรี๊!!!!!!!
ฟีนิกซ์สีทองกู่ร้องออกมา ทะยานขึ้นไปสู่ท้องฟ้าที่ไร้สิ้นสุด พลังงาน
เพลิงโดยรอบถูกหลอมรวมเข้ากับร่างฟีนิกซ์นี้ กลายเป็นพายุเปลวเพลิง
ส่วนหลินหมิงก็ผสานเข้ากับฟีนิกซ์สีทองอยู่ภายใน เขาชี้ง้าวตรงไป
ยังท้องฟ้าที่มีอุกกาบาตมากมายนับไม่ถ้วนอยู่
ย้อนกลับโซ่แห่งดวงดาว!
จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดที่ไร้สิ้นสุดผสานเข้ากับง้าว นำพา
พลังความโกลาหลที่ทำลายกฎทั้งหมดขณะที่มันปะทะกับห่วงโซ่ของ
อุกกาบาตในท้องฟ้า
ภายในโลกที่สองของกระจกเทวะผันแปรนั้น โซ่แห่งดวงดาวเกิดขึ้น
จากหินนับไม่ถ้วนโคจรตามกฎลึกลับบางอย่าง และโซ่แห่งดวงดาวในหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญก็เช่นกัน
ในท้องฟ้า ชิ้นส่วนของหินนับไม่ถ้วนค่อยๆควบแน่นกันเป็น
อุกกาบาตลูกใหม่เรื่อยๆ มีบางส่วนซึ่งเป็นอุกกาบาตขนาดเล็กเท่ากำปั้น
แต่เจิดจ้ายิ่งกว่า แม้ว่าอุกกาบาตจะเล็ก แต่ก็อันตรายมากยิ่งกว่า สำหรับ
อุกกาบาตลูกใหญ่นั้นพวกมันช้า แต่ตกถึงพื้นก็มีพลังทำลายล้างสูงเช่นกัน
อุกกาบาตเหล่านี้ควบแน่นขึ้นในหมอกเพลิง ตราบใดที่อุกกาบาต
ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ พวกเขาจะถูกผลักด้วยการสนับสนุนจากพลัง
ของกฎแห่งการทำลายล้าง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลินหมิงพบกับมิติแห่งการทำลายล้าง รูปแบบ
แปลกๆวัฎจักรภายในเปลวเพลิงสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา การโจมตี
ของเขาคือการมุ่งเป้าไปยังจุดสำคัญของกฎแห่งวัฎจักรนี้!
“พังไปซะ!”
หลินหมิงตะโกนดังขึ้น บนง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ พลังแห่งเพลิง
รวมกันเป็นแผนภาพเต๋าสีแดง มูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วงที่อยู่ในเมล็ดพันธุ์
แห่งเทพทรราชก็กู่ร้องขณะที่มันพุ่งออกมา ก่อตัวเป็นแผนภาพเต๋าขนาด
ใหญ่ที่ทรงพลังขึ้นในอากาศ
แผนภาพเต๋าทั้งสองผสานเข้าด้วยกัน เพลิงสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัว
ได้ระเบิดกวาดออกไป พลังงานนี้รวมกันเป็นพายุเพลิงสายฟ้าที่รุนแรงเข้า
ปะทะขัดจังหวะเส้นทางหมุนเวียนของห่วงโซ่แห่งดวงดาวโดยตรง!
เมื่อเส้นทางหมุนเวียนแตกออก มันก็มีเสียงของอุกกาบาตแตกออก
ด้วย
โซ่แห่งดวงดาวถูกฉีกขาดออกจากกันโดยหลินหมิง ด้วยเหตุนี้จึงมี
เพียงเศษอุกกาบาตที่ตกลงมา พลังของลดลงจนไม่อาจทำอันใดต่อหลินห
มิงได้
“หืม?”
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญได้เห็นความคืบหน้าของหลินหมิงจึงตกใจ “เขาทำลายโซ่แห่ง
ดวงดาว! ความตั้งใจเดิมของข้าคือถ้าเขาสามารถทนต่อมันได้ครึ่งชั่วโมง
ข้าก็จะถือว่าเป็นผ่านการทดสอบของวิถี แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะ
สามารถทำลายโซ่แห่งดวงดาวได้เช่นนี้!”
“แต่เขาไม่ได้พึ่งพาวิถีแห่งเพลิงเพียงอย่างเดียวในการทำเช่นนั้น
ความเข้าใจของเขาในวิถีแห่งเพลิงไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติมากนัก เหตุผลที่เขา
สามารถทำสำเร็จได้ก็เนื่องจากเขาสามารถผสานวิถีแห่งสายฟ้าวิถีกับวิถี
แห่งเพลิง และยังมีสนามพลังลึกลับนั่นอีก ข้าสงสัยยิ่งนักว่ามันคือสนาม
พลังอันใดกัน? มันสามารถกระทั่งสลายกฎแห่งเพลิงได้…”
จิตวิญญาณประดิษฐ์พึมพำกับตนเอง และไม่รู้เกี่ยวกับเจตจำนงแห่ง
นักสู้แรกกำเนิด ราชันสวรรค์บรรพกาลคือตัวตนระดับใด? สถานะของ
เขายังสูงกว่าราชันพิภพอีกด้วย เขาเป็นหนึ่งในผู้ทรงพลังที่แท้จริงของ
แดนเทวะทั้งปวง! ภายในแดนเทวะ มีคนจำนวนน้อยมากที่สามารถได้
เห็นตัวตนระดับราชันสวรรค์กับตา แม้กระทั่งตัวตนในระดับของราชัน
พิภพหรือขั้นผู้ปกครองเทวะนั้น พวกเขาก็ยังจะพบว่ายากลำบากมากที่
จะเห็นราชันสวรรค์ได้ ส่วนบรรดาผู้ที่สามารถพบเห็นตัวตนของราชัน
สวรรค์ พวกเขาก็ยิ่งมีจำนวนเพียงเล็กน้อย!
ส่วนใหญ่ของนักสู้ในแดนเทวะนั้น, ราชันสวรรค์เป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่
ลึกลับและไร้เปรียบ สำหรับเคล็ดบ่มเพาะของราชันสวรรค์หรือขีดจำกัด
พลังของพวกเขานั้น มันก็ล้วนเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่เกินความเข้าใจทั่วไป
แล้ว ถ้าปีศาจโบราณในร่างเหยียงอวิ๋นไม่ได้มีส่วนร่วมในสงครามอัน
ยิ่งใหญ่เมื่อ 100,000 ปีก่อนและได้เห็นกองทหารถูกสังหารโดยราชัน
สวรรค์บรรพกาลด้วยเจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิดแล้ว มันก็คงเป็นเรื่อง
ที่เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยอมรับว่าหลินหมิงได้ใช้เจตจำนงแห่งนักสู้แบบ
เดียวกัน
สำหรับจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญนั้น
แม้ว่าจะมีชีวิตอยู่มาหลายหมื่นปี แต่เขาถูกขังอยู่ภายในตำหนักฟีนิกซ์กู่
กังวานและไม่มีทางติดต่อกับตัวตนเช่นราชันสวรรค์บรรพกาลได้ มันไม่
สามารถรู้ถึงเจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิดได้ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงรู้สึก
ว่าเจตจำนงแห่งนักสู้ของหลินหมิงเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
“เด็กคนนี้มีสนามพลังเจตจำนงที่ลึกลับอย่างยิ่ง นอกเหนือจากการ
บ่มเพาะ อายุและรากฐานที่มั่นคงแล้ว ศักยภาพของเขาก็น่าสะพรึงกลัว
อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าเขาเป็นนักสู้ที่ขึ้นมาจากแดนเบื้อง
ล่างด้วย จากวิธีการที่เขาต่อสู้เมื่อครู่แล้ว เขาควรจะได้บ่มเพาะคู่ทั้งกาย
ผันแปรและพลังปราณ ทั้งยังเปิด 8 ประตูเร้นลับภายในได้อีกด้วย เพื่อให้
บรรลุเป้าหมายนี้ในแดนเบื้องล่างที่มีทรัพยากรขาดแคลนนั้นก็เป็นเรื่อง
เหลือเชื่อนัก!”
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญมีความฉลาด
กว่ามนุษย์ทั่วไป เขาสามารถที่จะมองเห็นได้หลายอย่างในทันที ถ้าขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 9 ใช้ตัดสินขั้นพลังของนักสู้ในอนาคตแล้ว เช่นนั้น
เจตจำนงแห่งนักสู้, กฎ, จิตวิญญาณต่อสู้ และการบ่มเพาะคู่ก็จะมี
บทบาทอย่างมหาศาลในการตัดสินเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของการ
ต่อสู้ในระดับของเขา ปัจจัยเหล่านี้มีบทบาทอย่างมากในการกำหนด
ความสำเร็จในอนาคตของนักสู้
“การบ่มเพาะคู่… กี่ปีมาแล้วที่ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานมีคนตัดสินใจที่
จะใช้เส้นทางนี้ เส้นทางของกายผันแปรขัดแย้งกับขั้นทำลายชีวิต หากบ่ม
เพาะกายผันแปร การทะลวงขั้นทำลายชีวิตก็จะเป็นเรื่องยากมาก สำหรับ
9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าที่อยู่ต่อจาก 8 ประตูเร้นลับภายในนั้นก็ยิ่ง
เป็นไปไม่ได้ ถ้าผู้หนึ่งไม่สามารถทะลวงผ่านส่วนสำคัญของ 9 ดวงดารา
แห่งวิหารเต๋าได้แล้ว เช่นนั้นผลของ 8 ประตูเร้นลับภายในจะลดลงเมื่อไป
ถึงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย หลังจากนั้นมันก็เกือบจะไร้ผลก็ว่าได้
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์คิดเช่นนี้และได้ให้ความสนใจหลินหมิงมาก
ขึ้น เขาอยากจะดูว่าหลินหมิงจะเติบโตขึ้นอย่างไรในอนาคต
“จงทำให้ข้าได้เห็นว่าขอบเขตกายผันแปรของเจ้าจะไปถึงขั้นใด รอบ
ที่สองจะเป็นการทดสอบกายผันแปรของเจ้า!”
การทดสอบของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้ถูกตัดสินโดยจิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์ทั้งหมด จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์นั้นเป็นปรมาจารย์
นักสู้ การทดสอบทุกประเภท รวมทั้งกฎ การรับรู้และอื่นๆ จิตวิญญาณ
สิ่งประดิษฐ์สามารถใช้มันได้อย่างอิสระ
ต้องขอบคุณเวลาที่ยาวนาน จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์จึงได้พัฒนา
วิธีการทดสอบหลากหลายและไร้สิ้นสุดออกมาได้ อัจฉริยะหลายคนของ
โถงฟีนิกซ์ถูกทรมานโดยการทดสอบของความสิ้นหวังจากเขา เมื่อจิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์เห็นผู้ภาคภูมิที่ได้รับคัดเลือกจากสวรรค์ถูกเหยียบย้ำ
แล้ว มันก็มีความสุขดีไม่น้อย
ในเวลานี้ หลินหมิงไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะสามารถกระตุ้นความสนใจ
ของตัวตนโบราณที่คงอยู่มาหลายหมื่นปีได้ เขาเพียงแต่รู้สึกถึงว่าพลัง
เพลิงรอบๆตัวเขาหายไปทันที และโซ่แห่งดวงดาวบนท้องฟ้าก็หายไป
หมดเช่นกัน
หลินหมิงได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แอบคิดถึงตัวเองว่า “รอบแรกของ
การทดสอบเพียงดูที่วิถีแห่งเพลิงกลับยากลำบากถึงเพียงนี้แล้ว ข้าคิดว่า
ข้าสามารถพึ่งพาเพียงวิถีแห่งเพลิงอย่างเดียวเพื่อผ่านการทดสอบนี้ได้ แต่
ผลลัพธ์แย่กว่าที่ข้าคิดไว้ ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการใช้วิถีแห่ง
สายฟ้ารวมถึงเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์เพื่อร่วมทำลายโซ่แห่ง
ดวงดาวด้วย การทดสอบของสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดเช่นนี้
สามารถกระทั่งเหยียบเหล่าอัจฉริยะชั้นนำของแดนเทวะจมดินได้ มัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย”
หลินหมิงพึมพำ แต่เขาไม่รู้ว่าตนจะได้ผ่านการทดสอบรอบแรก
เพราะไม่ได้ทนต่อต้านมันนานถึงครึ่งชั่วโมงและกลับทำลายมันแทน
ในขณะที่หลินหมิงยังคงจมอยู่ในความคิด สภาพแวดล้อมโดยรอบก็
เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีสลายตัวไปอย่าง
รวดเร็ว!
ปราณแท้ของเขาถูกยับยั้งไว้อยู่ในตันเถียน มันไม่สามารถที่จะโคจร
มันได้เลย