Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 97 เจตจำนงนักสู้ทั้งเจ็ด
เมื่อหลินหมิงได้ฟังคำพูดของฮ่องซี ในหัวใจของเขาก็เต็มไปด้วย
ความสุข ตอนนี้เขาใช้หอกได้แค่ในระดับพื้นฐานเท่านั้น หากมีปรมาจารย์
มาช่วยชี้นำให้แล้วล่ะก็ เขาก็จะสามารถพัฒนาการได้ไปอย่างรวดเร็ว
ฮ่องซีกล่าว “ข้าเคยเข้าร่วมเป็นทหารในกองทัพร่วมสิบปี และข้าก็ได้
ใช้เวลาเหล่านั้นเพื่อศึกษาอาวุธชนิดนี้ อาวุธยาวจำพวกหอกและง้าวถือ
เป็นอาวุธชั้นเลิศของเหล่าทหาร! แม้ว่าข้าจะไม่ได้เข้าใจการใช้หอกจนถึง
แก่นแท้ในระดับสูงสุด แต่ความรู้และประสบการณ์ทีข้ามีก็ยังมากพอที่จะ
ชี้นำเจ้าได้ แต่ก่อนที่ข้าจะสอนเจ้า ข้ามีคำถาม เจ้าสามารถเข้าถึงการ
ฝึกฝนแบบพิเศษได้ใช่หรือไม่? ”
หลินหมิงชะงักเล็กน้อย เขาไม่อยากเชื่อว่าฮ่องซีจะรู้เรื่องนี้ เขาพยัก
หน้าและกล่าว “ใช่แล้ว”
“ข้าก็คิดว่าต้องเป็นเช่นนั้น การฝึกฝนแบบพิเศษเป็นเหนือกว่าการ
ฝึกฝนแบบทั่วๆไปอย่างสิ้นเชิง มันสามารถทำให้ผู้ที่เข้าถึงมันมีพัฒนาการ
ที่ก้าวกระโดดดั่งปาฏิหาริย์! นี่คือผลจากจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง แต่ก็ใช่
ว่าผู้ที่มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งจะสามารถเข้าถึงมันได้ทุกคน การฝึกฝน
แบบพิเศษเหล่านั้นถูกเรียกว่า ‘เจตจำนงนักสู้’! ”
“แม้แต่ในสำนักเจ็ดแก่นแท้ ผู้ที่จะเข้าถึงมันนั้นก็ยังถือว่าหาได้ยาก
อย่างยิ่ง ในช่วงเวลาหลายสิบปีมานี้ก็มีเพียงแค่หลิงเซ็นคนเดียวเท่านั้น
ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าในตอนนี้มีเจ้าอีกคนแล้ว! ”
“โห้? น้อยขนาดนั้นเลยรึ?” หลินหมิงเข้าใจเหตุผลที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก
เจตจำนงนักสู้ขึ้นมาทันที เป็นเพราะมีน้อยคนนักที่จะเข้าถึงมันได้
“ใช่ มีน้อยคนนักที่จะเข้าถึงมันได้ และในตำราโบราณก็มีข้อมูลของ
มันบันทึกเอาไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้น เจตจำนงนักสู้ของแต่
ละคนยังไม่ค่อยจะเหมือนกันอีกด้วย ซึ่งมันจะให้ผลลัพธ์ในการฝึกฝนที่
แตกต่างกันออกไป ”
หลินหมิงกล่าว “ท่านอาจารย์ ข้าไม่เข้าใจ ทั้งที่ศิษย์พี่หลิงเซ็นมี
ความสามารถที่หายากถึงเพียงนั้น และมีชื่อเสียงไปทั่วอาณาจักรลิขิตฟ้า
และเป็นอันดับหนึ่งมายาวนาน แต่เหตุใดเขาถึงไม่ถูกเลือกให้เป็นศิษย์
พิเศษ? ”
ฮ่องซีกล่าว “ทางหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เองก็ให้ความสนใจในตัวหลิงเซ็น
แต่การจะได้รับเลือกเป็นศิษย์พิเศษจะต้องผ่านการทดสอบ แต่หลิงเซ็นไม่
สามารถที่จะผ่านการทดสอบนั้นได้ เขาพลาดไปเพียงขั้นตอนเดียวเท่านั้น
”
” ทดสอบรึ?! ” หลินหมิงรู้สึกตื่นเต้าที่ได้ยินเช่นนั้น
“ใช่แล้ว พวกเขามีการทดสอบที่เข้มงวด ในการทดสอบของหลิงเซ็น
เขาจะต้องเอาชนะนักสู้จากเหล่าศิษย์พิเศษที่มีอายุเท่ากันหรือมากกว่าให้
ได้”
“ซึ่งหลิงเซ็นก็สามารถเอาชนะศิษย์พิเศษที่มีอายุมากกว่าเขาถึงครึ่งปี
ได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่เขามีอายุถึง17ปีแล้ว แต่ยังไม่บรรลุถึงจุดสูงสุด
ของการฝึกฝนขั้นที่4 ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้เขาไม่ผ่านการทดสอบ ”
“หมายความว่าระดับการฝึกฝนของหลิงเซ็นนั้นไม่ผ่านคุณสมบัติใน
การเป็นศิษย์พิเศษอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว ข้าต้องการจะบอกว่าเจตจำนงนักสู้ก็มีหลายชนิดที่แตกต่าง
กันออกไป สำหรับหลิงเซ็นก็คือ ‘อาชูร่า’ มันทำให้เขาได้ต่อสู้ฆ่าฟันกับ
ศัตรูที่เต็มไปด้วยจิตสังหารนับไม่ถ้วย ผลที่ตามมาก็คือสัญชาตญาณที่
เฉียมคมดั่งปีศาจและความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่มาจากประสบการณ์
แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลต่อระดับการฝึกฝนของเขา”
ฮ่องซีกล่าว “มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ความแข็งแกร่งและระดับ
การฝึกฝนเป็นเรื่องที่แตก ต่างกัน”
แม้มันจะไม่ใช้ปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อความแข็งแกร่ง และยังมีปัจจัย
อื่นๆเช่น ทักษะ สัญชาตญาณ ประสบการณ์จริง และพลังปราณ แต่
ระดับการฝึกฝนก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
ระดับการฝึกฝนเป็นพื้นฐานของทุกๆอย่าง หากพวกเขาไม่สามารถ
ยกระดับการฝึกฝนของพวกเขาขึ้นมาได้ พวกเขาย่อมต้องไปถึงทางตันใน
ที่สุด ไม่มีทางที่นักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นแรกจะสามารถเอาชนะนักสู้ที่มีการ
ฝึกฝนในขั้นผสานชีพจรได้ นี่คือความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนของ
ระดับการฝึกฝน!
หากหลิงเซ็นไม่สามารถที่จะแสดงให้เห็นว่ามีโอกาสที่จะก้าวไปได้ถึง
ขั้นปราณปลายฟ้า ตามอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับการฝึกฝนของเขา เขา
ก็ไม่ใช้บุคคลที่นิกาบโบราณต้องการ
ดังนั้นหลิงเซ็นจึงถูกปฏิเสธ!
ฮ่องซีกล่าว “ตอนนี้หลิงเซ็นมีการฝึกฝนเพียงขั้นที่4ช่วงต้น หากเขา
สามารถยกระดับได้อีกซักครึ่งขั้น มาสู่ขั่นที่4ช่วงกลาง หุบเขาเจ็ดแก่นแท้
อาจจะสนใจเขาขึ้นมาก็ได้ เจตจำจงแห่งนักสู้ ‘อาชูร่า’ จะส่งผลให้ผู้ที่
เข้าถึงมันได้อยู่ในสถาการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนับครั้งไม่ถ้วน ช่วยขัด
เกลาสัญชาตญาณให้เฉียบคม ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแกร่งของนักสู้ที่
เข้าถึงมันได้อย่างมาก น่าเสียดายที่มันไม่ได้ส่งเสริมในเรื่องของพลังปราณ
และช่วยให้ระดับการฝึกฝนของเขาสูงขึ้น ”
หลินหมิงกล่าวถาม “ท่านอาจารย์ แล้วศิษย์พี่หลิงเซ็นยังมีโอกาสที่
จะถูกเลือกจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้อยู่หรือไม่?”
“แน่นอนว่ามี แต่มันอาจจะเป็นหนทางที่ยากเกินไป มีความเป็นไปได้
อยู่สองทางที่จะทำให้เขาถูกเลือกจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ทางแรกคือ เขา
จะต้องบรรลุขั้นผสานชีพจรให้ได้ก่อนที่จะอายุครบ22ปี ซึ่งนี้ถือเป็น
เกณฑ์ที่ยากมาก โดยเฉพาะกับคนที่อาย17ปีแล้วยังอยู่เพียงขั้นที่4ช่วงต้น
อย่างเขา อีกทางหนึ่งก็คือ หากเขาสามารถที่จะเข้าถึง ‘เจตจำนงนักสู้’
ได้มากกว่า1รูปแบบ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีทางที่จะเป็นไปได้
“เข้าถึง ‘เจตจำนงนักสู้’ มากกว่า1รูปแบบ? นักสู้สามารถที่จะเข้าถึง
เจตจำนงนักสู้ได้มากกว่า1รูปแบบอย่างนั้นหรือ” หลินหมิงรู้สึกประหลาด
ใจ
“อืม… แต่มันก็เป็นเพียงความหวังที่แทบจะสิ้นหวัง ทั่วทั้งอาณาจักร
ลิขิตฟ้าและอาณาเขตโดยรอบแสนลี้จากอาณาจักของเรา ยังไม่เคย
ปรากฏบุคคลที่ทำเช่นนั้นได้แม้แต่คนเดียว แต่ก็มีตำนานเล่าว่า เคยมี
จักรพรรดิองค์หนึ่งสามารถเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ทั้งเจ็ดรูปแบบได้ เข้าใช้
เวลาทำสมาธิครุ่นคิดอยู่ใต้ต้นโพธิ์เป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนและเข้าสู่สภาวะ
‘เห็นแจ้งไร้จิต’ และถึงนิพพานจนกลายอมตะได้ในที่สุด! ”
เมื่อหลินหมิงได้ฟังเช่นนั้น เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ!
คนๆเดียวเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ทั้งเจ็ด!
นี่มันปาฏิหาริย์ของปาฏิหาริย์!
ฮ่องซีกล่าว “หลินหมิง เจ้าจงอธิบายถึงเจตจำนงนักสู้ของเจ้าให้ข้า
ฟัง มันจะมีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการในอนาคตของเจ้าเอง! ”
หลินหมิงพยักหน้าและเริ่มอธิบายจิตบริสุทธิ์’ เจตจำนงนักสู้ของเขา
ฮ่องกงฟังคำอธิบายคร่าวๆของหลินหมิงและกล่าว ” เจตจำนงนักสู้
จิตบริสุทธิ์’ ของเจ้าคงจะช่วยสนับสนุนระดับการฝึกฝนของเจ้าในระดับ
หนึ่ง จิตสำนึกจะแยกออกจากร่างกาย พลังปราณจะถูกควมคุมตาม
สัญชาตญาณแห่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นการโคจรพลังปราณที่สมบูรณ์แบบจน
น่าเหลือเชื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้รู้จักเจตจำนงนักสู้รูปแบบนี้ ข้าคงไม่
อาจจะรู้จักมันดีไปกว่าตัวของเจ้าเอง แต่เท่าที่ข้าได้ฟังมันจะทำให้เจ้า
หลุดออกจากกฏเกณฑ์ที่เป็นจุดตีบตันต่างๆได้ ดูเหมือนเจตจำนงนักสู้
ของเจ้าจะน่าสนใจกว่าของหลิงเซ็นเสียอีก เจ้าอาจจะถูกเลือกให้เป็นศิษย์
พิเศษจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผลของการทดสอบ
แน่นอนว่าการทดสอบของพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างแน่นอน ”
ศิษย์พิเศษ… หลินหมิงคิดอย่างเงียบๆ