Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 96 อาจารย์ฮ่องซี
“ท่านศิษย์พี่ผู้ดูแล ท่านมีข้อมูลอะไรเกี่ยวการสภาวะนั้นหรือไม่?”
หลินหมิงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ ‘เจตจำนงนักสู้’ เลย เขาจึงเอ่ยปากถามเผื่อ
ว่าจะได้ความรู้มากขึ้น
“ข้าเองก็ไม่รู้อะไรมากนัก ข้ารู้เพียงแค่ว่าหลิงเซ็นเรียกมันว่า ‘อาชู
ร่า’ มันคือสภาวะที่จิตวิญญาณจะเพ่งสมาธิไปที่การเข่นฆ่า เขาสามารถ
เขาสู้สภาวะเช่นนั้นได้ดั่งใจปรารถนา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้การฝึกฝนของ
เขาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว อันดับของเขาสูงกว่าต้ากู่ ทั้งๆที่ระดับขั้น
การฝึกฝนต่ำกว่า เขามีการฝึกฝนเพียงขั้นที่สี่แต่สามารถเอาชนะต้ากู่ที่มี
การฝึกฝนในขั้นที่ห้าได้”
เป็นอย่างนั้นเองรึ… เป็นไปได้ว่า ‘เจตจำนงนักสู้’ จะมีอยู่หลาย
ประเภทขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลที่สามารถเข้าถึงมันได้ หลิงหมิงต้องการที่
จะรู้ว่าจิตบริสุทธิ์’ เจตจำนงนักสู้ของเขา จะแตกต่างกับ ‘อาชูร่า’
เจตจำนงนักสู้ของหลิงเซ็นอย่างไร?
เมื่อเขากลับไปยังที่พักของเขา เขารู้สึกราวกับว่าทั่วร่างของเขาเป็น
เพียงแสงอนุเล็กๆ การฝึกฝนตลอดระยะเวลา3ชั่วโมงนั้นไม่ได้ทำให้เขา
รู้สึกเหนื่อนเลยแม้แต่น้อย และในตอนนี้ที่เขาแบกหอกทะลวงสายรุ้งไว้
บนหลัง เขาแทบจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักขนาด 820 จินของมันเลย
“ในช่วงเวลาสามชั่วโมงครึ่งที่ข้ำกำลังฝึกฝน ข้ายังไม่สามารถทำ
ความเข้าใจ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ในขั้นที่สองได้ หากข้าสามารถที่จะ
เข้าสู้จิตบริสุทธิ์’ ได้อีกซักครั้ง ข้าก็คงจะสามารถฝึกฝนมันจนสำเร็จได้
เมื่อข้าฝึก‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ขั้นที่สองได้สำเร็จ ความแข็งแกร่งของข้า
จะเพื่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในเวลานั้นข้าอาจจะตามหล็งเซ็นอยู่อีก
แค่ไม่กี่ก้าว! ”
” ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ มันคือแกนหลักในความแข็งแกร่งของข้า ข้า
อยากจะรู้เหลือเกินว่าแกนหลักในความแข็งแกร่งของหลิงเซ็นคืออะไร? ”
“หากหลิงเซ็นสามารถที่จะเข้าสู่‘อาชูร่า’ในเวลาที่เขาต้องการได้ ก็
เป็นไปได้ที่ข้าจะเข้าสู่ ‘อิธีเรียล’ ในเวลาที่ข้าต้องการใช่หรือไม่?”
…
ขณะที่หลินหมิงกำลังฝึกฝนอยู่ จูเอี๋ยนก็ทุ่มเทกับการฝึกฝนของเขา
อย่างเต็มที่เช่นกัน ช่วงเวลา1เดือนนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากของ
เขา!
เขาจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
จูเอี๋ยนถือดาบยาวและกำลังฝึกฝนอยู่อย่างมุ่งมั่น ในหนึ่งในเจ็ด
สถานที่ฝึกฝนของสำนัดเจ็ดแก่นแท้ สถานที่ฝึกฝนที่เข้าเลือกก็คือ หอ
ทหารทองคำ!
ในแท่นอาคมหมื่นอสูรสังหาร ศัตรูที่ต่อสู้ด้วยเป็นเพียงภาพลวงตา
แต่ในหอทหารทองคำแห่งนี้ ศัตรูจะเป็นร่างจริง ทั้งยังถูกห่อหุ้มด้วยพลัง
ปราณที่แข็งแกร่ง!
หากประมาทแม้แต่น้อยพวกเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน!
แม้อาคมมิติหอทหารทองคำจะสามารถยกเลิกการจู่โจมของศัตรูใน
มิติแห่งนั้นได้โดยอัตโนมัติ หากเกิดสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อชีวิตของเหล่า
ศิษย์ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ไว้ใจได้นัก เพราะในประวัติศาสตร์มีศิษย์ที่พลาด
และถูกฆ่าตายในนี้ก่อนที่หอทหารทองคำจะประเมินว่าเสี่ยงต่อชีวิตของผู้
ฝึกฝน และหยุดการโจมตีอยู่ไม่น้อย!
แน่นอนว่าผู้ที่เสียชีวิตก็ยังถือเป็นกลุ่มคนส่วนน้อย เห็นได้ชัดว่ามิติ
หอทหารทองคำนั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพมากพอจะเทียบกับ ‘อาชูร่า’
ของหลิงเซ็นได้เลย
“จูเอี๋ยนมันบ้าระห่ำเกินไปแล้ว! เขาฝึกฝนในความยากระดับที่สิบอยู่
เป็นเวลานานอย่างหักโหม! ไม่มีอะไรยืนยันว่าตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่
หรือไม่!”
“เจ้าหลินหมิงนั้นต้องการที่จะเอาชนะจูเอี๋ยนในหนึ่งเดือนจริงๆหรือ
นี้ ข้าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้! ”
“อืม แม้หลินหมิงจะเป็นอัจฉริยะที่เก่งกาจ แต่จูเอี๋ยนนั้นแข็งแกร่ง
เกินไปสำหรับเขา ข้าคิดว่าจูเอี๋ยนจะเป็นฝ่ายชนะ ในความยากระดับสิบที่
เขากำลังฝึกฝนอยู่ตอนนี้ หากข้าเข้าไปก็คงจะถูกฆ่าในทันที! ”
…
เวลาผ่านไปทีละวันๆ แต่เรื่องการปะทะกันระหว่างหลินหมิงกับจู
เอี๋ยนนอกจากจะไม่ค่อยๆเงียบหายไปเหมือนข่าวทั่วๆไปแล้ว มันยังทวี
ความรุนแรงและแพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรอีกด้วย
ในช่วงเวลานี้เองก็มีปรากฏการณ์ที่น่าแปลกในเกิดขึ้นในสำนักเจ็ด
แก่นแท้ ตำราพื้นฐานวิชาทั้งสองที่หลินหมิงเคยยืมไปฝึกฝน ซึ่งก่อนหน้า
นี้ไม่มีใครเลยที่คิดจะสนใจมัน ในตอนนี้กลับได้รับความสนใจจากเหล่า
ศิษย์อย่างต่อเนื้อง มีศิษย์หลายคนที่เอาหลินหมิงเป็นแบบอย่างและเลือก
ที่จะใช้อาวุธหอกตามเขา
แต่ทั้งนี้แผ่นหยก ‘หมัดสลายกระดูก’ ก็ยังไม่มีใครสนใจและยังถูก
ทิ้งไว้ในกองตำราไม่สมบูรณ์ตามเดิม
เป็นเพราะพวกเขายังไม่เคยเห็นความสามารถของหมัดสลายกระดูก
ของหลินหมิง ซึ่งตอนที่หลินหมิงใช้มัน มันก็ดูเหมือนการปล่อยหมัด
ธรรมดาๆ ต่างกับทักษะการใช้หอกและทักษะการเคลื่อนไหว ที่สามารถ
สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
หมัดสลายกระดูกถือเป็นเคล็ดบ่มเพาะขั้นสูง แต่เนื้อหาของมันก็สูญ
หายไปกว่า70% แทบจะไม่มีทางที่จะฝึกฝนได้สำเร็จ
มีศิษย์หน้าใหม่ที่นับถือบูชาเอาหลินหมิงเป็นต้นแบบอยู่ไม่น้อย พวก
เขาต่างเลือกฝึกฝนวิชาและเลือกใช้อาวุธตามหลินหมิง แต่ที่หลินหมิงแข็ง
แกร่งก็ไม่ใช้เพราะสิ่งเหล่านั้น พวกเขาคิดว่าเมื่อทำตามหลินหมิงแล้วจะ
แข็งแกร่งเหมือนหลินหมิงได้จริงๆอย่างนั้นหรือ?
…
ในตอนเช้าที่อากาศแจ่มใส หลินหมิงคว้าหอกทะลวงสายรุ้งด้วยมือ
ข้างหนึ่ง แขนของเขาทอดยาวขนาดกับพื้น เขาหลับตาและเปิดใจให้กับ
ภูเขาและต้นไม้ ให้สมาธิของเขาเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ สงบและบริ
สุทธ์
เขาตระหนักได้ว่ายาผสานวิญญาณระดับสูงและหินลมปราณไม่ใช้
สาเหตุที่ทำให้เขาเข้าสู่สภาวะ ‘จิตบริสุทธิ์’ หากเขาสามารถที่จะเข้า
เจตจำนงนักสู้ของเขาได้ดั่งใจปรารถนา เขาจะแข็งแกร่งขึ้นอีกจนน่า
เหลือเชื่อ
จู่ๆหลินหมิงก็เปิดตาขึ้นมา เขาสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนอยู่แถวนี้
แม้ว่าสำนักเจ็ดแก่นแท้จะคอยดูแลความลอดภัยของเหล่าศิษย์ในสำนัก
อยู่ แต่เขาก็ไม่เคยประมาทเพราะเขาเองก็มีศัตรูมากขึ้นทุกวัน
“อืม.. เยี่ยมยอด! ประสาทสัมผัสเฉียมคมดีนี่” เสียงชายฉกรรจ์ดังมา
จากรอบๆอย่างไร้ทิศทาง และจู่ๆเท้าทั้งสองข้างของชายคนนั้น ก็มายืน
อยู่บนปลายหอกที่หลินหมิงยืดแขนออกไปขนาดกับพื้นอยู่
ปลายหอกที่ยืดออกไปจนสุดและขนาดกับพื้นอยู่ถูกกดลงเล็กน้อย
ด้วยน้ำหนักของเขา แต่ด้วยการจับหอกของหลินหมิงมันก็ยังดูมั่นคงดีอยู่
“ท่อนแขนมีพลังแข็งแกร่งดีนี่!” เขาอุทาน
“ท่านอาจารย์ฮ่องซี!” การมาเยือนของเขาทำให้หลินหมิงถาม
ประหลาดใจ เขาคืออาจารย์ผู้ดูแลศิษย์ในห้องพสุธา
“เจ้าได้สร้างชื่อเสียงที่ดีให้ข้าในฐานะที่ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า จา
การที่เจ้าได้อันดับที่62และการท้าทายต่อจูเอี๋ยน! เจ้าเป็นศิษย์ที่กล้าหาญ
มาก! ”
หลินหมิงกล่าว “ขอบใจท่านอาจารย์สำหรับคำชม แต่ข้าก็ไม่ได้มั่นใจ
ว่าจะสามารถเอาชนะเขาได้”
“แน่นอน จูเอี๋ยนนันแข็งแกร่ง และเขายังได้เขามาฝึกฝนในสำนักแห่ง
นี้นานกว่าเจ้าถึง2ปีครึ่ง ในอีกหนึ่งถึงสอบปีที่พวกหลิงเซ็นจบการศึกษา
ไปแล้ว เขาจะต้องการเป็นสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะ
ไปได้ถึง5อันดับแรกเลยก็เป็นได้ เจ้าเลือกคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจริงๆ! ”
หลินหมิงรู้ดีว่าเหตุใดฮ่องซีถึงได้กล่าวเช่นนั้น “ท่านอาจารย์ ข้าเข้า
ใจความแข็งแกร่งของจูเอี๋ยนเป็นอย่างดี และข้าก็ไม่ทราบว่าเมื่อถึงเวลาที่
พวกได้ได้ต่อสู้กันจูเอี๋ยนจะแข็งแกร่งขึ้นอีกเพียงใด ในตอนนั้นที่ท่านผู้
อาวุโสได้ถามข้าว่าจะท้าทายใครในห้องสวรรค์ ในหัวใจของข้ามีความ
ต้องการที่จะต่อสู้กับจูเอี๋ยนอย่างแรงกล้า ข้าไม่ทันได้ระงับความคิดนี้และ
กล่าวออกไปตามสัญชาตญาณ”
“ฮ่าๆ เยี่ยม! นั่นเป็นสิ่งที่ดี! ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติที่หัวใจของ
เจ้าต้องการ! เมื่อเหล่านักสู้ได้ทำตามแรงปรารถณาที่แท้จริงของหัวใจ
การไหลเวียนของพลังปราณจะไม่ถูกจำกัด การตัดสินใจของเจ้าเป็น
ทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว การตัดสินใจของเจ้าเป็นการกระทำที่กล้าหาญ
มาก! ตั้งแต่วันนี้ ข้าจะสอนทักษะหอกของให้ให้กับเจ้า! และเมื่อข้าได้
ถ่ายทอดวิชาให้นักสู้คนใดด้วยตัวข้าเอง ข้าไม่ต้องการที่จะเห็นเขาแพ้
กลับมา เจ้าเข้าใจสินะ!? “