Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 972 สร้างศัตรู
“ท่านฮั่ว เราไม่สามารถปล่อยให้เรื่องจบลงเช่นนี้ได้ หลินหมิงยโส
เกินไป!” ถัดจากฮั่วหยางกวง ศิษย์หลายคนที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ
ตระกูลฮั่วอย่างแท้จริงตะโกนออกมา พวกเขามิใช่คนตระกูลฮั่ว ในเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณนั้นการแข่งขันรุนแรงมาก เป็นเรื่องยากสำหรับนักสู้ทั่วไป
จะประสบความสำเร็จในที่นี้ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับสมบัติมาพวก
เขาก็ยังจะถูกฆ่าแย่งชิงไป
ในโลกของนักสู้ ความมั่งคั่งของมนุษย์คือความหายนะของตัวเอง นี่
เป็นความจริงที่เรียบง่าย เพื่อแสวงหาการป้องกันและทรัพยากรอื่นๆ นัก
สู้จะต้องเข้าร่วมกับตระกูลอันทรงเกียรติ
เหล่าศิษย์ที่เข้าร่วมตระกูลฮั่วนั้นแน่นอนต้องประจบฮั่วหยางกวง
เพราะกลุ่มพวกเขากลายเป็นตัวตลกต่อหน้าพยานมากมายที่นี่ และ
ตอนนี้พวกเขาก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“หึ ข้าจะล้างแค้นต่อการดูหมิ่นครั้งนี้ไม่ช้าก็เร็ว”
“ท่านฮั่ว เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร ท่านก็ขอสิ่งประดิษฐ์นักบุญชั้น
ยอดจากตระกูลมา ด้วยสถานะของท่านฮั่วแล้วนั้น ข้ามั่นใจว่าจะสามารถ
ยืมมาได้หนึ่งชิ้น เมื่อท่านมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดแล้วท่านจะ
สามารถต่อสู้กับหลินหมิงและชนะอย่างเปิดเผย จะได้รับหอกโลหิตฟีนิกซ์
ขณะที่ตบหน้าเขาอีกด้วย” ศิษย์ที่ไม่ได้เป็นคนของตระกูลแนะนำเรื่องนี้
เขารู้สึกว่าความคิดนี้ของตนค่อนข้างดี
อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่าคำพูดของเขาจะทำให้ฮั่วหยางกวงดูน่า
รังเกียจยิ่งขึ้น มันจึงทำให้เขาสับสน หืม? มีบางอย่างผิดพลาดในสิ่งที่เขา
พูดหรือไม่?
“ข้าไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาสอนข้าว่าควรจะทำอย่างไร!” ฮั่วหยางกวง
กล่าวออกมาอย่างเย็นชา ศิษย์คนนั้นเงียบลงทันที การประจบสอพลอ
ของเขาทำให้เขาเสียหน้าอย่างชัดเจน
“ฮ่าฮ่า เจ้าดูราวกับว่าไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะหลินหมิงได้เลยนะ” ด้าน
หลังฮั่วหยางกวง ชายหนุ่มผมแดงกำลังยิ้มอยู่ รุ่นเยาว์คนนี้ยังเป็น
ลูกหลานโดยตรงของตระกูลฮั่ว และเป็นญาติของฮั่วหยางกวง “มิเช่นนั้น
ด้วยสถานะของเจ้า เจ้าก็ควรจะสามารถยืมสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้น
ยอดมาได้”
“หึ สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดที่มีมูลค่านับสิบชิ้นของ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง ถ้ามิเสี่ยงสูงเกินข้าก็จะไม่สนใจเรื่องการ
ยั่วยุหลินหมิง เพราะถ้าข้าชนะก็มันจะดี แต่ถ้าข้าพ่ายแพ้ข้ายังคงสามารถ
แบกรับมันได้ แต่ถ้าการต่อสู้เกี่ยวข้องกับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด
สองชิ้นแล้วนั้น ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องระวังก็เท่านั้นเอง!”
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญอาจจะไม่
แข็งแกร่งมากนัก แต่ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมานี้เขาได้เห็นอัจฉริยะมา
นับไม่ถ้วน ข้าเกรงว่าเขาจะได้เห็นอัจฉริยะผ่านประตูเข้าไปนับล้านแล้ว
ด้วยซ้ำ! สายตาของเขาไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถเปรียบเทียบได้ และนี่
เป็นเหตุผลเดียวที่ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานจะรู้สึกผ่อนคลายเมื่อให้จิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์สามารถกำหนดสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญให้ผู้ใดก็ได้
ตามต้องการ! แม้ว่าจะมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของ
พรสวรรค์ แต่เนื่องจากหลินหมิงสามารถได้รับการยอมรับจากจิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์แล้วนั้น เขาก็ต้องมีความแข็งแกร่งอยู่บ้างอย่าง
แน่นอน แม้ว่าการระดับการบ่มเพาะของข้าจะสูงกว่าของหลินหมิง 3
ระดับก็ตาม แต่หอกโลหิตฟีนิกซ์จะลดความแตกต่างลงได้ แม้ว่าข้าจะ
ภูมิใจในความสามารถของข้า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าข้ามีโอกาสที่จะ
ชนะการต่อสู้ได้ 100% ถ้าข้าต่อสู้กับเขาและพ่ายแพ้จนสูญเสีย
สิ่งประดิษฐ์นักบุญชั้นยอด มันก็จะไม่มีทางที่ข้าจะสามารถหลบหนีการ
ลงโทษเมื่อตระกูลทำการสืบสวน ถ้าข้าพ่ายแพ้ การสูญเสียของข้าย่อมจะ
เป็นการถูกลดจำนวนทรัพยากรทั้งหมดที่ข้าได้รับในอนาคต มันจะส่งผล
ต่อความสำเร็จในอนาคตของข้าอย่างมาก!”
“ยิ่งไปกว่านั้นการต่อสู้ที่สำคัญเพื่อสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด
ทั้งสองคนจะดึงดูดความสนใจจากทุกแห่ง ถ้าข้าพ่ายแพ้ ข้าจะไม่เหลือ
ใบหน้าใด การสูญเสียจะกลายเป็นหัวใจปีศาจที่หลอกหลอนข้า และข้าไม่
คิดว่าจะสามารถเอาชนะหัวใจปีศาจเช่นนี้ได้!”
ฮั่วหยางกวงกล่าวคำเหล่านี้เฉพาะกับลูกพี่ลูกน้องของเขาด้วย
กระแสเสียงปราณแท้ เขาจะไม่พูดคำเหล่านี้ต่อหน้าทุกคนอย่างแน่นอน
“ฮ่าฮ่า, พี่สาม ท่านค่อนข้างสุขุม!” ชายหนุ่มผมแดงหัวเราะ ในความ
เป็นจริง เขายังรู้สึกว่าฮั่วหยางกวงไม่ได้มีโอกาส 100% ในการเอาชนะ
หลินหมิงเช่นกัน
“หึ! ข้าไม่กลัวการต่อสู้ ข้าไม่กลัวการแข่งขัน และข้าไม่กลัวการเดิม
พัน แต่ในสถานการณ์ที่ข้าไม่อาจมั่นใจในชัยชนะ 100% แล้วนั้น ข้าจะ
ไม่ทำอะไรโง่ๆเช่นการเดิมพันทรัพย์สินและอนาคตทั้งหมดของข้า แม้ว่า
ข้าจะรวบรวมสมบัติทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามี แต่ข้าก็ยังไม่สามารถมีถึงหนึ่ง
ในห้าของสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด!
“แล้วเจ้าจะปล่อยให้มันไปเช่นนี้?”
“ปล่อยเขาไป? แน่นอนว่าไม่! ข้า ฮั่วหยางกวง ไม่เคยพ่ายแพ้ผู้ใด มัน
มักจะเป็นข้าที่เหยียบย่ำผู้อื่นเสมอ ข้อยกเว้นประการเดียวก็คือ ถ้าภูมิ
หลังและพรสวรรค์ของอีกฝ่ายอันตรายกว่าข้ามากเท่านั้น และข้าจะไม่
รุกรานคนประเภทนี้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว หลินหมิงเป็นเพียงแมลงวันตัวเล็ก
ที่มาจากแดนเบื้องล่าง เขาไม่ต่างจากลิงในสายตาของข้า ถึงกระนั้น ลิง
ตัวนี้ก็ยังกล้าที่จะใช้ถ้อยคำของตัวเองกับข้า และทำให้ข้าอับอายต่อหน้า
ทุกคนที่นี่! ถ้าข้าปล่อยให้ใครบางคนตบหน้าข้าเช่นนี้โดยไม่มีการแก้แค้น
แล้ว ข้าจะยังคงมีหน้าอยู่ในโถงฟีนิกซ์ต่อไปได้อย่างไร? ถ้าข้าไม่ระบาย
ความโกรธนี้แล้ว ความคิดของข้าจะไม่ราบรื่นและแม้แต่เส้นชีพจรของข้า
จะถูกปิดกั้น มันจะส่งผลต่อการระดับการบ่มเพาะของข้า”
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘ป่วยด้วยความโกรธ’
ปุถุชนบางคนโกรธมากจนกระทั่งป่วย ในทำนองเดียวกัน มีนักสู้ที่
โกรธมากจนความโกรธนี้จะทำให้หัวใจของพวกเขาสับสนวุ่นวาย ทำให้
พวกเขามีปัญหาอย่างมากในการก้าวไปข้างหน้าในการบ่มเพาะ
“โอ้? แล้วเจ้าวางแผนจะทำสิ่งใดต่อจากนี้?” ชายหนุ่มผมแดงถาม
คิ้วของเขาเลิกขึ้น
“ในเร็วๆนี้ ข้าจะทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ขั้นทำลายชีวิตระดับ
9 คือความสมบูรณ์แบบ การแสวงหาเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์คือต้องผ่านขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 9 เป็นอย่างแรก ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 เป็นสัญลักษณ์
ของการปฏิรูปผ่านการเกิดใหม่ กระบวนการเปลี่ยนจากมนุษย์ไปเป็นเทพ
ทั่วทั้งโถงฟีนิกซ์มีเพียง 28-29 คนเท่านั้นที่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 9
จากระดับ 8 ไป 9 มันเป็นการก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ เมื่อข้าไปถึงระดับ 9
ข้าจะวางเดิมพัน, จะเอาชนะหลินหมิงและเอาหอกโลหิตฟีนิกซ์มา
ครอบครอง!”
“ดี! อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 หลินหมิงก็อาจ
ไม่ยอมรับการท้าทายของเจ้า เขาไม่ใช่คนโง่เขลา ถ้าเขารู้อย่างชัดเจนว่า
เขาจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้ แล้วเหตุใดเขาจึงโง่เขลาที่จะกระโดดลงไปใน
กับดักเล่า?”
“ฮ่าๆ เขาจะต้องยอมรับอยู่แล้ว จากศิษย์ทั่วไปของโถงฟีนิกซ์ มันมี
ศิษย์คนใดที่ยังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียเลือดบ้าง น่านน้ำของโถง
ฟีนิกซ์นั้นลึกล้ำ แต่ผลตอบแทนกลับมีจำกัด โดยปกติแล้ว มีเพียงไม่กี่
อันดับแรกเท่านั้นที่จะได้รับรางวัล แต่ถ้าผู้หนึ่งปีนสูงขึ้นไปแล้ว คนอื่นๆก็
จะลากพวกเขาลงมา โดยปกติจะมีอัจฉริยะที่ไม่มีพื้นหลังอันเยี่ยมยอด
เท่านั้นที่จะถูกผลักลงมา หลินหมิงคิดว่าเพราะเขาเข้าร่วมกับเทพธิดาเฟิง
จึงจะมีใครบางคนคอยดูแลเขา แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือปราชญ์จู้หยางจะลง
มือกับเทพธิดาเฟิงในไม่ช้าก็เร็ว นี่จะเป็นช่วงเวลาก่อนที่เจ้าตำหนักจะ
สละตำแหน่ง!”
ด้วยระดับของฮั่วหยางกวง เขาไม่สามารถติดต่อกับคนเช่นปราชญ์
จู้หยางได้ ถึงแม้เขาจะสามารถคาดเดาได้ในบางเรื่องก็ตาม หลายคนเชื่อ
ว่าเจ้าตำหนักจะสละตำแหน่งในอีกประมาณร้อยปีหรือมากกว่านั้น และ
นั่นก็จะถึงเวลาที่โลหิตจะสาดกระเซ็นจากการต่อสู้ระหว่างเทพธิดาเฟิง
และปราชญ์จู้หยาง แต่นี่เป็นวิธีคิดที่ผิด ตอนนี้ปราชญ์จู้หยางได้รับ
ประโยชน์อยู่แล้ว เหตุใดเขาถึงยืนอยู่อย่างเฉยๆและดูคู่ต่อสู้ของตนเอง
เติบโตต่อไปเล่า?
“พี่สาม เจ้าได้พิจารณาเรื่องนี้ค่อนข้างรอบคอบทีเดียว ไม่เลว ข้าเริ่ม
ที่จะเชื่อว่าโอกาสที่เจ้าจะชนะหลินหมิงมีมากขึ้นแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เจ้าเกิด
มาในตระกูลจนถึงขณะนี้ เจ้าก็ได้เห็นแผนการต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องหลัง
ความเข้าใจของเจ้าไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิงสามารถเปรียบเทียบได้ เขามิได้
เป็นอันใดไปมากกว่านักสู้จากแดนเบื้องล่างที่ไม่เคยเข้าเมืองใหญ่
วิสัยทัศน์ของเขาจะเทียบเท่ากับเจ้าได้อย่างไร? แม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์
แต่ถ้าเขาไม่มีสมองแล้วเขาก็ไม่มีอะไรที่มากกว่าสัตว์เดรัจฉาน มันไม่
จำเป็นต้องกลัวเขาเลย!”
“หึ! สำหรับแดนเทวะนั้น ผู้ที่มาจากแดนเบื้องล่างไม่มีอะไรมากไป
กว่ามด หลินหมิงก็เพียงสามารถเรียกได้ว่าเป็นราชามดเท่านั้นเอง ถ้าเขา
เลือกที่จะซ่อนความสามารถของเขาและไม่ทำตัวโดดเด่นและค่อยๆเพิ่ม
ความแข็งแกร่งขึ้นแล้ว เขาอาจจะสามารถเป็นตัวตนที่สำคัญได้ แต่
ปัจจุบันเขาขาดความแข็งแกร่งและพื้นฐาน เขาแสร้งทำเป็นกล้าหาญ แต่
เขากำลังยืนอยู่บนยอดคลื่น เขาได้ยั่วยุต่อหลายคน และเขายังกล้าที่จะดู
หมิ่นศักดิ์ศรีของข้า ข้าจะเอาหอกโลหิตฟีนิกซ์มาและเหยียบย่ำเขาต่อ
หน้าทุกคน ข้าจะทำให้อับอายและทำให้เกิดหัวใจปีศาจที่เขาไม่สามารถ
กำจัดมันออกไปได้ตลอดกาล ข้าจะทำให้เขาไม่สามารถฟื้นตัวจากความ
สูญเสียนี้ได้!”
ในขณะที่ฮั่วหยางกวงกล่าว ดวงตาของเขาสาดประกายด้วยแสงเย็น
ยะเยือก ทุกการคำนวณเกิดขึ้นในหัวใจของเขา ก่อเกิดเป็นแผนการขึ้น
…….
หลังจากการบรรยายของชายชราซุน มันก็ถึงช่วงเวลาอาหารเย็น
แล้ว ในทวีปนภารินไหล นิกายชั้นยอดจะได้เพลิดเพลินกับเนื้อสัตว์อสูรดุ
ร้าย ผักจิตวิญญาณคุณภาพสูงและธัญพืชต่างๆ แค่ผักใบเดียว ได้ไปอยู่ใน
มือปุถุชนแล้ว มันจะสามารถขายได้ในราคามหาศาล ด้วยเพราะสามารถ
ยืดอายุขัยของพวกเขาออกไปได้หลายปี
อาหารของโถงฟีนิกซ์ยิ่งมีค่ามากกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ถือได้ว่าเป็น
วัตถุดิบสวรรค์
วัตถุดิบสวรรค์จำนวนมากจะยังมีสิ่งสกปรกหรือสารพิษ ถึงแม้พวก
มันจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการระดับการบ่มเพาะ แต่การกิน
มากเกินไปเป็นเวลานานจะทำให้เกิดสารพิษสะสมและสร้างความผิดปกติ
ในปราณแท้
อย่างไรก็ตาม โถงฟีนิกซ์มีวิธีการจัดการกับเรื่องนี้ วัตถุดิบสวรรค์
ทั้งหมดเหล่านี้จะได้รับการกำจัดสิ่งสกปรกและสารพิษต่างๆออกไป
ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นอาหาร แม้ว่าพวกเขาจะต้องสูญเสียประสิทธิภาพ
ไปบ้าง แต่ก็ยังคงเป็นที่ยอมรับได้!
โถงฟีนิกซ์มีเตาหลอมโอสถชื่อว่า “เตาหลอมเก้าฟีนิกซ์หยางราชวงศ์”
นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ!
นี่เป็นเตาหลอม อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ใช้ในการปรับแต่งโอสถ แต่
ใช้แปรรูปอาหารและสลายสิ่งสกปรก
เตาหลอมเก้าฟีนิกซ์หยางราชวงศ์ สามารถสร้างอาหารได้จำนวน
จำกัดต่อวัน เฉพาะศิษย์ของโถงฟีนิกซ์และตัวตนนิกายที่สำคัญเท่านั้นที่มี
สิทธิ์เพลิดเพลินกับอาหารนี้ เหล่าศิษย์จากโถงวิหคเพลิงจะไม่ได้รับ
อาหารหรูหราเช่นนี้
ในเวลานี้ หลินหมิงกำลังรับประทานก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวนี้ดูธรรมดา
แต่เพียงแค่สดกว่าปกติเล็กน้อย ในขณะที่เขากิน เขาเขารู้สึกว่าปากของ
เขานั้น มีน้ำลายไหลออกมาขณะที่ก๋วยเตี๋ยวละลายบนลิ้นของเขาด้วย
รสชาติแสนอร่อยไร้ที่ติ พวกมันเข้าไปในท้องของเขา กลายเป็นกระแส
ความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งแขน ขาและลำตัว หลินหมิงได้สืบทอดความ
ทรงจำของนักเล่นแร่แปรธาตุแห่งแดนเทวะ ดังนั้นเขาจึงรู้อยู่เสมอว่าเกิด
อะไรขึ้นขณะที่เขากินก๋วยเตี๋ยวเหล่านี้เข้าไป
“เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ดียิ่ง เพียงก๋วยเตี๋ยวชามนี้มีส่วนผสมสมุนไพรหลาย
สิบอย่างแล้ว มันเหนือกว่าพันเท่าจากการแช่น้ำพุร้อนต้นกำเนิด ข้ายังได้
ดื่มน้ำพุต้นกำเนิดสุริยันในช่วงระยะสุดท้ายของด่านทดสอบหล่อหลอม
ระดับแม่ทัพที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการ
บ่มเพาะของข้า ในเวลานั้น ข้าถือว่ามันเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าและเก็บ
รวบรวมไว้ และกระทั่งใช้มันเพื่อกลั่นรากมังกรนิพพานด้วย แต่ที่นี่กลับ
นำมาใช้เป็นเพียงน้ำก๋วยเตี๋ยว แค่การชิมมัน ข้าสามารถบอกได้ว่ามีอย่าง
น้อย 32 ชนิดของสมุนไพรล้ำค่า ถ้าหนึ่งในส่วนผสมเหล่านี้ถูกวางไว้ใน
ทวีปนภารินไหลแล้ว มันก็จะกระตุ้นความโลภของทุกนิกายระดับ 4 เมื่อ
พวกเขาได้รับมันแล้ว พวกเขาก็จะถือว่ามันเหมือนสมบัติล้ำค่าและนำมา
กลั่นโอสถ”
หลินหมิงกินเส้นก๋วยเตี๋ยวหมดในครั้งเดียว จากนั้นก็เริ่มกินน้ำซุปที่
ทำจากกระดูกของวิหคจิตวิญญาณหลายตัว “ซุปนี้ควรมาจากวิหคจิต
วิญญาณห้าสีที่มีสายเลือดของฟีนิกซ์ สายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสามารถ
เปลี่ยนนกธรรมดาให้เป็นอมตะได้ สายเลือดนี้จะเพาะพันธุ์ต่อไป ตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวานควรมีอยู่หลายตัวที่ผลิตออกมาเรื่อยๆ จากนั้นพวกมันก็จะ
ถูกใช้เป็นอาหาร แม้ว่าสายเลือดของวิหคจิตวิญญาณเหล่านี้จะไม่เข้มข้น
เกินไป แต่ยังคงได้รับการคัดเลือกและได้รับการเลี้ยงดูจากตำหนักฟีนิกซ์
กู่กังวาน พวกมันเหนือกว่าวิหคเพลิงของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สายเลือด
เจือจางลงไปแล้วกว่า 100,000 ปีมากนัก วิหคเพลิงเป็นสัตว์อสูร
ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และข้าจำได้ว่านิกายตำหนักแก่นแท้ห
ยินหยางก็เคยต่อสู้อย่างหนักเพื่อแย่งชิงพวกมัน นี่ไม่สามารถที่จะเทียบ
กันได้เลย”
หลินหมิงถอนหายใจและกินซุปวิหคจิตวิญญาณจนหมด จู่เขาก็รู้สึก
ว่าแสงที่อยู่ตรงหน้าเขาถูกปิดกั้น ขณะที่เงยหน้าขึ้นมองเขาก็เห็นว่ามีชาย
หนุ่ม 5 คนยืนบังแสง พวกเขาเริ่มนั่งลง รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏอยู่บนริม
ฝีปากของพวกเขา